เรื่องเด่น

ดั่งของขวัญจากพ่อ เพื่อลูกทุกคนบนแผ่นดินไทย

Published 11 ต.ค. 2019

By Rabbit Today

ดั่งของขวัญจากพ่อ เพื่อลูกทุกคนบนแผ่นดินไทย

ดั่งของขวัญจากพ่อ เพื่อลูกทุกคนบนแผ่นดินไทย

57. ‘อาหารเจล’ จากโครงการเจลลี่โภชนา หนึ่งในโครงการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นับเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อผู้ป่วยมะเร็งในช่องปากให้สามารถกินอาหารทางปากได้ และมีสุขภาพที่ดีขึ้น ดั่งพระราชปณิธานของพระองค์ ที่ทรงมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน ทั้งนี้เจลลี่โภชนาเป็นอาหารเจลที่บรรจุในกล่องปลอดเชื้อที่สามารถเปิดบริโภคได้ง่าย มีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม และมีอายุการเก็บรักษายาวนานถึง 1 ปี พระองค์ตรัสว่า “รสต้มยำกุ้งเนี่ยฉันชอบมาก”

58. ‘โครงการน้ำลายเทียม’ เป็นโครงการในพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทำเพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำลายเทียมจากต่างประเทศที่มีราคาแพง โดยแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการผลิตน้ำลาย เนื่องจากผลกระทบจากโรคมะเร็งช่องปาก โรคเกี่ยวกับหลอดคอ กล่องเสียง และการกินยารักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ทำให้ต่อมน้ำลายถูกทำลาย ทำให้น้ำลายแห้ง จึงจำเป็นต้องใช้น้ำลายเทียม ให้สะดวกต่อการกลืนอาหาร พูดชัดขึ้น ลดความทรมาน

59. ‘รถของพ่อหลวง’ หนุ่มเล่นรถเก่าสุดปลาบปลื้ม เมื่อเขาได้ซื้อรถยนต์เก่าคันหนึ่งเป็น รถแลนด์โรเวอร์ ซีรี่ย์ 3 รุ่น ปี พ.ศ. 2519 ปรากฏว่าสมุดทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวจดทะเบียนในพระนามของ ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช’ เขาจึงพยายามทำให้รถกลับสู่สภาพสมบูรณ์ โดยตั้งใจไว้ว่าจะไม่นำมาขับและจะสร้างกระจกกั้นทำที่จอดรถเก็บไว้อย่างดี ที่สำคัญเขาอยากเก็บทั้งรถและทะเบียนเล่มแบบนี้ไว้ดังเดิม

60. ‘ใครคือคนซื้อที่ดิน’ คำถามของลุงเจ้าของที่ดูไม่มั่นใจในเสี่ย (ปลอม) เท่าไรนัก เพราะเขาเกรงว่าจะเป็นพวกนักลงทุนซื้อที่ดินไปจัดสรรทำคอนโด ฝ่ายเสี่ย (ปลอม) ปฏิเสธว่ามาดี พร้อมบอกว่ามีผู้ใหญ่ระดับนายกขอซื้อที่ไปทำประโยชน์ ลุงเจ้าของที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นปฏิทินแขวนไว้ข้างฝา เป็นภาพในหลวงกำลังทรงงานอยู่ในถิ่นทุรกันดาร และเสี่ย (ปลอม) ทั้งหลายยืนอยู่ข้างหลังพระองค์ ลุงมองหน้าทุกคนอย่างตกใจเล็กน้อย ท้ายที่สุดลุงเจ้าของที่ และสมาชิกละแวกวัดมงคล พร้อมด้วยญาติพี่น้องต่างตกลงขายที่จำนวน 15 ไร่ ให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อนำมาทดลองแนวคิด ‘ทฤษฎีใหม่’ ทางด้านเกษตรกรรม

