เรื่องเด่น

ชานน สันตินธรกุล คิดการใหญ่...โกฮอลลีวู้ด

Published 4 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

NONKUL-Interview-scoop-Rabbit-Today-banner

เขาเคยเป็นเด็กมัธยมธรรมดาๆ ไม่ทาครีม ไม่แต่งตัว บางทีก็ไม่อาบน้ำ...

เขาได้รับโอกาสก้าวสำคัญให้เล่นละคร หนังสั้น ซีรีส์ กระทั่งภาพยนตร์สร้างชื่อ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ที่ทำรายได้ระดับพันล้านในเอเชีย... 

จากเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาการผลิตสื่อภาพยนตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล  

‘ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน’ คงจริงดังว่า…เมื่อดูจากหลักฐานและข้อพิสูจน์ด้านการทำงานและชีวิตการเรียนของ นน-ชานน สันตินธรกุล นักแสดงตี๋ทรงเสน่ห์ บนแผ่นปก Rabbit Today ในฐานะ ‘ดาวรุ่งพุ่งทะยาน’ ซึ่งจากนี้ไป…เจ้าตัวหมายมั่นปั้นปลายทางอาชีพไว้ที่ ‘ระดับโลก’

นน’ หรือในชื่อที่แฟนๆ คุ้นปากว่า ‘นนกุล’ ซึ่งมาจาก ชื่อแอคเคานต์อินสตาแกรม Nonkul เขาไม่ใช่เด็กผอมโกรกเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เจ้าตัวเล่าว่า เขาสูงขึ้น 7 มิลลิเมตร  

ไม่ใช่เพียงความสูง แต่ทุกอย่างในวันนี้ไม่เหมือนวันนั้น...

Q: จากเด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง มาถึงวันที่เป็นดารามีชื่อเสียงระดับเอเชีย มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

A: เรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปแน่ๆ คือการใส่ใจดูแลตัวเอง ใส่ใจต่อบทบาทหน้าที่ที่มีมากขึ้นเยอะเลยครับ ตื่นเช้ามาล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ ก็ต้องเลือกสินค้าที่ทำให้สุขภาพเราดี ทำให้ตัวเองผิวพรรณดี ทุกเช้า-ทุกเย็น หรือก่อนนอนจะต้องทาครีมโน่นนั่นนี่ เมื่อก่อน...ไม่มีทางและไม่มีวันด้วย

Q: คุณยอมปรับและเปลี่ยนวิถีชีวิตตั้งแต่ตื่นเช้ายันเข้านอน

A: ใช่! เพราะผมรักในอาชีพ และมองว่ามันคงไม่ใช่แค่เรื่องการแสดงที่ทำให้เราไปได้ไกลขึ้น รูปร่างหน้าตา บุคลิกก็เกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น จริงๆ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาใส่ใจกับอะไรแบบนี้

Q: เลยเป็นที่มาของความชอบทั้งการแสดง ร้องเพลง เต้น เดินแบบ ฯลฯ และพยายามพัฒนาตัวเองในทุกด้าน แม้กระทั่งภาษาต่างๆ

A: คงยังไม่ได้เรียกว่าชอบทุกอย่าง ผมยังคงชอบในการแสดงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตของผมตรงนี้ แต่สิ่งที่ต้องฝึกหัดพัฒนาเพิ่มเติม เพราะผมมองว่าสมัยนี้การจะเป็นนักแสดงมันต้องทำได้หลายอย่างมากๆ แล้วยิ่งผมฝันและตั้งเป้าหมายว่าอยากจะไปยืนในระดับโลก ฉะนั้นผมยิ่งต้องพยายามมากกว่าคนที่อยู่ในฮอลลีวู้ด แล้วยิ่งเราไม่ใช่เจ้าของภาษาอื่นๆ ด้วย เราพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ เขาจะเลือกเราทำไม ฉะนั้นเราต้องทำได้มากกว่าเขา...เขาถึงจะเห็นเรา

Q: 12 ผลงานที่เคยแสดง ผลงานใดส่งผลต่อชีวิตการแสดงของนนสุดๆ

A: ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ครับ (ตอบทันที) เนื่องจากมันเป็นภาพยนตร์ซึ่งมีเวลาให้เราเวิร์กช็อปและทำการบ้านเยอะ ถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำการบ้านจริงๆ เลยทำให้ผมรู้สึกว่า…อ๋อ การทำการบ้านกับการแสดง กว่าจะสามารถตกตะกอนกับตัวละครหนึ่งได้ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

Q: เรียกว่าใช้เวลาเต็มที่...

A: ท่องบทวันละ 30 รอบ ทั้งหมด 57 ไดอะล็อกในบทที่มีเรา ท่องให้มันจำเข้าไปจริงๆ 

ชานน สันตินธรกุล คิดการใหญ่...โกฮอลลีวู้ด,สกู้ป,Rabbit Today

Q: แล้วเป๊ะหมดทั้ง 100% ไหม

A: อ๋อ! ไม่ๆ สุดท้ายมันอิมโพรไวส์ได้ครับ แต่ถามว่าช่วงเวลานั้นผมจำได้ไหม...จำได้ คือเราเดินเข้าฉากแล้ว เราไม่ต้องดูบทเลยว่า ซีนนี้มีคำพูดอะไรบ้าง

Q: ล่าสุดเพิ่งเปิดกล้องซีรีส์ใหม่ ‘เรื่องที่ขอจากฟ้า’ ต้องรับบทคนตาบอด ตัวละครนี้ท้าทายอย่างไร

A: เรารู้สึกว่าน่าสนุกมากๆ เพราะว่าก่อนอื่นเราไม่เคยเห็นตัวละครในหนังที่ใช้คนตาบอดเป็นตัวเอก ยกเว้น Daredevil ที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ผมรู้สึกว่ามันท้าทายมาก ต้องทำการบ้านเพิ่ม อย่างเช่น พูดคุยกับผู้พิการทางสายตา หรือทดลองหลับตาเดินใส่แว่นดำและใช้ไม้เท้าดู

Q: ได้ไปทดลองเดินแถวไหน

A: ตอนแรกเดินในห้างฯ เลยครับ มีคนตามมาช่วยดู แต่ประเด็นคือ อยากเดินตามสกายวอล์ก เพราะมันน่าจะปลอดภัยกว่า แต่คนที่มาช่วยผม ดันจะให้ผมไปขึ้นบีทีเอส ผมก็เลยตกใจว่า เฮ้ย! เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า แต่ไหนๆ ก็ทำแล้ว ก็เลยตามๆ เขาไป ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดี

เอาตรงๆ ก่อนเริ่มทดลองจะมีความกลัวประเภทว่า เราจะทำอย่างนี้จริงๆ เหรอ! แต่พอเราทำ...ก็เอาวะ! แล้วก็ลงมือทำเลยครับ จากนั้นพอเริ่มทำมันก็เลยไปต่อได้ แล้วก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรามองหา

Q: ใครคือศิลปินคนเก่งของนน

A: จริงๆ ผมชอบ แดเนียล เดย์-ลูอิส แต่ว่าเขาเพิ่งรีไทร์ไป ถ้าเลือกคนที่ยังแอ๊กทีฟอยู่ก็ เจค จิลเลนฮาล ครับ

ผมดู Source Code เป็นหนังที่สนุกมากๆ รู้สึกว่า…เฮ้ย! ทำไมคนนี้เล่นดีจัง แต่ก็เป็นบทบาทที่เห็นได้ทั่วไป จากนั้นเราก็มาเห็นเขาในบทบาท Nightcrawler ซึ่ง หูย! สุดยอด เป็นหนังที่ดูแล้วเราไม่เห็น เจค จิลเลนฮาล เลย ผมเห็นแต่ตัวละครที่ชั่วมากเลยนะ แต่เราก็มอบความเห็นใจกับเขาได้ เขาเก่งมากๆ หลังจากเรื่องนี้ 6 เดือน เขาก็ไปฟิตร่างกายเพื่อแสดงเรื่อง Southpaw จากร่างกายผอมๆ แห้งๆ กลายเป็นนักมวยบึกบึน แล้วเขาก็เล่นดีมาก สุดยอดมาก ถือว่าเป็นไอดอลเลยแล้วกัน ถามว่าเราทำได้ถึงขั้นเจคเลยไหม ตอนนี้อาจจะยัง...

