เรื่องเด่น

ตลกสมองเพชร เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา

Published 24 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

mum-jokmok-scoops-Rabbit-Today-banner

‘เคลียร์ตรงนี้เลยว่า อย่างไรก็รักเมีย!’ 

 หม่ำไม่ได้กล่าวไว้หรอก แต่หนึ่งในมุกคลาสสิกที่เขาชอบโดนอำเป็นประจำ นั่นคือมุก ‘แอบมีเมีย...ที่เชียงราย’ จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ (เพราะเจ้าตัวยังไม่เฉลยสักที) แต่ที่แน่ๆ มุกนี้…เขาโดนอำไปทั่วบ้านทั่วเมือง
หยุดเรื่อง ‘เมีย...ที่เชียงราย’ ไว้ก่อน 

 ล่าสุด หม่ำกำลังมีผลงานการกำกับและแสดงนำในภาพยนตร์ ‘ขุนบันลือ’ แน่นอนว่า คนดูคาดหวังเรื่องความฮาตามสไตล์หนังหม่ำได้ชัวร์ๆ แต่ความร้ายกาจกว่านั้น เขาหยิบเอาเรื่องราวที่โดนอำเรื่อง ‘แอบมีเมีย...ที่เชียงราย’ มาเป็นพล็อตของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยซะเลย

ว่าจะหยุดเรื่อง ‘เมีย...ที่เชียงราย’ ก็ต้องวนกลับมาอีกครา

กว่า 10 เรื่องมาแล้วกับเมียที่เชียงราย เอ้ย! กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ไทย หากนับเลยเถิดไปมากกว่านั้น หม่ำยึดหัวหาดอยู่ในรายการทีวียอดฮิต ‘ชิงร้อยชิงล้าน’ มาไม่ต่ำกว่า 27 ปี สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมจอตู้มายาวนานตั้งแต่เมื่อครั้งยูทู้บยังเตาะแตะ หรือสถานีออนไลน์ใดๆ ยังไม่มี

ไม่ง่ายกับการยืนระยะรักษาเพดานบินเอาไว้ แต่ผู้ชายคนนี้ทำได้ แถมเจ้าตัวยังยืนยันอีกด้วยว่า ถ้าปลายเส้นประสาทยังไม่เสื่อม เขาก็คงจะสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คนต่อไป 

ไม่บ่อยครั้งที่ตลกสมองเพชรจะให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่หม่ำยินดีรับนัด Rabbit Today เพื่อพูดคุยกันแบบยาวๆ ถามว่า...ยาวแค่ไหน เรียกว่ายาวถึงเชียงรายนั่นเลยทีเดียว

ตลกสมองเพชร เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ที่มาของภาพยนตร์เรื่องขุนบันลือเป็นมาอย่างไร

A: ผมเอาเรื่องที่คนชอบเข้าใจผิด หาว่าผมไปมีเมียน้อยที่เชียงรายมาทำ ถามว่าเหมือนเป็นการอำตัวเองหรือเปล่า ก็ประมาณนั้นแหละ แต่ก็ดีแล้วไง คนดูจะได้สนุก (ยิ้ม) มันเป็นเรื่องราวย้อนยุคสมัยที่ยังมีทาส ผมเล่นเป็นขุนบันลือ เป็นท่านขุนใจดี มีทาสอยู่เต็มบ้าน แต่จะมีทาสอยู่คนหนึ่งชื่ออีมด ซึ่งก็คือเมียผมที่มาเล่นด้วยนี่แหละ อีมดเป็นทาสที่ชอบจับผิด หาว่าเราไปมีนู่นมีนี่ที่เชียงราย เราก็บอกไม่มีๆ แต่ถึงมีก็จับไม่ได้หรอก เพราะเรารอบคอบ (หัวเราะ)

Q: สไตล์หนังหม่ำคือความตลก แต่นอกเหนือจากความตลก คุณคาดหวังให้คนดูได้อะไรอีกไหม

A: จริงๆ ในความตลก หรือความบันเทิงของตัวหนัง เราแฝงเรื่องราวไว้หลายอย่าง เช่น ในเรื่องมันจะมีสถานการณ์เรื่องการคอร์รัปชั่น ซึ่งท่านขุนบันลือเป็นคนดี พยายามต่อต้าน มันก็สะท้อนถึงความซื่อสัตย์ อีกมุมหนึ่งคือเรื่องการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะทำให้รักครอบครัวมากขึ้น ซึ่งปกติเพื่อนๆ ตลกก็ตั้งให้ผมเป็นนายกสมาคมรักครอบครัวอยู่แล้ว ตรงนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นอีก อ้อ! ส่วนคุณเท่ง (เถิดเทิง) เป็นรองนายก แต่รองนายกตอนนี้ยังไม่ได้เข้าบ้าน พยายามอยู่ (ยิ้ม)

ตลกสมองเพชร เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ขอย้อนเวลาหน่อย คุณผูกพันกับหนังมาตั้งแต่เมื่อไร

A: ผมชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็กๆ ดูหมดเลย หนังไทย หนังฝรั่ง หนังจีน หนังแขก ที่บ้านชอบดูกันทั้งบ้าน เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังเลยละ จำชื่อนักแสดงได้หมด (ยิ้ม) จนวันหนึ่งเข้าวงการบันเทิง ก็ได้มาเป็นนักแสดงตลก เมื่อก่อนเล่นหนังเยอะมาก ตื่นเช้ามาก็วิ่งหนีผีแล้ว ช่วงนั้นหนังบ้านผีปอบเยอะไง มีหลายภาค (หัวเราะ)

พอเล่นหนังไปนานๆ เข้า ก็มีความรู้สึกว่า ทำหนังมันก็ไม่น่ายาก จนมีโอกาสได้กำกับหนังจริงๆ เรื่องแรกยังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่อาศัยว่าเราทำงานโทรทัศน์ เป็นพิธีกร เป็นนักแสดง เป็นตลกคาเฟ่ ทำให้พอจะรู้มุมรู้แสง รู้จังหวะการเล่าเรื่องอยู่บ้าง เราก็เอาประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ แต่การกำกับหนังมันไม่ใช่แค่การกำกับนะสำหรับผม มันต้องรักด้วย เพราะถ้าไม่รัก เราไม่มีทางตื่นนอนตีสี่เพื่อไปกองถ่ายหรอก มันต้องเป็นคนที่ชอบจริงๆ ถ้าคนไม่ชอบ ทำไม่ได้หรอก หงุดหงิดตาย

Q: นับถึงวันนี้ น่าจะเกือบๆ 30 ปีที่คุณอยู่ในวงการตลก ทำอย่างไรถึงยังรักษามาตรฐานความขำไว้ได้ยาวนานแบบนี้

A: ต้องรักษาเพดานการแสดงไว้ไม่ให้ตก ด้วยการอัปเดตตัวเองทุกวัน ต้องพร้อมทุกเมื่อ สมมติไปเล่นตลกในโรงเรียนอนุบาล คุณก็ควรจะเล่นมุกแบบอนุบาล แต่ถ้าไปเล่นในสภา คุณก็ต้องรู้กฎหมาย หรือไปเล่นที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ คุณก็ต้องรู้ชื่อยศชื่อตำแหน่ง คือไม่ต้องรู้ละเอียด แต่คุณต้องรู้เป็นพื้นฐาน เพราะเวลาที่พูดอะไรออกไป คนดูเขาจะรู้เองว่า เออ ไอ้นี่มันรู้จริงเว้ย

ทำไมตลกบางคนถึงไม่มีงาน ก็เพราะไม่อัปเดตไง ไม่รักษาเพดานการแสดงตัวเอง มัวแต่ไปจำคนนั้นคนนี้มาเล่น ไม่มีทางเป็นต้นฉบับได้หรอก คนที่อ่าน คนที่ดู คนที่ฟัง จะได้เปรียบ เพราะทำให้เล่นได้หมด สมมติวันนี้เล่นเป็นด็อกเตอร์ พรุ่งนี้เล่นเป็นคนโง่ อีกวันเป็นคนเอ๋อ อีกวันเป็นพระราชา อีกวันเป็นยาจก ต้องเล่นได้หมด เทคนิคคือต้องรู้จักเสพข่าวสาร รู้ข้อมูล แล้วจะทำให้เล่นได้

Q: ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาคุณต้องเสพข่าวสารก่อนเลยไหม

A: ผมเสพกระจกก่อน (ยิ้ม) ตื่นเช้ามาก่อนแปรงฟัน ผมจะเล่นคนเดียวหน้ากระจก ทำหน้าทำตา แอ๊กท่าทางไปเรื่อย จนบางทีลูกเต้าถามพ่อเป็นอะไร พูดคนเดียว ยิ้มคนเดียว บ้าหรือเปล่า เราซ้อมไง ฝึกแอ๊กติ้ง แล้วเป็นคนชอบดูหนังฟังเพลง ดูละคงละครด้วย แต่ดูไปอย่างนั้นแหละ ดูเพื่อให้รู้ว่าโลกไปทางไหนแล้ว โลกหมุนซ้าย หรือหมุนขวา หรือว่าหยุดนิ่ง นี่คือสิ่งที่เราต้องทำอยู่ทุกวัน เป็นการเอาใจใส่ในอาชีพ แล้วมันจะส่งผลต่อตัวเรา

ตลกสมองเพชร เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เคยคิดเรื่องเกษียณ หรือเลิกเล่นตลกบ้างไหม

