เรื่องเด่น

ปราโมทย์ ปาทาน ในวันเจ็บที่ห้ามป่วย

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

oat-pramote-news-beat-Rabbit-Today-Banner

โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน เปิดประตูบ้าน Rabbit Today เข้ามาพร้อมใบหน้าเหยเก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขามีอาการเจ็บแปลบในทุกย่างก้าวที่ย่ำ ชายหนุ่มเอ่ยทักประโยคแรกทันทีที่เจอหน้ากันว่า “เจ็บมาก” 

เขาดูหงอยในยามป่วย ผิดกับภาพจำที่ดูเป็นคนห่ามห้าว และหยาบชะมัด! เวลาปรากฏหน้าออกสื่อ เราไม่รู้ว่านี่คือบุคลิกจริงแท้ หรือบุคลิกเฉพาะเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยกันแน่  

แต่ถึงป่วยอย่างไรโอ๊ตก็ยังยินดีมาถ่ายแบบกับสาวๆ บิวตี้บล็อกเกอร์ของ Rabbit Today ด้วยความยินดีและปรีดาอย่างที่สุด

ช่วงเวลานี้เขามีงานเยอะมากๆ 3 เดือนที่ผ่านมาชายหนุ่มเพิ่งได้หยุดพักเพียง 1 วัน กับที่จริงวันนี้สมควรต้องหยุด…เพราะเขามีอาการเจ็บส้นเท้า และดูเหมือนจะเป็นหนัก 

แต่…โอ๊ตครับ เราไม่อนุญาตให้คุณลาป่วย

ชายหนุ่มหุ่นหมีทำหน้าละห้อยและว่า…เอาวะ ลุย!

ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ

ไม่เคยเลยครับ ครั้งนี้นี่ครั้งแรก ปกติผมเคยเป็นแต่ที่ใต้เท้า

อยากให้แฟนๆ มาเห็นสภาพตอนคุณป่วยมากเลย ดูสิ้นลาย

ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ ตอนจัดรายการเสร็จ ผมลงมา มีแฟนคลับรออยู่ ผมเริ่มเดินขัด เห้ย ทำไมเจ็บส้นเท้าวะ เจ็บมากเลย ผมว่าเกิดจากการกด 

ปกติสุขภาพแข็งแรงไหม

ที่เจ็บบ่อยสุดคือเส้นเสียง ตอนนี้เส้นเสียงเป็นแผล แต่ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้คือเจ็บส้นตีน พอเสร็จจากเจ็บคอก็ลงไปเลย ท่อมันไกลกันมากนะ เป็นคนเจ็บคอและเจ็บตีนเลย ไม่มีตรงกลาง 

เวลาเจ็บพลังจะมาไหม ทำงานได้ไหม

ได้พี่ ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือเราจะพะวงเรื่องงาน พรุ่งนี้ BNK48  3 เทป แล้วผมไปร้องเพลงที่เชียงใหม่ กลับมาเช้า อาบน้ำแต่งตัว บ่ายแถลงข่าว (คอนเสิร์ต) อีก

ช่วงนี้ถือว่าเป็นเวลาทองของโอ๊ตหรือเปล่า ปีนี้เป็นปีแห่งงานไหม

สาธุครับ เป็นปีแห่งงานมา 2 ปีแล้วครับ 

ปราโมทย์ ปาทาน ในวันเจ็บที่ห้ามป่วย,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ได้ข่าวว่าคุณเคยท้อกับการเป็นศิลปินมาก่อน

ท้อมากเลยครับ เคยคิดจะออกจากวงการด้วย คือปีหนึ่งผมมีงานจ้าง 5 งานอะครับ คิดดู ต้องตัดเล็บตีนต้มแดกเอาแล้วล่ะ เพราะเราไม่มีตังค์แล้ว เมื่อก่อนได้เงินงานละ 3-4 หมื่น 