Q: แล้วฝ่ายหญิงล่ะ ใคร

A: เบลค ไลฟ์ลีย์ ครับ สวยมากเลย (หัวเราะ) สูงเพรียว หุ่นดีเว่อร์

Q: ถ้าเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันในวงการบันเทิงบ้านเราล่ะ

A: ถ้านับถือในแง่ของฝีมือนะครับ ก็มี พี่ต่อ-ธนภพ, เจเจ-กฤษณภูมิ, เจมส์-ธีรดนย์ ครับ

ชานน สันตินธรกุล คิดการใหญ่...โกฮอลลีวู้ด,สกู้ป,Rabbit Today

Q: ทุกวันนี้นนดูและติดตามงานบันเทิงอะไรบ้าง

A: ดูหนัง ชอบดูพวกซูเปอร์ฮีโร่ ผมรู้สึกมันเอ็นเตอร์เทนดี ไม่ต้องคิดเยอะ แล้วเราชอบความที่มันเชื่อมต่อกันใน Universe ของเขา

Q: อยากเป็นตัวอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือไม่

A: จริงๆ เราไม่ได้อยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่เท่าไร แต่อยากเล่นอารมณ์แบบ Kingsman มันมีฉากแอ๊กชั่นที่บู๊มันมาก คิดว่าตัวทำได้นะ ถ้าเกิดว่าผู้สร้างเลือกเรา (หัวเราะ)

Q: ถ้าทิ้งทุกตัวละครที่เคยแสดง แท้จริง ‘นน’ เป็นคนอย่างไร

A: ผมดูเป็นคนที่ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง ด้วยความที่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ เวลาเราต้องการอะไรแล้ว เราคิดว่ามันจะช่วยให้เราไปถึงตรงนั้นได้ อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ อย่างเช่นผมชอบใส่หมวกมาก ใส่มาเป็นปีแล้วยังไม่ได้ซัก ผมก็จะชอบจู้จี้จุกจิกว่าช่วยเอาไปซักให้หน่อย ตอนนี้เลยได้ไหม พรุ่งนี้ไหม หรือมะรืน จะเอาไปทำให้วันไหน มันจะได้เสร็จเป็นอย่างๆ ไม่เอาแบบ เดี๋ยวทำให้ ช่วยบอกได้ไหม...เราจะได้รู้ จะได้สบายใจ แล้วจะได้ตามถูก ทำนองนั้นครับ

Q: อะไรคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตตอนนี้

A: ถ้าด้านการงานก็คือไปให้ถึงฮอลลีวู้ดครับ ผมอยากประสบความสำเร็จทั้งในด้านการงานอาชีพและเงินทอง ไม่ได้อยากเป็นแค่นักแสดงที่มีฝีมืออย่างเดียว อยากเป็นนักแสดงที่มีฝีมือพร้อมทุกด้านและมีชื่อเสียง ซึ่งก็คงต้องมีเงินทอง แต่ผมเชื่อว่า ถ้าวันหนึ่งไปถึงตรงนั้นได้ เดี๋ยวเงินทองจะตามมาเอง เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เลยโฟกัสกับเรื่องฝีมือมากที่สุดเป็นอันดับแรก

Q: นอกจากเป้าหมายด้านการงานแล้วมีอะไรอีก...อย่างเช่น มีลูก 5 คน 10 คน

A:  (ยิ้ม) จริงๆ ไม่ได้คิด แต่ก็รู้สึกว่าอยากแต่งงาน มีครอบครัว มีความสุข เพราะรู้สึกว่าสุดท้ายถ้าเราอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆ มันก็คงตายจากไปโดยที่เราไม่ได้สืบสานอะไรต่อ ถ้าอนาคตมีลูกก็คงอยากรู้ว่าการเป็นพ่อคนมันเป็นอย่างไรครับ

