เรื่องเด่น

Go … Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Moo-ASAVA-news-beat-Rabbit-Today-banner

ชั่วโมงนี้ แบรนด์ไทยก้าวข้ามจากการรับรู้ภายในประเทศ ออกไปสู่ตลาดสากลกันมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น หลายต่อหลายแบรนด์ ‘โกอินเตอร์’ ออกไปเฉิดฉายยังรันเวย์แฟชั่นโลกกันมากมาย... 

หนึ่งในนั้นคือ ASAVA ผู้มีดีไซเนอร์มากฝีมือ ‘หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา’ เป็นเจ้าของแบรนด์และผู้ก่อตั้ง

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

10 ปีก่อน จากความฝันที่อยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานยังห้องเสื้อระดับโลกมากมาย กระทั่งกลับสู่เมืองไทยและปลุกปั้นแบรนด์ของตัวเอง ใช้เวลาเพียง 10 ปี วันนี้ ASAVA ถูกนำไปประทับบนเรือนร่างของสุภาพสตรีคนดังระดับโลก และรวมถึงคนดังของเมืองไทยมากมาย ถ้ายังจำกันได้ ชุดที่มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ‘มารีญา’ สวมใส่บนการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 เมื่อปีก่อน ก็เป็นผลงานสร้างสรรค์ของผู้ชายคนนี้ 

ปัจจุบัน ASAVA แตกไลน์แยกย่อยออกไปอีกหลายสาขา ทั้งหมดทั้งมวล เพื่อรองรับโลกแห่งความสวยงามของคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย และยังมีอีกมากมายหลายไอเดียที่รอการเสกสรรปั้นแต่งจากดีไซเนอร์คนนี้ ในวันที่แบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็วประหนึ่งได้ปุ๋ยชั้นดี เขารู้สึกกับมันเช่นไร และก้าวต่อไปบนถนนธุรกิจแฟชั่นจะเป็นอย่างไรต่อ Rabbit Today มีมุมมองของดีไซน์เนอร์คนนี้มาบอกกัน...

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ปัจจุบัน ASAVA Groups มีไลน์ธุรกิจอะไรบ้าง

A:   เรามีแบรนด์หลักคือ อาซาว่า, เอเอสวี, ธุรกิจยูนิฟอร์ม บาย อาซาว่า,ไวท์อาซาว่า ที่เป็นไลน์ชุดเจ้าสาว และ ASAVA for dining ซึ่งเป็นธุรกิจร้านอาหาร ปีหน้ากำลังจะมีอีกอย่างเกิดขึ้น แต่รอให้ทุกอย่างพร้อม จะทำการเปิดตัวเร็วๆ นี้ 

Q:  ทั้งหมดที่คุณว่ามา เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 10 ปีเท่านั้น 

A: ใช่ เราเปิดตัวแบรนด์ในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 เพิ่งครบ 10 ปีไปเมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อน แต่จริงๆ เราใช้เวลาสร้างแบรนด์ของตัวเองมาตั้งแต่อายุ 20 ปีเศษๆ แล้วละ เรารู้ตัวว่าอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งนับจากวันนั้นก็อาศัยเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตลอด จนในที่สุดก็มีวันนี้จนได้ (ยิ้ม)

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: คุณคิดว่าแบรนด์คุณเติบโตเร็วกว่าแบรนด์เจ้าอื่นๆ ในไลน์เดียวกันไหม

A: ไม่นะ โอเค คนรอบตัวในวงการหลายคนบอกว่า กราฟธุรกิจของเราชันมาก พูดง่ายๆ คือไม่ใช่แค่ขึ้นลิฟท์ แต่เหมือนขึ้นกระสวยอวกาศ (หัวเราะ) แต่สำหรับเรา เรากลับมองว่า มันไม่ได้รวดเร็วอะไร กลับมองว่ายังช้าไปด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ช้าในเรื่องของยอดขาย หรือความสำเร็จนะ มันช้าในเรื่องของไอเดีย ยังมีสิ่งที่อยู่หัวสมองผมอีกมากมายที่เราอยากจะทำมันออกมา 

Q: รู้สึกอย่างไรที่ผลงานของคุณออกไปสู่สากล และได้รับการยอมรับในวงกว้างขนาดนี้

A: เอาจริงๆ ผมไม่เคยคิดเรื่องการโกอินเตอร์นะ (ยิ้ม) ผมเชื่อว่านักออกแบบมักจะเริ่มต้นจากสิ่งที่ตัวเองมองเห็นคุณค่าก่อน เราไม่ได้เริ่มจากการคิดว่ามันจะต้องได้รับความนิยม หรือว่าจะต้องไปสู่สากล สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับการเป็นนักออกแบบก็คือ เราต้องชอบงานของเรา เราต้องมองเห็นคุณค่างานของเราก่อน อันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ควรจะเป็น โอเค จุดหนึ่งเรื่องของการทำยอดขายเพื่อให้มีกำไร มันก็จำเป็นต้องมี แต่ถึงอย่างไร เรื่องของการมีตัวตน เรื่องของจิตวิญญาณในการออกแบบ เป็นสิ่งที่คุณต้องตระหนักถึงมันอยู่ตลอดเวลา ศิลปะเป็นภาษาสากล เมื่อเรามีตัวตนที่ชัดเจน มีความสม่ำเสมอกับผลงาน สิ่งเหล่านั้นจะทำหน้าที่ส่งต่อออกไปสู่ความเป็นสากลเอง ส่วนถ้ามันจะโกอินเตอร์แค่ไหน หรือไปได้ไกลขนาดไหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: งานชิ้นไหนที่เป็นความภูมิใจของคุณที่สุด

A: ไม่มีงานไหนที่ภูมิใจที่สุดเลย เรารู้สึกว่าทุกชิ้นงานสามารถเปลี่ยนแปลง พัฒนา และปรับปรุงได้อีก ถ้าเปรียบสิ่งที่เราทำอยู่ ณ เวลานี้ ก็เหมือนการระบายสี ตอนนี้เรากำลังสนุกกับการระบาย โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เราคงไปเฉพาะเจาะจงไม่ได้ว่า จังหวะไหนที่ดีที่สุด แต่เราก็มีความภูมิใจกับกระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่คงไม่มีงานชิ้นไหนที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะในทุกๆ ชิ้นงานก็มีข้อดีข้อด้อยในตัวของมัน

Q: แล้วอย่างชิ้นงานออกแบบที่เหล่าบรรดาดาราหรือเซเลบริตี้นำไปสวมใส่ เหล่านั้นถือว่าเป็นความสำเร็จไหม

A: การมองความสำเร็จในชิ้นงานของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนตัดสินจากงานที่มี Awareness สูงๆ หรือเป็นงานที่มีคนชื่นชมเยอะ คนทั่วไปให้ความสนใจ แต่เรื่องแบบนี้แล้วแต่มาตรวัดจริงๆ ยิ่งทุกวันนี้โลกเต็มไปด้วยไวรัลมากมาย ทุกคนสามารถเป็นผู้ตัดสินกันได้หมด แต่ถามว่า แล้วมาตรฐานของแต่ละคนเท่ากันไหม ดังนั้น ถ้าถามเรา การที่มีคนดังนำเสื้อผ้าเราไปใส่ แน่นอน นั่นถือเป็นความสำเร็จ แต่ถามว่ามันดีที่สุดหรือเปล่า สำหรับเรา มันคนละเรื่องกัน

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: เพราะความโด่งดังนี่เอง ที่ผ่านมาจึงเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวดราม่าอยู่เนืองๆ อาทิ เรื่องที่คนดังใช้ชุดของคุณไปสวมใส่แล้วไม่ให้เครดิต หรือแม้แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องชุดของคุณที่นางงามใช้สวมใส่แล้วไม่เข้ารอบในการประกวด คุณมีวิธีก้าวข้ามเรื่องราวเหล่านี้อย่างไร

