เรื่องเด่น

พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ งามอย่างมีคุณค่า สู่สายตาชาวโลก

Published 2 ต.ค. 2018

By Rabbit Today

Miss-Thailand-World-2018-interview-scoops-Rabbit-Today-banner

เวทีประกวดนางงามเปลี่ยนชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งเสมอ เช่นเดียวกับครั้งนี้ บนเวทีประกวดมิสไทยแลนด์เวิล์ด 2018 

ทันทีที่พิธีกรประกาศชื่อสาวงามผู้คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ประจำปีนี้ ชีวิตของนิโคลีน-พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 19 ปี ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ทว่านี่เป็นการเปลี่ยนที่เจ้าตัวคิดวางแผนไว้ล่วงหน้า 

ย้อนกลับไปในวัย 5 ขวบ นิโคลีนเกิดความคิดอยากเรี่ยไรเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นจากเหตุการณ์สึนามิ เธอสามารถรวบรวมได้เป็นจำนวนมาก และนั่นเป็นการจุดประกายให้เด็กสาว ซึ่งเมื่อเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่น เธอยังรักที่จะทำโครงการอื่นเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง 

อันเป็นที่มาของ Love Nepal ระดมทุนช่วยเหลือชาวเนปาลที่ประสบภัยแผ่นดินไหวเมื่อปี 2558 โครงการดังกล่าวของนิโคลีนได้รับการประกาศเกียรติคุณจากประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่ง

ปัจจุบันนิโคลีนยังมีโครงการเพื่อเด็กออทิสติก ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากความรักที่มีต่อน้องชายวัย 15 ปี ของตนเองซึ่งเป็นเด็กพิเศษ

ตำแหน่ง ‘มิสไทยแลนด์เวิล์ด 2018’ จึงเอื้อต่อการสานงานต่อ ไม่ใช่แค่การประกวดเปลี่ยนชีวิตหญิงสาว แต่ตัวเธอนี่ละ…เป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง

พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ งามอย่างมีคุณค่า สู่สายตาชาวโลก,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: ก่อนหน้านี้คุณตกรอบจากเวทีประกวดนางงามระดับชาติ นั่นถือว่าอกหักได้หรือไม่ 

A: อกหักค่ะ (ตอบทันที) อกหักตั้งแต่พิธีกรประกาศรายชื่อคนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ แล้วไม่มีชื่อนิโคล เรารู้สึกว่าหัวใจตกลงไปที่พื้น กลับบ้านไปนอนเฟลอยู่ 3  วัน ไม่ทำอะไรเลย มีพี่ๆ แฟนนางงามส่งข้อความเข้ามาทุกช่องทาง เขาให้กำลังใจ บอกให้กลับมานะ กลับมาใหม่ ไปประกวดเวทีมิสไทยแลนด์เวิล์ดสิ คิดว่าเวทีนี้เหมาะกับนิโคล 

ทำไมเขาเห็นศักยภาพของเรา นิโคลถามตัวเอง…แล้วเราทำไมไม่สู้ต่อ จนวันหนึ่งพี่ที่อยู่ในทีมงานของนิโคลทักเข้ามาบอกว่าอยากไปประกวดมิสไทยแลนด์เวิล์ดไหม เอาอีกสักรอบหนึ่ง ถ้าเกิดไม่ได้ก็จะหยุด คงไม่ประกวดอะไรแล้ว จุดนั้นคือไม่อยากทำต่อแล้วจริงๆ ค่ะ แต่พอเข้ามาประกวดเวทีมิสไทยแลนด์เวิล์ด เหมือนไฟเรากลับมา รู้สึกมีความสุข เราอยากมากองประกวด อยากทำงาน และก็เรื่องจิตอาสาของนิโคลเองด้วย โครงการมันน่าเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เหมือนทุกอย่างถูกที่ถูกเวลา และถูกต้องทั้งหมด

Q: เวทีประกวดก่อนหน้านั้นให้อะไรกับคุณบ้าง  

A: ให้ค่ะ (ตอบทันที) นิโคลแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะด้านจิตใจ สามารถรับมือกับหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง เช่นเรื่องการสัมภาษณ์ หรือแม้แต่เรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยรู้ว่านางงามจะต้องทำ นิโคลได้เรียนรู้มาจากกองฯ โน้น และสามารถเอามาใช้พัฒนามาจนประสบความสำเร็จตรงจุดนี้

Q: ฟังดูคุณเป็นคนมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน ทั้งที่อายุเพิ่งจะ 19 ปี 

A: อีกไม่กี่วันก็จะอายุครบ 20 แล้วค่ะ (เกิดวันที่ 22 กันยายน) 