61. ‘พระนามบัตร’ ไม่ใช่แค่พสกนิการชาวไทย แต่ความปลาบปลื้มยังแผ่ไปไกลถึง ‘นายฮิโรมิ อินาโยชิ’ นักออกแบบชาวญี่ปุ่น ที่มีโอกาสออกแบบพระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสครบรอบ 75 พรรษา จำนวน 4 แบบ คือ แบบที่ 1 ตัว ‘A’ เป็นพระนาม ‘อดุลยเดช’ แบบที่ 2 มาจากการพนมมือไหว้ของคนไทย แบบที่ 3 มาจากเครื่องดนตรีคือแซ็กโซโฟน และแบบที่ 4 มาจากพระนาม ‘ภูมิพล’ เมื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นต้นด้วยตัว ‘B’ ซึ่งการออกแบบพระนามบัตรจะเน้นภาพสัญลักษณ์มากกว่าการสื่อความหมายด้วยภาษาของตัวอักษร 

62. ‘โครงการพระราชดำริเพื่อพัฒนาชนบทโครงการแรก’ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2495 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงขับรถพระที่นั่งเยี่ยมราษฎรบ้านห้วยคต จ.ประจวบคีรีขันธ์ รถพระที่นั่งบุกตะลุยเข้าพื้นที่ตามเส้นทางเกวียนจนตกหล่มลึกหน้าบ้านของ ‘ลุงรวย งามขำ’ ชาวบ้านแถบนั้นต้องออกมาช่วยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ยกรถพระที่นั่งพ้นจากหล่ม พระองค์ได้รับสั่งถามถึงปัญหาของหมู่บ้าน ลุงรวยจึงกราบบังคมทูลว่า “อยากได้ถนนมากที่สุด” หลังจากนั้นพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยตำรวจตระเวนชายแดนค่ายนเรศวรสร้างถนนเข้าไปยังบ้านห้วยมงคล นับเป็นโครงการพระราชดำริเพื่อพัฒนาชนบทโครงการแรกของพระองค์

โครงการหลวงน่าเที่ยว 

63. ‘โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)’ สถานที่ที่มีทัศนียภาพงดงามจนได้รับสมญานามว่า สวิตเซอร์แลนด์แดนสามหมอก มีแนวอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่และโอบล้อมด้วยขุนเขาที่เขียวชอุ่ม จากพื้นที่ที่มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเป็นเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ มาเป็นเวลาหลายปี ได้รับการปรับปรุงสภาพป่าบริเวณอ่างเก็บน้ำปางตองใหม่และฝายปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสันโดยรอบ และสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ในด้านอาหารและแพทย์แผนไทย 

64. ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง’ จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม เปิดให้ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ แปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และปกาเกอะญอ การปักผ้า และการตีมีด ซึ่งงานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม

65. ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว’ จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์ขนาดเล็ก ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน สามารถชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ อีกทั้งเป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอย่างน้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำตลอดปี น้ำตกตาดน้อยที่นักเดินทางมีโอกาสเห็นกล้วยไม้ป่าหายากบนเส้นทางเดินชมธรรมชาติ

66. ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย’ จ.แม่ฮ่องสอน ก่อตั้งขึ้นโดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ ที่นี่สามารถชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวงและสตาร์บัคส์ พร้อมวิวสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได นอกจากนี้ยังมีการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม หรือสามารถปล่อยใจสบายๆ ไปกับน้ำตกทีราชันย์ น้ำตกทีลอเล พร้อมเดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตรชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่าอันงดงาม

67. ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ’ จ.เชียงราย มูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์และดอกหน้าวัว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล พร้อมเรียนรู้การเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 สุดท้ายอย่าลืมจุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะที่มองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง

68. ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก’ จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ เปิดให้ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล การปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม ที่สำคัญอย่าลืมไปปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น ต่อด้วยการล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน

69. ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย’ จ.เชียงใหม่ เป็นที่อยู่ชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่นี่มีแปลงผักเมืองหนาวและสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น ผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เลมอนทายม์ เลมอนบาล์มและมิ้นต์ ที่สำคัญต้องไปเยือนจุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม ม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง และดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม 

70. ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า’ จ.พะเยา พื้นที่แห่งนี้ส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ชมแปลงผลผลิตของฟักทองยักษ์ แปลงไม้ดอกไม้ประดับอย่างแว็กซ์ฟลาวเวอร์ หลังจากชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนาและบ้านปางค่าเหนือ แล้วต้องขึ้นไปบนยอดดอยภูลังกา แหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม ที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน