เรื่องเด่น

นักสืบเสมา

Published 18 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

mural-painting-scoops-Rabbit-Today-banner

ใครที่เคยเข้าวัดไหว้พระ กราบ 3 ทีแล้วเผ่น เราอยากให้คิดใหม่

 เพราะไหนๆ ไปวัดทั้งที โดยเฉพาะวัดที่มีภาพเขียนฝาผนังอยู่เต็มโบสถ์ด้วยแล้ว การหน่วงเวลาให้ช้าลงนิด เพื่อเดินพินิจพิจารณารายละเอียดต่างๆ ในภาพ ทีละก้าวๆ (หลังพระประธาน ถ้าเดินได้ก็ไม่ควรเว้น) กระตุ้นให้ต่อมความอยากรู้อยากเห็นเดินเครื่องเต็มกำลัง มันจะนำพาเราไปเจอะเจอความรู้ใหม่ๆ แบบคาดไม่ถึง และไม่รู้จบ

เหมือนที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดเอาไว้ว่า “จงอย่าหยุดตั้งคำถามและสูญเสียความอยากรู้อยากเห็น” อย่างไรละ ลองมาร่วมชิมลางเป็น #นักสืบเสมา ใน 3 วัด กับเราดูก่อน รับรองว่าการเข้าวัดนับจากนี้ไปจะไม่น่าเบื่อและสนุกขึ้นกว่าเดิมเยอะ

ความลับใต้คราบปูน

@วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

นักสืบเสมา,สกู๊ป,Rabbit Today

ถ้าไม่ใช่เด็ก มช. ที่มักแวะมาปลีกวิเวกอ่านหนังสือเตรียมสอบ คนทั่วไปก็อาจจะรู้จักวัดนี้ในฐานะสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Tomb Raider อันโด่งดัง แต่อีกสิ่งที่เป็นไฮไลต์ในเชิงคุณค่าของจิตรกรรมและประวัติศาสตร์ศิลปะนั้น คือ ภาพเขียนโบราณเลือนๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้คราบปูนผ่านกาลเวลา...เพื่อรอพวกเรามาตั้งคำถาม

ประวัติย่อ: 

วัดอุโมงค์สร้างขึ้นในสมัยพญามังราย (กษัตริย์พระองค์แรกของล้านนา) มีชื่อเดิมว่า ‘วัดทัฏฐาราม’ แต่ตัวอุโมงค์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนา ตามแบบศิลปะที่นิยมสร้างสถานปฏิบัติธรรมในอินเดีย จีน ลังกา และพม่า แต่ปัจจุบันรูปแบบอุโมงค์ที่ว่านี้มีเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยก็ที่วัดอุโมงค์นี่เอง

วัดแห่งนี้เคยมีหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุมาจำพรรษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาใน จ.เชียงใหม่ ช่วงปี พ.ศ.2491 ก่อนจะย้ายไปจำพรรษาที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ในปี พ.ศ.2503 เป็นการถาวร 

เบาะแส: ภาพเขียนบนผนังอุโมงค์

นักสืบเสมา,สกู๊ป,Rabbit Today

ผู้ช่วยไขเบาะแสเบื้องต้น: อ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

“ภาพเขียนนี้มีอายุ 400-500 ปี (ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ) เป็นสกุลช่างล้านนา เพราะมีรูปแบบของภาพเขียนจำพวกลายดอกไม้ นก และสิ่งต่างๆ ในรูป ซึ่งบอกชัดเจนว่าเป็นฟอร์มแบบล้านนา”

[ว่าแต่...สังเกตตรงไหนว่าเป็นรูปแบบล้านนากันหรือ]

“ก็เช่นดอกไม้ในภาพเขียนจะมีลักษณะเดียวกันกับดอกไม้ที่ใช้ในงานปูนปั้น ซึ่งเป็นลายประเภทเดียวกับล้านนาที่เราเจอเยอะในช่วงนั้น เขาเรียกว่าดอกโบตั๋น ซึ่งเป็นดอกไม้เมืองจีน แต่ช่างเอามาปรับเป็นรูปแบบของตัวเอง พูดได้ว่าลายนี้ป๊อปไปทั่วล้านนา อยุธยา และสุโขทัย ทว่าชื่อโบราณของดอกไม้ชนิดนี้ไม่เคยมีใครรู้ เพราะไม่มีเอกสารใดๆ กล่าวถึง เลยใช้ชื่อจีนเรียก 

“นอกจากดอกไม้แล้วชุดภาพเขียนที่วัดอุโมงค์ก็จะมีสัตว์ปีกในงานมงคลแบบจีน เช่น นกประเภทต่างๆ ด้วย

นักสืบเสมา,สกู๊ป,Rabbit Today

“ผมใช้เวลาในการศึกษาอยู่หลายปี เริ่มตั้งแต่ตอนเรียนประมาณปี พ.ศ.2538 อาจมีหยุดบ้างเป็นระยะ คัดลอกลายด้วยมือ บางทีนั่งลอกลายอยู่คนเดียวจนดึกดื่น ฝนตกและไฟดับ ค่อยๆ ไล่ทำไปทีละอุโมงค์ๆ และนำภาพอุโมงค์ที่ 2 มาสร้างเป็นภาพจำลองทางคอมพิวเตอร์ โดยคุณวิสิฐ อรุณรัตนานนท์ ครับ”

[แอบสงสัยว่า จนถึงวันนี้จะยังมีอุโมงค์ลับซ่อนอยู่อีกบ้างไหม]

“มันก็เป็นแค่เรื่องเล่ากันมานานครับ แต่หลักฐานในปัจจุบันชัดเจนฟันธงได้แล้วว่าไม่จริง อุโมงค์มีเท่าที่เห็นตามรูป ไม่มีห้องลับและช่องลับซ่อนอยู่ระหว่างอุโมงค์ใดๆ กรมศิลป์ขุดบูรณะถึงฐานอุโมงค์หมดเกลี้ยง ผมลงไปเดินดูด้วยตัวเอง แล้วพบว่าไม่มีอะไรนอกจากดินจริงๆ ครับ” 

DID -YOU-KNOW-logo

ในเจดีย์เคยมีรูปเขียนอดีตพระพุทธเจ้าอยู่ในกรุ (ห้องเล็กที่เก็บพระธาตุซ่อนในเจดีย์) ปัจจุบันจิตรกรรมพังหมด และกรุถูกปิดแล้ว แต่ อ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม ได้เคยคัดลอกลายไว้จากรูปถ่ายปี 2513 จึงทำให้มีภาพลายเส้นเก็บไว้เป็นหลักฐานอันทรงคุณค่าให้กับคนไทยรุ่นหลังไว้ได้ศึกษาต่อมาจนถึงวันนี้

หญิงในภาพกับคุณยายต่างหูทองคำ

@วัดอินทารามวรวิหาร แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

นักสืบเสมา,สกู๊ป,Rabbit Today

เรื่องมีอยู่ว่า เราเคยไปทริปอีสานแล้วเจอคุณยายคนหนึ่งสวมต่างหูทองคำดูเลอค่า เห็นว่าหน้าตาแปลกดี เลยขอถ่ายรูปเก็บไว้ จนเมื่อกลับมา กทม. แล้วไปเดินชมภาพเขียนในกุฏิพระพุทธองค์ วัดอินทารามวรวิหาร เท่านั้นแหละ ทำให้เรารีบคว้ามือถือมาสไลด์รูปพิสูจน์ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เราอึ้งจนอยากรู้ต่อว่ามีที่มาอย่างไร

ประวัติย่อ: วัดอินทารามวรวิหารตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) เคยเป็นวัดร้างมาก่อน แต่ได้รับการปฏิสังขรณ์จากพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และมีการบูรณะอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 3 สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือ หมู่กุฏิพระพุทธองค์ 4 หลัง ที่มีภาพเขียนฝาผนังแฝงกลิ่นอายของศิลปะจีนทรงคุณค่า

เบาะแส: ภาพเขียนหญิงสวมต่างหูบนผนังกุฏิพระพุทธองค์ (ปางถวายพระเพลิง) ดูคล้ายกับต่างหูทองคำของคุณยายคนหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์

ผู้ช่วยไขเบาะแสเบื้องต้น 1. อ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“พูดคร่าวๆ ผู้หญิงในภาพตามเบาะแส ดูเป็นคนมีฐานะ สังเกตได้จากการมีเครื่องทอง (ต่างหู, สายที่พาดตัว และเด็กผมจุกคาดทอง ถ้าดูจากสไบ ก็อาจจะเป็นหญิงภาคกลาง ยังไม่พบร่องรอยอีสาน แต่ถ้าเห็นทั้งผนังก็น่าจะคาดเดาได้แม่นขึ้น

“สำหรับต่างหู สามารถตั้งข้อสังเกตได้เบื้องต้นว่า เราควรสืบค้นว่าคุณยายที่ภาคอีสานท่านนี้มีเชื้อสายอะไร รูปแบบต่างหูในจิตรกรรมก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงลดทอนรายละเอียด บางทีรูปแบบต่างหูเดียวกันอาจจะเจอในคนกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่ในสมัยเดียวกันด้วย 

