เรื่องเด่น

ฉีกกฎร็อก ไปซบอกป๊อปแดนซ์

Published 29 พ.ค. 2019

By สันทัด โพธิสา

เป้-อารักษ์ ฉีกกฎร็อก ไปซบอกป๊อปแดนซ์

ปล่อยซิงเกิลใหม่ ชื่อเฟี้ยวฟ้าว ‘ไม่ต้องทำหรอกบุญ’ ตามมาด้วย ‘รักเธอคนเดียว’ ทำเอาบรรดาแฟนพันธุ์แท้ ‘เป้-อารักษ์’ มีทำหน้าฉงน เพราะแนวดนตรีอันคุ้นเคย ทั้งร็อก ทั้งโฟล์ก อันเป็นสไตล์ถนัดถนี่ของเขา...หายเกลี้ยง! 

เกิดอะไรขึ้น?!

“ตั้งใจว่าจะเล่นกีตาร์ให้น้อยลงดีกว่า” ศิลปินหนุ่มสุดแนวบอกกับเราอย่างนั้น พร้อมจำกัดความสไตล์เพลงในอัลบั้มของเขาสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ‘ป๊อป...แดนซ์!’

กว่า 10 ปีเศษๆ ที่ประชาชนคนไทยรู้จักชายหนุ่มลุคเซอร์คนนี้ เป้เริ่มต้นงานเพลงกับวงเสลอ ก่อนเดินหน้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบโฆษณา และก้าวกระโดดไปเป็นพระเอกหนัง แต่ที่ทำให้ชายหนุ่มโด่งดังเป็นพลุแตก คงหนีไม่พ้นผลงานละครเรื่องแรก ‘แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา’ ที่ภายหลังส่งให้ชื่อ ‘เป้-อารักษ์’ กลายเป็นพระเอกขายดี และขึ้นแท่นเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยในเวลาอันรวดเร็ว

‘เซอร์ๆ ร็อกๆ แนวๆ’ วลีเหล่านี้พอจะบ่งบอกภาพลักษณ์ที่ผ่านมาของชายหนุ่มคนนี้ได้เป็นอย่างดี แต่กับผลงานล่าสุดที่เจ้าตัวหล่นแนวทางให้ว่า เป็น ‘ป๊อบแดนซ์’ ถือว่าฉีกทุกกฎ แหกทุกเกณฑ์ ทำลายทุกกระบวนท่าจำที่เคยมีมา 

บทสัมภาษณ์ต่อจากนี้มีถ้อยความชี้แจงแถลงไขรออยู่ ซึ่งนอกจากเรื่องงานเพลง เป้ยังมีเรื่องราวในวัย 34 ขวบปี มาเล่าให้เราฟัง เขากำลังจะต่อยมวยประหนึ่ง ‘แหลม-ศรีสะเกษ’ ออกทีวี แถมยังเพิ่ง ‘แต่งหญิง’ เป็นครั้งแรกในชีวิตอีกต่างหาก 

สนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ ตามไปคุ้ยกันนับจากนี้ได้เลย...

สัมภาษณ์ เป้-อารักษ์,Rabbit Today

Q: เริ่มต้น อยากให้คุณช่วยเล่าถึงงานเพลงล่าสุดให้เราฟังสักหน่อย

A: ผมเพิ่งปล่อยเพลง ‘รักเธอคนเดียว’ ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ก่อนหน้านี้สัก 2 เดือนที่แล้ว ก็ปล่อยเพลง ‘ไม่ต้องทำหรอกบุญ’ ไป ตั้งใจว่าพอปล่อยครบ 6 เพลง ก็จะรวมเป็นอัลบั้มออกมา ชื่ออัลบั้มว่า อาระโกชิน่า (Aragochina) 

คอนเซ็ปต์ของอัลบั้ม ผมอยากทำให้เหมือนเป็นยา 6 เม็ด แต่ละเพลงจะมีความเป็นยารักษาโรคอยู่ แต่เป็นยารักษาโรคที่สนุก แล้วยารักษาโรคทั่วไปชื่อจะยากๆ แปลกๆ เช่น พาราเซตตามอล นิวโรเบน อะไรแบบนี้ ผมก็เลยตั้งชื่ออัลบั้มยาของเราว่า อาระโกชิน่า เป็นการรวมชื่อของผม พี่เล็ก-ฮิวโก้ และมาชิน่า ที่เป็นทีมโปรดิวเซอร์อัลบั้ม จนออกมาเป็น อาระโกชิน่าครับ