เหมือนสปอตไลท์ยังไม่ฉายลงมา ปกติคุณมีไปดูดวงไหม

ผมไม่ดูดวง ไม่ชอบอะไรที่พิสูจน์ไม่ได้

แล้วรายได้มาจากทางไหน

เมื่อก่อนผมร้องเพลงกลางคืน มีคอนเสิร์ตประปราย ทำเบื้องหลัง ร้องคอรัส เป็นพิธีกร ตอนนั้นยังไม่เป็นดีเจ ก็พออยู่ได้ แต่ไม่ได้ดีนัก ไม่สามารถสร้างฐานะได้ ถ้าอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็อยู่แค่นี้ คือผู้ชายพออายุ 30 ความคิดก็เปลี่ยน พองานไม่มั่นคง ที่บ้านก็กดดัน ที่บ้านผมทำธุรกิจส่วนตัว แม่ด่าตลอดเลย ทุกวันนี้แม่ยังไม่สนับสนุนให้เป็นนักร้องนะ ที่บ้านผมทำร้านอาหาร สวนกล้วยไม้ อพาร์ทเมนต์ ซื้อขายอสังหา ไม่ได้มีฐานะครับ แต่ก็ไม่ได้ลำบาก 

ความชอบในการร้องเพลงมันเกิดขึ้นตอนไหน

ผมเริ่มจากเล่นกีตาร์ ร้องเพลงไม่เป็น พอเพื่อนหัดเล่นกีตาร์ เราก็หัดร้องคอรัสไปด้วย วันที่ผมไปแข่งดนตรีครั้งแรก ผมต้อวร้องแทนเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนในวงเลยรู้ว่าผมร้องได้ดี ไม่เคยรู้มาก่อนนะว่าเรามีสกิล ผมเรียนจบด้านดนตรี สมัยมัธยมแม่ไม่สนับสนุน  มันไม่เหมือนกับเด็กสมัยนี้ที่สี่ขวบก็ไปเรียนดนตรีแล้ว ตอนผมสี่ขวบยังนั่งกำขี้อยู่เลย

ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ ผมแม่งไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง แต่ผมเป็นคนมีไหวพริบ เรียนรู้เร็ว เห็นคนไหนทำ จดจำได้ ล้อเลียนเขาได้ สมมติชอบอะไรสักอย่าง ก็จะหมกหมุ่นกับสิ่งนั้น 

แล้วตอนนั้นท้อเพราะเรื่องอะไร

เรารู้สึกว่าอยู่ในวงการแม่ง 10 ปีเเล้ว แต่ยังอยู่แค่นี้ ไม่มีโอกาสเจริญเติบโตแล้ว เพราะเด็กใหม่มันมีขึ้นมาทุกวัน ผมรุ่นเดียวกับเป๊ก-เปรม บอย-ปกรณ์ เกรท-วินทร เป๊ก-ผลิตโชค กันต์-กันตถาวร พวกนี้ปีเดียวกันหมดเลย ตัวแสบ ปี 2527 ปีศูนย์รวมคนจัญไร ลองคิดดูสิว่าชื่อที่ผมพูดไปมีดีๆ ไหมละ เป็นรุ่นสีสันของวงการ 

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มีชื่อเสียงในวงการ / จับพลัดจับผลูได้อย่างไร

ไปทำรายการ Paloy’s Diary คือจุดเปลี่ยนเลย เป็น Turning Point ใหญ่ของชีวิต จากเมื่อก่อนยอดผู้ติดตามในไอจี 12,000 พอทำรายการ Paloy’s Diary ไม่ถึงปี ยอดขึ้นมาถึง 200,000 

เรียกว่าความฮา ความดิบ ของคุณมันขายได้

จากเดิมที่คนเห็นเราในมุมนี้ แล้วพอเราไปทำอย่างอื่น เช่น ร้องเพลง พิธีกร ดีเจ ทำรายการเอง ทำให้คนเราในเห็นหลายมิติ คนก็เลยติดตาม

สำหรับคุณ การแจ้งเกิดไม่มีสูตรสำเร็จใช่ไหม

ไม่มีครับ ปีนั้นที่ผมหมดสัญญาแกรมมีพอดี ผมบอกทุกคนว่าไม่ต่อละ ตอนอยู่ที่นั่นไม่มีผลงาน ผมอยู่วงการมา 10 ปี ไม่มีเพลง Official ของตัวเองเลย มีแต่เพลงประกอบละคร รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจบ้างเป็นธรรมดา