A: เคยคิดนะ ตอนนี้อายุ 53 เคยคิดเหมือนกันว่าจะหยุดเล่นตอนอายุสัก 60 นี่เหลืออีก 6-7 ปี ก็ไม่แน่ ถึงวันนั้นอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย พอแล้วว่ะ ไปอยู่กับลูกกับหลาน อยู่กับครอบครัว แต่ก็ยังเป็นแค่ความคิด เพราะเราอยู่กับการสร้างเสียงหัวเราะให้คนมานาน มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว อย่างเวลาไปไหนก็จะฉีกยิ้มไว้ก่อนเลย เพราะรู้ว่าต้องมีคนมาทัก เออ แล้วก็แปลกนะ คำแรกที่คนส่วนใหญ่ทักมักจะบอกว่า คุณหม่ำหน้าตาดีกว่าในทีวี แรกๆ ก็คิดว่าเขาไม่มีอะไรจะทักหรือเปล่าวะ (หัวเราะ) กลับไปส่องกระจกที่บ้าน นี่กูหน้าตาดีจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย ยิ่งเจอทักบ่อยๆ เข้า เออ สงสัยกูคงจะหน้าตาดีจริงๆ แล้วละ

Q: คุยเรื่องการเป็นประธานสโมสรฟุตบอลยโสธร เอฟซี กันหน่อย ข่าวว่าเสี่ยหม่ำลงทุนไปเทกโอเวอร์สโมสร

A: ข่าวมันก็เขียนกันไป๊! (หัวเราะ) มีคนมาคอมเม้นต์ เงินเหลือเยอะนะ ไปเทกทีมจังหวัดตัวเองด้วย โอ้ย เวรกรรมแท้ๆ เรื่องของเรื่องคือ ผมเป็นที่ปรึกษาสโมสรอยู่แล้ว ทีนี้ทางผู้หลักผู้ใหญ่ของทางจังหวัดเขาอยากให้เรามาช่วยส่งเสริมให้คนรักกีฬา ช่วยเรียกคนเข้ามาเชียร์บอลในสนาม ผู้ใหญ่ขอมาเราก็ไม่อยากขัด แต่จริงๆ ก็บ่ายเบี่ยงเขาอยู่หลายวันอ่ะนะ (หัวเราะ)

Q: ถ้าหากใครสักคนอยากเป็นตลก สำหรับคุณพรสวรรค์กับพรแสวง การเป็นตลกต้องใช้อะไรมากกว่ากัน

A: ผมว่าบางทีมันก็ไม่ใช่เรื่องโชคนะ จะบอกว่าฝีมือล้วนๆ มันก็ใช่ แต่ทั้งหลายขึ้นอยู่กับตัวเรา โชคก็ไม่ใช่ วาสนาก็ไม่เชิง ขึ้นอยู่กับตัวเรา อยู่ที่เพดานการแสดงล้วนๆ

ตลกสมองเพชร เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ผันผ่านมาถึงวันที่อายุ 53 ปี วันนี้ของคุณดีที่สุดแล้วหรือยัง

A: ผมว่าก็ดีนะ ดีมากๆ ครอบครัว พรรคพวก เพื่อนฝูง เป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ เหลืออย่างเดียวคือเรื่องสุขภาพที่ต้องดูแล ด้วยวัยของเรา คนอายุ 50 ขึ้นก็ทุกคนนั่นแหละ สมัยก่อนเวลาที่อยากกิน ก็ไม่มีตังค์ซื้อ แต่วันนี้พอมีกิน หมอก็ไม่ให้กินอีก แปลกพิลึก เมื่อก่อนชอบกินเนื้อ ก็ไม่ให้กินเนื้อซะแล้ว  นี่ดั๊นจะไม่ให้กินหมูอีก กรรมแท้ๆ (ยิ้ม)

Q: ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ไม่มีเสียงหัวเราะในโลกนี้แล้ว คุณจะรู้สึกอย่างไร

A: ผมว่ามันคงไม่ใช่โลกแล้วละ เป็นอีกมิติหนึ่ง โลกเรามันต้องมีเสียงหัวเราะ มีน้ำตา มีรอมยิ้ม มีอิจฉา มีริษยา เพราะเราเป็นมนุษย์ มันต้องมี แต่ทั้งหลายทั้งปวง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทำให้คนรู้สึกดี ดีมากๆ ผมว่าโลกนี้ไม่มีไม่ได้

Q: แล้วถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ไม่มีจังหวัดเชียงรายในโลกนี้แล้ว คุณจะรู้สึกอย่างไร

A: จบการสัมภาษณ์เท่านี้เถอะ พอๆ จบๆๆๆ

ก่อนจาก...อย่าพลาดกับภาพยนตร์ ‘ขุนบันลือ’ กำลังจะเข้าโรงฉาย 27 ธันวาคมนี้ ใครที่อยากได้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ รับรองว่าผู้กำกับฯ ที่หน้าตาดีที่สุดคนนี้ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน...