เรื่องเด่น

ชาลี ไตรรัตน์ ชายผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ความเครียด

Published 25 เม.ย. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

nak-charlie-interview-scoop-Rabbit-Today-banner

“เจี๊ยบ! ตัดหนังยางเราทำไม” เสียงของน้อยหน่าในวันวานดังก้องในใจอีกครั้งเมื่อเห็น ‘แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์’ เด็กหนุ่มผู้เคยรับบทเจี๊ยบในหนังเรื่อง ‘แฟนฉัน’ เดินเข้ามาในห้องสัมภาษณ์…

จากหนังไทยรายได้ 137 ล้านบาทที่เคยสร้างปรากฏการณ์ “นี่ไงเพื่อนเกลอ รูปเธอแฟนฉัน” ผลักดันให้นักแสดงเด็กในวันนั้นกลายเป็นขวัญใจคอหนังไทยทั้งประเทศ นำไปสู่บทบาทใหม่ๆ ที่หลากหลายขึ้น จนสามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาทองจากหนังเรื่อง ‘เด็กหอ’ มาครองได้สำเร็จ 

วันนี้แน็กหรือชื่อจริง ‘ชาลี ปอทเจส’ เติบโตเป็นนักแสดงหนุ่มวัย 26 ปีที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการ แต่เส้นทางสายนี้ดูเหมือนจะส่งบททดสอบใหม่ๆ มาให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่เสมอ 

มีช่วงหนึ่งที่แน็กห่างหายไปจากจอฟิล์มและหันไปทำงานเพลงในฐานะศิลปิน เขาค้นพบว่านี่คืออีกหนึ่งเส้นทางฝันอันน่าหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น 

แต่แล้วในปีนี้แน็กหวนกลับคืนสู่โลกของการแสดงอีกครั้งกับผลงานเรื่องใหม่ล่าสุด ‘ออนซอนเด’ หนังไทยคอมเมดี้รวมดาวลูกทุ่ง 100 ล้านวิวจากทั่วเมืองไทยไว้ในเรื่องเดียว ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายวันที่ 1 พฤษภาคม

Rabbit Today อาสาพาผู้อ่านไปจับเข่าคุยกับผู้ชายคนนี้ให้แฟนๆ หายคิดถึง พร้อมเผยมุมอารมณ์ดีที่มีลายเซ็นความเป็นตัวเองอย่างชัดเจน ก่อนเริ่มสัมภาษณ์เขาย้ำนักย้ำหนาว่า “ผมเป็นคนไม่เครียดเลยครับ” 

Q: บทบาทในหนังเรื่องใหม่ ‘ออนซอนเด’ มีความแตกต่างจากผลงานที่ผ่านมาไหม

A: ผมรับบทเป็น ‘ยุทธ’ หนุ่มกรุงเทพฯ ที่ต้องไปทำงานถ่ายภาพประเพณีแห่เทียนในถิ่นอีสาน คาแรกเตอร์ตัวละครชอบท่องเที่ยวและรักธรรมชาติเหมือนกับผม แค่ตัวจริงผมไม่เคยถ่ายรูปเท่านั้นเอง ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้เล่นเรื่องนี้ แต่พอรู้ว่าทีมนักแสดงมีพี่ก้อง ห้วยไร่ เบิ้ล ปทุมราช แซ็ค ชุมแพ และธัญญ่า อาร์สยาม โห! แต่ละคนนักร้อง 100 ล้านวิวทั้งนั้น มารวมตัวกันนี่ระดับ 1,000 ล้านวิวเลย ที่สำคัญผมชอบทำเพลงมาก คิดว่าเป็นโอกาสดีๆ ที่จะได้รู้จักกับศิลปินตัวจริง

Q: ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้มีคนยื่นบทให้คุณเยอะมาก แต่ไม่ค่อยรับเล่นเพราะอะไร 

A: หนังหรือซีรีส์ถ้าเข้ามาในช่วงที่เราไม่อยากทำงานจริงๆ ผมไม่ค่อยอยากรับครับ ไม่ถนัด ผมเป็นคนที่แต่งหน้าไม่ได้ นี่คือสิ่งที่อึดอัดมาตลอดชีวิต การที่ต้องแต่งหน้าทำผม ไม่ชอบจริงๆ เพราะผิวแพ้ง่าย หน้าจะลอก สิวขึ้น แต่ถ้าเล่นหนังไม่เคยแต่งหน้า มีบทยื่นมาเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นซีรีส์ แต่ผมปฏิเสธไป เพราะซีรีส์บางเรื่องครึ่งปียังถ่ายทำไม่เสร็จเลย อยากเล่นหนังที่ถ่ายทำแค่ 10 วันเสร็จมากกว่า

Q: การที่คุณปฏิเสธบทไป เพราะลึกๆ แล้วรู้สึกไม่มั่นใจด้วยหรือเปล่า 

A: เป็นคนไม่มั่นใจในระดับหนึ่งนะ งานไหนดีเกินเราก็ไม่รับ อันนี้เป็นตั้งแต่เด็กแล้ว บางงานอาจทำให้เราได้รับโฆษณาดีๆ ก็ปฏิเสธไม่เอา เรารู้สึกว่ามันดีเกินไป เหมาะกับนักแสดงคนอื่นมากกว่า ผมจะรับเฉพาะงานที่ไม่รู้สึกหนักใจ การที่คุณไปรับอะไรที่หนักๆ อย่างโฆษณา คุณต้องปฏิบัติตัวดีด้วยนะ หลังจบงานคุณจะทำอะไรตามใจไม่ได้ ซึ่งผมยังชอบทำโน้นทำนี่ตามใจตัวเองอยู่

Q: รู้สึกอย่างไรที่แม้จะผ่านมา 16 ปีแล้ว แต่ยังมีคนเรียกคุณว่า ‘แน็ก แฟนฉัน’

A: รู้สึกดีใจนะ เพราะแฟนฉันเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่ง ใครยังจำเราได้ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ผมไม่ห่วงว่าคนจะติดภาพจำนะ แต่มีปัญหาต่อการทำงานบ้าง บางครั้งได้รับบทที่โตขึ้นและพยายามเล่นให้ดีที่สุด แต่คนยังไม่เชื่ออยู่ดี ทั้งๆ ที่อายุผมเท่ากับบท เรื่องนี้แก้ไม่ได้หรอก ต่อให้เราเล่นดีแค่ไหน แต่คนยังจำหรือติดภาพที่เขาชอบที่สุดอยู่ดี จริงๆ เล่นมาเกือบทุกอย่างแล้ว ขาดแต่บทโรคจิตมั้งครับ อยากเล่นนะ ถ้าต้องเปลี่ยนบุคลิกไปเลย ผมคิดว่าผมน่าจะเล่นได้ดีนะ คาแรกเตอร์แปลกๆ ดูน่ากลัว น่าลองดูเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยมีใครยื่นบทนี้มาเลย (หัวเราะ)

ชาลี ไตรรัตน์ ชายผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ความเครียด,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: มีช่วงหนึ่งที่คุณหายไปจากวงการ ขออนุญาตถามตอนนั้นไปทำอะไร 

A: ไปทำดนตรีมาครับ มีโอกาสได้พักงานไปทำงานเพลงแบบเต็มตัว ฝึกร้องเพลงอย่างจริงจัง วงชื่อ CHARLEE มีซิงเกิล ‘สุดท้าย’ และ ‘เลวๆ’ เมื่อก่อนผมแต่งเพลงอินดี้นิดนึง แต่ช่วงหลังพยายามปรับให้ฟังง่ายขึ้น เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความรักทั่วไป ไม่ได้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวเสียทีเดียว แค่คิดว่าตอนนี้คนชอบอะไร แล้วนำคำนั้นมาใส่ในเพลง จากเพลงแรกที่ทำตอบสนองตัวเอง ตอนนี้อยากทำเพลงให้คนโยกตามได้บ้าง ความจริงผมมีวงตั้งแต่อายุ 20 แต่ตอนนี้เพื่อนๆ อายุจะ 30 กันหมดแล้ว บางคนแยกย้ายไปทำงานที่มั่นคงมากขึ้น 

Q: คุณมองว่าอาชีพนักแสดงและศิลปินเป็นงานที่ไม่มั่นคง

A: ทำงานแป๊ปเดียวได้เงินเยอะเท่าคนทำงานทั้งปีหรือ 10 ปีก็จริง แต่ไม่มั่นคงนะ วันหนึ่งคุณอาจไปทำอะไรที่ทำให้ตัวเองเสียหาย ไปใช้ชีวิตที่ทำให้ตัวเองผิดพลาด หรืออาจมีนักแสดงหน้าใหม่ขึ้นมาแทนที่…คนอาจลืมคุณไปเลยก็ได้

Q: อยากถูกจดจำในฐานะ ‘นักแสดง’ หรือ ‘ศิลปิน’ มากกว่ากัน

A: ตอนนี้อยากมีบทบาทด้านดนตรีในฐานะศิลปิน การประสบความสำเร็จในเรื่องเพลงเป็นเรื่องยากมาก ส่วนใหญ่นักร้องมาเป็นนักแสดงมีให้เห็นเยอะแยะ แต่หากนักแสดงจะกระโดดไปเป็นนักร้องอาชีพแทบไม่มีเลยนะ หายากมาก ขนาดตัวเราพยายามเต็มที่ยังทำไม่ได้เลย มันยากตรงนี้แหละ แต่อยากให้คนลองเปิดใจฟังเพลงผมบ้าง

Q: ยังมีเรื่องไหนที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวคุณอยู่

A: ไอ้นี้เล่นยา เที่ยว สูบบุหรี่ ถ้าคนรู้จักผมจริงๆ จะรู้ว่าผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวเลย ผมไม่เที่ยว ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้าแบบจริงจัง ส่วนใหญ่คนชอบพูดถึงเรื่องพวกนี้แหละ แต่ผมเฉยๆ ละ 

จะมีใครกล้าถอนเงินที่หาได้มาทั้งชีวิตไปซื้อรถไหม ไม่มีหรอก แต่ผมกล้าทำ ผมเคยถอนเงินไปซื้อรถเป็น 10 คัน ไม่พอผมยังขายบ้านผมไปซื้อรถอีก ทำมาหมดทุกอย่างแล้ว ผมเป็นคนไม่เครียดเลย ไม่เครียดสักอย่าง

Q: หากมองย้อนกลับไปมีอะไรที่อยากกลับไปแก้ไขบ้าง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ

A: ไม่มีที่เสียดายนะ มีแต่คิดเล่นๆ ว่าถ้าให้เลือกระหว่างดังตอนเด็กกับดังตอนโต เราเลือกดังตอนโตดีกว่า เงินมันต่างกันมาก คงเป็นเรื่องนี้นะ (หัวเราะ) คนมักคิดว่าทำงานตั้งแต่เด็กต้องได้เงินเยอะ แต่ไม่ใช่เลย แตกต่างกับดาราโตไม่ใช่แค่ 100 เท่า แต่เป็น 1,000 เท่า

Q: การเป็นนักแสดงตั้งแต่วัยเด็กส่งผลกระทบต่อชีวิตคุณไหม

A: มีแต่ผลดีนะเท่าที่ผมผ่านมา เพราะผมได้ใช้ชีวิต ได้ซื้อของเล่นมากว่าเด็กคนอื่น ไม่ได้รู้สึกว่าเราสูญเสียความเป็นส่วนตัวเลย มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามามากกว่า ระหว่างทางเราได้ประสบการณ์ เจออุปสรรคและสิ่งที่ต้องเรียนรู้ สอนให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น

Q: เป้าหมายในวงการบันเทิงของคุณคืออะไร

A: อยากจะประสบความสำเร็จเรื่องเพลง ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรจริงๆ อยากทำให้คนหันมาฟังเพลงเราบ้าง เมื่อก่อนผมไม่เชื่อเรื่องดวงหรือเรื่องจังหวะอะไรพวกนี้ ผมว่ามันตลกมาก ทำไมการปล่อยเพลงต้องรอจังหวะ ทำไมต้องดูดวงคนโน้นคนนี้ แต่พอผมมาทำเพลงจริงๆ รู้แล้วว่ามันจริงครับ สำหรับผมตอนนี้ดวงมาก่อนเลย (หัวเราะ) ไม่ได้ดูถูกนะ แต่มีบางเพลงที่ลงทุนถ่าย MV แค่หลักพัน หรืออัดเพลงเล่นๆ ขำๆ ดันทำยอดได้ถึง 100 ล้านวิว ส่วนเพลงเรามีคนฟังแค่ 100 คน (หัวเราะ) ทั้งที่ลงทุนถ่ายทำแพงมาก นักร้องที่ประสบความสำเร็จสำหรับผมต้องมีเพลง 100 ล้านวิวขึ้นไป ยุคนี้ 1 ล้านวิวถือว่าจิ๊บจ๊อยมากเลยสำหรับบางคน ส่วนของผม 1 แสนวิวยังไม่ได้เลยครับ

Q: ในแง่ของนักแสดงล่ะ อะไรคือสิ่งการันตีว่าคุณประสบความสำเร็จบนเส้นทางนี้แล้ว 

A: การเล่นหนัง 1 เรื่องแล้วมีชื่อเสียงอาจไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จ แต่คุณต้องสามารถอยู่ในวงการในระยะยาวได้ต่างหาก นักแสดงยุคนี้หลายคนรวยระดับ 100 ล้านหรือ 1,000 ล้าน หากคุณฉลาดเก็บเงินนะ…สบ๊าย! ส่วนผมเนี่ยไม่เคยเก็บสักบาท…ใช้หมด ผมเคยมีแฟนที่รวยมาก แถมยังรู้จักคนรวยระดับ 10,000 ล้าน แฟนบอกว่ายังไม่มีใครใช้เงินเยอะเท่าผมเลย ผมใช้เงินเยอะมาก บางเดือนหมดไปเกือบล้านโดยที่ไม่ได้ของอะไรแม้แต่ชิ้นเดียว 

ผมชอบซื้อของเยอะ ซื้อของซ้ำ รถมอเตอร์ไซค์ 1,000 CC ราคาคันละ 1 ล้านบาท ซื้อ 10 คัน แต่ละคันขับละไม่ถึง 10 กิโลเมตร กีตาร์ซื้อทีเดียวหลายสี ซื้อมาวางไว้ ไม่เคยจับ สุดท้ายคือวันนี้ไม่เหลืออะไรเลย เหลือแค่สัตว์เลี้ยงที่ยังอยู่กับเรา นอกนั้นไม่เหลือ (หัวเราะ) ครอบครัวผมเลี้ยงสัตว์แปลกๆ เยอะ สัตว์บางตัวคนเกลียดมันเพราะหน้าตา แต่บ้านผมจะไม่เกลียด สมมตินอนอยู่ในบ้านแล้วเจองูเห่าเลื้อยเข้ามา ผมปล่อยมันไป แต่ถ้าวันไหนเบื่อๆ ค่อยลุกขึ้นไล่จับมาถ่ายรูปเล่น

ชาลี ไตรรัตน์ ชายผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ความเครียด,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: คุณรู้ว่านิสัยการใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน

A: ใช่ ผมรู้ตั้งแต่เด็กแล้ว จะมีใครกล้าถอนเงินที่หาได้มาทั้งชีวิตไปซื้อรถไหม ไม่มีหรอก แต่ผมกล้าทำ ผมเคยถอนเงินไปซื้อรถเป็น 10 คัน ไม่พอผมยังขายบ้านผมไปซื้อรถอีก ทำมาหมดทุกอย่างแล้ว ผมเป็นคนไม่เครียดเลย ไม่เครียดสักอย่าง ล่าสุดเพิ่งขายคอนโดไปอีก ผมเป็นคนชอบซื้อของเล่นเยอะ พอไม่มีเงินก็ขายทิ้ง ขาดทุนแต่มีความสุข