ตอนนั้นที่คิดว่าไม่ต่อสัญญาแล้ว ผมคุยกับเพื่อน พ่อแม่ พี่ชาย ว่าผมพอแล้ว จะกลับไปทำงานที่บ้าน แต่พิชญ์ (พิชญ์ กาไชย) และ พลอย (พลอย หอวัง) ชวนมาทำรายการพอดี อยากทำให้สนุกแบบเพื่อนนั่งคุยกัน ตอนแรกจะให้ผมขับรถคนเดียว ตอนนั้นเพื่อนในวงการน้อย ถ้าเราไม่สนิทกัน ก็ไม่รู้จะคุยอะไร เลยต้องมีคนอื่นมานั่งด้วย เป็นตัวผ่านไปถึงเขา ทุกอย่างจะได้ซอฟต์ลง สมมติผมจะด่าพี่ใช่ไหม ผมก็จะด่าไอ้พลอยก่อน

ปราโมทย์ ปาทาน ในวันเจ็บที่ห้ามป่วย,ข่าววันนี้,Rabbit Today

เคยคิดไหมว่าความดิบความเถื่อนระดับนี้ต้องโดนเซ็นเซอร์

อย่าพูดว่าเซ็นเซอร์เลยครับ ไม่ควรอยู่ในวงการสื่อหลักเลยดีกว่า

บุคลิกจริงๆ ของโอ๊ต ปราโมทย์ เป็นแบบนี้ไหม

ผมอยู่กับเพื่อนเป็นแบบนี้ สนุกสนานเต็มที่  แต่เวลาอยู่คนเดียวหรือกับคนที่ไม่ได้สนิทมาก ผมก็ปกตินะ ไม่ได้ไปห่าเหวใส่เขา ผมก็มีกาลเทศะ ยิ่งเฉพาะถ้าอยู่กับแม่ คือแม่ผมดุมากเว้ยพี่ เวลาพูดกับแม่ “ครับๆ แม่ครับ ผมจะรีบกลับครับ แม่เป็นไงบ้างครับ” พอวางสายจากแม่ หันไปคุยกับเพื่อน “ไอ้สัสเอ๊ย แม่กูด่าแล้วเว้ยไอ้เหี้ย” แม่รู้ว่าเราอยู่กับเพื่อนแล้วห่าม แต่ไม่รู้ว่าหนักเบอร์นี้ ทีแรกแม่ก็ด่า ไม่อยากให้เราหยาบคายมาก เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน เพราะเราก็อยู่ในสังคมไทย

แล้วคุณเชื่อแม่ไหม

สุดท้ายแล้วเราก็ไม่อยากหลีกหนีความเป็นตัวเอง ผมหยาบคายนะ แต่ไม่ได้หยาบคาบเพื่อทำร้ายคนอื่น เราใช้ความหยาบเพื่อพาบทสนทนาที่เราคุยกับไปเตะจุดที่เราตลกอะ

พวกเพื่อนผู้ชายพูดทะโมนกันกว่านี้อีก แต่ไม่ออกสื่อ ถึงผมเป็นคนแบบนี้ แต่คุยกับพี่ผมเรียบร้อย อย่างผมเจอกันต์ ผมก็แบบ “เห้ยมึงยังไงวะ” ไอ้กันต์เวลาเจอผม “ยังไงไอ้สัส ไอ้เหี้ย ฯลฯ” ผมก็มีช็อกเหมือนกัน

โอ๊ตดูเป็นคนที่บุคลิกน่าเล่นด้วย ดูเล่นแรงๆ ด้วยได

แต่ความจริงผมเป็นคนซอฟต์ แฟนคลับชอบมาเล่นกับผมแรงๆ บางคนเล่นแรง เล่นตลก เข้ามากระชากคอก็มี มีทุกอย่างครับ

ตอนนี้มีผลงานอะไรบ้าง

  7-8 เดือนที่ผ่านมา ผมหยุดเฉลี่ยเดือนละ 1 วัน แต่มันก็เป็นงานที่ผมรักและแฮปปี้ที่จะทำ วันนี้ถ้าไม่ป่วยคงเล่นได้สนุกกว่านี้ เวลาที่ผมป่วยหรือมีอะไรที่ทำให้เราเคลื่อนไหวลำบาก ผมจะหงุดหงิด

แต่อาการป่วย มันหมายถึงร่างกายเริ่มฟ้องแล้วนะ

ใช่ มันฟ้องมาสักพักแล้วครับ ผมกินยากรดไหลย้อนทุกวัน พ่นจมูก กินยาแก้แพ้  เพราะเป็นคนที่เป็นภูมิแพ้ตลอด มีน้ำมูกใสไหลตลอด ต้องพกยาติดตัว กินข้าวก็ไม่ตรงเวลา งานของผมไม่ได้ตลกแค่อย่างเดียว มันต้องคิดด้วย บางทีกลับบ้านไม่ได้นอน ต้องตรวจงานรายการ คือความตลกของเรามันมาพร้อมกับความคาดหวังของคนอื่นด้วย