“แต่การดูภาพนี้ก็มีข้อดีคือ ทำให้รู้ถึงวิธีประดับต่างหูและวัฒนธรรมการแต่งกายของคนโบราณนะครับ แต่ก็ต้องมาพิจารณาต่อว่ารูปแบบการใส่ต่างหูแบบนี้ คนชาติพันธุ์อื่นๆ เขาใส่กันแบบนี้ด้วยหรือไม่ เสียดายที่รายละเอียดในรูปเขียนมันไม่ชัดเป๊ะๆ”

[คงต้องกูเกิ้ลหาเบอร์โทรศัพท์ผู้ใหญ่บ้านแล้วละ เผื่อได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม]

นักสืบเสมา,สกู๊ป,Rabbit Today

ผู้ช่วยไขเบาะแสเบื้องต้น 2. สมชาติ เพ็ชรเลิศ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสนวนใน หมู่ 3 ต.สนวน อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ 

“ในภาพคือคุณยายสลิง กุมรัมย์ ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ของชุมชนสนวนครับ และว่ากันว่า ตระกูล ‘กุมรัมย์’ มีลำดับญาติมาจาก ‘หลวงชำนาญ’ หรือหลวงจำนาญ ซึ่งเป็นพ่อเมืองสนวนคนแรกในอดีต 

“สำหรับชุมชนสนวนมีอายุราว 400 ปี น่าจะเกิดก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะลักษณะการตั้งชุมชนสนวนจะคล้ายเมืองแป๊ะ ซึ่งก็คือเมืองบุรีรัมย์ คือมีคูเมืองล้อมรอบ แต่จะเป็นยุคไหนผมก็ลำดับไม่ถูกครับ

“ผมเห็นคนแก่รุ่นตารุ่นยายและรุ่นแม่ใส่ต่างหูแบบนี้มาตลอดนะครับ ส่วนหัวจะหนักกว่าส่วนหาง ยิ่งบางคนใส่มานาน รูหูอาจจะใหญ่และหลวม คนแก่บางคนจึงเอาน้ำตาเทียนไปหยดส่วนท้ายที่งอๆ เพื่อถ่วงให้หนัก ไม่อย่างนั้นจะหล่นง่ายเวลาก้ม ในจังหวัดอื่นผมไม่ค่อยเห็นนะ แต่แถวบ้านผมนี่เห็นติดตามาตั้งแต่เด็กแล้วครับ” 

[แล้วจะอธิบายความเชื่อมโยงคร่าวๆ ของต่างหูในภาพเขียนกับต่างหูจริงที่อีสานอย่างไร]

ผู้ช่วยไขเบาะแสเบื้องต้น 3. ผศ.ศุภรัตน์ ตี่คะกุล ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

“ดูจากภาพอาจตีความได้เบื้องต้นจากลักษณะเครื่องแต่งกายว่าผู้หญิงกลุ่มนี้ไม่ใช่ไพร่ทั่วไป พูดง่ายๆ ว่าอาจเป็นชนชั้นมูลนายภาคกลางในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยดูจากผู้หญิงไว้ผมปีกเก็บผมเรียบร้อย การสวมเครื่องประดับแบบนี้อาจเป็นที่นิยมกันในช่วงเวลานั้น

“สังเกตได้ว่าต่างหูนี้ไม่ได้ใส่คนเดียว เพราะผู้หญิงคนข้างหลังที่ผิวคล้ำกว่าก็ใส่เหมือนกัน แม้รายละเอียดต่างหูจะไม่ชัดเจน แต่ดูแล้วมีรูปแบบเดียวกัน อาจจะตีความได้ว่าผู้หญิงในสมัยนั้นนิยมใส่ต่างหูแบบนี้ และคนข้างหลังที่ผิวคล้ำกว่า อาจจะไม่ใช่บุคคลในครอบครัวที่มีวงศ์วานว่านเครือเดียวกัน อาจจะเป็นเพื่อนกันก็ใส่ต่างหูที่มีรูปแบบเดียวกัน 

“ถ้าเราเอาข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านที่บอกมาว่าบรรพบุรุษคุณยายเป็นมูลนายมาเสริม คุณยายเองก็อาจจะเป็นลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากชนชั้นมูลนาย ก็ไม่แปลกที่เครื่องประดับที่เป็นที่นิยมในภาคกลางจะแพร่ไปสู่มูลนายที่อยู่ตามหัวเมือง เพราะมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมถึงกำลังทางเศรษฐกิจของมูลนายที่สามารถซื้อของเหล่านี้ได้ 

