เรื่องเด่น

เปิดหัวใจสีชมพู ท่านทูตตี่…ชาคร สุชีวะ

Published 19 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

MR-CHAKORN-SUCHIVA-scoops-Rabbit-Today-banner

ก็อย่างที่รู้กันดีว่า ในบรรดาคนที่เรียนรัฐศาสตร์การทูตของประเทศไทย มีเพียงส่วนหนึ่งที่มีโอกาสได้ทำงานในสายงานการต่างประเทศอย่างจริงจัง และมีจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ก้าวมาถึงตำแหน่งสูงสุด จนได้เป็นเอกอัครราชทูต

เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จมาถึงขั้นนี้ ล้วนต้องมีคุณสมบัติเป็นเลิศ เพื่อทำหน้าที่ ‘ตัวแทนประมุขของรัฐ’ ได้อย่างสมภาคภูมิ จึงไม่มีข้อสงสัยอันใดถึงระดับความสามารถที่ไม่เป็นสองรองใคร ของ ท่านทูตตี่-ชาคร สุชีวะ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐโปรตุเกส แต่สิ่งที่โดดเด่นไม่เป็นสองรองใครเช่นกันของท่านทูตตี่ คือไลฟ์สไตล์สุดแซ่บ และมุมมองการใช้ชีวิตที่เฉียบคม ทำให้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่เปี่ยมล้นด้วยความสุขทุกนาที

บทบาทของนักการทูตคือการปกป้องผลประโยชน์ เสริมสร้างภาพพจน์ที่ดีของประเทศชาติ บางทีเราก็อึดอัดนะที่ได้รับคำสั่งมาให้พูดไปในทางที่ดี ซึ่งบางทีความจริงก็เห็นอยู่ว่าประเทศเรามีปัญหา การพูดในสิ่งที่เราไม่ได้เชื่อเนี่ย มันยากนะ บางคนก็พูดเก่งเล่นละครเก่ง แต่หากต้องพูดเพื่อประเทศชาติ…เราก็พูดไปได้แหละ พยายามพูดในทางที่ดี อะไรไม่ดีก็แก้ไข พูดให้มันซอฟต์ลง

“อย่างไรก็ตาม สถานะหลายอย่างของประเทศไทยก็อยู่ในระดับต้นๆ ต่างชาติยังมองว่าประเทศเราน่าลงทุน มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ มีที่ตั้งที่ดีมาก มีศูนย์กลางการบิน การท่องเที่ยว เป็น Hub ไปเที่ยวเมืองรอบเราได้ มีความสงบ และไม่มีภัยพิบัติธรรมชาติ ไม่มีหิมะตกหนักถล่มตาย ถึงจะมีปัญหาการเมืองบ้าง แต่ปัญหาการเมืองมันก็มีทุกประเทศ แต่ประเทศไทยก็ยังถือว่าไปได้ดี 

“ในเรื่องการลงทุนนี่แน่นอน ทุกคนอยากมาลงทุน คนไทยขยันทำงาน ไทยเราเป็นประเทศอยู่ในอันดับท็อปๆ ของโลก เพียงแต่ว่าถ้าเอาไปเทียบกับประเทศในอาเซียนอื่นๆ ตอนนี้เราก็ต้องสู้มากขึ้น เพราะประเทศอื่นเขาก็พัฒนาขึ้นมาเยอะ”

ท่านทูตตี่บอกเล่าถึงหน้าที่การงานอันน่าภาคภูมิใจที่ผ่านมาด้วยท่าทีสุขุมคัมภีรภาพ สมกับสถานะน่านับถือ ภายใต้ลุคอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ผมสีชมพูที่เข้ากับกางเกงดีไซน์เฉี่ยวสีเดียวกัน ตัดกับคาร์ดิแกนสีเขียว รับกับดีเทลของเครื่องประดับอัญมณีหลากสีสัน ที่อธิบายได้โดยไม่ต้องการคำพูดใดๆ ถึงสีสันจัดจ้านของไลฟ์สไตล์เมื่อเป็นอิสระจากหัวโขน

“ชีวิตตอนนี้มีความสุขทุกวัน…ได้ออกกำลังกาย กินข้าวกับเพื่อน ปาร์ตี้ ไปงานอีเว้นต์ แต่งตัวสวยทุกวัน ก่อนหน้านี้เป็นนักการทูต ตำแหน่งสุดท้ายคือเอกอัครราชทูตไทยประจำเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ดำรงตำแหน่งอยู่ 4 ปีครึ่ง แล้วก็เกษียณที่นั่น