ปราโมทย์ ปาทาน ในวันเจ็บที่ห้ามป่วย,ข่าววันนี้,Rabbit Today

บุคลิกแบบนี้เหมือน Robin Williams เป็นคนตลกมาก แต่พอกลับบ้านไปนั่งนิ่งเงียบแบบนั้นหรือเปล่า

  ผมเห็นข่าวศิลปินดาราฆ่าตัวตาย เคยคิดว่าเขามีความสุขดีอยู่แล้วทำไมต้อง… แต่พอผมอยู่ในจุดแบบนั้น มันมีความเครียดมาก ผมเคยร้องเพลงเสร็จ กลับขึ้นรถ นั่งสักพักแล้วน้ำตาไหลแบบไม่มีสาเหตุ นี่ไม่ได้พูดให้สงสารนะ เป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก เหมือนเรามีเขื่อนแห่งความสุข ร้องเพลงให้วามสุขคนอื่นตลอด พอเรามาอยู่ในที่ของตัวเอง ความสุขเราหมด ผมทำงานทุกเดือน แทบไม่เจอเพื่อนเลย ไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้สังสรรค์ ไม่ได้เตะบอล ไม่ได้ออกไปถ่ายรูป ให้คนอื่นไปหมด ไม่ได้เติมให้ตัวเอง

พอรู้เท่าทันแบบนี้ จัดการชีวิตตัวเองยังไง

ผมเริ่มหยุดแล้วคิดว่าต้องหาความสุขให้ตัวเอง อย่างรายการ ‘วันละม้วน’ ที่ทำ ผมออกเงินเอง บางเดือนซื้อกล้องล้านหนึ่ง ผมจ้างตากล้อง จ้างคนตัดเอง เป็นรายการที่ไม่ได้เงิน แต่มีความสุขสัสๆ แม่งมีความสุขนะ พอเจอเพื่อน ก็แชร์ให้เพื่อนฟัง

เวลาเครียดๆ นี่กินบ้างไหม

ไม่ค่อยครับ ผมกินง่ายมาก อะไรก็ได้ ไม่สรรหามากิน มีร้านหมูกระทะของคุณแม่นะ เปิดมา 10 ปีแล้ว แต่ผมไม่ชอบร้านหมูกระทะ หัวแม่งเหม็น ผมจะเข้าก็ต่อเมื่อเพื่อนมา ชื่อร้าน ‘ครัวคุณย่า’ อยู่ย่านสายไหม ดอนเมือง บางบัวทอง วันศุกร์-เสาร์ ต้องรับบัตรคิวนะ คนเยอะมาก

คุณเคยดูหนังเรื่อง Beauty and the Beast ไหม

ผมชอบดูการ์ตูน ผมดู Finding Nemo เป็น 10 รอบ ทุกวันนี้ยังดู Dragon Ball อยู่เลย อย่างน้อยวันละตอน คือผมมีความรู้สึกว่าจริงๆ แล้ว คนดูการ์ตูนไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้น มันต่อเติมจินตนาการของเรา การ์ตูนเป็นสิ่งที่หลุดออกมาจากความจริง ผมดูการ์ตูนเยอะมาก ผมดู Dragon Ball, One Punch Man และ Attack on Titan ดูที่เป็นอะนิเมะ