“แต่อย่างไรก็ตาม เราคงต้องไปดูต่อในภาพใหญ่ค่ะ”

DID -YOU-KNOW-logo

กุฏิพระพุทธองค์ 4 หลัง ทางวัดเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ถ้าเหลือเวลาก็อย่าลืมแวะพระวิหารสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่อยู่ใกล้ๆ กันด้วยนะ ที่นั่นมีงานบานหน้าต่างที่สร้างสรรค์ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 บอกเล่าเรื่องราวโมเม้นต์สำคัญๆ ของพระองค์ท่านไว้อย่างน่าสนใจ

เมื่อซูเปอร์แมน โมนาลิซ่า และสายัณห์ สัญญา อยู่ในจิตรกรรมฝาผนัง!

@วัดพุทธปทีป วิมเบิลดัน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร 

ภาพ: พัชรพล พงษ์วิจิตร

นักสืบเสมา,สกู๊ป,Rabbit Today

นี่คือบิ๊กแบงของคอนเซ็ปต์จิตรกรรมฝาผนังสุดแหวกแนว รวบตึงเรื่องใกล้ตัวของชาวพุทธและมวลมนุษยชาติ ณ ขณะนั้น มาสื่อและแสดงออกเป็นศิลปะเพื่อสะท้อนเสรีภาพแห่งพุทธศิลป์ร่วมสมัย ทั้งหมดนี้สร้างสรรค์จากไอเดียของกองทัพจิตรกรอาสาสมัครชาวไทย นำโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ปัญญา วิจินธนสาร, สมภพ บุตรราช, ปาง ชินสาย ฯลฯ (รวมทั้งสิ้น 16 คน) ใครมีโอกาสมาที่นี่ เราการันตีความเพลิดเพลินในการถอดรหัสจากสิ่งที่ศิลปินสอดแทรกไว้ให้ขบคิดบนผนังทั้ง 4 ด้าน ซึ่งว่ากันว่านี่คือความยิ่งใหญ่ของพุทธศิลป์บนภาคพื้นยุโรปในรอบร้อยปีเลยทีเดียว

ประวัติย่อ: วัดพุทธปทีป เป็นวัดไทยวัดแรกที่ตั้งขึ้นในทวีปยุโรป อยู่ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และการดูแลของสถานทูตไทยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2508 โดยสถานที่แรกตั้งอยู่บ้านเลขที่ 99 ถนนไครสต์เชิร์ช ริชมอนด์ ต่อมาในปี พ.ศ.2519 ได้ย้ายมาอยู่ ณ เลขที่ 14 ถนนคะโลนน์ วิมเบิลดัน พาร์กไซด์ ลอนดอน และผูกพัทธสีมาเป็นวัดที่สมบูรณ์ตามประเพณีไทย เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2525 

เบาะแส: ภาพจิตรกรรมเทคนิคสมัยใหม่ แสดงหลากหลายบุคคลบนฝาผนังอุโบสถ

ผู้ช่วยไขเบาะแสเบื้องต้น: คุณกิติศักดิ์ นวลลักษณ์ หนึ่งในคณะจิตรกรผู้สร้างสรรค์จิตรกรรม วัดพุทธปทีป

“ในอุโบสถหลังนี้มีภาพเขียนที่บอกเล่าถึงวิถีจารีตประเพณีไทย ตามคติความเชื่อตามพุทธประวัติ และวิถีชีวิตคนไทยที่เปิดรับทุกสิ่งทุกอย่างจากโลกตะวันตกและตะวันออก มีความคิดนอกกรอบ ประชดประชันสังคม สอดแทรกสิ่งที่ตัวผู้วาดเห็นและรับรู้ อาจจะมีแฟนตาซีบ้าง เอามารวบรวมให้เห็นเป็นสัจธรรมรูปแบบหนึ่ง ให้เห็นสัญลักษณ์ของความโหดร้าย วัตถุนิยม ว่าอาจจะเป็นผลร้ายกับความเป็นพุทธของเราแบบนี้ๆ”

[จิตรกรรมที่สื่อออกมาเป็นภาพตามความคิดของจิตรกรล้วนๆ หรือเปล่านะ]

“ตอนทำไม่ได้มีใครมาดูอะไรเรามากนักหรอกครับ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับปล่อยปละละเลย เพราะโครงการมันยาว ตั้งแต่ปี 1984-1988

