เรื่องเด่น

Marketplace Lending จุดนัดพบ ‘ผู้กู้’ - ‘ให้กู้’ ทันใจ

Published 4 มี.ค. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

Marketplace-Lending-scoop-Rabbit-Today-banner

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นคิดอยากจะสร้างกิจการของตัวเองขึ้นมา สิ่งที่คุณจะต้องพบเจอคือ การติดปัญหาเรื่องเงินทุน ยิ่งไม่มีเงินเก็บเป็นทุนด้วยแล้ว ยิ่งจบ…

ถ้าโชคดี ฐานะที่บ้านดี อาจหยิบยืมทุนจากพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงได้โดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย (หรือจ่ายในอัตราที่ต่ำมากๆ) แต่ชีวิตจริงก็อาจจะไม่ราบรื่น เพราะลึกๆ ตัวคุณเองก็คงไม่อยากรบกวนคนอื่น และคนอื่นก็คงไม่ยอมให้คุณเอาเงินของพวกเขาไปลงทุนง่ายๆ ด้วย

นั่นจึงเป็นเหตุให้คนที่ฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการหลายคน ต้องเร่ขายไอเดียของตนเองเข้าธนาคารเพื่อขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจรายย่อย (SME)

หากมองภาพใหญ่ สินเชื่อ SME คือโอกาสที่ธนาคารหยิบยื่นให้คุณ แต่หากมองลึกลงไปถึงรายละเอียดและข้อกำหนดที่มากมาย จะทำให้สินเชื่อ SME กลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นความฝัน เช่น คุณจะขอสินเชื่อ SME ได้ก็ต่อเมื่อจดทะเบียนบริษัทมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี ต้องมีหลักประกันในการขอสินเชื่อ ต้องผ่านการตรวจสอบเครดิตบูโรอันเข้มข้น และอื่นๆ อีกมากมาย 

ผลสุดท้าย SME ก็ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้สำหรับเริ่มต้นกิจการได้ หรือถ้าเข้าถึงได้ ก็ต้องแบกรับภาระการจ่ายดอกเบี้ยที่สูงมากๆ อยู่ดี ทำให้เจ้าของกิจการหลายคนต้องถอดใจไปตามกัน

โชคดีที่ท่ามกลางกระแสการเติบโตและเปลี่ยนแปลงของโลกทุกวันนี้ ได้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘ฟินเทค’ (FinTech) ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ซึ่งเดิมทีฟินเทคที่เห็นก็จะเป็นกลุ่ม Internet banking หรือ Mobile banking แต่ตอนนี้อีกหนึ่งฟินเทคที่ก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของการขอสินเชื่อ SME ได้น่าสนใจ คือ…‘Marketplace Lending

Marketplace Lending จุดนัดพบ ‘ผู้กู้’ - ‘ให้กู้’ ทันใจ,สกู๊ป,Rabbit Today

Marketplace Lending คืออะไร

Marketplace Lending หรือที่เราคุ้นเคยกันดีว่า P2P lending (Peer-to-peer lending หรือ Debt Crowdfunding) เป็นฟินเทครูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตทั่วโลกที่สูงมาก ซึ่งในที่นี้ผู้เขียนขอเรียกว่า ‘P2P Lending’ ละกัน

จุดเริ่มต้นของ Business Model ของ P2P Lending นั้น เริ่มต้นมาจากประเทศอังกฤษ โดยบริษัท Zopa ที่เห็นช่องว่างของตลาดเงินทุน เพราะบริษัทเล็กๆ ที่กําลังเริ่มต้นกิจการนั้นไม่สามารถระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้เหมือนบริษัทเจ้าใหญ่ๆ ได้ รวมถึงไม่สามารถขอสินเชื่อได้ตามกฎเกณฑ์ของธนาคาร และสําหรับคนธรรมดาทั่วไป การนําเงินมาลงทุนซื้อหุ้น หรือเป็นเจ้าของในบริษัทหนึ่งได้นั้นก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ ทําให้ Zopa เกิดไอเดียในการระดมเงินทุนให้กับบริษัทเล็กๆ เหล่านี้ ด้วยการให้นักลงทุนเข้ามาประกาศโพสต์จํานวนเงินและดอกเบี้ยที่อยากได้ผ่านโลกออนไลน์ พร้อมกับให้ผู้ที่ต้องการเงินเข้ามาโพสต์บอกจํานวนเงินที่ต้องการและระยะเวลาและดอกเบี้ยที่จะจ่าย โดยมี Zopa เป็นตัวกลางในการทําธุรกรรมทั้งหมด