“ครอบครัว…ไม่มี แต่อยากมี ตอนนี้รอหมื่นสุนทรอยู่” ท่านทูตตี่ตอบคำถามด้วยรอยยิ้มแพรวพราว ก่อนที่เราจะข้ามประเด็นไปเจาะเรื่องที่สงสัย เพราะการก้าวผ่านแรงเสียดทานจาก ‘อคติของเพศวิถี’ มาสู่จุดสูงสุดของอาชีพทูตได้นั้น ไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะการแสดงตัวอย่างเปิดเผยว่า เป็นเพศที่ 3 แม้จะไม่มีผลต่อการทำงาน แต่อาจทำให้หลายคนเกิดข้อกังขาในแง่ความยอมรับ

“ก่อนที่จะได้รับเลื่อนขั้นแต่ละขั้นก็ลำบากนิดหนึ่ง ถ้าเผื่อเป็นเด็กๆ ก็โอเค แต่พอจะต้องสูงขึ้น ก็จะมีคนพูดจุกจิกว่าเราควรจะได้หรือไม่ได้ แต่ในที่สุดก็คิดว่ากระทรวงการต่างประเทศเป็นกระทรวงที่เปิดรับมากที่สุดแล้ว แล้วส่วนตัวเราก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีสมอง ไม่ได้ทำอะไรบ้าๆ โง่ๆ และก็เชื่อในเรื่องของ Destiny ว่าเราถูกกำหนดให้เป็น ในช่วงนั้นก็มีผู้ใหญ่ที่เข้าอกเข้าใจเรา และก็แต่งตั้งเรา และเราก็ทำหน้าที่ได้ดี ไม่มีอะไรที่เสียหาย

“ถ้าถามว่าชีวิตในตอนนี้เป็นชีวิตที่คาดหวังไว้หรือเปล่า…ใช่อย่างที่ฝันไหม อืม…ก็ใช่นะ คือทำงานมาก็ใฝ่ฝันอยากจะได้เป็นเอกอัครราชทูต ก็ได้เป็น เกษียณมาแล้วก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ได้แต่งตัวสวย ได้ออกกำลังกาย ได้มีเพื่อนสนุกๆ ได้ไปกินสิ่งที่อยากกิน”
แต่เมื่อถามถึงความฝันในใจ ท่านทูตตี่มีคำตอบที่ทำให้เราอ้าปากค้าง

“จริงๆ แล้วอยากเรียน Pole Dance มาก เพราะเป็นคนชอบเต้นรำมาตั้งแต่เด็กแล้ว ความใฝ่ฝันจริงๆ อยากเป็น Dancer ให้กับ Madonna, Michael Jackson เราจะได้อยู่บน Stage และมีไฟส่องเราตลอดเวลา มีคนปรบมือให้เรา อยากเต้น อยากเรียนเต้นเป็นเรื่องเป็นราว เห็นคนเรียน Pole Dance ก็อยากทำ แต่คิดว่าเราอายุมากเกินไปแล้ว ร่างกายอาจจะลำบากแล้วที่จะไปทำแบบนั้น” 

แม้จะออกตัวว่าเต้นไม่ค่อยไหว แต่หากใครเป็นแฟนคลับในเฟซบุ๊กหรือเป็นเพื่อนฝูงในแวดวงสังคมชั้นสูง ก็จะรู้ว่าปัจจุบันท่านทูตตี่ของเรายังมีลีลาเท้าไฟไม่แพ้ใคร อีกทั้งร่างกายยังฟิตสุดๆ เพราะเข้ายิมทุกวัน และที่แข็งแรงสดใสไม่แพ้ร่างกายก็คงเป็นหัวใจสีชมพูที่มีความรักดีๆ มาทักทายมิได้ขาดสาย แต่เมื่อคุยถึงเรื่องความรักในแง่มุมที่ลึกซึ้งจริงๆ คำตอบของท่านทูตตี่กลับเปิดมุมมองใหม่ที่ทำให้เราทึ่ง 

“ความรักคืออะไร มันก็นิยามได้ยากนะ บางคนก็บอกความรักคือการให้ ความรักคือสิ่งสวยงาม แต่ส่วนตัวคิดว่าความรักมันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วแต่เราจะกำหนดให้มันเป็นอะไร สำหรับความรักของเรามันก็คือการดูแลกันและกัน เข้าอกเข้าใจกัน อาจจะในฐานะเพื่อนร่วมโลกก็ได้ บางคนรักกันแต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันก็ได้ แต่ว่ามีความเอื้ออาทรให้กัน 

“บางคนรักกัน แต่ด้วยเหตุทางสังคมต่างๆ ทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่เราก็ยังมีความปรารถนาดีต่อกัน เห็นคนที่เรารักมีความสุข ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็ถือว่าเป็นความรักอีกบทบาทหนึ่ง

“เชื่อในชีวิตคู่หรือเปล่า ก็เชื่อนะ สำหรับบางคนที่เขาโชคดีเกิดมาเป็นอย่างนั้น คือเชื่อว่าพระเจ้ากำหนดมาให้มีคู่หรือไม่มีคู่ เชื่ออย่างนั้น คือจะบอกว่าเพศเดียวกันจะไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีคู่ ก็ไม่จริง เพราะมีหลายคู่ที่ลงเอยครองคู่กันจนวาระสุดท้าย ก็ไม่อยากจะเอ่ยถึงคนอื่นที่เป็นบุคคลนอก

เปิดหัวใจสีชมพู ท่านทูตตี่…ชาคร สุชีวะ,สัมภาษณ์,Rabbit Today

“ซึ่งก็มีเอกอัครราชทูตต่างประเทศหลายคนในเมืองไทย ถ้าได้ติดตามข่าวก็จะรู้ เขาก็เปิดเผยกัน ว่าเขามีคู่เป็นเพศเดียวกัน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีแต่งงานกัน เพียงแต่ตัวเราอาจเรียกว่าไม่ได้ถูกกำหนดมาให้มีคู่ มีแฟนเป็นครั้งเป็นคราว แต่ว่าไม่มีคู่ที่จะอยู่เป็นคู่ชีวิต 

“ตัวเราเองก็ไม่อยากจะมีด้วย เพราะขี้เกียจปรับตัวแล้ว เป็นคนรักตัวเอง เป็นคนไม่ชอบเอาใจใคร และก็เป็นคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็น จนเพื่อนถามว่า ยู จะเป็นอะไรกันแน่ งานผู้หญิงก็ไม่ทำ กับข้าวกับปลา ซักผ้ารีดผ้า ทำบ้าอะไรไม่เป็นเลย งานผู้ชายที่เกย์คิง หรือผู้ชายเขาทำ ตอกไม้ ตอกตะปู ทาสี ก็ทำไม่ได้อีก งั้นตกลงจะเป็นอะไรกันแน่ ทำไม่ได้สักอย่าง ก็เลยอยู่คนเดียวดีกว่า ถ้ามีชีวิตคู่มันต้องแบ่งงานกัน ช่วยกัน ซัพพอร์ตกัน เราไม่ทำอะไรเลยชีวิตนี้ ชี้นิ้วอย่างเดียว

“ตอนนี้ก็ไม่มีแฟนนะ คือส่วนมากเป็นคนที่คนไทยไม่ค่อยถูกโฉลกกับเรามากกว่า จะไม่ค่อยมีแฟนเป็นคนไทย เพราะเขาอาจจะเห็นว่าเราแรงเกินไป ทั้งแต่งตัวทั้งอะไรหลายอย่าง แต่อยู่เมืองนอกจะมีแฟนตลอด อยู่ญี่ปุ่น อยู่เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส จะมีแฟนตลอด แต่ว่าด้วยลักษณะการงานเรา เราก็ไม่อยากมี Commitment อะไรมาก พอเราต้องกลับมาเมืองไทยก็ต้องเลิกกันไป

“เป็นคนรักคนแนวแบดบอย คือคบแล้วต้องมีความสนุกสนาน ซึ่งคนแบบนี้หายากมากที่จะคลิกกับเรา เป็นคนไม่ชอบคนโง่ ต่อให้หล่อแทบตาย แต่พูดจาโง่ ๆ แบบนี้ก็ไม่เอา ไม่ชอบคนน่าเบื่อ ชอบคนมีเสน่ห์ คนมีเสน่ห์เนี่ยอยู่ได้นาน ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ต่อให้สวยหล่อให้ตาย แต่ถ้าโง่ พูดจาไร้เสน่ห์ ไม่มีอะไรที่เราคุยได้  มันไม่สนุก อยู่กับคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุก ต่อปากต่อคำได้ คุยเล่นกันไป แหย่กันไป ก็มีความสุข ชอบคนแบบนั้นมากกว่า”

ท่านทูตตี่ประกาศจุดยืนทางความรักอย่างชัดเจนตามสไตล์ ‘สวยเลือกได้’ แต่กระนั้นเราก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงที่พึ่งพิงแห่งชีวิต ในบั้นปลายที่คนทุกคนอาจต้องการใครสักคนหนึ่งไว้คอยเคียงข้าง ประคับประคอง

“ต่อไปอายุมากขึ้นแล้ว มากกว่านี้ สุขภาพไม่ดี จะอยู่กับใคร จะมีคนช่วยดูไหม อันนี้เป็นปัญหาหนักที่คิดอยู่ตลอดเวลา แต่คิดมากก็เครียด เดี๋ยวหน้าแก่ พยายามอย่าเพิ่งคิด แต่ก็คิดเหมือนกันนะ หลานเราก็มี แต่เราพึ่งหลานไม่ได้หรอก ชีวิตแต่ละคนก็ต้องมีครอบครัวของตัวเอง 

“โลกทุกวันนี้มันอยู่ยาก ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีก็ลำบากแล้ว ภาวนาว่าอย่าให้ป่วย ช่วยตัวเองไม่ได้ ขออย่าให้เป็นโรคอะไรที่นอนติดเตียง หวังในโชคชะตาว่าอย่าให้เป็นแบบนั้นละกัน ถามว่าคิดจะทำอย่างไรหรือเปล่า ก็คงมีญาติ พี่น้อง พี่ๆ เพื่อนฝูง คงพึ่งเขาได้บ้าง

“ถ้าจะให้แนะนำเรื่องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบมีความสุข ส่วนตัวคิดว่า คนเราทุกวันนี้สามารถใช้ชีวิตคนเดียวให้มีความสุขได้ เพราะโลกทุกวันนี้มีอะไรให้เราทำเยอะ การมีชีวิตคู่ไม่ได้หมายถึงการประสบความสำเร็จอะไรนะ เพราะการมีครอบครัวเป็นเรื่องยากมาก ไม่ว่าจะครอบครัวปกติหรือเพศเดียวกัน

“ทุกวันนี้โลกมันอยู่ลำบากขึ้น เราต้องมีคนช่วยทำงานบ้าน คนทำงานบ้านก็หายากขึ้นอยู่แล้ว มันไม่มีใครอยากทำงานบ้าน ถ้าเรามีลูกเล็ก อยากจะหาคนเลี้ยงลูก เราก็ไม่ใช่คนรวยหรือเป็นดารา อย่างคุณชมพู่-อารยา ที่จะได้จ้างคนเลี้ยงตลอดเวลา มันไม่ใช่ ชีวิตทุกคนมันไม่ได้ดีขนาดนั้น 

“ชีวิตครอบครัวเนี่ย แค่มีลูกก็ลำบากแล้ว ไหนลูกจะป่วย ไหนจะหาโรงเรียนให้ลูก ไม่ได้บอกให้ทุกคนไม่มีครอบครัวนะ แต่ถ้าเราไม่มี เราก็อยู่ได้แบบมีความสุข คือทุกวันนี้มันมีอะไรให้ทำเยอะแยะ มีหนังไว้ดู มีอะไรให้กิน ทำงานเก็บเงินของตัวเองไว้เถอะ แล้วก็ใช้เงินให้เป็น Enjoy life ตราบใดที่เราไม่ได้ไปทำร้ายคนอื่น ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับคนอื่น

“ถ้าถามว่า หากได้รับพรวิเศษให้ทำอะไรก็ได้ตามใจทุกอย่างใน 1 วัน…จะทำอะไรดี ถ้าเป็นสไตล์ของตัวเองก็อยากจะแต่งตัวให้สวยที่สุด เลือกชุดที่ดีที่สุด แล้วก็ขึ้นเครื่องบินเจ๊ต เหมาส่วนตัวบินไปในที่ที่อยากไปสักที่หนึ่ง ใช้ชีวิตหรูหรา ให้สบายที่สุด…ทำวันของเราให้ดีที่สุด!!”