A: ไม่ได้ก้าว และไม่เคยข้ามด้วย (หัวเราะ) เพราะเราไม่ได้สนใจ นักออกแบบที่ดีต้องมีความสันโดษ ต้องรู้จักปิดหูปิดตาบ้าง คนร้อยคนก็ร้อยความคิด ถ้าเราต้องเอาความเห็นของคนร้อยคนมานั่งสังเคราะห์ก่อนที่เราจะลงมือออกแบบ งานของเราคงไร้ทิศทางน่าดู (ยิ้ม) ในเมื่อเราเลือกชีวิตที่ตั้งอยู่บนสปอตไลท์ที่ฉายเข้ามา มันก็เป็นเรื่องปกติ ที่จะมีคนเกลียดมากกว่าคนรัก โดยเฉพาะกับตำแหน่งที่คนหมั่นไส้ง่ายแบบนี้ (ยิ้ม) ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่นักคิดนักออกแบบควรมี คือการอยู่กับคำวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้ ต้องเข้าใจธรรมชาติของการวิจารณ์  และที่สำคัญ ต้องรู้จักนำคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นมาใช้ในเชิงบวกกับชีวิต นี่คือเรื่องสำคัญมากกว่าความดราม่า

Q: ถามง่ายๆ คุณรู้สึกยังไงกับความดังของคุณ

A: ถ้าเราใช้มันให้เป็น มันจะเป็นแรงให้เราสร้างงานดีๆ ต่อไป แต่เอาเข้าจริง ความดังไม่ได้อยู่ในชีวิตของเราเท่าไรหรอก ไม่มีใครตื่นเช้ามาส่องกระจก แล้วบอกกับตัวเองว่า ฉันดังจังเลย คงไม่มีใช่ไหม (หัวเราะ) โอเค ตอนเด็กๆ เราก็ฝันว่าอยากดัง แต่พอชีวิตมาถึงจุดนี้ วันๆ เราไม่ได้อยู่กับความดังของเราเลย ตื่นเช้ามาล้างหน้าแปรงฟัน สิ่งที่คิดในสมองคือ วันนี้ต้องเข้าบริษัทเย็บเสื้อกี่ตัว ต้องแก้ปัญหานี้ยังไง วันๆ ไม่มีความดังเข้ามาเกี่ยวข้อง (หัวเราะ) กลับบ้านก่อนเข้านอนก็ไม่ได้คุยกับตัวเองว่า ฉันดังจังเลย อะไรแบบนี้ก็ไม่มี (หัวเราะ) ผมว่าความดังเหมือนเงา มันไม่มีตัวตน มันจะมาจะไปตอนไหน เราก็บอกไม่ได้ เกิดวันหนึ่งพระอาทิตย์ไม่ส่องมาทางเรา เงานั้นก็หายไป เราจะไปเอาอะไรกับมันได้ ถูกไหม (ยิ้ม) ผมว่าความดังเป็นสิ่งสมมติ เป็นสิ่งที่คนมาปลุกปั้นให้เรา อย่างที่บอกว่ามันเป็นแรงขับเคลื่อนให้เรา แต่สุดท้ายถามว่ามันมีผลกับชีวิตเราไหม มันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ถ้าความโด่งดังไม่ใช่จุดหมาย แล้วหน้าตาความสำเร็จของคำว่า Asava Groups เป็นอย่างไร

A: ตอนเด็กๆ ผมเคยทำงานกับดีไซเนอร์ฝรั่ง บางคนมีร้านเป็นพันๆ สาขา เราก็เคยฝันอยากมีร้านเป็นร้อยๆ พันๆ แบบนี้บ้าง แต่พอทำงานไปเยอะๆ เข้า ผมกลับมองเรื่องความสำเร็จเปลี่ยนไป ผมให้ความสำคัญกับความสำเร็จทางใจมากกว่า วันนี้ผมมีพนักงานที่ต้องดูแลอยู่ประมาณร้อยชีวิต คนที่แก่สุดอายุเกือบ 70 ผมจะทำอย่างไรให้เมื่อเขาเกษียณไปแล้ว เขาจะมีชีวิตที่สุขสบาย บางคนอยู่กับเรามาตั้งแต่วันแรก ในเมื่อเขาให้ชีวิตกับเรา เราก็มีหน้าที่ตอบแทนเขาด้วยสิ่งที่เขาควรจะได้รับเช่นเดียวกัน

อีกอย่างที่เราคาดหวังไว้ คืออยากให้วิธีคิดกับผลงานของเรา ไปอยู่กับผู้คนในวงกว้างมากขึ้น เช่นวันหนึ่งผมขึ้นบีทีเอส ผมได้เห็นเสื้อผ้าของผมไปอยู่บนตัวของผู้คนมากมาย หรือผมไปโรงพยาบาล ผมเห็นคุณหมอ-นางพยาบาลสวมเสื้อผ้าของอาซาว่า เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเดินเข้าห้องน้ำห้างฯ เหลือบไปเห็นพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำ ก็คิดในใจ พนักงานที่นี่แต่งตัวดีจังเลย มีการกรูมมิ่งที่ดีมาก พอเหลียวไปมองอีกที อ้าว ใส่เสื้อผ้าอาซาว่านี่หว่า (หัวเราะ) นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็นในโลกสวยๆ ของเรา ผมไม่ปฏิเสธว่า บางอย่างเราก็ทำเพื่อเงิน แต่บางอย่างเราทำเพื่อความอิ่มเอิบทางใจ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องหาส่วนผสมตรงนี้ให้เจอ แต่ในฐานะนักออกแบบ ยิ่งเราแทรกซึมวิธีคิดของเราเข้าไปในคนหมู่มากได้มากเท่าไร เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จมากเท่านั้น

Q: ตลอด 10 ปีที่มีสปอตไลท์ฉายสาดมาตลอด มันทำให้กระบวนการทำงานของคุณเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม

A: ไม่เปลี่ยน ถ้าจะเปลี่ยน มันก็จะเปลี่ยนเฉพาะกระบวนการคิดที่ซับซ้อนขึ้น อย่างเมื่อก่อนเราทำเสื้อเดือนละ 15 ตัว แต่ทุกวันนี้ประมาณ 3-4 หมื่นตัว กระบวนการสร้างงานมันเปลี่ยนไปมากกว่า แต่แกนกลางความคิดหรือวิธีคิดไม่ได้เปลี่ยน ถ้าย้อนกลับไปดูเสื้อผ้าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กับปีล่าสุดนี้ แก่นแกนของมันแทบจะไม่ได้เปลี่ยน เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านมา เราอาจจะมีความชำนาญมากขึ้น มีช่างที่เก่งขึ้น มีเงินซื้อวัสดุที่ดีขึ้น แต่วิธีคิดกับงานยังเหมือนเดิม

Q: ตลอด 10 ปี คุณบอกกับพนักงานให้มีความเชื่อมั่นในความเป็น ASAVA อย่างไร

A: คนที่อยู่บริษัทนี้เหมือนกินกระทิงแดงทุกวัน (หัวเราะ) คือต้องมีพลัง อย่าหมดแรง เพราะเรามีเรื่องใหม่ๆ ที่ต้องแพลนกันอยู่ตลอดเวลา เหมือนโลก forward อยู่ตลอดเวลา คีย์ของผมคือ คุณต้องมี passion มันจะทำให้คุณมีพลัง ชีวิตพนักงานที่อาซาว่าเปรียบเหมือนคนที่กำลังวิ่งเข้าเส้นชัย 50 เมตรสุดท้าย คือคุณต้องสปริ๊นสุดพลัง ต้องทำให้เหมือนเข้าเส้นชัยให้ได้ทุกวัน ชีวิตคุณจะมีความหมายเสมอ

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ระหว่างความเป็นพ่อค้ากับอาร์ตติสท์ คุณคิดว่ามีอะไรมากกว่ากันในตัวเอง

A: ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นอาร์ตติสท์เลย แต่เราก็ไม่ใช่พ่อค้า ทั้งๆ ที่เราโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจ พูดง่ายๆ บ้านเราเป็นพ่อค้ากันทุกคน แต่เราเหมือนแกะดำ (หัวเราะ) ชีวิตเราตั้งแต่โตมา เหมือนเราอยู่นอกเบ้ามาตลอด ตอนไปอยู่อเมริกา เขาก็ไม่ได้มองเราเป็นอเมริกัน แต่ก็ไม่ได้มองเป็นเอเชีย เพราะเราดันมีความเป็นอเมริกันสูงซะอีก (หัวเราะ) ตอนเข้าโรงเรียนศิลปะ เพื่อนๆ ก็บอกว่า เราเหมือนนักธุรกิจมากว่าอาร์ตติสท์ สรุปเราไม่อยู่ขั้วไหนเลยสักขั้ว แต่ส่วนตัวผมกลับรูสึกว่า นั่นคือจุดแข็งของตัวเอง ความที่อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก มันกลับทำให้เรารู้สึกเป็นตัวเราเอง ทำให้เรารู้สึกสบายใจ เพราะเราไม่ได้เป็นพวกไหนเลย (ยิ้ม)

