เรื่องเด่น

‘Lukas Graham’ ศิลปินระดับโลก ผู้ใช้พลังบวกและหลักธรรมะเปลี่ยนชีวิต

Published 9 ต.ค. 2019

By ทิยานันท์ สุทธินนท์ / ตติยา แก้วจันทร์

‘Lukas Graham’ ศิลปินระดับโลก ผู้ใช้พลังบวกและหลักธรรมะเปลี่ยนชีวิต

ศิลปินระดับโลกชาวสวีเดน ‘ลูคัส แกรห์ม’ (Lukas Graham) เจ้าของเพลงดัง ‘7 Years’ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ ประจำปี 2017 เดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นอกจากโปรโมตอัลบั้มชุดใหม่ ‘3 (The Purple Album)’ ที่มีเพลงฮิตอย่าง ‘Love Someone’ แล้ว เขายังไปออกรายการ I Can See Your Voice และเดินเล่นกินแมลงทอดข้างทาง จนแฟนๆ ชาวไทยฮือฮากับการปรากฎตัวอย่างเป็นกันเองในครั้งนั้น 

ลูคัสกลับมาอีกครั้งเพื่อเล่นคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย ‘Singha Corporation Presents Lukas Graham Live in Bangkok 2019’ ณ GMM Live House เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการปล่อยซิงเกิลล่าสุด ‘Lie’ ให้ได้ฟังกัน โดยถ่ายทอดมุมมองชีวิตผ่านน้ำเสียงและเมโลดี้ดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ 

ก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้น ทางค่าย Warner Music Thailand ได้ชวน Rabbit Today มาร่วมพูดคุยแบบใกล้ชิดและเป็นกันเองกับศิลปินหนุ่มชื่อดังคนนี้ เราสัมผัสได้ว่าเขาคือศิลปินคุณภาพที่เปี่ยมด้วยพลังบวก และพร้อมจะส่งมอบสิ่งดีๆ ไปยังผู้อื่นอย่างจริงใจ 

นอกจากนี้ ลูคัสยังเป็นคนรักการเรียนรู้ เปิดใจศึกษาหลักคำสอนของทุกศาสนา ที่สำคัญยังนำหลักธรรมะมาปรับใช้กับชีวิตและการทำงานอีกด้วย

อาชีพศิลปินสร้างความเครียดอย่างมากให้กับร่างกาย แต่ผมไม่อยากจะหันไปดื่มเหล้าหรือใช้ยาเสพติดเพื่อบรรเทาให้ความเครียดหายไป เพราะผมอยากสัมผัสรสชาติของชีวิต โดยเฉพาะการได้ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ทำให้ผมใจเย็นขึ้นมาก

Lukas Graham

Q: คุณเดินทางมายังประเทศไทยเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว อะไรคือความทรงจำที่ประทับใจที่สุด

A: ผมมาประเทศไทย 3 ครั้งแล้วครับ แต่นี่คือการมาเยือนกรุงเทพฯ เป็นครั้งที่ 2 ผมมีเพื่อนที่เป็นเหมือนพี่ชายคนโต อายุผมมากกว่า 20 ปี เขาอาศัยอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ มาหลายปีแล้ว ความทรงจำของการมาประเทศไทยคือการที่ผมได้มาพบหน้าแดเนียล (เพื่อนที่เชียงใหม่) ได้เจอภรรยาและลูกๆ ทั้ง 2 คนของเขา เหมือนได้มาเจอครอบครัวที่อยู่ไกลกันน่ะ รอบที่แล้วที่มากรุงเทพฯ มีเวลาน้อยมากเลยไม่ค่อยได้ไปไหน แต่มารอบนี้มีเวลาเยอะขึ้น ผมได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองมากขึ้นครับ ส่วนความทรงจำที่ดีที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทยสำหรับผมก็คงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาหาร ผมเป็นนักกินตัวยงเลย