Q: แฮปปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้านะครับ

A: ขอบคุณค่ะ เป้าหมายของนิโคลครั้งนี้คือต้องการจะพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะเป็นมิสเวิล์ด 2018 ค่ะ

พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ งามอย่างมีคุณค่า สู่สายตาชาวโลก,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: คาดหวังถึงตำแหน่งมิสเวิล์ดเลยใช่ไหม

A: หวังค่ะ นิสัยส่วนตัวคือจะตั้งเป้าหมายไว้สูงที่สุด ซึ่งมีข้อเสียคือ บางทีเราไปไม่ถึงเป้าหมายก็เลยอกหักแบบรุนแรง  

Q: ทราบว่าคุณเพิ่งกลับมาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยเพียง 8 เดือน (ครอบครัวอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา) ที่นี่คุณใช้ชีวิตอยู่อย่างไร

A: ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวค่ะ กับแมวที่คอนโดฯ หนูไปเก็บแมวมาเลี้ยง

Q: คอนโดฯ ส่วนใหญ่เขาห้ามเลี้ยงสัตว์นะ

A: ใช่ (ทำท่าจุ๊ปาก) เราจะไม่บอกว่าอยู่คอนโดฯ ไหนนะคะ (หัวเราะ) นิโคลเป็นคนชอบหมาชอบแมวมาก ซึ่งที่จริงแล้วแมวมาคลอดอยู่ที่คอนโดฯ อยู่แล้วค่ะ หนูแค่เอาขึ้นมาในห้อง ชื่อน้องเพนนี เป็นแมวตัวเมีย ตั้งชื่อนี้เพราะจะได้เหมือนเราเก็บเพนนี (เหรียญสลึง) ขึ้นมาจากพื้น และเป็นลัคกี้เพนนี มันเดินเข้ามาหาหนู หนูไม่ได้เดินไปหาแมวนะคะ เพนนีเป็นแมวสีดำ-น้ำตาล ขี้ริ้วนิดหน่อย (เปลี่ยนใจทันที) ขี้ริ้วมาก ฟันก็เหยิน แต่รักนางน่ะ นางน่ารักค่ะ 

Q: มงกุฎที่สวมอยู่หนักไหมครับ

A: มงกุฎน่ะไม่หนัก แต่ความรับผิดชอบของการใส่มงกุฎหนักกว่า เรามีความหวังของประเทศไทยอยู่บนบ่า อยู่บนหัวเราอยู่ตอนนี้ และนิโคลจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

Q: ได้ข่าวว่าคุณมีโครงการที่ทำเพื่อเด็กออทิสติกใช่ไหมครับ

A: ใช่ค่ะ นิโคลมีแรงบันดาลใจจากน้องชาย เขาเป็นเด็กออทิสติกและโดนแกล้ง ตอนนี้น้องอายุ 15 ขวบ เรียนอยู่ไฮสคูล เขาโดนเพื่อนล้อ โดยที่ตัวเองไม่ค่อยเข้าใจสังคมหรอกค่ะ ว่ากำลังโดนแกล้งอยู่ตอนนี้ นิโคลคิดโครงการนี้ขึ้นมาเพราะห่วงว่าน้องจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร เขาจะเรียนที่ไหน ในอนาคตจะทำงานอะไร จะใช้จ่าย หรือมีรายได้เลี้ยงตัวเองอย่างไร

โครงการนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อจะมีเวิร์คช็อป สอนเด็กออทิสติก และไม่ใช่แค่นั้น เรายังรณรงค์เพื่อให้คนในสังคมเข้าใจว่าเด็กออทิสติกเป็นอย่างไร ที่จริงแล้วเขาเป็นคนน่ารักและมีศักยภาพ เราแค่ต้องเอื้อมมือออกไปช่วย กับบางทีมันเป็นการสรุปแบบเหมารวม ดูเหมือนรอยด่างของคนเป็นโรคนี้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของเขาและของเรา เป็นแค่ความเข้าใจผิดมากกว่า ก็เลยอยากให้โครงการนี้เป็นรอยต่อของคนธรรมดาและเด็กออทิสติกค่ะ ให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้

Q: ฟังดูคุณรักน้องชายมาก

A: รักมากค่ะ 

พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ งามอย่างมีคุณค่า สู่สายตาชาวโลก,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: เขาโดนแกล้งหนักเลยหรือ