Q: ที่ผ่านมา งานเพลงของคุณจะเป็นแนวร็อก หรือระยะหลังๆ ก็จะเป็นโฟล์กร็อก แต่สำหรับคนที่ได้ฟังเพลง ‘ไม่ต้องทำหรอกบุญ’ หรือ ‘รักเธอคนเดียว’ จะพบว่า มันไม่ใช่แนวเพลงที่คุณเคยทำมา แน่นอนว่า ต้องมีแฟนเพลงเผลออุทานว่า ‘เป้เปลี๊ยนไป๋!’ เราเลยอยากรู้ว่า อะไรที่ทำให้เป้เปลี๊ยนไป๋แบบนี้

A: ผมโตมากับเพลงร็อกก็จริง แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมแทบไม่ได้ฟังเพลงร็อกเลย ผมกลับไปชอบเพลงอาร์แอนด์บี อย่างวงเดอะ วีคเอนด์, บิลลี่ ไอริช หรือไปชอบวงสมัยใหม่อย่าง ลอร์ด หรือลานา เดล เรย์ ทีนี้พอคิดจะทำงานชิ้นใหม่ขึ้นมา ก็ถามตัวเองว่า ในเมื่อตอนนี้เราอินกับเพลงที่อยู่ในบิลบอร์ดชาร์ตของอเมริกัน เราก็ทำเพลงแบบนั้นสิ ไม่ใช่ว่าฉันเป็นร็อก ก็ต้องทำแต่ร็อกอย่างเดียว ผมว่ามันค่อนข้างจำกัดตัวเองเกินไป อีกอย่างเพลงร็อกหรือเพลงโฟล์ก ผมทำเป็นอยู่แล้ว แต่เพลงแนวนี้ผมไม่เคยทำ โชคดีที่ตอนนี้ผมมีเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือ แล้วทำไมผมจะไม่ลองทำ ผมว่าทำอะไรที่มันยากก่อนดีกว่า อะไรที่ทำได้ ทำเป็นอยู่แล้ว ทำเมื่อไหร่ก็ได้ (ยิ้ม)

Q: มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ บอกว่าแนวเพลงใหม่ของคุณคือ ป๊อปแดนซ์

A: แนวเพลงก็เข้าขั้นนั้น (ยิ้ม) แต่ว่าชื่อเพลงอาจสวนทางกันหน่อย อย่างเพลงไม่ต้องทำหรอกบุญ ก็ยังมีความแนว ความประหลาดตามสไตล์ผมเหมือนเดิม จริงๆ ผมเรียกมันว่า แซมเปิล มิวสิก (Sample music) เป็นการนำเสียงสังเคราะห์จากต่างที่ต่างทางมาต่อกันในเพลง จะเรียกว่าเป็นงานทดลองก็ได้ แต่โดยรวมมันมีความเป็นป๊อป เป็นแดนซ์อยู่ในนั้น

สัมภาษณ์ เป้-อารักษ์,Rabbit Today

Q: เรากำลังคิดถึงการแสดงสดบนเวที ไม่คิดว่าตอนนี้คุณกำลังซ้อมเต้นอยู่ ถูกไหม

A: (หัวเราะ) ผมออกแบบไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ท่าเต้นนะ หมายถึงออกแบบดนตรีตอนเล่นสดไว้แล้ว มันอาจจะมีเสียงดนตรีสังเคราะห์มากขึ้น แต่ภาพรวมของการเล่นก็ยังมีความเป็นร็อกแอนด์โรลเหมือนเคย อย่างที่บอก ผมสนุกกับงานดนตรีอาร์แอนด์บี หรือพวกดนตรีสมัยใหม่ แต่พอถึงเวลาเล่นสด คอนเสิร์ตร็อกก็ยังมันที่สุดอยู่ดี ไหนๆ เราก็ทำงานทดลองแล้ว ถ้าอย่างนั้นตอนที่เราแสดงสด เราแสดงออกมาในอารมณ์แบบร็อกแอนด์โรลดีกว่า มันอาจจะมีซาวนด์ดนตรีแปลกๆ มากมาย แต่ก็ยังมีความมันส์แบบร็อกแอนด์โรลอยู่เต็มที่ ล่าสุดผมลองซ้อมกันดูแล้ว โห มันมาก (ยิ้ม)

Q: ปกติใครที่ตามดูคุณแสดงสดบนเวที จะเห็นภาพคุณกับกีตาร์เป็นของคู่กัน แต่ถ้ามาเล่นเพลงแนวป๊อปแดนซ์ แล้วทีนี้กีตาร์จะทำยังไง

A: ก็ไม่ต้องถือสิครับ (ยิ้ม) เล่นกีตาร์ให้มันน้อยลงน่าจะดีกว่า (ยิ้ม) โอเค ตอนซ้อมหรือตอนอัดเพลงก็ยังเล่นเหมือนเดิม แต่ไม่จำเป็นต้องเอาไปแขวนไว้กับตัวเหมือนเดิมก็ได้ คนที่เล่นกีตาร์เก่งๆ หลายคน เวลาอยู่บนเวที มีที่ไม่ต้องถือกีตาร์อยู่เยอะไป

