เรื่องเด่น

กระ‘ยา’หาร

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Food-Rabbit_Today-MAIN_920x470

ถกเรื่อง ‘อาหาร’ ในฐานะ ‘ยา’ รักษาสุขภาพ กับ 3 ผู้คร่ำหวอดในวงการที่จะทำให้คุณก้มพิจารณาอาหารในจานมากขึ้นก่อนตักเข้าปากในมื้อหน้า

Food-Rabbit_Today-1,News Beat,Rabbit Today

 

ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล (เชฟป้อม)

Food-Rabbit_Today-3,News Beat,Rabbit Today

ดีแน่ๆ แต่เรื่องอาหารก็เป็นสิ่งที่เราควรดูแล เพราะสิ่งที่เราเอาเข้าปากไปมีผลต่อร่างกายทั้งนั้น เหมือนที่ฝรั่งเขาบอกว่า ‘You are what you eat.’ และต้องบอกว่าในแง่ของคนทำอาหาร อะไรที่อร่อยมักจะมีโทษแอบแฝงอยู่ แต่อะไรที่ดีต่อสุขภาพร่างกายมักจะไม่อร่อย เช่น ถ้าให้คุณกินเนื้ออกไก่ลุ่นๆ แบบไม่เอาหนังเลย คุณจะอร่อยไหมล่ะ กับถ้าคุณกินเนื้อสะโพกติดหนัง อ้ะ เลือกเอา! คือเราต้องมาคิดว่าส่วนไหนมันดีกว่ากัน และการดูแลสุขภาพไม่ได้บอกว่าห้ามกินอะไรหรือไม่ให้กินอะไร แต่คุณต้องมีความสมดุลในมื้ออาหาร คนไทยจะห้ามไม่ให้กินข้าวไม่ได้หรอก เพราะอาหารไทยจัดจ้านซะขนาดนี้ จริงไหม แต่ปริมาณของคาร์โบไฮเดรต เนื้อสัตว์ ผัก ต้องมีความสมดุลต้องครบ 5 หมู่ 

 

มะเร็งเป็นเซลล์ร้ายที่อยู่ในตัวเรา เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แต่อยู่โดยไม่ให้อาหารมัน!

  อยากเล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่ดิฉันอยู่ในวงการอาหารมานาน และเคยมีประสบการณ์ตรงด้านการกินอาหารเพื่อการรักษา ซึ่งคำว่ารักษานี่ไม่ได้แปลว่าให้คุณหายนะ แต่เป็นการรักษาแบบเอื้อกันกับการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ ดิฉันเคยดูแลเพื่อนที่เป็นมะเร็งมา 2-3 คน ออกตัวก่อนว่าไม่ใช่คนที่มีความรู้มากมายในด้านนี้นะคะ แต่ถ้าคิดง่ายๆ มะเร็งคือเซลล์ตัวหนึ่งในตัวเรา คุณจะรักษาอย่างไรมันก็ไม่หายออกไปจากตัวคุณหรอก เพราะฉะนั้นคุณต้อง‘เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน’ แต่จะอยู่อย่างไรล่ะ ก็ไม่ให้อาหารมันสิ! ดูอย่างคนที่เราไม่ให้อาหารเขาจะตัวโตไหม เพราะฉะนั้นอาหารที่มะเร็งชอบก็คือไขมัน โปรตีนจากเนื้อแดง และน้ำตาลคุม 3 ตัวนี้ก่อน และต้องดูแลอาหารให้มีสารเคมีน้อยที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งกระตุ้นเซลล์มะเร็งคิดให้ง่ายนะ อย่าคิดให้ยาก พูดในทางการแพทย์เดี๋ยวงง ซึ่งดิฉันทำสิ่งนี้แล้วประสบผลสำเร็จกับเพื่อนที่ตัวเองช่วยแนะนำเมนูให้เขากิน มีบางคนที่หายแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้

อาหารจึงถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการต่อสู้กับโรคที่สำคัญเลยค่ะ