แล้วจำพวกเมนูเนื้อชอบไหม

ผมชอบเนื้อย่างเกาหลี ตรงอโศก ประจำ  แม่ผมไม่ทานเนื้อ เพราะนับถือเจ้าแม่กวนอิม เพื่อนผมบางคนไม่ทานเนื้อ เพราะเหตุผลส่วนตัว ศรัทธาในอะไรก็ตาม บางคนก็บบานอะไรก็ไม่รู้ แต่ผมรู้สึกว่ามนุษย์อยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร แดกทุกอย่าง ผมว่าเราแดกไปเถอะครับ มันอร่อยมากๆ เว้ย ผมไม่ได้หลบหลู่คนอื่นนะ ถ้าคุณไม่แดกไม่เป็นไร ไปแดกคุโรโบตะหรืออะไรก็ได้ แต่ถ้าพี่แดกเนื้อ ก็แสดงความยินดีด้วยนะครับ ที่ได้ลิ้มรสความอร่อย ไปเจอเนื้อ  A5 ที่อร่อยกว่า A4 (กระดาษ) เยอะ เพราะมันอร่อยมากๆ เว้ย  ผมชอบกินที่ร้านอาร์โน (Arno's Butcher and Eatery) อยู่ตรงสาธร นราธิวาส เป็นสเต็ก เจ้าของร้านเป็นฝรั่ง ไอ้พิชญ์เป็นคนพาไปกิน

ผมเป็นคนไม่เสาะแสวงหาร้านอร่อยแดก ผมขี้เกียจขับรถไปจอด รอคิว ผมเป็นคนมินิมอลมากๆ ตามเทศกาลดนตรีนี่ถ้าไม่ได้ร้องเพลง ผมไม่มีทางไป ผมไม่เที่ยวกลางคืนเลย ใครไปเจอผมมาเที่ยวกลางคืน เข้ามาตบได้เลย ชีวิตนี้ผมไม่เคยไป Demo แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งชีวิตผมโดนเพื่อนด่าว่า “ตอแหล มึงตอแหล มึงไม่ใช่คนกินเหล้า แต่เป็นเจ้าของร้านขายเหล้า” ผมได้อานิสงค์ร้านอร่อยจากไอ้พิชญ์ ร้านไหนอร่อยมันรู้หมด มันแดกทุกอย่าง

แล้วชอบผู้หญิงสวยไหม

โห ใครๆ ก็ชอบครับ

วันนี้เคาะเขินไหม ที่ต้องมาประกบกับบิวตี้บล็อกเกอร์ของเรา

แค่ได้ยินคำว่า บิวตี้ ผมก็ตั้งใจทำงานแล้วมาก ผมจะไม่ตั้งใจอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว เมื่อกี้ระหว่างแต่งหน้าผมยังคุยกับน้องเขาเลยว่า ชาติที่แล้วผมทำบุญมาด้วยอะไรนะ ถึงมีสาวๆ ห้อมล้อมทุกรายการ

วันนี้ถ่ายขึ้นปกสบายมาก สาวๆ ล้อมรอบ ไปรายการ ‘ตุงตาข่าย’ มีพริตตี้ ไปรายการ ‘คนหน้าหมี’ ก็มีผู้หญิง รายการ ‘วันละม้วน’ ก็มีถ่ายรูปกับผู้หญิง ‘จันทร์ Shock โลก’ มีผู้หญิงโทรเข้ามาในรายการ  ล่าสุดทำรายการกับ BNK48 มีเด็กผู้หญิงสิบคนในรายการ ชีวิตผมนี่วนเวียนอยู่กับผู้หญิง

โอ๊ตเป็นคนเจ้าชู้ไหม

เจ้าชู้ครับ แฟนฟาดตลอด เวลาที่เราเจ้าชู้ บางทีเราตื่นมา เห็นแฟนนอนเขียวอยู่ เรานึกว่ามันตายแล้ว กลายเป็นมุขที่เอาไปล้อ ไปเล่นในตอนจัดรายการ บางทีแฟนโทรเข้ามาในรายการก็มี

แสดงว่าแฟนคนนี้มีอะไรพิเศษที่ทำให้คุณตกหลุมรัก

ผมเป็นคนอยู่ง่าย กินง่าย ไม่เรื่องมาก ขี้รำคาญ ไม่ชอบความวุ่นวาย แล้วแฟนผมเป็นคนแบบนี้เหมือนกัน เลยอยู่กันได้

ปราโมทย์ ปาทาน ในวันเจ็บที่ห้ามป่วย,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ถ้าสวยแต่เยอะ ก็ไม่เอา

ถ้าสวยแต่เยอะอาจจะเอาก่อน คุยกันก่อนได้

แล้วแฟนไม่หึงเหรอ

เรารู้ว่าลิมิตมันต้องแค่ไหน ผมมองว่า เราอยู่รอดได้ด้วยความเจ้าชู้ เรามีไหวพริบ มีคำพูด เพราะเวลาเราอยู่กับผู้หญิงเยอะ  แทะๆ เขา เราก็จะรู้ว่าแค่ไหนถึงพอดี

คุณกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของตัวเองในรอบ 10 ปี

อย่าใช้คำว่า 10 ปีเลยครับ ใช้คำว่าทั้งชีวิตมีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกจะดีกว่า ผมไม่รู้ว่าจะเป็นครั้งเดียวหรือเปล่า เพราะถ้าให้ผมไปยืนพูดแบบพี่โน๊ต-อุดม 2-3 ชั่วโมงคงไม่ไหว เพราะพี่โน๊ตเป็นปรมาจารย์แล้ว จะให้ผมร้องเพลงแบบพี่เบิร์ด-ธงชัย  3-4 ชั่วโมง ผมทำได้ แต่คนอาจไม่ชอบ เพราะสุดท้ายมันไม่ใช่ตัวเรา คนชอบที่ตัวตนเราเป็นแบบนี้ ผมเลยใช้ชื่อ OAT PRAMOTE SHOW THE UNCENSORED แทนคำว่าคอนเสิร์ต คือจะมีร้องเพลงด้วย ทอล์คโชว์ด้วย คนที่มาดูคือเขาอยากเจอเราจริงๆ

ตัดสินใจนานไหมที่จะทำโชว์นี้

ไม่นานเลย ผมรู้สึกว่า คือเราไม่รู้เลยว่าเราจะมีชื่อเสียงแบบนี้ในวงการไปอีกกีปี เราเคยอยู่ในจุดไม่มีชื่อเสียงมาก่อน ฉะนั้นเรารู้ว่าวันที่ไม่มีชื่อเสียงมันต้องกลับมา ทุกอย่างมันเป็นอนิจจัง เพราะฉะนั้นวันนี้คนสนใจอยากเสพงาน ผมเลยรีบทำ ยังมีแรงก็รีบทำ อีก 2 ปีข้างหน้า ผมอาจไม่มีแรงแล้ว อาจจะนอนดิ้นอยู่ 3-4 วันแล้วตาย เราก็ไม่รู้ไง ถ้าอีก 2-3 ปีข้างหน้า ยังมีชื่อเสียงแบบนี้อยู่ อาจจัดขึ้นเป็นครั้งที่สองก็ได้ แต่งานในครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกและอาจจะครั้งสุดท้าย

สรรพกำลังทุกอย่างคุณงัดมาใส่เต็มที่ในโชว์ครั้งนี้เลย

ผมอ๊อฟงานเลยทั้งเดือนสิงหาคม เพื่อทำอันนี้ เพราะต้องซ้อมเยอะมาก ซ้อมเต้น ทอล์คโชว์ ร้องเพลง เราเป็นคนเล่นดนตรี ผมเลยใส่ใจด้านนี้เป็นพิเศษ เอาพี่หนึ่ง-จักรวาล มาเป็นมิวสิกไดเรกเตอร์ พอถึงช่วงมิวสิกจริงๆ ต้องเข้มข้น  แขกรับเชิญพิเศษตอนนี้บอกได้คนเดียวคือ ทีเจ (Urboy TJ) ที่เหลือเป็นเซอร์ไพรส์

อาจไม่รวมจุดฮา แต่รวมจุดเหี้ยไปเลย มีพี่ป๊อป-ปองกูล เป็น Show Director งานแรกเลย แต่จะขึ้นเวทีหรือเปล่าไม่รู้ นอกจากมันไม่มีใครเอาอยู่แล้ว เพราะเขารู้ตื้นลึกหนาบางดี คนนี้ต้องครอบเราอีกที ช่วยกันคิดงาน ทำงานกับเพื่อนมันมีความสุข พี่ป๊อปเห็นตลกแบบนี้ แต่เป็นคนเก่งมาก เป็นคนที่ Perfectionist มันบูมวงทุกครั้งก่อนขึ้นเล่น ผมเล่นกับวงมา 10 ปี ผมไม่เคยบูมเลย “พี่ไปเว้ย ไปเลย ไปๆ อ้าว! หูฟังกูอยู่ไหนวะ ไมค์กูอยู่ไหน”

พี่ป๊อบเขาชอบให้กำลังใจ ทุกคนตั้งใจนะครับ วันนี้สคริปต์เป็นแบบนี้นะ เขาเป็นงานเป็นการ เราช็อกนะตอนแรก เขาเป็นคนเก่ง น่านับถือในการทำงาน

