เรื่องเด่น

LIKE FATHER, LIKE SON ลูกไม้เติบโตใต้ต้น ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล

Published 4 เม.ย. 2019

By สันทัด โพธิสา

MR-Chalermchatri-Yukol-interview-scoop-Rabbit-Today-banner-1

สำหรับคอหนังไทยแล้ว ชื่อ ‘ท่านมุ้ย’ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล คือหนึ่งในผู้กำกับฯ ชั้นครู ผู้ฝากผลงานภาพยนตร์ไทยชนิดขึ้นหิ้งมาแล้วมากมาย

ในภาพจำของแฟนหนังไทยเหล่านั้น หลายคนรู้จักกับหนึ่งในทายาทของท่านมุ้ย นั่นคือ ‘คุณชายอดัม’ ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล ซึ่งนอกจากภาพจำในความเป็นทายาทแล้ว ในฐานะคนทำงาน นี่คือผู้กำกับฯ หนุ่มไฟแรง และเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดคนหนึ่งของวงการในพ.ศ.นี้

คุณชายอดัมเคยฝากผลงานหนังไทยมุมมองใหม่ๆ ไว้หลายเรื่อง อาทิ สารวัตรหมาบ้า ผีห่าอโยธยา หรือแม้แต่ซีรีส์ฟอร์มบิ๊ก ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ทั้ง 3 ตอน ก็เป็นฝีไม้ลายมือของผู้กำกับฯ คนนี้ทั้งสิ้น

นอกจากจะสวมบทบาทเป็น ‘ผู้กำกับฯ’ เขายังกระโดดไปสวมบทบาทงานเบื้องหลังอีกมากมาย เป็นทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้จัดละคร และล่าสุด กับการก้าวเข้ามารับภารกิจผู้อำนวยการฝ่ายคอนเท้นต์ให้กับ Viu (วิว) แบรนด์ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งออนไลน์ 

หากจะบอกว่า นี่คือห้วงเวลาพิสูจน์ความสามารถทั้งในฐานะ ‘ผู้ผลิต’ และ ‘ผู้บริหาร’ ก็คงไม่ผิดนัก 

เขามองความท้าทายที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นอย่างไร และภายใต้ร่มเงาแห่งความเป็น ‘ครอบครัวนักสร้างภาพยนตร์’ จะสร้างความกดดันในหนทางชีวิตและการงานมาก-น้อยแค่ไหน เนื้อหาจากนี้...มีคำตอบ

]

Q: ตอนนี้ภารกิจต่างๆ รวมถึงบทบาทหน้าที่ของคุณมีอะไรบ้าง

A: ผมยังทำงานเป็นผู้กำกับหนัง เป็นผู้กำกับซีรี่ส์ นอกจากนั้นก็มีโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ไปร่วมทำ เช่น เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับโปรเจ็กต์ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ของวงการ และล่าสุดก็เป็นผู้อำนวยการฝ่ายคอนเท้นต์ให้กับ Viu (วิว) ซึ่งเป็นอีกงานที่ท้าทายมากๆ 

Q: ถ้าจะต้องนิยามสั้นๆ กับการทำงานในช่วงนี้ของตัวเอง

A: น่าจะเป็นช่วงบ้าเลือดเอามากๆ (หัวเราะ)

Q: งานชิ้นไหนของคุณที่ท้าทายที่สุดในเวลานี้

A: จริงๆ ก็ท้าทายหมด แต่ที่กำลังโฟกัสมากเป็นพิเศษ คือการมาดูแลคอนเท้นต์ที่วิว (Viu) ซึ่งเป็น OTT แพลตฟอร์ม (ธุรกิจบริการการแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต) เราตั้งใจที่จะเป็นเอนเตอร์เทนเม้นต์ฮับ คือมีคอนเท้นต์ที่ครอบคลุมทั้งหมด ทั้งซีรี่ส์เกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ซีรี่ส์ไทย โดยเฉพาะซีรี่ส์เกาหลี เราแทบจะกวาดมาทั้งหมดวงการ 

