เรื่องเด่น

‘เมย์ เอ๋ โอ๋’ ตัวแม่มาแล้ว

Published 26 มิ.ย. 2019

By Rabbit Today

‘เมย์ เอ๋ โอ๋’ ตัวแม่มาแล้ว

ไม่ใช่ใครอื่น ‘ตัวแม่’ ที่ว่า…เราหมายถึง เมย์-ปทิดา กำเนิดพลอย, เอ๋-พรทิพย์ สกิดใจ และโอ๋-ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ สามดาราสาวแซ่บ ที่วันนี้ความแซ่บยังคงอยู่ แต่บทบาทเปลี่ยนไป จากนางร้ายหน้าจอ ปัจจุบันพวกเธอมีสถานะเป็น ‘คุณแม่’ และ ‘ตัวแม่’ ของวงการบันเทิง

ยืนยันจากทุกเช้าวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 10.30-11.00 น. หากคุณเปิดช่อง PPTV HD 36 ดู จะได้เห็นทั้งสามสาวตัวแม่จัดรายการ ‘เมย์ เอ๋ โอ๋ Mama’s Talk’ ที่พวกเธอตั้งใจคัดสรรสาระข่าว-สารพันความรู้และบันเทิงมาบอกเล่าเก้าสิบ เหมือนเพื่อนสนิทมาจับเข่าเม้าธ์มอย ชวนคุณคุยแบบเป็นกันเอง

สายวันหนึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เรามีโอกาสนัดเจอกับพวกเธอหลังจัดรายการเสร็จ แน่นอนครับ, ที่คาดหวังคือความสนุกสนานเฮฮา แต่ที่ตะลึงยิ่งกว่าคือความแซ่บของแม่ๆ ที่เวลาไม่สามารถทำร้าย พรากความสวยและสดใสของ ‘เมย์ เอ๋ โอ๋’ ไปเลยแม้เพียงนิดเดียว

เมย์-ปทิดา กำเนิดพลอย,Rabbit Today

Q: ทั้ง 3 คน ‘เมย์ เอ๋ โอ๋’ มารวมตัวกันจัดรายการโทรทัศน์ได้อย่างไร

โอ๋: ผู้จัดฯ จ้างค่ะ (หัวเราะสนุก) พี่ใหม่-ณัฐฐา ลอยด์ เรียกพวกเรา 3 คนให้มารวมตัว ในคอนเซ็ปต์ 3 แม่ เขาเรียกเราว่า ‘ตัวแม่’ ซึ่งตัวแม่ในที่นี้คือตัวแม่ที่เป็น ‘แม่’ จริงๆ ด้วย และยังเป็นตัวแม่ของวงการ ที่สามารถจะเล่าเรื่องราว หรือมีเรื่องอะไรที่สอดแทรกเข้าไปได้ในความเป็นตัวแม่

Q: ถ้าไม่ได้เป็นแม่คน ก็ไม่ได้จัดรายการนี้ละหรือ 

เมย์: แค่บังเอิญว่าเราเป็นแม่มากกว่า แต่จริงๆ เขาอยากเน้นความเป็นตัวแม่ที่มีความรอบรู้ในทุกด้าน ทุกเรื่อง เราสามารถจะเอามาเม้าธ์ให้คุณผู้ชมได้รู้ใน ‘มาม่าส์ ทอล์ค’ ของเรานี่ละ มาม่าส์ ทอล์ค คือตัวแม่มาพูดคุยให้ทุกคนได้ชมกัน

เอ๋: จริงๆ ก็เป็นเรื่องของอายุด้วยละนะคะ (เสริมเสียงเบาๆ)

เมย์: แต่ผลพลอยได้คือเป็นคุณแม่ด้วยไง ก็เลยโอเค

เอ๋: ใช่ค่ะ พวกเราเลยมารวมตัวกัน อย่างเอ๋ไม่เคยทำงานร่วมกับพี่เมย์ พี่โอ๋ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอกัน

Q: หลังตกปากรับคำและได้มาร่วมงาน ทั้ง 3 คน ถือว่าเข้าขากันดีไหมครับ

เอ๋: ก็เข้าขาเนอะ (หันไปทางอีก 2 สาว ขอเสียงสนับสนุน) ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ไม่ทะเลาะกันด้วย ไม่ตีกันเลย แล้วก็มีส่งมุกอะไรกันด้วย พวกพี่ๆ เขาจะช่วย อย่างบางทีเราเอ๋อๆ อย่างเนี้ย พี่โอ๋ก็จะช่วยเสริมในสิ่งที่บางข้อมูลเราพลาด อ่านไม่ครบหรืออะไรทำนองนี้