คนดูจะได้อะไรกลับไปจากโชว์ของเรา

  อย่างแรกคือความสนุก  ผมตั้งปณิธานไว้เลย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ความสุขคือสารตั้งต้น ที่เหลือเป็นกำไร คอนเสิร์ตเราไม่มี Live เพราะอยากให้ทุกคน concentrate กับเรา เราโปรยคำในคอนเสิร์ตว่า THE UNCENSORED แต่เราไมได้หยาบเบอร์นั้น ไม่ถึงขนาดมีเรื่องเครื่องเพศ แต่เป็นโชว์ที่เหมือนเพื่อนคุยกันมากกว่า

คนไปดูต้องเตรียมตัว-เตรียมใจอะไรไหม

ไม่ต้องเลยครับ มาสมองโล่งๆ คอนเสิร์ตเริ่ม 1 ทุ่ม มาสักบ่าย 3 มาแดกข้าวก่อน กินไอติมหวานๆ เติมน้ำตาลในเลือด แค่นั้นเอง 

แล้วพอคนกลับไป จะมีสภาพอย่างไร

ชอบมาก ชอบปานกลาง หรือ ไม่ชอบเลย แล้วแต่คนเสพครับ แต่คงต้องมีสักซีนหนึ่งที่คนชอบ

ซีนเดียวเองหรือ เป็นคนหวังน้อยนะ

ปกติเวลาทำอะไร ผมจะหวังน้อยที่สุดไว้ก่อน ไม่อยากหวังเยอะ เดี๋ยวผิดหวังเยอะ เรื่องโชว์ผมหวังน้อย ทุกวันนี้กังวลว่าบัตรจะหมดไหม เพราะมี 2 รอบ จัดที่เซ็นทรัลเวิลด์ GMM Live House เริ่มขายบัตรวันที่ 13 กรกฎาคม

 

ชวนคุยกับ 3 สาวบิวตี้บล็อกเกอร์ของ Rabbit Today จอย-กฤติลักษณ์ สุทธิเดชานัย, เอิร์ธ-ธัญลักษณ์ ลังบุบผา และ พลอย-ปณิธี ไพบูลย์ กูรูเรื่องความงามกำลังจะมาเผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองในแบบฉบับของแต่ละคน ผ่านไลฟ์สไตล์และแนวคิดของพวกเธอ

บอกเคล็ดลับความงามและการดูแลตัวเองในฉบับของพวกคุณให้ฟังหน่อย
พลอย: ปกติจะออกกำลังกายทุกเช้าค่ะ และพยายามนอนก่อนเที่ยงคืน ถ้านอนดึก ผิวจะแห้ง ขอบตาคล้ำ ควรดูแลตัวเองด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นมากขึ้น มาส์กหน้าแบบเร่งด่วนสวยภายใน 20 นาที และพยายามงดของทอด
เอิร์ธ: บำรุงร่างกายด้วยของกินที่มีประโยชน์ เวลาเครียดๆ ก็ใช้กลิ่นอโรมาช่วยผ่อนคลาย แบ่งเวลางานกับเวลาพักผ่อนให้สมดุลกัน
จอย: การนอนสำคัญมาก พยายามนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงค่ะ และเป็นคนที่เลือกทานอาหารชอบกินอะไรจืดๆ รสชาติไม่จัด ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม เพราะมันจะไม่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ไม่ทานของทอดด้วยค่ะ

ในฐานะบิวตี้บล็อกเกอร์ คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงดูสวยโดยไม่จำเป็นต้องแต่งหน้า
พลอย: มารยาทค่ะ โดยเฉพาะมารยาททางสังคม ถ้าเราอยู่คนเดียว อยากจะทำอะไรก็ได้ แต่เมื่อออกมาใช้ชีวิตในสังคม จะทำอะไรก็ต้องคิดถึงคนอื่นด้วย
เอิร์ธ: ผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเอง แค่มั่นใจก็สวยชนะคนอื่นแล้วค่ะ
จอย: ความคิดความอ่านค่ะ จอยชอบคำพูดของ ‘นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนล่าสุด ที่บอกว่า ‘ความสวยไม่ได้ทำให้ผู้หญิงฉลาด แต่ความฉลาดทำให้ผู้หญิงสวย’ นี่แหละใช่เลย!