สัมภาษณ์ Lukas Graham

Q: เล่าที่มาของเพลง ‘Lie’ ซิงเกิลล่าสุดให้ฟังหน่อย

A: 'Lie' เป็นเพลงที่ค่อนข้างแปลกหน่อยนะ เพราะเขียนถึงประสบการณ์ในอดีต อย่างเพลง '7 Years' นั้นเกี่ยวกับการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ แต่เพลง 'Lie' เล่าถึงช่วงชีวิตวัยรุ่นตอนปลายถึงอายุ 20 ต้นๆ ยังไม่เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ ไม่ใช่เฉพาะความสัมพันธ์แบบรักโรแมนติกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องครอบครัวและมิตรภาพด้วย 

บางครั้งคนเราก็โกหกตัวเองและคนอื่นเพื่อให้สถานการณ์บางอย่างง่ายขึ้น ผมอาจจะพูดโกหกเพื่อให้คุณมีความสุข หรือโกหกตัวเองเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจมากขึ้น แต่ทุกการโกหกสร้างผลกระทบด้านลบ เหมือนการโยนหินลงน้ำนั่นแหละ เมื่อคลื่นกระเพื่อมไปกระทบฝั่ง คนอื่นก็จะรู้ว่าคนพูดโกหก มันจะทำให้รู้สึกแย่ต่อกันนะครับ ผมรู้ว่าหากผมโกหกตัวเอง ผมก็จะโกหกคนอื่นด้วย ผมได้เรียนรู้เรื่องเล่านี้ผ่านเหตุการณ์สูญเสียคุณพ่อ การมีลูก และการเติบโตขึ้นเป็นพ่อคน ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากตัวเรานี่แหละ

ขอบคุณคลิปจาก Lukas Graham

Q: คุยกันถึงอัลบั้ม ‘3 (The Purple Album)’ อะไรคือแรงบันดาลใจและเรื่องราวเบื้องหลังอัลบั้มนี้

A: แรงบันดาลใจที่ผมใช้มาโดยตลอดคือ เรื่องราวชีวิต ครอบครัว และการได้ใช้ชีวิตสนุกกับเพื่อนๆ ผมเขียนเพลงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของคุณพ่อและความรู้สึกสูญเสียเมื่อท่านจากไป เขียนก็เพลงรักถึงลูกสาวและภรรยา เพราะผมรักชีวิตของผมตอนนี้มากๆ แต่ผมก็กลัวการสูญเสียทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างขึ้นมา 

ผมเคยอาศัยอยู่ในบ้านที่ไม่มีห้องน้ำและห้องนอนจนกระทั่งอายุ 6 ขวบ หลังจากที่พ่อเสียชีวิต ผมก็กลายเป็นเสาหลักของบ้าน เพราะฉะนั้นเพลงในอัลบั้มชุดนี้คือสิ่งที่สะท้อนความคิดของผมเอง ผมรู้ว่าหากผมทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ไม่ดี ภรรยาอาจทิ้งผมไป หรือลูกสาวอาจไม่อยากพบหน้าผม สุดท้ายแล้วผมอาจต้องสูญเสียพวกเขาไป ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย เพลงทั้งหมดจึงเกี่ยวกับการเป็นผู้ใหญ่ การเรียนรู้บทเรียนต่างๆ ในชีวิต สอนให้เรามีรอยยิ้มมากกว่าคราบน้ำตา (ยิ้ม) 

สัมภาษณ์ Lukas Graham

Q: เราได้ชมคลิปวิดีโอหนึ่งบนอินเตอร์เน็ต แฟนเพลงของคุณเลือกใช้เพลง ‘Love Someone’ ในการขอแฟนสาวแต่งงานในคอนเสิร์ตของคุณ รู้สึกอย่างไรที่เพลงนี้มีอิทธิพลต่อแฟนๆ มาก