ฉะนั้นเจ้า P2P Lending จึงเป็นตลาดสินเชื่อออนไลน์ให้นักลงทุนและผู้ขอสินเชื่อมาพบปะกัน จะเรียกว่าเป็น ‘แม่สื่อแม่ชัก’ ให้คนมีเงินมาเจอคนอยากได้เงิน โดยรูปแบบก็เป็นการกู้เงินผ่านตลาดสินเชื่อออนไลน์นั่นแหละ ส่วนที่ต่างจากแหล่งกู้เงินทั่วๆ ไปก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่เป็นมิตรกว่าการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆ

ส่วนธุรกรรมทั้งหมดจะทำผ่านผู้ให้บริการตลาดสินเชื่อออนไลน์ ซึ่งรับหน้าที่คัดกรองและให้คะแนนเครดิต (Credit Scoring) ของผู้ขอสินเชื่อ แล้วนำเสนอโปรไฟล์ผู้ขอสินเชื่อให้นักลงทุนเลือก ที่สำคัญหนึ่งวงเงินสินเชื่อ สามารถมีจำนวน ‘นักลงทุนหลายคน’ ร่วมลงขันกันในลักษณะเดียวกันกับการระดมทุนสาธารณะ (Crowdfunding) นั่นเอง

Marketplace Lending: จุดนัดพบ ‘ผู้กู้’-‘ให้กู้’ ทันใจ,สกู๊ป,Rabbit Today

  • ตลาดสินเชื่อออนไลน์มีมูลค่าตลาดจากทั่วโลกสูงถึง 245 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2016
  • Zopa ได้ปล่อยสินเชื่อให้กับบุคคลธรรมดาและ SME ไปแล้วกว่า 3 แสนราย นับเป็นเงินกว่า 2.58 พันล้านปอนด์
  • ข้อมูลจาก OFF3R Index ระบุว่า P2P Lending ในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเปรียบเทียบวงเงินสินเชื่อ 350 ล้านปอนด์ของเดือนมกราคม 2016 กับ 600 ล้านปอนด์ของเดือนมกราคม 2017 จะเห็นว่ามีการเติบโตเกือบ 50% เลยทีเดียว
  • ด้านมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา แม้ Lending Club และ Prosper จะมาทีหลัง Zopa แต่ทั้งสองเจ้าก็ได้ปล่อยสินเชื่อรวมกันเป็นวงเงินกว่า 2.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
  • ผู้ประกอบการ P2P Lending ในไทยสามารถให้บริการได้ โดยเข้าร่วมทดสอบใน Regulatory Sandbox หลังจากผ่านการทดสอบแล้ว ธปท.จะเสนอให้กระทรวงการคลังออกใบอนุญาต เพื่อดำเนินธุรกิจได้
  • มูลค่าตลาดสินเชื่อ SME และตลาดสินเชื่อบุคคลในปัจจุบัน มีรวมกันมูลค่าประมาณ 5.6 ล้านล้านบาท คาดในอนาคตการบริการประเภท P2P Lending จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 10-20% ของตลาดนี้  

บริษัท Market Place Lending ในโลก

USA: Upstart / LendingClub / PROSPER / SoFi

EUROPE: Lendinvest / Funding Circle / Bondora / Rate%setter / ZOPA / ZENCAP / Lendico

ASIA: Crowdcredit / Lufax.com / Farcent.com / Lebdb.X / CROWDO / Fundingsoceity / MoolahSense / Investree และ PeerPower

OCEANIA: Harmony / DirectMoney / SocietyOne

Thailand: PeerPower / Money We Can / Beehive / Daingern

เปิดสวิตช์ เงื่อนไขการทำงาน P2P Lending

คราวนี้มาเปิดการ์ดของ P2P Lending กันดูบ้างว่า ผู้กู้ และผู้ให้กู้ จะได้ประโยชน์อะไรกับโมเดลสินเชื่อออนไลน์นี้

ผู้ขอสินเชื่อ

1. สมัครขอสินเชื่อโดยยื่นเอกสารทำนองเดียวกับที่ยื่นกับธนาคาร เช่น หลักฐานทางการเงิน พร้อมระบุจำนวนเงินที่ต้องการกู้ยืม รวมทั้งระยะเวลาในการชำระคืน

2. ผู้ให้บริการ P2P Lending ตรวจสอบประวัติและคัดกรองผู้ขอสินเชื่อแยกเป็นกลุ่มตามระดับความเสี่ยง

3. หากผ่านการคัดกรอง โปรไฟล์ของผู้ขอสินเชื่อจะถูกโพสต์ในตลาดสินเชื่อออนไลน์ เพื่อให้นักลงทุนพิจารณา

4. เมื่อนักลงทุนร่วมลงขันจนครบจำนวนที่ต้องการแล้ว ผู้ขอสินเชื่อจะได้รับเงินภายใน 2 วันทำการ