Q: แสดงว่าเป็นคนสุขนิยม และดำเนินชีวิตด้วยอารมณ์ส่วนตัวเป็นหลัก

A: มีเครียดบ้างนะ ถามตัวเองว่าทำไมเราไม่รู้จักเก็บเงินบ้างวะ ถ้าเก็บเงินนะ ตอนนี้เป็นเศรษฐีไปแล้ว (หัวเราะ) แต่ถือว่าที่ผ่านมาผมได้ทำอะไรมากกว่าเด็กหลายคน ทำมาหมดทุกอย่างแล้ว ถามว่าคุ้มไหมก็คุ้ม แต่ถ้าปรับความคุ้มเป็นเงินได้ก็ดีเหมือนกันนะ 

Q: ไลฟ์สไตล์ของคุณสร้างปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์บ้างไหม

A: ผมเป็นผู้ชายที่รักแฟนมากๆ นะ ยิ่งคนล่าสุดคือผมรักมากที่สุดในชีวิตเลย ครอบครัวเขาก็รักผม แต่คบกันไม่ได้เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เหตุผลที่ตอนนี้ผมไม่มีแฟนเพราะบางเรื่องผมทำให้เขาไม่ได้ ผมไม่ใช่ผู้ชายดี๊ด๊าลงรูปสวีทหวานแหวว ผมไม่ใช้คนแบบนั้น ผมเกลียดการที่ต้องลงรูปประกาศให้คนอื่นรู้ว่าเรากำลังคบกับใครอยู่ จริงๆ มันไม่ใช่สไตล์ผม แนวผมคือไม่จำเป็นต้องเปิดตัวหรือทำมุ้งมิ้งใส่กันให้คนอื่นเห็น อาจเพราะผมเขินด้วยแหละ แต่พอเราทำแบบนั้นให้ไม่ได้ก็สงสารผู้หญิงที่คบเรา 

ปัญหาที่ผ่านมามีเยอะมาก บางช่วงที่ผมไม่อยากทำงาน คือไม่ทำจริงๆ นะ เข้าใจว่าการที่เราอายุเท่านี้แล้วไม่ทำงาน เวลาไปคบกับใครมันน่าเกลียด คุณจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ คุณต้องทำงาน ถ้าเป็นคนนิสัยแบบผมคือต้องอยู่คนเดียว อยู่กับสัตว์เลี้ยงไปละกัน ตอนมีแฟนเคยคิดว่าจะทำตัวให้ดีขึ้นนะ แต่สุดท้ายเปลี่ยนไม่ได้ เรายังเป็นคนขี้เกียจเหมือนเดิม

Q: ทุกวันนี้ความสุขของ ‘แน็ก-ชาลี’ อยู่ที่ตรงไหน

A: ผมได้ทำทุกอย่างที่อยากทำหมดแล้ว ตอนนี้แค่ได้อยู่กับครอบครัวก็ดีใจละ บ้านไม่ได้เป็นหนี้ ไม่ต้องทำงานเหนื่อยมาก แม้ไม่ได้ร่ำรวย แต่มีความสุข ผมยังเคยพูดเล่นๆ กับแม่เลยว่าถ้าบ้านเรามีพื้นที่มากกว่านี้จะเลี้ยงไก่ให้มันออกไข่ แล้วเก็บไข่ไก่มากิน โดนตัดน้ำตัดไฟก็ช่างมัน ผมอยู่ได้ แค่มีบ้านอยู่เรียบง่าย ผมพอใจแล้ว ผมไม่เครียดเลย 

ผมรู้จุดจบของตัวเองว่าวันหนึ่งผมอาจไปทำงานร้องเพลงตามร้านอาหาร นี่คือเรื่องจริงนะ ตอนเช้าเลี้ยงสัตว์อยู่กับครอบครัว ค่ำค่อยขับรถออกไปทำงาน อาจร้องเพลงคืนหนึ่งสัก 1-2 แห่ง มีเงินไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ยิ่งถ้าผมไม่มีแฟน ไม่มีภาระ ยิ่งไม่ต้องไปทำอะไรให้ตัวเองได้เงินเยอะ แค่พ่อแม่อยู่ได้สบาย…แค่นี้พอแล้วครับ