เรื่องเด่น

Mixologist อาร์ติสผู้ปรุงค็อกเทล

Published 12 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

Mixologist-scoops-Rabbit-Today-banner

‘คนชงเหล้า’ รุ่นคุณปู่เราเรียก 

‘บาร์เทนเดอร์’ ลุงกับพ่อเราเรียก 

รุ่นพี่รุ่นเราเรียก ‘มิกโซโลจิสต์’ 

ส่วนที่ล้ำไปกว่านั้น…จะเป็น ‘ดริงก์ ครีเอเตอร์’ หรือ ‘เบเวอเรจ อาร์ติสต์’ ก็สุดแต่จะสรรค์สร้างคำตามมุมการตลาดแห่งยุคสมัย มันอาจบ่งบอกตัวตนที่แตกต่างกันนิดหน่อย

‘คอสโมฯ’ ของคุณผู้หญิง และ ‘มาร์ตินี’ สำหรับผม

เครื่องดื่มกลุ่ม ‘ค็อกเทล’ ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด อย่างตระกูลมาร์ตินี หรือลิสต์ วอดก้า/ จิน โทนิก เราพบภาพยนตร์ทุกภาคของ James Bond และ Cosmopolitan แก้วของสาวสังคมแสนเก๋ Carrie Bradshaw ใน Sex and the City บ่งชี้ไลฟ์สไตล์การดื่มกินของคาแร็กเตอร์ตัวละคร และรสนิยมของผู้ประพันธ์ ซึ่งอวดวิถีชีวิตรุ่มรวย สมานฉันท์ระหว่างอุตสาหกรรมบันเทิงและเครื่องดื่มในยุคสมัยอย่างไม่เคอะเขิน

ท้องถิ่นไทยบ้านเรารู้จักเครื่องดื่มผสม หรือ ‘ค็อกเทล’ ที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตัวหลัก อย่างจิน รัม วอดก้า เตกิล่า วิสกี้ บรั่นดี คอนยัค ไวน์ ฯลฯ จากไลฟ์สไตล์ในการสังสรรค์ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงระดับวิทยาลัย ปาร์ตี้ของเหล่าหนุ่มสาวชาวสังคมชั้นนำ หรืองานฉลองกับแขกผู้ใหญ่ที่ยึดโยงสไตล์ฝรั่ง และที่เห็นกันในวงกว้างจนเป็นภาพจำ คือผลผลิตจากโลกบันเทิงอย่างฉากในภาพยนตร์ดัง หรือมิวสิกวิดีโอ ที่กล่าวมาข้างต้น

ความแตกต่างระหว่างบาร์เทนเดอร์และมิกโซโลจิสต์

คำถามที่ถามกันมานานกว่าทศวรรษ เมื่อเครื่องดื่มค็อกเทลแห่งศตวรรษที่ 21 ของสหรัฐอเมริกาได้รับการขนานนามใหม่ว่า ‘การผสมผสานเครื่องดื่ม’ (Mixology) แม้จะฟังดูแตกต่างจากต้นกำเนิดที่มาในยุค 80s แต่ในยุคสมัยใหม่ก็ยังคงใช้ศิลปะและความเชี่ยวชาญในการผสมเครื่องดื่มเช่นเดิม และบาร์เทนเดอร์ยังคงเป็นคนทำงานบาร์มืออาชีพที่ยังให้ความสำคัญกับการมีอัธยาศัยดี พอๆ กับการผสมเครื่องดื่ม

คำอธิบายดังกล่าว หากยังทำให้คุณนึกภาพไม่ออก นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เราได้ตั้งคำถามกับคนทำงานบาร์ 10 คนทั่วสหรัฐอเมริกา เพื่อต้องการรู้ว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างบาร์เทนเดอร์ และมิกโซโลจิสต์ และนี่คือคำตอบ...

 “ถ้าคุณนึกภาพคำว่า ‘มิกโซโลจี’ เป็นหมวดหมู่ของ ‘การศึกษาด้านเครื่องดื่มค็อกเทล’ มิกโซโลจิสต์ก็เป็นใครสักคนที่อุทิศตัวเองให้กับการศึกษานั้น ส่วนบาร์เทนเดอร์เป็นคนที่ทำงานและคอยต้อนรับลูกค้าอยู่หลังบาร์ บาร์เทนเดอร์สามารถเป็นมิกโซโลจิสต์ได้ แต่มิกโซโลจิสต์ไม่จำเป็นต้องเป็นบาร์เทนเดอร์ นี่เป็นคำอธิบายที่รับรู้กันในแวดวงคนทำงานบาร์ เนื่องจากเป็นคำที่ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อให้งานของบาร์เทนเดอร์มีคุณค่าทางสังคม อย่างไรก็ดี คนทำงานบาร์มีค่าและความสำคัญต่อสังคม ก่อนจะมีคำว่า ‘มิกโซโลจี’ เกิดขึ้นเสียอีก” - ดิเอโก เพนญา (Diego Peña) หัวหน้าบาร์เทนเดอร์ของ Eastern Standard บอสตัน

 “มิกโซโลจิสต์ดูแลเฉพาะเครื่องดื่ม แต่บาร์เทนเดอร์จะดูแลรวมไปถึงลูกค้าด้วย” - จัสติน ไพค์ (Justin Pike) ผู้จัดการบาร์ของ The Tasting Kitchen ลอส แองเจลิส

“ฉันมองไม่เห็นความแตกต่างสักเท่าไร ระหว่างมิกโซโลจิสต์กับบาร์เทนเดอร์ ฉันคิดว่าฉันทำหน้าที่เป็นบาร์เทนเดอร์ที่คอยผสมเครื่องดื่มที่ต้องใช้ฝีมือ เครื่องดื่มคลาสสิก หรือรินเบียร์ ฉันแค่อยากทำให้มันดี เท่าที่ลูกค้าของผมรู้สึกพอใจ” - มิสซี โคฟอด (Missy Koefod) เจ้าของและซีอีโอของ 18.21 Bitters แอตแลนตา

 “ผมเป็นบาร์เทนเดอร์ และบาร์ดีๆ ส่วนใหญ่จะมีก็แต่บาร์เทนเดอร์ คำว่า ‘มิกโซโลจิสต์’ ถูกบัญญัติขึ้นมาก็เพื่อยกระดับอาชีพ แต่ในความเห็นของผมแล้ว มันไม่จำเป็นต้องยกระดับ ทุกวันนี้คำว่ามิกโซโลจิสต์ชวนให้นึกถึงคนที่ทำงานร่วมกับบริษัทขายเหล้ามากกว่า เพราะมิกโซโลจิสต์ไม่ได้ทำงานจริงจังที่บาร์ มิกโซโลจิสต์เสิร์ฟแต่เครื่องดื่ม แต่บาร์เทนเดอร์เสิร์ฟลูกค้า” - อเลฮันโดร เดอ ลา ปาร์รา (Alejandro De La Parra) ผู้จัดการบาร์ของ Teardrop Lounge พอร์ตแลนด์ (โอเรกอน)

“ความแตกต่างระหว่างบาร์เทนเดอร์กับมิกโซโลจิสต์ ตามความเห็นของผมน่าจะเป็นที่เจตนาและการเตรียมตัวมากกว่า มิกโซโลจิสต์มีเจตนาที่จะทำให้เครื่องดื่มทุกแก้วได้สัดส่วนของคุณภาพเหมือนบาร์เทนเดอร์ พูดตามตรงผมชอบที่คนเรียกผมว่าบาร์เทนเดอร์มากกว่า ดูเหมือนว่าทุกวันนี้ตำแหน่งมิกโซโลจิสต์มักจะมีความเป็นตัวตนและความชอบธรรม โดยไม่สนใจว่าท้ายที่สุดแล้วตนเองผสมรามอส (จิน ฟิซซ์) หรือแค่เติมน้ำลงแก้ว แล้วบอกว่าฉันเป็นคนดูแลบาร์” - ซาคารี รัสเซลล์ (Zachary Russell) ผู้จัดการบาร์ของ Prohibition ฮูสตัน

 “มิกโซโลจิสต์ก็คือบาร์เทนเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์และผสมเครื่องดื่มค็อกเทล ส่วนบาร์เทนเดอร์นั้นเป็นตัวแทนทุกด้านเกี่ยวกับงานฝีมือของเรา บาร์เทนเดอร์พบปะพูดคุยกับลูกค้า ทำความสะอาดแก้วเครื่องดื่ม เช็ดถูพื้น ผสมค็อกเทล ฯลฯ เขาจะเป็นมิกโซโลจิสต์ได้เมื่อจำเป็นเท่านั้น” - ไบรอัน บัสเชอร์ (Brian Buscher) บาร์เทนเดอร์ของ Skull’s Rainbow Room แนชวิลล์

“ผมมีคำว่า ‘INTOXICOLOGIST’ ที่ด้านบนนามบัตรของผม แค่อยากล้อเลียนสนุกๆ เกี่ยวกับเรื่องมิกโซโลจิสต์กับบาร์เทนเดอร์ บาร์เทนเดอร์บางคนอาจมองว่ามิกโซโลจิสต์ก็เป็นแค่เด็กมีรอยสัก ท่าทางหยิ่งๆ ในทางกลับกัน มิกโซโลจิสต์ก็มองว่า แค่เป็นบาร์เทนเดอร์ที่รินวิสกี้ไฟร์บอล และเบียร์บัด ไลท์ ทำไมเราไม่หันหน้ามาทำงานด้วยกันให้ราบรื่นล่ะ ผมไม่รู้ประวัติศาสตร์ทั้งหมดเกี่ยวกับเครื่องดื่มค็อกเทลหรอกนะ และผมไม่ใช่สารานุกรมที่รู้สูตรเครื่องดื่มไปทั้งหมด แต่ผมจะเร็วกับเรื่องขำๆ และเรื่องรมควันแก้ว (เพื่อผสมเครื่องดื่ม Smoked Old Fashioned) ผมเลยไม่รู้สึกว่าอยากจะเป็นอะไร ผมชอบทั้งหมดนั่นละ” - บ็อบ รุเอ็ด (Bob Ruede) อินท็อกซิโคโลจิสต์ของ Red Phone Booth แอตแลนตา

“หน้าที่ของบาร์เทนเดอร์คือการสร้างสรรค์เครื่องดื่มอร่อยๆ จากส่วนผสม ประวัติศาสตร์ และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มิกโซโลจีคือการศึกษาเครื่องมือเหล่านั้น (รวมทั้งส่วนผสม และประวัติศาสตร์) บางครั้งพวกเขาไม่ได้ร่วมงานกันจริงจัง และมิกโซโลจิสต์บางคนก็ไม่สามารถผสมค็อกเทลที่กลมกล่อมได้  ซึ่งก็โอเค เพราะบาร์เทนเดอร์หลายคนก็ไม่ได้แม่นยำในเรื่องศาสตร์เกี่ยวกับส่วนผสมเหมือนกัน แต่ทั้งสองก็มีที่ยืนในอุตสาหกรรมนี้” - เอเดน ลอริน (Eden Laurin) ผู้จัดการหุ้นส่วนของ The Violet Hour ชิคาโก

“ในทางเทคนิค มันแตกต่างจากคนที่สร้างสรรค์เครื่องดื่มค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ ‘มาตรฐาน’ แต่มักไม่ค่อยสนใจองค์ประกอบด้านการบริการของบาร์เทนเดอร์ หากมุ่งเน้นไปที่เครื่องดื่มมากกว่าคนที่คุณให้บริการ ซึ่งก็ขัดกับงานของบาร์เทนเดอร์” - ฌอน กลีสัน (Sean Gleason) ผู้อำนวยการแผนกเครื่องดื่มของ Biltong Bar แอตแลนตา

 “จริงๆ แล้วมันก็คืออย่างเดียวกัน ผมคิดว่าความแตกต่างระหว่างมิกโซโลจิสต์กับบาร์เทนเดอร์มีอย่างเดียวคือระยะเวลา ถ้าคุณดูแลบาร์อยู่ข้างๆ เจอร์รี โธมัส (บาร์เทนเดอร์ชื่อดังในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19) คุณก็เป็นมิกโซโลจิสต์ ทุกวันนี้เราเป็นบาร์เทนเดอร์ คำว่ามิกโซโลจี ผมคิดว่าน่าจะเป็นคำอธิบายบางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น เวลาใครจะผสมเครื่องดื่มค็อกเทลครั้งแรก ตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มเป็นอาชีพขึ้นมา และเราก็มีคำที่ทันสมัยกว่าในการกำหนด” - อเล็กซ์ จัมป์ (Alex Jump) ผู้จัดการบาร์ของ Death & Co Denver เดนเวอร์

ข้อสรุปคือ บาร์เทนเดอร์จัดเป็นศิลปินโดยพื้นฐาน งานหน้าเคาน์เตอร์บาร์คือ งานศิลปะจากการผสมผสานเครื่องดื่ม จนถึงการตกแต่งค็อกเทลแต่ละแก้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝึกปรือจนมีฝีมือขั้นเทพ เป็นเหตุผลว่าทำไมบาร์เทนเดอร์จึงต้องเรียนจบหลักสูตรจากโรงเรียนสอนการผสมเครื่องดื่ม หรือผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ การผสมเครื่องดื่มเป็นเรื่องจริงจัง ไม่ใช่สิ่งที่ใครสามารถทำกันง่ายๆ

แล้วอะไรคือ ‘มิกโซโลจิสต์’ (Mixologist) - มิกโซโลจิสต์ก็คือผู้มีความเชี่ยวชาญสูงในการผสมค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆ และแน่นอนว่าในจำนวนนั้นต้องมีนักผสมเครื่องดื่มฝีมือขั้นเทพเป็นที่ยอมรับของวงการทั่วโลก ถ้าจะถามว่ามีใครบ้าง นี่คือรายชื่อของมิกโซโลจิสต์ที่ดีที่สุดในโลก

Famous Mixologists in the World คลิก

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today

เวทีแจ้งเกิด ‘บาร์เทนเดอร์’ สู่ ‘มิกโซโลจิสต์’ ชั้นนำ

  • Diageo World Class
  • Chivas Masters Global
  • Campari Bartender Competition
  • Bacardi Legacy Competition
  • Mekhong Thai Spirit Cocktails
  • Most Imaginative Bartender Competition
  • Diplomatico World Tournament
  • elit ® Vodka Art of the Martini Global

‘ค็อกเทล’ แก้วเก๋ ที่โลกคุ้นเคย

เราแบ่งค็อกเทลพื้นฐานในโลกนี้ได้ด้วยแอลกอฮอล์ตัวหลักที่เป็นพระเอกของแก้วนั้น ซึ่งรู้เบสพื้นฐานไว้เพื่อจะสั่งจากความชอบในส่วนผสมหลัก หรือจะสั่งจากชื่อเก๋ๆ ของมันก็ตาม

เบสจาก จิน

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayGin&Tonic

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayGimlet

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayNegroni

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodaySingapore Sling

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayTom Collins

  • Martini ถือว่าเป็นราชาแห่งค็อกเทล และคุณเห็นมันเสมอใน James Bond

เบสจาก รัม

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayMojito

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayDaiquiri

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayMai Tai

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayLong Island Ice Tea

เบสจาก วอดก้า

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayBloody Mary

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayScrewdriver

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayCosmopolitan

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodaySex on the Beach

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayMoscow Mule

เบสจาก เตกิล่า

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayMargarita

เบสจาก วิสกี้ เบอร์บัน คอนยัค บรั่นดี

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayManhattan เบสจากเบอร์บัน

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodayOld Fashioned เบสจากเบอร์บัน

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit TodaySidecar เบสจากบรั่นดี

Sazerac เบสจากวิสกี้

Irish Coffee เบสจากวิสกี้

เบสจาก ไวน์ เบียร์ หรืออื่นๆ

  • Bellini เบสจาก สปาร์กลิ้งไวน์
  • Mimosa เบสจาก สปาร์กลิ้งไวน์

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today

สังคมนักจิบ ‘ค็อกเทล’ กับสังคมปาร์ตี้ยุคใหม่

10 ปีก่อนนี้เราคุ้นเคยกับ Pop-up Bar และ Function Party หรือ Event ที่มีเครื่องดื่มมาร่วมสปอนเซอร์ ทั้ง เบียร์ วิสกี้ และไวน์ ไม่ว่าจะเป็นในงานสังคมไฮเอนด์ งานออกร้าน งานคอนเสิร์ต หรือเทศกาลดนตรี แต่ขณะเดียวกันการรุกคืบของอุตสาหกรรมสปิริตอย่างจิน วอดก้า รัม ก็ปรับการตลาดตามไลฟ์สไตล์สังคมเมือง โดยมีการจัดงานที่เพ่งเป้าเฉพาะเจาะจงมากขึ้นจนเกิดเป็นวัฒนธรรมกลุ่มย่อยของคนปาร์ตี้ ด้วยค็อกเทล โดยโฟกัสตามแบรนด์ภายใต้ร่มธุรกิจและความร่วมมือขององค์ประกอบต่างๆ เกิดเป็น Gin Fest, Vodka Fest หรือ Rum Fest 

เคสตัวอย่าง โปรเจ็กต์ Bangkok Gin Festival ครั้งแรกที่เกิดขึ้น มาจากกลุ่มคนทำบาร์ย่านนานา เยาวราช อย่าง Teen of Thailand, Asia Today, Bar Hao และ Tep Bar รวมถึงแกลเลอรีในย่าน โดยได้สปิริต 4 แบรนด์ ต่างค่าย แต่เป้าหมายเดียวกันมาร่วมทำปาร์ตี้ อย่าง Caorunn Gin, Star of Bombay, Hendrick’s และ The Botanist Gin มาร่วมจอย 

“ถ้าเรามองย้อนกลับไปดูคลาสสิกค็อกเทลที่เกิดขึ้นมา 200 กว่าปี ผมกล้าพูดได้ว่า 40 หรือ 50% คือเบสเป็นจิน และคิดว่าประเทศเราน่าจะมีงานแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อมาเมาๆ กัน แต่เพื่อมาแบบเรียนรู้เรื่องราวเชิงลึก ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นคอมมิวนิตี้แบบหนึ่ง”--ณิกษ์ อนุมานราชธน มิกโซโลจิสต์ จาก Teen of Thailand และโต้โผคนสำคัญของ Gin Festival ครั้งแรกในกรุงเทพฯ

6 แก้วบาร์พื้นฐานคู่มือบาร์เทนเดอร์

จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today

  จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today แก้วดับเบิลร็อก
มีความจุ 12 ออนซ์ เหมาะกับการดื่มแบบเพียว หรือออน เดอะ ร็อก แก้วชนิดนี้นิยมใส่น้ำแข็งก้อนใหญ่หรือไอซ์บอล ปากแก้วที่กว้างช่วยให้สัมผัสกลิ่นหอมของเครื่องดื่มได้เป็นอย่างดี
  จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today แก้วไฮบอล
มีความจุ 12 ออนซ์ มีทรงสูงมาตรฐานสำหรับเสิร์ฟค็อกเทลที่มักจะมีสัดส่วนของมิกเซอร์มากกว่าสัดส่วนของเหล้า เหมาะกับเครื่องดื่มลักษณะ Simple mix หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมไม่ซับซ้อน เช่น วอดก้า จิงเจอร์เอล หรือ วิสกี้ โซดา รูปทรงแก้วที่สูงแคบช่วยคงความสดชื่นและเก็บอุณหภูมิได้ยาวนาน
  จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today แก้วลองดริงก์
มีความจุ 15 ออนซ์ เหมาะกับการใช้งานในบาร์ ด้วยรูปทรงที่ใกล้เคียงกับแก้วไฮบอลแต่มีความสูงและความจุที่มากกว่า ใช้เสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของมิกเซอร์หลายชนิด และใส่น้ำแข็งเต็มแก้ว
  จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today แก้วคูป
เป็นแก้วทรงคลาสสิกซึ่งมีความจุประมาณ 7 ออนซ์ ใช้เสิร์ฟค็อกเทลต่างๆ โดยวิธีการเขย่าหรือคนผสมแบบไม่ใส่น้ำแข็ง ก้านแก้วช่วยป้องกันอุณหภูมิจากมือ เหมาะสำหรับค็อกเทลที่มีส่วนผสมของไข่ขาว เพราะช่วยเสริมให้ชั้นโฟมดูหนาขึ้น
  จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today แก้วค็อกเทล หรือแก้วมาร์ตินี
มีความจุประมาณ 7 ออนซ์ ถือเป็นแก้วสัญลักษณ์ของค็อกเทล เนื่องจากค็อกเทลคลาสสิกที่โด่งดังหลายเมนูถูกเสิร์ฟในแก้วมาร์ตินี เหมาะสำหรับเครื่องดื่มแบบไม่ใส่น้ำแข็ง ก้านแก้วช่วยป้องกันอุณหภูมิจากมือ แก้วดีไซน์ตัววี ช่วยเผยกลิ่นหอมและทำให้เห็นการเรียงตัวของชั้นค็อกเทลสวยงามได้ชัดเจน
  จาก Bartender ถึง Mixologist,สกู๊ป,Rabbit Today แก้วมิกซิ่งกลาส
มีความจุ 22 ออนซ์ ใช้สำหรับคนผสมค็อกเทลที่มีส่วนผสมของเหล้าทั้งหมดหรือมากกว่า 95% เช่น มาร์ตินี เนโกรนี หรือแมนฮัตตัน ค็อกเทลจึงคงรสชาติที่ชัดเจนพร้อมได้รับความเย็นจากน้ำแข็งที่ละลายในปริมาณที่พอเหมาะ

"แก้วบาร์ที่มีรูปทรงสวยงาม สไตล์ที่แตกต่าง และขนาดที่พอเหมาะกับมาตรฐานการเสิร์ฟเครื่องดื่มแต่ละประเภท จะช่วยสร้างความพิเศษให้กับเมนูค็อกเทลและมอบความประทับใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ผมได้คิดค้นเมนูค็อกเทลสูตรพิเศษโดยทวิสจากสูตรค็อกเทลคลาสสิก และผสมผสานเข้ากับสไตล์และคาแร็กเตอร์ของแก้วบาร์ “คอนเน็กชั่น” แต่ละประเภทได้อย่างดีเยี่ยม ลวดลายสไตล์คริสตัลและฐานแก้วหนาของ “คอนเน็กชั่น” ยังช่วยเติมประกายความโดดเด่นให้ค็อกเทลของผมน่าดื่มด่ำมากขึ้น” แอรอน อภิมุข เกร็นดอน ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศบาร์เทนเดอร์ยอดเยี่ยมจากเวทีระดับโลก Chivas Masters Global Final 2018 ณ กรุงลอนดอน กล่าว

ข้อมูลอ้างอิงจาก : โอเชียนกลาส