5. ผ่อนชำระค่างวดเป็นรายเดือน

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

1. อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 8-15% ต่อปี ไม่จำเป็นต้องรับภาระดอกเบี้ยคงที่ 28% ต่อปีตามนโยบายของธนาคาร โดยผู้ขอสินเชื่อแต่ละคนจะถูกพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง ผู้กู้กลุ่มความเสี่ยงต่ำจะรับภาระดอกเบี้ยต่ำกว่าผู้กู้กลุ่มความเสี่ยงสูง 

2. ขั้นตอนการสมัครผ่านออนไลน์ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ต่างจากการเดินเรื่องกับธนาคารทั่วไป ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์

3. อนุมัติเร็ว เพียง 3 วันก็รู้ผลได้ ไม่จำเป็นต้องรอเป็นเดือนอีกต่อไป

4. ไม่ใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน

5. สามารถโปะเงินก้อนเพื่อปิดยอดก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้โดยไม่เสียค่าปรับตามนโยบายของธนาคาร

นักลงทุน

1. สมัครเป็นนักลงทุนกับผู้ให้บริการ Marketplace Lending

2. เลือกลงทุนในโปรไฟล์ที่ตนเองสนใจและรับความเสี่ยงได้

3. รอรับค่างวดรายเดือน แม้จะไม่มีการรับประกันความเสี่ยง แต่หากมีการผิดนัดชำระ ตัวกลางจะติดตามหนี้ให้

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

1. สามารถเลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่ตนเองรับไหว

2. ได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และแน่นอน เพราะมีการตกลงอัตราดอกเบี้ยไว้ตั้งแต่แรก และอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่ผันผวนตามกลไกตลาดแต่อย่างใด

3. ผลตอบแทน 6-12% ต่อปี สูงกว่าการออมเงินหรือการลงทุนในกองทุนต่างๆ อีกทั้งระบบของ Marketplace Lending ยังเข้าใจง่ายกว่ามาก เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ก็คือการปล่อยกู้นั่นเอง

Marketplace Lending จุดนัดพบ ‘ผู้กู้’ - ‘ให้กู้’ ทันใจ,สกู๊ป,Rabbit Today

FYI

…นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนได้ในจํานวน 1 ล้านบาทต่อปีต่อคน อย่างไรก็ตาม การลงทุนจะไม่มีข้อจํากัดสําหรับนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนสถาบัน 

…ผู้กู้รายย่อย บริษัท P2P Lending ต้องดําเนินการภายใต้กฎ P2P ภายใต้กับกําของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อที่จะสามารถบริการผู้กู้รายย่อยได้ สําหรับการบริการผู้กู้ที่จดทะเบียนนิติบุคคล บริษัท P2P Lending ต้องได้รับการรับรองจาก กลต.

ใครที่สามารถทำ P2P Lending ได้?

  • เป็นบริษัทหรือบริษัทมหาชน 
  • มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่า 75%
  • มีทุนจดทำเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท
  • ผู้ประกอบการที่ทําธุรกิจประเภท P2P Lending หรือ Debt Crowdfunding ต้องมีความเข้าใจกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ และต้องมีระบบรองรับในส่วนต่างๆ ของ Platform อย่างเช่น การ KYC, ระบบจัดการความเสี่ยง และระบบประเมินความเสี่ยง ฯลฯ
  • ตัว Platform หรือบริษัทจะเป็นตัวกลางจับคู่ ‘ผู้กู้’ กับ ‘ผู้ปล่อยกู้’ ไม่สามารถปล่อยกู้เองได้ และเงินที่ให้สินเชื่อต้องฝากไว้กับ Escrow Account หรือบริษัทที่ดูแลรักษาสินทรัพย์ (เช่น ธนาคารพาณิชย์ที่มีการทำระบบ Escrow และได้รับการยอมรับ) เพื่อป้องกันตัว Platform ทำทุจริต

Marketplace Lending จุดนัดพบ ‘ผู้กู้’ - ‘ให้กู้’ ทันใจ,สกู๊ป,Rabbit Today

TIPS

P2P lending ไม่ใช่การกู้นอกระบบ

ด้วยความที่ระบบ P2P lending เป็นการเชื่อมต่อผู้ขอสินเชื่อกับนักลงทุนที่เป็นบุคคลทั่วไป คนส่วนใหญ่จึงมักเข้าใจผิดว่า P2P lending คือการกู้นอกระบบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว P2P lending ต่างจากการกู้นอกระบบอย่างสิ้นเชิง เพราะมีระบบคำนวณคะแนนเครดิต (Credit score) จากข้อมูลเครดิตบูโร เพื่อตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ รวมถึงข้อมูลจำเป็นอื่นๆ 