 

นพ.ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข (หมอตั้ม)

Food-Rabbit_Today-2,News Beat,Rabbit Today

ถ้าพูดถึงคำว่า ‘อาหารคือยา’ สำหรับผมจะหมายถึงอาหารที่กินเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรค

ประเด็นนี้เราพิจารณาได้ง่ายจากอาหารไทยเราที่มักจะมีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบอยู่เยอะ เมืองไทยเรามีสมุนไพรเป็นร้อยๆ อย่างที่มีคุณสมบัติกึ่งๆ เป็นยาหมดเลย พอมาผสมเป็นอาหารที่เราทานทุกวันๆ จึงเป็นอาหารที่ทำให้ร่างกายเราแข็งแรงและห่างไกลโรคมากขึ้นด้วย แต่แถบยุโรปหรืออเมริกาจะเน้นโปรตีนค่อนข้างเยอะ ซึ่งตัวโปรตีนเองก็มีผลการศึกษาวิจัยออกมาแล้วว่ามันสามารถเป็นสารก่อมะเร็งได้ถ้ารับประทานในปริมาณมาก 

คนเมืองในทุกวันนี้มีความเสี่ยงกับเรื่องอาหารมากมายครับ ในชีวิตประจำวันของเรามีฟาสต์ฟู้ดค่อนข้างเยอะ เพราะคนเมืองมีชีวิตที่เร่งรีบ ซึ่งฟาสต์ฟู้ดที่จัดเป็นจังก์ฟู้ดและเป็นตัวก่อโรคเลยก็เช่น เฟรนช์ฟรายส์ 

ผมมีการแหกกฎการรับประทานอาหารอยู่เหมือนกันนะ จริงๆ ค่อนข้างบ่อยเลยละ(หัวเราะ) แต่พยายามกำหนดไม่ให้ตัวเองทานของไม่มีประโยชน์เกินอาทิตย์ละ 1 วัน หรือ 1 มื้อ เพราะคิดว่าการแหกกฎคือการให้รางวัลตัวเองเพราะของมันๆ มันก็อร่อยนะ (ยิ้ม)

 

ถ้าข้ามไปสู่ไลฟ์สไตล์สายสุขภาพได้ มันจะกลายเป็นเรื่องปกติของเราไปเอง

ตัวผมชอบกินเบคอนมาก ซึ่งผมรู้เลยว่าถ้ากินทุกวันแย่แน่นอน ผมเลยจะมีมื้อโกงหรือ Cheat Meal กำหนดไว้ เช่น เฉพาะเช้าวันอาทิตย์ แต่ผมจะมีวิธีการจัดการต่อคือการออกกำลังกาย เล่นเวทเทรนนิ่งสัปดาห์ละ 3 วัน ที่เหลือจะแบ่งเวลาไปคาร์ดิโอ

ผมอยากบอกว่าการกินเป็นไลฟ์สไตล์ การที่เราจะหลุดออกมาจากไลฟ์สไตล์เดิมมันยากผมเข้าใจเพราะเคยเป็นมาก่อน ผมเคยหนัก 100 กว่ากิโลกรัม ตอนมัธยมผมหนักเกือบ 110 กิโลกรัม ตอนนั้นยอมรับเลยว่ามีไลฟ์สไตล์ที่กินแต่ของอ้วนตลอด

สมัยผมเรียนเซนต์คาเบรียล แค่ข้ามถนนไปก็เจอร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแล้ว มันง่ายและอร่อย เลยข้ามไปกินทุกวัน ช่วงนั้นออกกำลังกายน้อยด้วย สุดท้ายก็คิดได้ว่าร่างกายเราทรุดโทรมไม่มีแรง เลยตัดสินใจเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตัวเอง ซึ่งผมยอมรับว่าช่วงเปลี่ยนมันยากมาก แต่หลังจากที่ข้ามผ่านไปสู่ไลฟ์สไตล์สายสุขภาพได้ มันจะกลายเป็นเรื่องปกติของเราไปเอง

