เรื่องเด่น

ฉายหนังชีวิต...ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

Published 11 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Ma-Deaw-Chookiat-Sakveerakul-scoops-Rabbit-Today-banner

‘แซ่บแบบมีสไตล์’ คือนิยามของผู้กำกับฯ คนนี้ เป็นเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว ที่ ‘มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล’  ฝากฝีมือการกำกับภาพยนตร์มาหลายต่อหลายเรื่อง

ให้เล่าความแบบง่ายๆ ผลงานของเขาผ่านมาทั้งเสียงปรบมือ รายได้ หรือกล่องรางวัล ทว่าในมุมกลับกัน เขาก็เคยได้รับเสียงก่นด่ามาไม่น้อย ไม่ว่าจะอย่างไร มะเดี่ยวยังเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานในสไตล์ของตัวเองจนกระทั่ง ‘มีลายเซ็นส่วนตัว’ 

แต่อย่างที่ทราบกันดี แวดวงหนังไทยในวันนี้ ไม่ใช่ใครจะประสบความสำเร็จกันได้ง่ายๆ Rabbit Today จึงตามไปพูดคุยกับเขาถึงสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ พร้อมเรื่องราวที่กำลังดำเนินต่อไป 

ฉายหนังชีวิต...ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล,สกู๊ป,Rabbit Today

ได้เวลา ‘ฉายหนังชีวิต’ ของเขา นับจากบรรทัดนี้...

“หนังเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตของผมเหรอ คงเป็นเรื่องรักแห่งสยาม” มะเดี่ยวเริ่มต้นตอบคำถามถึงผลงานที่ผ่านมาของเขา “สาเหตุหนึ่งเพราะตอนนั้นไม่มีใครเชื่อเรื่องคอนเท้นต์เกย์ พอทุกคนได้ฟังก็ปฏิเสธหมด ยกเว้นเสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) เจ้าของค่ายหนังสหมงคล ที่ตัดสินใจให้เราทำ

“ถ้าถามความรู้สึกเรากับงานชิ้นนั้น มันคือความเชื่อ เราเชื่ออย่างแรงกล้าว่าต้องทำได้ และเราไม่ยอมแพ้ ซึ่งผลสุดท้ายมันก็ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น” ผู้กำกับฯ หนุ่ม เล่าพลางยิ้มอารมณ์ดี

หนังเรื่องรักแห่งสยาม กลายเป็นหนังที่สร้างชื่อเสียง พร้อมกับแจ้งเกิดผู้กำกับฯ หน้าใหม่ที่ชื่อ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ในคราวเดียวกัน หลังจากนั้นผลงานต่างๆ ในฐานะผู้กับภาพยนตร์ก็ตามมาอีกมากมาย อาทิ 13 เกมสยอง, คน ผี ปีศาจ และ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ

ฉายหนังชีวิต...ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล,สกู๊ป,Rabbit Today

“ความยากที่สุดของการทำหนัง คือตอนเริ่มต้นที่จะทำนี่แหละ (หัวเราะ) เพราะต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่เราทำไป เราขายฝันล้วนๆ เราขายสิ่งที่อยู่บนกระดาษ เราขายไอเดีย และไอเดียนี่แหละที่ไปแลกเงินมาเป็นสิบๆ ล้านเลย (หัวเราะ) เราจะทำอย่างไรให้ตัวเองมีเครดิตพอที่จะทำให้เขาเชื่อที่จะมาลงทุนทำหนังกับเรา ซึ่งถ้างานของเราเคยประสบความสำเร็จในแง่ใดแง่หนึ่งมาแล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น”

คลุกคลีจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับศาสตร์ภาพยนตร์มานับสิบปี ผู้กำกับฯ คนเก่งบอกว่า นอกจากความรักความชอบแล้ว การจะเป็นผู้กำกับฯ ที่ดี ยังต้องเข้าใจในพื้นฐานในการทำงานให้มากอีกด้วย

“ผู้กำกับต้องเป็นคนที่รู้มากกว่าคนอื่น เพราะภาพยนตร์เป็นศาสตร์ที่ใช้ศิลปะหลายๆ แขนงมารวมกัน คุณต้องเข้าใจและรู้ว่าศิลปะพวกนั้นจะมาช่วยคุณเล่าเรื่องได้อย่างไร ผู้กำกับฯ ต้องเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี เพียงแต่คุณต้องใช้ศาสตร์ของภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องของคุณ คุณต้องรู้เทคนิคทางภาพยนตร์ที่ทำให้คนหัวเราะ ร้องไห้ ดีใจ เสียใจ ในสิ่งที่เราถ่ายทอดออกไป

“แต่ทั้งหมดทั้งมวล เราก็ไม่สามารถทำงานได้เพียงคนเดียว ผู้กำกับฯ จึงเป็นเหมือนแม่ทัพ ที่รวบรวมคนอื่นๆ ให้มาช่วยกันทำงาน แน่นอนว่า ผู้กำกับฯ ก็ต้องเป็นนักบริหารจัดการงานที่ดีด้วยในคราวเดียวกัน”

ฉายหนังชีวิต...ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล,สกู๊ป,Rabbit Today

เพราะแจ้งเกิดจากภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศที่ 3 จึงทำให้ภาพของมะเดี่ยวถูกพะยี่ห้อว่าเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แนวเพศที่ 3 ไปโดยปริยาย

“อาจเป็นเพราะว่าเราทำให้ความเป็น LGBT กลายเป็นเรื่องธรรมดาด้วยละ” ผู้กำกับฯ คนเก่งว่า “แต่เราไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นจุดขาย เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณเอา LGBT มาเป็นจุดขาย โอเค มันอาจจะได้แฟนกลุ่มหนึ่ง แต่งานนั้นก็จะอยู่ไม่ได้นาน มันจะเป็นแค่แฟชั่นฉาบฉวยไป สำหรับเรื่องรักแห่งสยามที่ทำในตอนนั้น เรามองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นทางสังคมในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เราไม่ได้ไปยึดติดว่า เมื่อมันสำเร็จแล้วต้องต่อยอดอะไรไปมากมายขนาดนั้น”

ในรอบเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า บรรยากาศในแวดวงหนังไทยค่อนข้างซบเซา เป็นเหตุให้ผู้กำกับฯ คนนี้ผันตัวเองมาสู่แวดวงโทรทัศน์มากขึ้น

“เราคิดว่าหนังไปไม่รอดแล้ว พูดตรงๆ เลย เพราะเราไม่สามารถไปบอกกับพวกน้องๆ ที่มหาวิทยาลัยได้แล้วว่า มาทำหนังกับพี่เถอะ แล้วจะรวย แต่ก็อาจจะไม่รอดแค่ช่วงนี้ เพราะของทุกอย่างมันมีวงรอบของมัน วันหนึ่งก็อาจจะกลับมาก็ได้

“ตอนนี้เราจึงหันมาโฟกัสงานทางทีวีมากขึ้น แต่ก็กำลังศึกษาความสนใจของคนดูทีวีอยู่เช่นกัน หลายปีก่อนคนนิยมละครคอเมดี้ หลังจากนั้นละครประเภทเพลิงๆ ไฟๆ ก็ค่อยๆ มา คนดูอยากจะดูเพื่อตบตัวร้าย (หัวเราะ) วงรอบต่อมาก็จะมีละครแบบผู้กองยอดรักโด่งดังขึ้น ผ่านไปไม่นานก็จะเป็นพวกพิศวาส หรือละครที่มีความเข้มข้นจริงจัง ล่าสุดมาถึงวงรอบแบบละครบุพเพสันนิวาสที่โด่งดังมาก เหล่านี้เป็นความท้าทายทต่อการตัดสินใจจะเลือกทำละครสักเรื่องขึ้นมา”

ชีวิตในวันนี้ นอกจากเรื่องงาน มะเดี่ยวบอกว่า การได้ดูแลคนที่รักรอบตัว คือภารกิจสำคัญที่สร้างความสุขให้กับเขามากที่สุด

ฉายหนังชีวิต...ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล,สกู๊ป,Rabbit Today

“อายุ 37 จะ 40 แล้ว จะเอาเวลาไปรักสนุกแบบเมื่อก่อน มันดูเสียเวลา แต่ถ้าย้อนไปเมื่อตอนวัยรุ่นนี่เต็มที่มาก ชื่อมะเดี่ยวนี่ดังสุดในย่านเอกมัย ทองหล่อ รอดพ้นมาได้ถือว่าบุญแล้ว (หัวเราะ)

“ทุกวันนี้พอมีวิกฤตแฟนเป็นมะเร็ง ทำให้เราหยุดหลายสิ่ง เพราะโรคนี้ต้องอยู่ด้วยการใช้กำลังใจ เพราะเราเคยเจอตอนคุณพ่อเสียด้วยโรคนี้มาก่อน ซึ่งแต่ก่อนเป็นคนต้องทุ่มเทให้งาน อะไรก็ได้ให้งานดี งานเสร็จ งานตรงเวลา แต่พอถึงจุดนี้งานบางงานต้องให้คนอื่นมาทำแทน จนแฟนบอกว่าไม่ต้องทำอะไรขนาดนี้ก็ได้ เขารู้สึกว่า คุณต้องไปข้างหน้าสิ แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขาต้องทำคีโมรอบที่ 5 ที่ 6 ซึ่งจะเจ็บปวดมาก เราก็ทิ้งทุกอย่างเลย รับเฉพาะงานที่ควบคุมได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว มองย้อนกลับไป แรงจูงใจทั้งหลายที่ผลักดันเรา มันคือความรักทั้งนั้น”

เส้นทางชีวิตยังอีกยาวไกล เปรียบเป็นภาพยนตร์สักเรื่อง ตอนจบของเรื่องคงยังรอผู้ชายคนนี้อยู่อีกนาน แต่ไม่ว่าเรื่องราวจะพลิกโผนโจนทะยานสักแค่ไหน เขาขอให้ทุกฉากของชีวิตอุดมไปด้วยความสุข เท่านั้นก็เพียงพอ

“ทุกวันนี้มีอยู่ มีกิน ไม่ได้ร่ำรวย แต่เราก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ เราจะบอกกับน้องๆ คนใกล้ตัวเสมอ คุณหาความสุขของตัวเองเจอหรือยัง มันก็จริงที่เงินเป็นค่าเริ่มต้นของทุกอย่างในชีวิต แต่ความสุขก็เป็นเรื่องสำคัญ

“คุณต้องรู้ว่าความสุขของคุณอยู่ตรงไหน คุณต้องหามันให้เจอ แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำ เพื่อสนับสนุนสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขต่อไป”