Q: 10 ปีที่ผ่านมา อะไรคือเรื่องราวที่ดีที่สุดในเส้นทางของความเป็นแบรนด์อาซาว่า

A: ตอนที่กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ สัก 10 กว่าปีก่อน เราเหมือนคนแปลกหน้า แต่พอเดินเข้ามาสู่วงการแฟชั่น เริ่มมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ผู้คนมากมายต่างให้โอกาส ให้ความเมตตา ให้การสนับสนุนเรา เรามีทั้งเพื่อน พี่ ครูบาอาจารย์ บางท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว ที่พูดมาทั้งหมด มันคือมิตรภาพ 10 ปีที่ผ่านมา เราประคับประคองชีวิตอยู่ด้วยความรัก ความเมตตา ซึ่งนี่คือเรื่องราวที่ดีที่สุด มันทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตเราไม่ได้แร้นแค้นจนเกินไป (ยิ้ม)

Q: มองชีวิตที่กำลังจะดำเนินต่อไปอย่างไรในวันข้างหน้า

A: ผมว่ามนุษย์ไม่ต้องการอะไรมากหรอก ภาษาอังกฤษเรียก Icing on the cake คือชีวิตเท่าที่มีอยู่มันก็ดีมากแล้ว เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เรามีคนที่เขามองเห็นสิ่งที่เราทำแล้วเขาก็รักในสิ่งที่เราทำ เรามีกลุ่มคนที่เขามองโลกคล้ายกับเรา มีความสุข มีศรัทธาในสิ่งที่ทำคล้ายๆ กัน เท่านี้ก็โอเคแล้วละ

Go …  Go … Goal! ออกแบบชีวิตในอย่างที่เป็น...พลพัฒน์ อัศวะประภา,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ถ้าวันนี้มีคนอยากเป็นดีไซเนอร์แบบ หมู-อาซาว่า คุณจะบอกเขาว่าอย่างไร

A: คนที่คิดเป็น ก็จะออกแบบเป็น เริ่มต้นจากวิธีคิดก่อน ถ้าสมองคิดเป็น คิดได้ เราก็จะอยู่เป็น กินเป็น อ่านเป็น ใช้ชีวิตเป็น แล้วงานที่ดีก็จะเกิดขึ้น ปล่อยทุกอย่างไปตามสัญชาตญาณทางธรรมชาติ เหมือนตอนที่เราระบายสี ปล่อยมือให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะหนัก จะเบา ก็ว่ากันไป เดี๋ยวสีก็กลมกลืนกันไปเอง ผมว่าคนที่จะประสบความสำเร็จ ต้องมีความเป็นธรรมชาติ เพราะธรรมชาติจะทำให้เราอยู่ได้นาน อะไรที่เราฝืนมาก เลิศเรอเพอร์เฟ็กต์ไปซะหมด เดี๋ยวมันก็จะหล่นลงมา เราไปของเราเรื่อยๆ ตามจังหวะจะโคนดีกว่า ผมว่านั่นละดีที่สุด

Q: ถ้าสมมติชีวิตเป็นเสื้อผ้าที่คุณออกแบบอยู่ในตอนนี้ มันกำลังสวมใส่ได้พอดีเลยไหม

A: มันไม่เคยพอดีหรอก แต่ว่าเราก็ยินดีที่จะใส่มัน (ยิ้ม) เพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำมากับมือ มาจากความเป็นเราจริงๆ แน่นอน เวลานี้อาจไม่พอดี 100% มันยังมีสิ่งที่ต้องแก้ไข ปรับปรุงอยู่อีกเยอะ แต่เราก็มีความสุขที่จะสวมใส่มันไปแบบนี้อยู่เสมอ (ยิ้ม)

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ออกไปโชว์ให้นานาชาติเห็นอย่างไม่ต้องอายใคร ยิ่งถ้าใส่ทั้งตัวและหัวใจ ก็เป็นเรื่องที่ต้องภาคภูมิใจอย่างที่สุด...