เช่น ประวัติการทำงาน เพื่อประเมินความสามารถในการชำระเงินของผู้ขอสินเชื่อ ขณะเดียวกัน การกู้นอกระบบจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 5-20% ต่อเดือน ในขณะที่การกู้ผ่านระบบ P2P lending มีอัตราดอกเบี้ยเพียง 8-15% ต่อปี ซึ่งปฎิบัติตาม พ.ร.บ.การเก็บดอกเบี้ย เมื่อเกิดการผิดชำระหนี้ ตัวกลางทำหน้าที่ในการติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งก็ต่างจากการกู้นอกระบบ

รู้จัก PeerPower อีกหนึ่งผู้เล่นจากไทย

อันที่จริงแล้ว กลุ่มลูกค้าของบริษัท Marketplace Lending จะมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทเหล่านั้นให้บริการกับกลุ่มลูกค้าประเภทใด ยกตัวอย่างในส่วนของบ้านเรา ตอนนี้มี PeerPower เป็นผู้ให้บริการผู้กู้ในกลุ่มที่เป็น SME ที่จดทะเบียนบริษัทเท่านั้น (แต่ในส่วนของบริษัทอื่นๆ อาจจะมีการเพิ่มกลุ่มผู้กู้ได้ตามนโยบายของ P2P แต่ละราย) ส่วนในฝั่งนักลงทุน เราให้บริการเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนสถาบันตามเกณฑ์ของ กลต. (อาจจะเป็นสถาบันการเงินหรือนักลงทุนทั่วไปก็ได้ แต่ต้องผ่านเกณฑ์ กลต. เป็นพอ) ส่วนในอนาคตอาจจะมีการขยายเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น

เงื่อนไขการกู้ยืมเงินกับ Platform ของ PeerPower มีอยู่หลายข้อด้วยกัน โดยขั้นต้นทางผู้กู้ต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลในนามบริษัทจํากัดมาแล้วมากกว่า 1 ปี และอยู่ในเขตให้บริการของ PeerPower ในขั้นตอนต่อมา ผู้กู้ต้องกรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารประกอบการประเมินสินเชื่อโดยจะใช้ข้อมูลอย่างเช่น รายงานเครดิตบูโร รายการเงินฝากถอนในบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) งบการเงินย้อนหลัง เป็นต้น ซึ่งทางบริษัท PeerPower เป็นผู้วิเคราะห์ความเสี่ยงและประเมินให้อัตราดอกเบี้ย ระหว่าง 8-15% ในวงเงิน 5 แสน ถึง 5 ล้านบาท ในระยะเวลาผ่อนชําระ 6/12/18 หรือ 24 เดือน นําไปใช้เพื่อการดําเนินธุรกิจเท่านั้น อย่างเช่น นําเงินทุนไปขยายสาขา หรือนําไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

แน่นอนว่า ในบรรดาฟินเทคที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ว่าจะ Equity Crowd Funding, Blockchain, Payment ฯลฯ ต้องยอมรับว่า P2P Lending นี่แหละที่มี Damage ในการ Disrupt ธุรกิจการเงินดั้งเดิมมากที่สุด ยกตัวอย่างง่ายๆ ปกติแล้วการที่เราขอกู้สินเชื่อบุคคลเราอาจจะต้องจ่ายดอกเบี้ยถึงปีละ 20% ขึ้นไป ไม่นับเงินกู้นอกระบบที่ต้องจ่ายกันทีเป็น 100% แต่ถ้าเรากู้ผ่านระบบ P2P Lending เราจะจ่ายดอกเบี้ยต่อปีในระดับ 8-15% เท่านั้น เรียกได้ว่า ตัดราคาธนาคารกันแบบสุดๆ เช่นเดียวกันกับนักลงทุน ที่สามารถได้ผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้นหากเทียบกับการนําเงินไปฝากประจําที่อาจจะได้เพียงแค่ 1-3%

ฉะนั้น ถามว่า P2P Lending เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ไหม ในอนาคตอันใกล้ ‘คงแพร่หลาย’ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีผู้เล่นมากขึ้น แต่จะให้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ก็คงต้องมีกลุ่มแบงก์ หรือไฟแนนซ์เข้ามาเอี่ยวด้วย ซึ่งจะทำให้ตลาดถูก Educate ไว  

แต่อย่างน้อยก็ต้องยกย่องกลุ่มผู้ประกอบการ P2P Lending รายย่อยที่เปิดเกมก่อน เพราะตลาดนี้ยังใหม่มาก แถมความสับสน ความเชื่อมั่นก็ยังมีน้อย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ถ้าโมเดลนี้สร้างประโยชน์แก่ระบบการเข้าถึงแหล่งเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันใจและทั่วถึง ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเราๆ ท่านๆ ได้ดีทีเดียวเชียว…