“อย่างเช่นภาพที่นำเสนอเหตุการณ์หลังจากพระเวสสันดรได้ทรงพบกับลูกเมีย พระบิดา และพระมารดาแล้ว ตัวเองก็โดนอัญเชิญให้กลับเมือง ตอนนี้จึงเป็นตอนสำคัญ ผมจึงต้องการออกแบบให้ภาพนี้ส่งต่อไปถึงพระชาติสุดท้ายที่จะเกิดเป็นพระสมณโคดมในชาติต่อไปซึ่งอยู่ในห้องโถงกลางของหลวงพ่อดำนี่แหละครับ ก็เลยออกแบบให้พระเวสสันดรทรงช้างเผือก แล้วเอื้อมมือไปหยิบดอกบัวซึ่งช้างเผือกคู่พระบารมียื่นให้ จากสัญลักษณ์ของดอกบัวมีนัยคือความปรารถนาในการหลุดพ้นอย่างแท้จริง นี่คือความปรารถนาของผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นแนวพุทธที่ชัดเจน

นักสืบเสมา,สกู๊ป,Rabbit Today

“แต่หากเป็นคนธรรมดา เหมือนชายส่งดอกไม้ให้หญิง ก็จะเป็นความปรารถนาธรรมดา เป็นความพอใจท้ายๆ ผมเลยสื่อให้เห็นขบวนคน พระราชา พระมเหสี พระธิดา บรรดาอำมาตย์ เพื่อตามไปสู่การหลุดพ้นที่แท้จริง ซึ่งยังไม่มีวัดไหนทำครับ”

[ภาพบนผนังตรงข้ามองค์พระประธานดูน่าตื่นตาตื่นใจมากกับกองทัพอาวุธหนัก]

“ภาพนี้เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวร้าวรุนแรงของสงครามที่มาประชิดเมือง เป็นไอเดียคล้ายๆ กับมารผจญนั่นแหละครับ และในช่วงปี ค.ศ.1988-1989 จอร์จ บุช เขาขึ้นเป็นประธานาธิบดี และเขากำลังขี่กับซัดดัม ฮุสเซน มีแฮมเบอร์เกอร์ประกบไส้หนังหลายม้วนแบกอยู่ที่หลังเขาเป็นสัญลักษณ์”

[แล้วคุณสายัณห์ สัญญา มาอยู่ในจิตรกรรมได้อย่างไรกันเนี่ย]

“เพราะคนวาดเขาชอบมากครับ เอาเทปคาสเซตต์มาด้วยนะ สมัยนั้นพี่เบิร์ดเพิ่งออกอัลบั้ม ‘หาดทราย สายลม สองเรา’ ด้วย (หัวเราะ) ภาพอื่นที่เห็นทำนองนี้ก็เช่น คนถือปี่สกอตในภาพคือคุณสแตนเลย์ เขาเป็นชาวสกอต ก็เลยมีภาพนี้อยู่เพื่อแสดงถึงมิตรภาพระหว่างตัวเขากับศิลปินที่วาดภาพ และประตูโบสถ์จะเห็นฝรั่งฮอลันดากับภรรยาคนไทย มีลูกครึ่งด้วย แต่คนไทยโดยมากจะไม่ชอบแหม่มนะ เท่าที่ผมสังเกต (หัวเราะ) โดยมากจะตามจีบเฉยๆ มากกว่า แต่ก็ไม่มีอะไรครับ คือเขียนเพื่อให้องค์ประกอบลงตัวเฉยๆ จริงๆ มีเรื่องคุยเยอะ แต่ต้องให้เจ้าตัวมาอธิบายเองครับ (ยิ้ม)” 

DID -YOU-KNOW-logo

ประวัติหลวงพ่อดำ (พระประธานประจำอุโบสถวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน) โดย อนันต์ วงษ์ตา เล่าไว้ว่า พระพุทธปทีป หรือหลวงพ่อดำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยสุโขทัย สูง 175 ซม. หน้าตักกว้าง 109 ซม. หนัก 275 กก. เป็นโบราณวัตถุที่มีค่ามาก ซึ่งผู้ชำนาญทางวัตถุโบราณกำหนดอายุได้ราว 650-700 ปี วัดพุทธปทีปได้อัญเชิญ ‘พระประธานหลวงพ่อดำ’ เข้าประดิษฐานในพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2525

ใครเป็นสายวัด เข้าวัดครั้งหน้าคงไม่ใช่เตรียมแค่ดอกไม้ธูปเทียนแล้วละ แต่ควรติดแว่นขยายไปด้วย บางภาพจำเป็นต้องใช้จริงๆ นะ #จัดสักทริปดีไหม #แล้วเราไปด้วยกัน