วิวมีเครือข่ายอยู่ราวๆ  17 ประเทศทั่วโลก แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นบริษัทระดับโลก ถึงทำให้ผมอยากร่วมงานด้วย แต่เขามีความกล้าบ้าบิ่นที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งคอนเท้นต์ อีกประการหนึ่งคือ เขารับฟังคนดู และพยายามทำธุรกิจเพื่อตอบสนองคนดูอย่างแท้จริง เช่น พยายามทำซับออกมาให้เร็วที่สุด หรือตอนนี้เรามีแบบพากษ์ไทย อีกเรื่องที่เป็นความน่าสนใจ คือวิวทรีตคนดูเท่าเทียมกันหมด คนที่มีฐานะแตกต่างกัน หรือมีวิธีการใช้จ่ายเงินที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาของวิวได้หมด เพราะเราคิดแพ็คเกจและโปรโมชั่นในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้คนดูเข้าถึงคอนเท้นต์ของเราให้ได้มากที่สุด

Adam’s gravity ผู้ชายกับแรงดึงดูดแห่งพลังสร้างสรรค์ ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: อย่างที่ทราบกันดี ยุคนี้เป็นยุคแห่งสงครามแห่งคอนเท้นต์ ในฐานะที่คุณก็เป็นหนึ่งในคนทำงานเกี่ยวกับคอนเท้นต์ อยากแนะนำอะไรกับคนดูบ้างไหม

A: ผมว่ายุคนี้คนดูมีทางเลือกมากขึ้น เมื่อก่อนถ้าคุณมีเงินสัก 180 บาท เข้าโรงหนัง คุณจะเลือกดูหนังอย่างอเวนเจอร์ก่อนแน่นอน เพราะว่ามันคุ้มที่สุด แต่ในวันนี้ คนดูมีทางเลือกมากขึ้น ยกตัวอย่างที่วิวเอง เราออกแบบโมเดลให้มีทั้งแบบจ่ายเงินและดูฟรี แต่วิธีการดูก็จะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสให้กับคนดูมากขึ้น คุณสามารถเลือกได้ โดยที่เงินก็ยังอยู่ในมือคุณ (ยิ้ม)

Q: การเป็นทั้งผู้บริหารและผู้ผลิต พอมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ถือเป็นความได้เปรียบในการทำงานไหม

A: ก็มีส่วนครับ ด้วยความที่เราเป็นคนทำงานในหลายมิติ มันเป็นข้อดีตรงที่เวลาเราอยากได้คอนเท้นต์หรือเนื้อหาที่ตอบโจทย์กับคนดู เรารู้ว่าจะไปเอาได้จากตรงไหน เนื่องจากเรารู้จักคน รู้จักทีมงานเยอะ ในขณะที่ถ้าเป็นผู้บริหารอย่างเดียว นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง เราอาจหาในสิ่งที่เราต้องการไม่พบก็ได้ 

Q: ตั้งแต่เริ่มสนทนากัน ดูเหมือนคุณกำลังสนุกกับความท้าทายนี้เอามากๆ 

A: ผมมองว่านี่คือโอกาสที่ยอดเยี่ยม ผมโชคดีมากๆ ที่ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ของวิว ที่ผ่านมาเราเห็นความลำบากของคนผลิตงานมามาก เห็นการเชื่อมกันไม่ติดระหว่างผู้ผลิตกับผู้ให้ทุน รวมไปถึงยังเห็นว่า คนดูไม่สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาที่อยากดูจริงๆ ได้ 

กระทั่งวันหนึ่งเราได้มาอยู่ตรงนี้ เราไม่ได้เก่งหรอก แต่เมื่อเราได้โอกาส เราก็ต้องทำ ส่วนจะทำให้คนมาดูวิวมากขึ้น รวมถึงทำให้อุตสาหกรรมของการผลิตเนื้อหาดีขึ้นได้มากแค่ไหน นี่คือโจทย์ของเรา มีคนบอกทีวีกำลังจะตาย โรงหนังกำลังจะตาย ผมว่ามันไม่จริง แต่ความจริงมีวิธีการที่เราสามารถผูกสิ่งเหล่านี้รวมกันไว้ เป็นทางเลือกใหม่ๆ และเราสามารถทำให้มันเติบโตอย่างยั่งยืนได้ อย่างเช่นวิว เป็นต้น

Adam’s gravity ผู้ชายกับแรงดึงดูดแห่งพลังสร้างสรรค์ ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ทุกวันนี้ เวลาจะผลิตงานออกมาสักชิ้น สำหรับคุณต้องตอบโจทย์อะไรบ้าง

A: ทำสิ่งที่สร้างความหลากหลาย สาเหตุที่หนังไทยตาย ละครไทยตาย ก็เพราะความหลากหลายหายไปนี่เอง สมมติในตลาดหนัง-ละครมีงานกระแสหลักอยู่ 20% ผมขอเป็นส่วนที่เหลืออีก 80% ถามว่าโอกาสเจ็บตัวมีไหม แน่นอน มันย่อมเจ็บตัวมากกว่า แต่ผมยินดี (หัวเราะ) 

บางทีเราต้องยอมตาย ต้องยอมแพ้ แพ้เพื่อกลับไปพัฒนาตัวเอง ถ้าเราไม่แพ้ก่อน งานดีๆ ไม่เกิดหรอกครับ เพราะวงการหนังถดถอยไง เราถึงมีหนังอย่าง App War, The Pool หรือแม้แต่ฉลาดเกมโกงออกมา ไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะทำหนังแบบเดียวกันหมด หนังรัก หนังผี เอาตลกมาเล่น ทุกงานคล้ายกันไปหมด ซึ่งมันไม่ควรเป็นอย่างนั้น งานดีๆ ที่เกิดขึ้นมา มันเกิดจากภาวะที่คุณรู้สึกว่าไม่มีคนมาดูหนังแล้วนะ แล้วคุณต้องดิ้น ต้องพัฒนาตัวเอง จากนั้นการสร้างสรรค์อะไรดีๆ ก็จะออกมา

Q: ถ้าเปรียบเทียบวงการหนังไทยเป็นคนสักคนหนึ่ง ตอนนี้อยู่สภาวะแข็งแรง ทรงๆ หรือป่วยหนัก

A: มีทั้ง 3 แบบเลย แต่ถามในเชิงการพัฒนา ผมว่าเราพัฒนาขึ้นนะ เรามีงานเจ๋งๆ และหลากหลายออกมาอย่างต่อเนื่อง เรามีสารคดีที่สนุกและมีคนดูอย่าง เชื่อ บ้า กล้า ก้าว หรือสารคดี BNK48 อย่าง Girls Don’t Cry  ถามว่าอยากให้อุตสาหกรรมหนังเป็นยังไงต่อไป อยากให้เละเทะครับ (ยิ้ม) เละเทะในความหมายของผมคือ ทำให้มันหลากหลาย และเป็นฟรีมาร์เก็ตอย่างแท้จริง เราอย่ารอให้รัฐมาอุ้มชู หรือต้องให้รัฐเข้ามาลงทุนให้ทุกอย่าง แบบนั้นเราคงง่อยเปลี้ยเสียขากันหมด เราต้องมีความแข็งแรงด้วยตัวเราเอง ผู้สร้างงานต้องเป็นปราชญ์ ต้องเป็นปัญญาชนของยุค เราต้องนำผู้อื่นครับ ถ้าคุณไม่นำ แสดงว่าคุณไม่เก่งพอ ต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นมาให้ได้