Q: คอนเซ็ปต์ของรายการ ‘เมย์ เอ๋ โอ๋ Mama’s Talk’ คือเอาข่าวสารดารา บันเทิง มาคุย รวมถึงสาระประโยชน์ต่างๆ ใช่หรือไม่

เมย์: มีหมดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงข่าวบันเทิง ช่วงเคล็ดลับน่ารู้ เรื่องแปลกรอบโลก ความสวยความงาม เคล็ดลับ…คือมีหมด เรื่องราวดีๆ ทุกอย่าง เราจัดให้ทุกเรื่องเลย

เอ๋-พรทิพย์ สกิดใจ,Rabbit Today

Q: การทำรายการเช้า แถมยังเป็นรายการสด ทำให้กระเทือนกิจวัตรความเป็นแม่ของทุกคนหรือไม่

เอ๋: กระเทือนไหม (ทวนคำถาม) กระเทือนไม่ได้เนอะ อย่างของเอ๋ เรื่องลูกจริงๆ แล้วเป็นหลัก เพราะเราไปรับ-ส่งลูกที่โรงเรียนตั้งแต่ต้น โชคดีที่รายการออกอากาศในช่วงเวลาที่สับหลีกกันพอดี ไปส่งลูกเสร็จแล้วก็มาทำรายการ พอรายการจบก็พอดีเหมาะเจาะไปรับลูกเลย

โอ๋: มันเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องไปส่งคุณลูกด้วยแหละ โรงเรียนลูกเข้าเรียน 7 โมง 40 นาที รายการเริ่ม 10.30 น. กองนัดแต่งหน้า 8 โมงเช้า ออกอากาศ 10.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาพอดีกับที่คุณแม่กลับมาดูหลังจากส่งลูกไปโรงเรียน  

Q: มีเพื่อนๆ คุณแม่ที่โรงเรียนพูดถึงรายการเราบ้างไหม 

เอ๋: อย่างเพื่อนเอ๋ก็มีนะ คือไปส่งลูกเสร็จแล้วบอกเดี๋ยวรีบกลับไปเจอกันหน้าจอทีวี จะไปดู เพราะเขาเป็นแม่บ้านเหมือนกัน และไม่มีรายการอื่นที่น่าสนใจเหมือนรายการเรา เขาถูกใจเพราะดูรายการเราแล้วครบทุกรส 

Q: ด้วยความที่เป็นรายการสด และทุกคนยังต้องทำหน้าที่ส่งลูกไปเรียนตอนเช้า เคยมีบ้างไหมที่เข้ารายการไม่ทัน หรือจวนเจียนมากๆ

เอ๋: มีเนอะ

โอ๋: อย่างโอ๋ถ้ามีนัดหรืองานกิจกรรมพิเศษที่โรงเรียนก็จะนัดแต่งหน้าตี 5 เพื่อไปส่งลูก ลูกแสดงเสร็จ 9 โมงเช้าก็รีบบึ่งมานี่เลย แค่มาทัชอัปหน้าก่อนเข้ารายการ

เมย์: ของโอ๋คือเขาตื่น แต่เมย์นี่ไม่ตื่นค่ะ ขอหยุดก่อนแล้วกันนะคะ แต่น้อยค่ะ ถ้าจำเป็นจริงๆ อย่างมีงานโรงเรียน ลูกต้องแสดง อาจจะมีลาหยุด แต่เต็มที่คือจะรีบวิ่งมาให้ทัน รีบแต่งหน้า บริหารเวลาให้ดี

โอ๋: แต่ถ้ามีไปเที่ยวกับครอบครัว โอ๋ก็หยุดนะ มีบ้างค่ะ เพราะรายการเราออกอากาศสดทุกวัน 

เอ๋: อย่างเอ๋ก็มีบ้างนิดหน่อย บางวันมาสาย บางทีตื่นสาย หรือลูกๆ เอ้อระเหย ก็จะมีสายบ้าง แต่ความที่ช่างแต่งหน้าเขาแต่งหน้าเราทุกวัน มีความเคยชิน ใช้เวลาแต่งหน้าแป๊บเดียวก็ทันเวลา

Q: หลังจากเป็นคุณแม่ ไลฟ์สไตล์ของทุกคนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยไหม

โอ๋: เปลี่ยน (ตอบทันที) จากไม่เคยต้องดูแลใคร ขนาดตัวเองยังไม่ดูแลเท่ากับดูแลลูกเลยค่ะ ต่อให้เป็นสามีก็เถอะ ช่วงชีวิตที่มีลูกคือช่วงชีวิตแห่งการดูแล ทุกๆ อย่างไปอยู่ที่ลูกหมด มันเลยเปลี่ยนตรงนี้แหละ เวลาส่วนตัวของเรากลายเป็นเวลาส่วนรวมของลูกทั้งหมด

โอ๋-ภัคจีรา วรรณสุทธิ์,Rabbit Today

Q: คือให้เวลาลูกเป็นหลัก

โอ๋: ใช่ค่ะ ให้ลูกเป็นหลักเลยแหละ

เมย์: เปลี่ยนไหม (ทวนคำถาม) เปลี่ยน คือเพิ่มขึ้น จากปกติเป็นคนชอบทำงานอยู่แล้ว นอกจากมีงานโน่นนี่นั่นที่เยอะอยู่แล้ว ลูกคืออีกอย่างหนึ่งที่เราไม่ละทิ้ง ของเมย์คือควบคู่เลย ลูกก็เต็มที่ งานก็เต็มที่ เหมือน 2 อย่างนี้ต้องบริหารไปพร้อมๆ กัน จึงเหนื่อยขึ้นอีก แต่รับไหวค่ะ มันมีความสุขนะที่เรามีลูก

เอ๋: มีความสุขค่ะ (สนับสนุน) อย่างเอ๋มีหลายลูกสักนิดหนึ่ง คือมีสองลูก…ถามว่าชีวิตเปลี่ยนไหม…เปลี่ยน แต่เราเต็มใจที่จะเปลี่ยน เพราะอยากเต็มที่กับเขา นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยวกับลูกให้มากที่สุด เดี๋ยวพอเขาโตก็ไม่เอาเราแล้วนะ 

โอ๋: จริง

เอ๋: จึงต้องเต็มที่หน่อย

Q: ทั้ง 3 คนเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง-ลูกสองกันแล้ว แต่ยังคงสวยเหมือนเดิม มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองอย่างไร

โอ๋: (ถอนหายใจทันทีเฮือกใหญ่ ตามด้วยเมย์และเอ๋ ที่ถอนหายใจตามมาติดๆ)

เอ๋: เอ๋เหนื่อยมาก เพราะว่าตอนท้องน้ำหนักขึ้นมา 20 กว่ากิโลฯ การที่เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ เรียกว่ากระหืดกระหอบ เหนื่อยมาก แต่ก็ต้องพยายามค่ะ เพราะเราเป็นคนที่รักสวยรักงาม ก็เลยพยายามทำให้เต็มที่ 

เมย์: ส่วนเมย์เป็นคนเรื่อยๆ แต่ว่าโชคดีมากกว่า เพราะเป็นคนไม่ได้ลดน้ำหนักแบบจริงจัง คือไม่ได้ทำอะไรเยอะ ไม่ออกกำลังกาย ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่หุ่นเรากลับมาเอง คือทำชีวิตปกติ กินเหมือนเดิม เรียกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยดีกว่า แต่หุ่นกลับมาได้ ด้วยอายุด้วยแหละ ไม่ได้เป็นสาวๆ เหมือนสมัยก่อน อายุเรา 40 กว่า แต่ก็อยู่ในบรรทัดฐานที่ออกไปสู่สายตาประชาชนแล้วไม่ได้ดูแย่ เพราะเราดูแลตัวเองมาตลอด กับสุขนิยม ทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข ทำงานเยอะด้วย เลี้ยงลูกด้วย…เหนื่อย สมมติถ้าต้องมาเครียดกับรูปร่างหรือร่างกายตัวเองอีก เดี๋ยวจะเครียดไปกันใหญ่ ก็เลยเอ็นจอยกับชีวิต ถึงบอกว่าเป็นความโชคดีที่น้ำหนักตัวลงมาเองโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเยอะ  

โอ๋: เหมือนกันค่ะ (แทรกขึ้นพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะสนุก) ถามโอ๋…ว่ารูปร่างเปลี่ยนไหม เมื่อก่อนโอ๋ผอม ก็คือเปลี่ยน แต่ความรู้สึกของตัวเองคือพอใจ โอ๋เป็นคนคิดบวก เพราะจริงๆ แล้วกินเก่งมาก ส่วนหนึ่งคือต้องโทษสามีด้วยนะ พอถึงเวลาอย่างวันศุกร์-วันเสาร์ เอาแล้ว เอ็นจอยอีตติ้งกัน ส่วนในเรื่องความสวยความงามนี่ก็มีพบแพทย์บ้าง