A: เป็นเรื่องแปลกและน่ากลัวอยู่นิดหน่อยเหมือนกันนะครับ เคยมีคนไปสักเนื้อเพลงของผมบนตัวพวกเขาด้วย ทั้งที่ผมเองไม่มีรอยสัก แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านเรื่องอะไรพวกนี้นะ มีคนใช้เพลงของผมไปขอแฟนแต่งงาน รู้สึกแปลกๆ นะ แต่มันเหมือนกับผมได้รับการเคารพอย่างยิ่งใหญ่จากแฟนๆ 

มีนักเทนนิสหญิงชาวสวีเดนคนหนึ่ง ‘Caroline Wozniacki’ เธอแต่งงานเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา สามีของเธอโทรมาหาผม ถามว่าจะต้องจ่ายเท่าไรเพื่อให้ผมไปร้องเพลง ‘Love Someone’ ในงานแต่งงานของเขา ผมเลยบอกว่า “เฮ้ยเพื่อน! ผมจะไปเซอร์ไพรส์ให้เลย” เจ้าสาวไม่รู้มาก่อน พอผมเดินขึ้นบนเวที เธอร้องไห้ออกมาเลย 

เมื่อคุณได้เห็นรีแอ็คชั่นของพวกเขา ผมรู้แล้วว่าได้เลือกทำในสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง ผมอาจจะไปเป็นเชฟหรือเป็นตำรวจอะไรทำนองนั้น ผมเรียนกฎหมายและได้ทำงานเพลง ผมได้รู้ว่าการร้องเพลงและเขียนเรื่องราวเหล่านี้ มันได้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ เพราะเพลงสามารถเยียวยาผู้คนได้ เมื่อผมร้องเพลงบนเวทีเกี่ยวกับการสูญเสียคุณพ่อ เพลงเกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ ผู้คนสามารถเชื่อมโยงกับเนื้อเพลงและเมโลดี้ ไม่ว่าจะได้ฟังในคอนเสิร์ตหรือที่บ้านก็ตาม พวกเขามีอิสระที่จะรู้สึกอะไรก็ได้

ขอบคุณคลิปจาก Lukas Graham

หัวใจคนเรายังสามารถแตกสลายได้อีกเป็นพันครั้ง ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่

Lukas Graham

Q: หากมีแฟนเพลงสักคนอกหัก แล้วเดินร้องไห้เข้ามาหาคุณ จะปลอบใจเขาว่าอย่างไร

A: ‘หัวใจถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแตกสลาย’ ถ้าจะรักใคร เราควรมองหาคนที่ควรค่าแก่ความรักของเรา หากใครสักคนเดินออกไปจากชีวิตคุณ ปล่อยให้เขาจากไปเถอะ เพราะในวันหนึ่งเขาจะรู้สึกเสียดายที่เลือกเดินจากไปเอง ผมคิดว่าผู้คนในยุคนี้มัวแต่วิ่งไล่ตามอะไรหลายๆ อย่าง แต่ผมได้เรียนรู้ว่าการยอมอยู่กับที่บ้าง ก็อาจได้รับอะไรมากกว่า เพราะหากมีเรื่องดีๆ เข้ามาหาผม แล้วผมไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วล่ะ 

ตอนที่คุณพ่อเสียชีวิต และต่อมาผมก็อยู่ในบทบาทพ่อเองบ้าง ผมถึงได้รู้ว่าหัวใจของผมยังไม่แตกสลายจริงๆ หรอก  หัวใจคนเรายังสามารถแตกสลายได้อีกเป็นพันครั้ง ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่  ถ้าผมโชคดีนะ แต่ลองนึกถึงคนที่เกิดมาแล้วไม่เคยรู้สึกอกหักเลยสิ พวกที่ไม่กล้าที่จะรัก และไม่กล้าที่จะเสี่ยงที่พูดมาคือผมอ่านเจอในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าน่ะ 

Q: คิดอย่างไรกับคำกล่าวที่ว่า ‘ศิลปินมักประสบปัญหาทางจิตใจ’ 

A: ผมรักการเรียนรู้ครับ ผมอ่านหนังสือเยอะมาก ทั้งไบเบิ้ล โทราห์ และอัลกุรอาน ภควัทคีตา คัมภีร์ของศาสนาฮินดู ผมอ่านพุทธประวัติและหลักคำสอนของพระดังๆ หลายรูป เพราะอาชีพศิลปินค่อนข้างแปลก มันสร้างความเครียดอย่างมากให้กับร่างกาย ผมจึงต้องหาวิธีที่ทำให้ความคิดปลอดโปร่ง ผมไม่อยากจะเป็นเหมือนศิลปินหลายๆ คนที่ผมได้เจอมา ผมไม่อยากจะหันไปดื่มเหล้าหรือใช้ยาเสพติดเพื่อบรรเทาให้ความเครียดหายไป เพราะผมอยากสัมผัสรสชาติของชีวิต 

โดยเฉพาะการได้ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ทำให้ผมใจเย็นขึ้นมาก เพราะทุกสิ่งที่คุณต้องประสบพบเจอในโลกนี้ คุณสามารถเรียนรู้ได้ว่าหากคุณพูดเรื่องแย่ๆ ต่อผม อย่าลืมว่ามันออกมาจากปากคุณเอง ไม่ใช่จากปากผม แสดงว่าคุณต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างแล้วล่ะ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมที่จะต้องไปแก้ไขด้วย เป็นเรื่องของคุณต่างหาก ผมชอบแนวคิดที่ว่าเราต้องรับผิดชอบต่อความสุขของตัวเอง เข้าใจความเจ็บปวด และความรู้สึกแย่ๆ ด้วยตัวเองเช่นกัน

สัมภาษณ์ Lukas Graham

Q: เพลง ‘7 Years’ แม้จะปล่อยออกมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ยังคงเป็นเพลงที่โด่งดังมากๆ แถมมียอดวิวเกือบ 1 พันล้านวิว

A: ตัวเลขไม่สำคัญ มันเป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่เวลาที่ผมได้เจอแฟนเพลงที่ชอบเพลงนี้ ผมรู้สึกประทับใจมาก เหมือนการที่ผมได้ขว้างบางสิ่งออกไป หลังจากนั้นผมได้เจอคนที่นำมันมาคืนให้ผม เป็นเรื่องที่ทำให้ผมค่อนข้างซาบซึ้งครับ เมื่อได้รู้ว่าเพลงเกี่ยวกับความรู้สึกของผมสามารถช่วยคนอื่นได้เหมือนกัน

Q: เป้าหมายในปี 2019 ของ ‘ลูคัส แกรห์ม’ คืออะไร

A: ปีนี้ผมเขียนเพลงไว้ประมาณ 40 เพลงเลยครับ เป้าหมายของผมคือจะปล่อยผลงานเพลงออกมาให้ฟังกันมากขึ้น ที่ผ่านมาผมปล่อยอัลบั้มในทุกๆ 2-3 ปี แต่ตอนนี้ตลาดเพลงมันเปลี่ยนไปแล้ว นอกจากนี้ผมยังตั้งใจจะเป็นพ่อที่ดีให้ลูกและจะไม่พยายามฝันอะไรที่ใหญ่โตเกินความจำเป็น บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงต้องการทำให้ทุกอย่างใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ผมพยายามหาทางสายกลางที่จะได้ทำในสิ่งที่ชอบโดยไม่จำเป็นต้องทะเยอทะยานเกินตัวครับ

สามารถฟังและดาวน์โหลดเพลงของ Lukas Graham ได้ผ่านสตรีมมิ่งทุกช่องทาง และชม MV เพลง ‘Lie’ ผ่านแชนแนล Youtube: Lukas Graham หรือติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินผ่านเฟซบุ๊ก Facebook: Lukas Graham