Q: ตอนที่ไปฮอลลีวู้ดคุณน่าจะอายุมากแล้วนะ 

A:  โหย! นักแสดงฮอลลีวู้ดเขาก็มีแฟน หรือมีภรรยา มีลูกกันนะครับ (ยิ้ม)

ชานน สันตินธรกุล คิดการใหญ่...โกฮอลลีวู้ด,สกู้ป,Rabbit Today

Q: ตอนนี้คุณมีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงเมืองจีน และหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

A: ก็มีไปงานอีเว้นต์ที่เวียดนาม มีจีน สปป.ลาว ก็เคย กัมพูชาก็เคย ฟิลิปปินส์ก็เคย อินโดฯ และมีโปรดักชั่นที่จีนด้วยครับ

Q: แฟนคลับต่างประเทศตื่นเต้นกับนนมาก-น้อยแค่ไหน

A: ก็ประมาณหนึ่ง ก่อนฉลาดเกมส์โกงเข้า และช่วงหนังฉาย มีมารับที่สนามบินบ้าง ไปเฝ้าหน้าลิฟต์บ้าง หรือมารอก่อนเราเข้าเวทีในงาน ตั้งแต่ 10-20 ไปจนถึง 100 คนครับ แล้วแต่ประเทศและงานที่ไปครับ

Q: แฟนคลับเข้ามากระชากผม กระโดดกัดหู นี่มีไหม

A: (หัวเราะ) ไม่มี อันนั้นก็เกินไป แต่ก็เคยได้ยินมาว่ามันเคยมี แต่ของผมยังไม่มี 

Q: มีช่วงหนึ่งก่อนจบมหาวิทยาลัย นนเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับความสูง แล้วพยายามจะทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้เปลี่ยนแปลง

A: เป็นโปรเจกต์ส่วนตัว แล้วรู้สึกว่าก็ไหนๆ มีธีสิสที่เราต้องทำให้จบมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ทำไมเราไม่ทำเรื่องนี้ไปเลย เพราะมีประโยคหนึ่งที่อาจารย์พูดว่า ควรจะทำเรื่องที่มัน Personal กับเราจริงๆ เลยทำเป็น Documentary เกี่ยวกับการที่เราอยากเพิ่มความสูง โดยเอาตัวเองเป็น Subject Experiment ภายใน 3 เดือน

Q: ทำอะไรกับมันบ้าง

A: ผมเข้านอนตอน 3 ทุ่มทุกวัน ตลอด 3 เดือน ไม่ขาดเลยแม้แต่วันเดียว แล้วผมก็กระโดดแทรมโพลีนทุกวัน วันละ 45 นาที ดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 ลิตร นอกจากนั้นก็มีฝังเข็ม ว่ายน้ำ เล่นโยคะ ไปยืดตัว ไปเทรนนิ่งกับเทรนเนอร์ที่ฟิตเนส และขอท่าที่มันซัพพอร์ตเกี่ยวกับเรื่องความสูง 

Q: แล้วผลลัพธ์สุดท้ายของสารคดีเรื่องนี้คือ

A: ความสูงเพิ่มขึ้นมา 7 มิลลิเมตร (หัวเราะ) ยังไม่ถึงเซนต์เลย แต่เราไม่โกหกตัวเองนะ สุดท้ายแล้วอาจไม่รู้หรอกว่า ผมสูงขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้วหรือเปล่า แต่เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็ได้ทดลองทำ

ชานน สันตินธรกุล คิดการใหญ่...โกฮอลลีวู้ด,สกู้ป,Rabbit Today

Q: ทำไมถึงคิดว่าตัวเองเตี้ย

A: เอาไปเทียบกับคนอื่น แต่ถามว่ารู้ไหมว่าสุดท้ายแล้วปัจจัยในความสำเร็จมันไม่ใช่ความสูง ผมรู้อยู่แล้วครับ รู้ตั้งแต่เริ่มเข้ามาในวงการว่าฝีมือสำคัญที่สุด แต่ถ้าผมมีทั้งฝีมือ มีทั้งความสูง มีทั้งหน้าตา ทุกอย่างมันก็ยิ่งบวกๆๆๆ เข้าไปอีก ยิ่งมีเยอะก็จะยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ที่จะประสบความสำเร็จเยอะ แค่นั้นเอง

Q: ตารางงานของนนแน่นมากแค่ไหน ทำอะไรบ้างหลังจากเป็นนักแสดงอิสระ

A: โดยเฉลี่ย 3-4 วันต่ออาทิตย์คือทำงาน ออกกำลังกายก็เป็นหนึ่งในตารางอยู่แล้ว อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
ส่วนเวลาอื่นๆ ผมไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง ผมลงเรียนทักษะจำเป็นเพิ่มเติม ทั้งติวภาษาจีน ภาษาอังกฤษ เรียนเต้น เรียนร้องเพลง และแอ๊กติ้งครับ

Q: เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรอบด้านเพื่อไปฮอลลีวู้ดใช่หรือไม่

A: การแสดงและการเต้น ผมสังเกตว่า 2 อย่างนี้มันมีอะไรเชื่อมโยงกัน การที่เราสามารถทำทั้งคู่ให้ดีได้ มันจะทำให้แอ็กติ้งของเราดีขึ้นไปอีกขั้นแน่นอน อันนี้คือสิ่งที่ผมเชื่อ แล้วก็เชื่อมาตั้งแต่แรกด้วย แต่เพิ่งจะเห็นตัวอย่างจากคนอื่นๆ เมื่อไม่นานมานี้

Q: อะไรคือการพักผ่อนของนน

A: การทำงานของผมทุกวันนี้มันเป็นสิ่งที่เราชอบ แล้วก็ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนแล้วว่าเราอยากจะไปให้ถึง ทุกๆ วันผมรู้สึกว่าพักไปก็เสียเวลา พักไปก็นั่ง Worry อยู่ดีว่า เฮ้ย! เราควรจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นหรือเปล่าวะ เพราะฉะนั้นสุดท้ายการได้ทำอะไรอย่างที่พยายามทำอยู่ มันเป็นการพักไปในตัวของผมอยู่แล้วครับ อาจจะมีโมเมนต์พูดกับตัวเองว่า วันนี้ไปดูหนัง แต่มันก็เป็นการพักที่เราพยายามหาอะไรอยู่ดี คือดูหนังที่เราชอบ เราคิดว่ามันน่าจะสนุก

Q: ในความคิดของนน อาชีพศิลปิน ดารา นักร้อง ที่ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ต้องเป็นอย่างไร

A: สุดท้ายไม่รู้หรอกว่าคุณจะไปถึงตรงนั้นได้หรือเปล่า แต่อย่างน้อยต้องถามตัวเองก่อนว่า หนึ่ง-มีโร้ดแม็ปที่ชัดเจนไหมว่า วันนี้เราจะทำอะไร จากนั้นเราจะทำอะไรต่อ เราเจอเหตุการณ์นี้มา เราควรจะถอยกลับมานิดหนึ่งแล้วค่อยไปต่อไหม หรือควรจะพุ่งไปเลย ทุกอย่างมันคือผลสะท้อน 

ข้อที่ 2 - เราอยากให้อาชีพของเรามันใหญ่แค่ไหน หลายคนอาจจะอยากเป็นแค่นักแสดง แต่ส่วนตัวผมคิดว่าอาชีพนักแสดงมันเป็นมากกว่านั้น เช่น ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมด้วย สมมติว่าการที่ผมไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า...เอ่อ อาจมีเมื่อเข้างานสังคม แต่การที่ผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอะไรก็แล้วแต่ มันจะเป็นการสะท้อนความคิดของผมด้วยว่า เพราะอะไรถึงทำแบบนี้ เพราะว่าทุกคนมองเราอยู่ การให้คุณค่ากับอาชีพนี้ มันก็จะใหญ่ขึ้นเองโดยปริยาย แต่ถ้าอยากเป็นแค่นักแสดง ไม่ได้ต้องการให้คนมามองว่าเป็นแบบอย่างก็ได้ แต่มันก็จะเป็นอยู่แค่ตรงนั้น