A: ใช่ค่ะ ที่โรงเรียนนะคะ จะมีช่วงหนึ่งที่อเมริกามีเด็กยิงกันที่โรงเรียน เป็นเรื่องที่คนทั่วประเทศให้ความสนใจ ซึ่งคนยิงเขาเป็นคนที่บกพร่องทางจิตค่ะ แต่เด็กที่โรงเรียนมาถามน้องชายนิโคลว่า…คุณจะมายิงพวกเราที่โรงเรียนหรือเปล่า และไม่ใช่แค่นั้น ครูใหญ่ยังโทร. มาหาเราที่บ้าน ไม่ได้ถามว่าน้องชายเป็นอะไรไหม แต่ถามว่าตกลงพวกคุณมีปืนที่บ้านหรือเปล่า ผมกลัวว่าลูกชายคุณจะไปทำอะไรที่โรงเรียน 

ทำไมสังคมจึงเห็นเด็กกลุ่มนี้เป็นปัญหา นั่นเพราะพวกเขาถูกมองว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน เป็นคนน่ากลัว กลัวว่าจะไปทำร้ายผู้อื่น ยกตัวอย่างน้องชายของนิโคล จริงๆ แล้วเขาตัวสูงเลยหัวนิโคลนะคะ ขนาดเราใส่ส้นสูงแล้วเขายังสูงกว่า คือเป็นคนตัวใหญ่เหมือนหมียักษ์ที่รักทุกคน รักหมา รักแมว เป็นคนอบอุ่นและน่ารัก  

Q: ก่อนหน้านั้นคุณเคยทำโครงการอื่นเพื่อสังคมด้วยใช่ไหม

A: นิโคลเริ่มทำมาตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบแล้วค่ะ ตอนนั้นที่ญี่ปุ่นมีสึนามิเมื่อปี 2011 ที่โรงเรียนถามมาว่าเราช่วยอะไรได้ไหม เพราะน้องชายกับพ่อเลี้ยงของนิโคลเป็นคนญี่ปุ่น โครงการนั้นคือเราเอาเศษสตางค์ที่เหลือในกระเป๋ามาใส่กล่องทุกๆ เช้า หรือมีสิ่งของอะไรเหลือก็ใส่กล่อง สามารถรวบรวมเงินได้เยอะมาก และส่งไปให้ที่ญี่ปุ่น แม่บอกว่า เห็นไหมว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งสามารถจะทำอะไรให้ชีวิตของคนอื่นได้

และทำโครงการ Love Nepal ค่ะ ทำตอนประเทศเนปาลประสบภัยแผ่นดินไหว นิโคลคิดโครงการนี้ขึ้นและสโมสรโรตารี่ได้ส่งต่อไปให้เลขานุการของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งโอบามาได้มอบเกียรติบัตรให้กับนิโคล 

Q: ทำไมคุณถึงมีความสนใจในการทำงานเพื่อสังคมเยอะแยะมากมาย

A: คุณแม่ปลูกฝังว่า ลูกเห็นไหม ยูอยู่ที่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีโอกาสที่ดี ดังนั้น ถ้าทำได้ก็สมควรจะให้โอกาสแก่คนอื่นที่เขาไม่มี 

Q: ถ้าย่อนเวลากลับไปได้ ตอนตอบคำถามรอบตัดเชือกว่า ‘งามอย่างมีคุณค่าสู่สายตาชาวโลก’ คุณอยากจะตอบให้ชัดเจนกว่านั้นไหม

A: ตอนนั้นนิโคลตื่นเต้นมาก จึงพูดภาษาอังกฤษปนไทย เพราะคิดคำตอบเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งที่คำถามนั้นมีเตรียมอยู่ในลิสต์คำตอบที่เก็งไว้อยู่แล้ว แต่ลืมค่ะ  นิโคลอยากตอบได้เคลียร์กว่านั้น 

งามอย่างมีคุณค่าสู่สายตาชาวโลก คือไม่ใช่แค่สวยจากภายใน เราสามารถที่จะใช้ความสวยของเราให้มีประโยชน์ การที่มีสายสะพาย มีตำแหน่ง นั่นทำให้เราพูดเสียงดังขึ้น และสามารถเชื่อมโยงหลายๆ สถาบัน หลายผู้คนที่เขามีพลังมากกว่า มีอิมแพคมากกว่ามาช่วยเหลือคนอื่นได้ โลกเราควรร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว คนตัวเล็กๆ เพียงลำพังคนเดียวทำไม่ได้หรอกค่ะ แต่ถ้าเราใช้เสียงของเราเองร่วมกับคนอื่น จะสามารถสร้างอิมแพคได้แน่นอน นิโคลเชื่อเช่นนั้นค่ะ

ฟังคำตอบของหญิงสาวแล้วเชื่อว่าถึงเวลาที่ ‘งามอย่างมีคุณค่า’ นั้นไม่ไกลเกินที่ชาวโลกจะร่วมรับรู้ว่ามีพร้อมอยู่ในตัวแทนจากประเทศไทย