 

อาริยะ คำภิโล (กล้อง โจนส์ สลัด)

Food-Rabbit_Today-4,News Beat,Rabbit Today

ผมมองว่าอาหารคือสิ่งที่ทำให้คนเราไม่ต้องกินยา ถึงแม้เวลาป่วยจะก็ต้องกินยา แต่ถ้าเรากินอาหารที่ดี โอกาสในการเจ็บป่วยจะน้อยลงหรือไม่ป่วยเลย และถ้าพูดถึงคนอยากลดน้ำหนัก คนจำนวนมากรู้แหละครับว่ากินอะไรแล้วดีหรือไม่ดี แต่สุดท้ายคือกินไม่ได้เพราะไม่ชิน รสชาติไม่อร่อย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคญั มากที่ทำให้คนหนึ่งคนจะลดน้ำหนัก หรือฟิตหุ่นได้สำเร็จหรือไม่ บางคนที่ป่วย หมอห้ามกินโน่นนี่นั่น แต่ก็ห้ามไม่ได้เพราะปัจจัยเรื่องรสชาติและความเคยชิน

นี่คือโจทย์ที่ผมคิดก่อนจะเปิดร้าน ‘Jones Salad’ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นร้านที่ขายแต่สลัดอย่างเดียวในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่มาก บวกกับเทรนด์เรื่องสุขภาพยังไม่คึกคักเหมือนตอนนี้ รวมถึงเราได้ข้อมูลจากการสำรวจว่าคนไทยกินผักกันน้อย ไม่เพียงพอตามปริมาณที่องค์การอนามัยโลกกำหนดต่อวัน คือควรทานผักวันละ 400 กรัม

เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนหันมากินผักมากขึ้น และกินผักในรสชาติที่เขาคุ้นเคยได้ด้วย จึงคิดค้นทำน้ำสลัดที่มีรสชาติที่คนไทยคุ้นลิ้น และมีสารอาหารครบถ้วน เช่น น้ำซีฟู้ด น้ำกะเพรา หรือน้ำต้มยำ ผมบอกได้เลยว่าการทานสลัดทุกวันไม่มีโทษ แต่ไม่ใช่ทานทุกมื้อ อาจทานเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น เท่านี้ก็ทำให้เรามีสุขภาพดีและแฮปปี้มากๆ ครับ

 

ความสำคัญของเรื่องอาหารกับสุขภาพไม่ได้อยู่ที่ห้ามกินอะไรบ้าง แต่อยู่ที่การกินสิ่งนั้นจนติดเป็นนิสัย เช่นต้องดื่มน้ำอัดลมร่วมกับอาหารทุกมื้อ อันนี้เป็นรื่องไม่ดี

และจะว่าไปแล้ว อาหารทุกอย่างกินได้หมด อย่างน้ำอัดลมผมก็ดื่มนานๆ ครั้งหมูกรอบกินได้ ความสำคัญของเรื่องอาหารกับสุขภาพไม่ได้อยู่ที่ห้ามกินอะไรบ้าง แต่อยู่ที่การกินสิ่งนั้นจนติดเป็นนิสัยต่างหาก เช่น ต้องดื่มน้ำอัดลมร่วมกับอาหารทุกมื้อ อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นการกินทุเรียนในหน้าทุเรียนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะกินนานๆ ครั้ง แต่เมื่อเรากินไปแล้วควรรู้ไว้ในใจว่ามื้อถัดไปควรลดปริมาณแป้งลง เพราะเราได้รับปริมาณแป้งจากทุเรียนมาเยอะแล้ว เช่นอาจจะลดปริมาณข้าวลง หรือเปลี่ยนไปกินสลัดเลย

การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือการเดินทางสายกลาง และเราต้องรู้เรื่องของสารอาหารจริงๆ ด้วย เพียงเท่านี้ก็จะสามารถปรับแต่งและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ครับ