Adam’s gravity ผู้ชายกับแรงดึงดูดแห่งพลังสร้างสรรค์ ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: การที่คุณเป็นทายาทของ ‘ท่านมุ้ย’ ผู้กำกับฯ ชั้นครูของเมืองไทย คุณรู้สึกอย่างไรกับคำกล่าวที่ว่า ‘ลูกไม้หล่นใต้ต้น’ และถามจริงๆ เคยคิดอยากจะเดินออกจาก ‘ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่’ บ้างไหม

A: ไม่เคย อยู่ติดต้นได้ยิ่งดี (ยิ้ม) การมีท่านมุ้ยอยู่ในบ้าน ทำให้ผมสามารถเดินไปถามอะไรเมื่อไรก็ได้ บางทีเดินไปให้พ่อตัดซีนหนังให้ ไม่มีใครได้โอกาสนี้เท่าผมแล้วละ (หัวเราะ) ผมมีครอบครัวที่ทำงานในวงการหนังมากมาย คุณพ่อเป็นผู้กำกับ คุณแม่เป็นโปรดิวเซอร์ พี่สาวคนหนึ่งเป็นผู้จัดละคร พี่สาวอีกคนเป็นมือตัดต่อภาพระดับต้นๆ ของเมืองไทย รวมทั้งมีพี่ชายอีกคนเป็นช่างภาพมือรางวัล ไม่นับญาติๆ ที่เป็นโปรดิวเซอร์ เป็นช่างเสียง อืม...เพียบ! (หัวเราะ) ซึ่งถ้ามีโอกาสดีๆ แบบนี้ ก็จงใช้เถอะ

ต้นไม้จะแข็งแรงได้ก็ต่อเมื่อมันมีต้น มีราก มีใบ มีดิน แล้วถ้าผมจะเป็นลูกไม้ที่อยู่ใต้ต้นไม้นี้ ผมยินดีมากๆ ผมถือว่าผมโชคดี แล้วไม่ได้กลัวเรื่องการโดนเปรียบเทียบ เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดา การเปรียบเทียบเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ และไม่ว่าจะเป็นหนังของผม หนังของคุณพ่อ หรือหนังของใครก็ตามแต่ สุดท้ายก็โดนเอาไปเปรียบเทียบกับหนังอย่างอเวนเจอร์อยู่ดีนั่นละ (ยิ้ม) เพราะฉะนั้น มันเป็นเรื่องธรรมดา ผมว่าประเด็นมันอยู่ที่ เราภูมิใจกับงานของเราไหม และสิ่งที่เราได้รับจากครอบครัว เป็นสิ่งที่หาจากที่ไหนไม่ได้ เท่านี้ผมก็แฮปปี้แล้วละ

Q: ในวัย 33 ปี แพสชั่นของคุณในวันนี้คืออะไร

A: คือการได้ทำอะไรมันๆ สนุกๆ วันแรกที่ผมมาทำงานที่วิว ผมบอกกับผู้บริหารว่า เงื่อนไขเดียวที่ผมขอคือ ความสนุก ตราบใดที่ผมสนุกกับสิ่งที่ทำ ผมแฮปปี้แล้ว ที่ผ่านมา ผมได้ทำในสิ่งที่ผมอยากทำมาแทบทั้งหมด เช่น ผมได้ทำหนัง ซึ่งเป็นสิ่งที่รักมาตั้งแต่ประถม ผมได้เดินทางรอบโลก ผมได้เรียนในที่ดีๆ ได้กินอาหารที่ผมอยากกิน เหลืออยู่อย่างเดียวคือ อยากซื้อตู้เย็นใหม่ ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้ซื้อ (ยิ้ม) ในวันที่อายุ 33 ผมขอแค่มีความสุขในแต่ละวัน ได้ทำสิ่งที่ดี เท่านี้เอง ผมจบแล้ว

พลังงานมีอยู่รอบตัวเรา และสำหรับผู้ชายคนนี้ ดูเหมือนว่า ‘พลังแห่งความสร้างสรรค์’ จะลอยตัวหมุนเวียนอยู่ในชีวิตตลอดเวลา...