Q: ถ้าจะขอบคุณชีวิตที่ผ่านมา อยากพูดอะไรถึงใครบ้าง ที่พานนเป็นนนทุกวันนี้

A: ต้องขอบคุณอาชีพนี้ ก่อนจะเข้าวงการ ผมไม่ค่อยกล้าบอกอะไรพ่อแม่ อะไรนิดหน่อยจะต้องโกหกเพราะกลัวโดนตำหนิ โดนบ่น แต่ด้วยอาชีพนี้ทำให้ผมกับครอบครัวได้พูดคุยกันมากขึ้น ผมกล้าบอกทุกอย่างกับที่บ้าน และพ่อแม่เริ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มฟังพวกท่านจริงๆ ปฏิบัติตามท่านจริงๆ และพ่อแม่กับพี่สาวก็ฟังผมมากขึ้นด้วยจริงๆ เป็นสิ่งที่รู้สึกดีมากเลยครับ ส่วนถ้าเป็นเรื่องหน้าที่การงานก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน บริษัททุกแห่ง ผู้กำกับฯ ทีมงาน และทุกๆ คนที่เมตตาผม จ้างผมไปร่วมงานด้วย 

Q.  ถ้ามีแฟนหรือคนใกล้ชิดป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบ จะบอกอะไรกับเขาบ้าง

A: ไส้ติ่งเนี่ย…อย่างที่ชื่อมันคือ ‘ไส้ติ่ง’ มันไม่มีประโยชน์อยู่แล้ว ก็แค่ตัดมันออกไปเถอะ ถ้าเกิดปวดหรือเป็นอะไรขึ้นมา ผมเองก็เคยปวดไส้ติ่งมาก่อน ผ่าไปแล้วด้วย ทุกวันนี้ก็ยังใช้ชีวิตได้ปกติ อย่างไรก็เป็นกำลังใจให้แล้วกันครับ สู้ๆ 

Q: ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาไขมันเพิ่ม 20 กิโลกรัม แทนซิกซ์แพ็กที่มี จะทำอะไรเป็นอย่างแรก แล้วจะทำอย่างไรต่อไป

A: เออ คำถามนี้แปลกดี (หัวเราะ) เอ่อ...ใครวางยาผมหรือเปล่า ทำไมตื่นมาเป็นอย่างนั้น ก็คงตกใจ แต่โอเค…คิดว่าคงต้องรีบหาทางออกกำลังกาย ด้วยผมเองออกกำลังกายด้วยตัวเองมาหลายปี เราจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะเวิร์ก ทำอะไรไม่เวิร์ก ต้องกินอย่างไร

ชมพัฒนาการผลงานหนึ่งโหลของ ‘นนกุล’

1. ภาพยนตร์ Love’s Coming ใช่รักรึเปล่า ในบท ปี๊ด

2. ภาพยนตร์ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ ตอน อมยิ้ม ในบท ก้อง

3. ภาพยนตร์ Love Love You อยากบอกให้รู้ว่ารัก (ภาคต่อของ Love's Coming) ในบท ปี๊ด

4. ซีรีส์ ไวไฟ โซไซตี้ ก่อนรักครั้งต่อไป 15 Years Later ในบท เอ็ม

5. ซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 3 ม.ปลายสายวิ่ง ในบท เน็ท

6. ซีรีส์ ไอซียู พยาบาลพิเศษ..เคสพิศวง (นักแสดงรับเชิญ) ในบท มานพ

7. Love Songs Love Series ตอน เพื่อนสนิท ในบท โซ่

8. บางรักซอย 9/1 ในบท พี่เอิร์ท

9. เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์ (นักแสดงรับเชิญ) ตอน ครูจันทนา ในบท แม็ก

10. ภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง ในบท แบงค์

11. Love Songs Love Series (To Be Continued) ตอนเพื่อนสนิท ในบท โซ่

12. Project S The Series ตอน Shoot! I love you ในบท อาชวิน

เร็วๆ นี้ กับผลงานท้าทายความสามารถขึ้นไปอีกใน Bangkok รัก Stories ในบท ‘ตี้’ หมอดูหนุ่มตาบอด และซีรีส์ในประเทศจีน ในบทหนุ่มนักปีนเขา