เมย์: แต่จะบอกว่าของคุณโอ๋นี่คือสมวัยไง ดูเป็นผู้หญิงปกติ หรือคุณแม่ทั่วไปก็จะเป็นแบบนี้ ไม่ได้ผอมอะไรขนาดนั้น

โอ๋: ไม่ได้ผอมเหมือนสมัยก่อน แต่ก็มีความสุขนะคะ พอใจในความสุขของตัวเอง

เมย์: โอ๋เขาเป็นคนดูแลหน้าเน้อ หน้าสวย ผิวสวย

โอ๋: ก็ยังต้องดูแลละนะคะ เพราะเรายังต้องใช้ในการทำงาน ต้องมีดูแลบ้าง

Q: สิ่งหนึ่งที่มองเห็นโอ๋มาโดยตลอด คือเป็นผู้หญิงที่มีความสุขตลอดเวลา ทำได้ยังไง

โอ๋: อย่างที่บอกละค่ะ โอ๋เป็นคนคิดบวก วันก่อนยังมานั่งคิดถึงตัวเองว่าชอบชีวิตนี้จังเลย ไม่ต้องดีไปกว่านี้ หรือไม่ต้องร่ำรวยกว่านี้ คือรู้สึกเลยว่าอยากอยู่อย่างนี้ คือถ้าไม่เคยลำบากมาก็อาจจะไม่ได้รู้สึกมีความสุขขนาดนี้ มันมีรสชาติของชีวิตจริงๆ ก่อนหน้านี้ไม่มีสามี ไม่มีลูก พอมีสามี มีลูก รู้สึกชีวิตเรามีรสชาติ ที่ผ่านมาเรามีความสุขจังเลย ไม่เคยจมอยู่กับความคิดที่ว่า โอย…วันนี้ฉันจะต้องไม่กินนะ ฉันจะต้องผอม ฉันอ้วนแล้วจะออกไปไหนไม่ได้ ประชาชนเห็นฉันหน้าโทรมไม่ได้ คือโอ๋ไม่เคยคิด อาจจะเป็นคนมองโลกแบบนี้ด้วยมั้งคะ ก็เลยรู้สึกว่าทำไมชีวิตตอนนี้มีความสุขจังเลย 

เมย์: ก็ฟังจากเสียงหัวเราะสิคะ

‘เมย์ เอ๋ โอ๋’ ตัวแม่มาแล้ว,Rabbit Today

Q: การเป็นผู้ประกาศกับนักแสดงใช้คนละทักษะ จำเป็นต้องปรับตัวเองอย่างไรบ้าง

เมย์: ปรับเยอะเหมือนกันนะ เพราะจริงๆ พวกเราก็ไม่ได้เป็นพิธีกรหรือผู้ประกาศที่เป็นเรื่องเป็นราว เอาอย่างนี้ดีกว่า ดูรายการ ‘เมย์ เอ๋ โอ๋ Mama’s Talk’  นี่คือเหมือนคุณมานั่งฟังเราคุยกัน มาแลกเปลี่ยน มาแชร์ความคิดเห็น แชร์เรื่องราวต่างๆ ในสังคมว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เราพูดคุยกันสบายๆ ไม่ซีเรียส

โอ๋: ซึ่งบางทีก็มีผิดพลาดบ้าง เพราะรายการสดอ่ะเนอะ หัวเราะมากเกิน อ้าว! ลืมสคริปต์ คนดูอาจได้เห็นในรายการสดบ้าง 

Q: ทุกคนเป็นดารานักแสดง แล้วมานั่งอ่านข่าวบันเทิง อ่านข่าวเพื่อนตัวเอง เคยรู้สึกประดักประเดิดบ้างไหม 

เมย์: ประดักประเดิดเหรอ ก็ไม่นะ อาจเป็นเพราะเราอยู่ในวงการมานาน และอยู่ในระดับต้นๆ ขึ้นไปแล้ว รุ่นเรานี่ค่อนข้างจะลายคราม เพราะฉะนั้นเราจะไม่ค่อยกลัวเวลาอ่านข่าวดาราท่านอื่น เพราะรู้สึกว่าเราเป็นตัวแม่ค่ะ เพราะฉะนั้นเราจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ได้ แต่จะรู้ลิมิต เพราะเราอยู่ในวงการมานาน รู้ว่าอันไหนควรพูดและอันไหนไม่ควรพูด คือเราไม่ทำให้เขาตายเพราะเราพูดค่ะ

เอ๋: เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเราไม่ชอบ เขาก็คงไม่ชอบเหมือนกัน

เมย์: เราไม่ได้พูดเอาเป็นเอาตาย รายการเราจะไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์…ไม่ใช่ เราแค่เล่าและแชร์ หรือใครมีข้อคิดอะไรมาแลกเปลี่ยนกันเฉยๆ

โอ๋: พวกเราจะบรีฟสคริปต์กันก่อน ซึ่งจะได้เห็นมุมมองของแต่ละคนว่า เออ…อย่าพูดเลยเรื่องนี้ แต่ลับหลังนี่ไม่รู้นะ (หัวเราะ) เราก็อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ แต่ว่าต่อหน้ากล้องเราเข้าใจเลยว่าดาราคนนั้นเขาอาจจะไม่พอใจ หรือถ้าเราล่วงละเมิดเขาเกินไป เราก็เป็นสื่อที่ไม่ดีค่ะ และตัวเราเองก็เป็นดาราด้วย จึงมีลิมิต

Q: ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เห็นคุณแม่ทั้ง 3 คนเล่นละครเลยครับ

เมย์: จะเอาเวลาไหน หายใจหายคอยังไม่ค่อยจะมีเลยเนอะ 

เอ๋: อย่างของเอ๋ ลูกยังเล็กอยู่ คิดว่าอีกสักพักละค่ะ อยากกลับไปเล่นนะคะ 

เมย์: (หันไปถามเอ๋) อยากกลับไปเล่นบทอะไรคะ

เอ๋: (ตอบทันที) แม่ (หัวเราะสนุก)

โอ๋: มันต้องตอบอย่างนั้นอยู่แล้วเนอะ 

เอ๋: ให้เดินจูงพระเอก มันไม่ใช่แล้ว

เมย์: พี่ก็อยากกลับ แต่บอกเลยไม่เล่นบทแม่ 

โอ๋และเอ๋: (ถามพร้อมกันทันที) เล่นเป็นอะไรอ่ะ

เมย์: อย่างพี่ก็ยังต้องเคี่ยวๆ กับผู้ชงผู้ชายได้อยู่นะคะ

โอ๋และเอ๋: (พร้อมใจกันกรี๊ด)

Q: สุดท้ายอยากให้ฝากรายการ ‘เมย์ เอ๋ โอ๋ Mama’s Talk’ ของตัวเองกันนิดหนึ่งครับ

เอ๋: ฝากรายการ ‘เมย์ เอ๋ โอ๋ Mama’s Talk’ นะคะ สิบโมงครึ่งถึงสิบเอ็ดโมงเช้า วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ถ้าคุณผู้ชมอยากจะรู้เรื่องราว หรืออยากรู้เรื่องส่วนตัว หรืออยากจะถามอะไร ทุกสิ่งอย่างคือถามเรามาได้เลยค่ะ  

เมย์: ฝากรายการ ‘เมย์ เอ๋ โอ๋ฯ’ ด้วยนะคะ เมย์ต้องบอกก่อนเลยว่าเบื้องหน้าจอทีวี เมย์ห่างหายไปนานมาก ประมาณ 4 ปีกว่า เกือบ 5 ปี ที่ไม่ได้ผ่านมาหน้าจอเลย ส่วนใหญ่จะเห็นเมย์ตามโซเชียลต่างๆ หรือการทำงานเบื้องหลัง เพราะฉะนั้นวันนี้เมย์พร้อมเต็มที่ในการมาอยู่ตรงนี้ และพร้อมเต็มที่ที่จะหาข้อมูลต่างๆ มาให้คุณผู้ชม บอกตรงๆ ว่ามารายการนี้…ไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ

เอ๋: นี่เขาข้อมูลแน่นจริงๆ นะ ถามได้

เมย์: ไหนๆ มาแล้วก็อยากจะนำเสนอสิ่งต่างๆ ที่ดีให้ทุกคนที่ดูเรา 3 คน มีความสุขและยิ้มได้ค่ะ

โอ๋: ฝากไว้ด้วยนะคะ สิบโมงครึ่ง ช่องพีพีทีวี เอชดี 36 ค่ะ