เรื่องเด่น

‘เมืองรอง...ต้องไป’ นพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Published 12 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

Noppadon-Pakprot-Interview-scoops-Rabbit-Today-banner

‘ปลายปี...อากาศดี’ หากกาเครื่องหมายถูกลงทั้ง 2 ข้อนี้ ที่เหลือก็เตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวกันได้

แต่ช้าก่อน! รู้หรือไม่ ตอนนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำลังมีโครงการดีๆ ที่ชื่อ ‘55 เมืองรอง ต้องลอง’ เป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ จากพื้นที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทย

Rabbit Today มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถึงโครงการอันน่าสนใจครั้งนี้ ไปดูกันว่า...เที่ยว 55 เมืองรอง เราจะได้มุมมองอะไรบ้าง

Q: อยากให้ท่านรองผู้ว่าฯ ช่วยเล่าที่มาของโครงการดีๆ ครั้งนี้ให้ฟังสักหน่อย

A: จริงๆ ก่อนจะมาถึงโครงการ ‘55 เมืองรอง ต้องลอง’ ทาง ททท. เคยทำโครงการ ‘12 เมืองต้องห้าม...พลาด’ และต่อมาก็ขยายเป็น ‘12 เมืองต้องห้าม...พลาด Plus’ คือเพิ่มขึ้นมาอีก 12 เมืองด้วยกัน โครงการทั้งหมดเกิดจากคำถามที่ว่า ทำไมเราต้องแออัดอยู่ตามเมืองหลักๆ ทั้งที่เราสามารถกระจายการท่องเที่ยวไปอยู่ตามเมืองรองได้ ซึ่งแต่ละเมืองก็มีเรื่องราวที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่นั้นๆ แถมยังเป็นสถานที่ที่ยังไม่ถูกรบกวนมากมาย พอผู้คนได้ไปลองสัมผัส ก็เกิดความประทับใจ 

ประจวบกับในปีนี้ทางรัฐบาลเล็งเห็นว่า การท่องเที่ยวจะเป็นตัวนำมาซึ่งการลดความเหลื่อมล้ำในเชิงเศรษฐกิจ โดยสามารถกระจายรายได้ไปสู่ภาคชุมชนได้มากขึ้น ทาง ททท. จึงขานรับนโยบายนี้ เกิดเป็นโครงการที่ชื่อ ‘55 เมืองรองต้องลอง’ ซึ่งเพิ่มเมืองรองจากเดิม 24 เมือง มาเป็น 55 เมืองครับ

Q: ในมุมมองของนักท่องเที่ยว พอพูดคำว่า ‘เมืองรอง’ หลายคนตีความว่า เป็นเมืองรองแล้วจะน่าสนใจกว่าเมืองหลักได้อย่างไร

A: เราอยากบอกว่า เมืองรองเหล่านี้ไม่เป็นที่สองรองใครนะครับ (ยิ้ม) เพียงแต่คนส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ ในแต่ละพื้นที่ล้วนมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีความแตกต่างกันแทบทั้งสิ้น ยกตัวอย่างถ้าไปเที่ยวภาคเหนือ ส่วนใหญ่ผู้คนมักจะนึกถึงเชียงใหม่ แต่จังหวัดที่ต่อเนื่องจากเชียงใหม่อย่างลำปางหรือลำพูน หลายคนไม่รู้ว่าเป็นจังหวัดที่มีจุดท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประจำท้องถิ่นที่มีเสน่ห์อยู่มากมาย

หรือช่วงนี้กำลังเข้าหน้าหนาว ทุกคนนึกถึงทะเลหมอก แล้วก็มักจะนึกถึงทะเลหมอกทางภาคเหนือ แต่จริงๆ ทะเลหมอกมีแทบทุกภาค อย่างที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็มี หรือแม้แต่ที่เบตง จังหวัดยะลา ก็มีจุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามในระดับต้นๆ ของประเทศไทย ด้วยระดับความสูงจากน้ำทะเลกว่า 2,000 เมตร แถมยังสามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

เหล่านี้คือสิ่งที่แฝงอยู่ในเมืองรองต่างๆ ยิ่งเมื่อมาบวกกับเทรนด์การท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ ที่มีความเป็นตัวตนสูง ชอบที่จะค้นหาสิ่งใหม่ๆ หรือสถานที่ที่เป็นที่แรก มากไปกว่านั้น คือการได้เซลฟี่ หรือแชร์ให้คนอื่นได้รับรู้ จากวิถีเหล่านี้จึงทำให้เราเชื่อว่า เมืองรองทั้ง 55 เมืองจะตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน

‘เมืองรอง...ต้องไป’ นพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,สกู้ป,Rabbit Today

Q: ฟังจากที่ท่านรองผู้ว่าฯ เล่า ดูเหมือนว่าเมืองไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ซ่อนอยู่อีกมากมาย

A: ใช่ครับ และที่มากไปกว่านั้น ปีนี้ ททท. พยายามขานรับวิถีการท่องเที่ยวแบบเชิงลึก เราใช้คำว่า More หรือมากกว่า ซึ่งก็ตามความหมายเลย คือต้องเที่ยวแล้วได้มากกว่าเดิม (ยิ้ม)

ยกตัวอย่างเช่น ทางภาคอีสาน ปีนี้เราชูคำว่า More Gastonomy กล่าวคือ เวลาไปท่องเที่ยวภาคอีสาน ทุกคนมักจะนึกถึงอาหารอีสานที่มีความโดดเด่น ซึ่งหลายๆ เมนู เป็นสิ่งที่เราคุ้นหู คุ้นตา คุ้นชิน คุ้นลิ้นกันอยู่แล้ว แต่วิถีของการปรุงอาหารของคนอีสานยังไม่เคยมีการหยิบมาพูดถึง เช่น ทำไมเขาถึงเลือกปลาแม่น้ำโขงมาปรุงอาหาร ทำไมปลาแม่น้ำโขงถึงอร่อยกว่าปลาจากริมหนองคลองบึง หรือทำไมต้องหยิบเอาเฉพาะปลาเล็กปลาน้อยมาทำปลาร้า แล้วทำไมปลาร้าอีสานถึงอร่อย เขามีวิธีการทำอย่างไรให้อร่อย เหล่านี้คือคอนเท้นต์ที่น่าสนใจ

หรือทางภาคเหนือ มีความโดดเด่นเรื่องผ้า แต่หลายคนที่เคยไปดู มักรับรู้แค่...อืม สีสวยนะ ผ้าทอดีนะ แต่ในความเป็นจริง บางลายของผ้ามีที่มาที่น่าสนใจ เช่น ผ้าลายน้ำไหล จังหวัดน่าน ถ้าใครได้ไปดูสถานที่จริง ที่มาของลายผ้านั้นมาจากแม่น้ำในจังหวัดน่านนั่นเอง เกิดจากจินตนาการของคนทอ ที่หยิบจับเอาสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาผลิตเป็นลายผ้า ซึ่งถ้าหากใครจะซื้อผ้าเหล่านี้ สิ่งที่ได้มากกว่าผ้า คือการได้เห็นวิถีชีวิต ได้เห็นถึงคาแร็กเตอร์ทางด้านกายภาพ เรื่องราวเหล่านี้คือสิ่งที่ ททท. อยากส่งมอบให้กับทุกคนที่เดินทางท่องเที่ยวครับ (ยิ้ม)

Q: นอกจากความพิเศษของเมืองรองต่างๆ ที่ว่ามาแล้ว โครงการนี้ยังมีความพิเศษอื่นๆ อีกหรือไม่

A: โครงการนี้จะเกิดขึ้นช่วง 2 เดือนปลายปี คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งหากใครที่ออกเดินทางท่องเที่ยวไปยัง 55 เมืองรอง สามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยหากเป็นการเดินทางท่องเที่ยวเอง ก็สามารถใช้ใบเสร็จจากการไปนอนพักยังโฮมสเตย์ ซึ่งต้องเป็นโฮมสเตย์ที่จดทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยวเท่านั้น ใบเสร็จตามราคาจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท นำมาหักลดหย่อนภาษีได้

ส่วนแบบที่ 2 เป็นการท่องเที่ยวลักษณะมีโปรโมเตอร์จัดให้ หรือซื้อจากบริษัททัวร์ของทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ก็สามารถนำใบเสร็จจากบริษัททัวร์เหล่านั้นมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน ตามราคาตามจริง ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ไม่รวมค่าอาหาร หรือค่าท่องเที่ยวอื่นๆ ครับ

Q: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีความคาดหวังกับโครงการนี้อย่างไร

A: แน่นอนว่าเราคาดหวังให้ทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยว แต่มากไปกว่านั้น เราคาดหวังให้ทุกคนมีความสุข อยากให้ทุกคนให้ของขวัญกับตัวเอง หรือมอบให้กับคนที่รักรอบตัว โดยการออกไปท่องเที่ยวยังเมืองรอง ไปสัมผัส ไปเรียนรู้ ไปรับประสบการณ์ที่คุ้มเกินคุ้ม อิ่มเกินอิ่ม นี่คือจุดที่ทาง ททท. คาดหวัง และอยากมอบให้เป็นของขวัญกับทุกคนที่ออกเดินทางครับ

ซึ่งการออกเดินทางครั้งนี้ คุณจะได้ถึง 3 ต่อ ประการแรกคือ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายรายได้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องเศรษฐกิจของสังคม ประการที่ 2 เป็นเรื่องความสุขที่คุณกำลังได้ไปสัมผัสยังแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกใหม่กว่าที่เคย และประการสุดท้าย คุณยังสามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ททท. จึงอยากให้ทุกคนมาร่วมกันออกเดินทางในครั้งนี้ด้วยกันครับ

เมืองไทยยังมีสถานที่และเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนให้ออกไปค้นหาอีกมากมาย ได้เวลาเติมความรู้ เติมความสุข และเติมเต็มประสบการณ์ดีๆ ในช่วงปลายปีนี้กันแล้ว...

55 เมืองรองของโครงการ ได้แก่...

  • ภาคเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ราชบุรี สมุทรสงคราม ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี
  • ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ตราด จันทบุรี ปราจีนบุรี
  • ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล ชุมพร ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี

AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...