Q: อารมณ์ว่า ‘กระบี่อยู่ที่ใจ’

A: ใช่ๆ จะบอกอย่างนั้นก็ได้ (ยิ้ม) ผมเพิ่งรู้ว่าท่อนริฟท์กีตาร์ของวงเดอะสโต๊ก หลายๆ ริฟต์ที่ดังๆ มาจากนักร้องของวงแต่งขึ้น ไม่ใช่มือกีตาร์ แต่ตอนที่เล่นออกมา คือมือกีตาร์ที่เล่น ไม่ใช่นักร้อง มันเหมือนกระบี่อยู่ที่ใจน่ะ

Q: เร็วๆ นี้เราจะได้เห็นงานอะไรของคุณอีกบ้างในวงการบันเทิง

A: กำลังจะมีงานละครเรื่อง ‘ตกกระไดหัวใจพลอยโจน’ ออนแอร์ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 และเดือนหน้าผมจะมีต่อยมวยสดๆ ในรายการเทนไฟต์เทน เป็นรายการที่เชิญดารามาลงนวมต่อยกัน 3 ยก ยกละ 3 นาที เหมือนการต่อยมวยสากลสมัครเล่นจริงๆ เลย สาเหตุที่รับเพราะเราชอบกีฬาแนวนี้ สมัยเด็กๆ ผมเคยเรียนมวยไทยไชยา หรือก่อนหน้านี้ก็ไปเล่นยูยิตสู เล่นยูโด เคยไปแข่งชนะด้วยนะ (ยิ้ม) เราก็เลยรู้สึกว่าถ้ามีรายการให้เราสู้ แล้วสู้กับดารา ไม่ได้สู้กับมืออาชีพ เราก็สู้ดิ ทำไมเราจะไม่สู้ แต่พอจะสู้จริงๆ มันกลายเป็นว่าต้องซ้อมเยอะม้าก..กกก (หัวเราะ)

ถ้าเป็นนักมวยจริงๆ ก็ไม่มีปัญหา เพราะเขาไม่ต้องทำอย่างอื่น เขาซ้อมอย่างเดียว แต่ผมต้องทำงาน ต้องเดินสายโปรโมตเพลง ต้องไปถ่ายละครต่างจังหวัด สิ่งที่คิดอยู่ในหัวตอนนี้คือ ‘กูไม่น่ารับเล้ย!’ (หัวเราะ) แต่ยังไงก็อย่าลืมติดตามนะครับ 10 มิถุนายน รายการสดด้วย อารมณ์เหมือนดูพี่แหลม-ศรีสะเกษ ต่อย แต่เปลี่ยนเป็นดูเป้ต่อยกับบีม-ศรัณญู ตอนแรกเขามีให้ผมเลือก 2 คน คือ เจสัน ยัง กับบีม-ศรัณญู แต่เจสัน ยัง หนัก 76 กิโลฯ พี่บีมหนัก 70 กิโลฯ ผมเลยเลือก 70 ดีกว่า แต่เพิ่งมารู้ว่าพี่บีมหนัก 70 นี่คือตอนลีนๆ นะ ที่จริงเขาตัวใหญ่กว่านั้น ตอนนี้ผมเลยพยายามกินให้เยอะๆ ไม่งั้นแบกน้ำหนักแน่ (ยิ้ม)

สัมภาษณ์ เป้-อารักษ์,Rabbit Today

Q: จากวันที่ดังเป็นพลุแตกกับบทคุณชายหัวฟูในละคร ‘แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา’ เวลาผ่านมา 10 กว่าปี เรายังเห็นชื่อเป้-อารักษ์ อยู่ในทำเนียบพระเอกเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้

A: ความจริงผมเริ่มเลิกคิดเรื่องความเป็นซูเปอร์สตาร์ เป็นคนดัง หรือต้องโด่งดังไปแล้วละ คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าต้องมีขาขึ้น ขาลง แต่ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าผมยังทำเหมือนเดิม ทำงานเพลง เล่นหนัง เล่นละคร ทำโปรเจ็กต์พิเศษเล็กๆ ของตัวเอง วนๆ ไปมาอยู่อย่างนี้ตลอด มันอาจจะมีช่วงชีวิตที่ฟุ้งซ่านบ้าง ช่วงจิตตกบ้าง หรือช่วงพอดีๆ ชีวิตสบายๆ แต่ที่สุดแล้ว ผมก็ยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม

ทุกวันนี้วงการบันเทิงเริ่มมีนักแสดงเจนฯ ใหม่ มีตัวเลือกเยอะขึ้น ถามว่าเราต้องรักษาคุณภาพงานของเราอย่างไร ส่วนตัวผมเป็นคนที่รับผิดชอบ ผมจะไม่ชอบเลยเวลาที่ตัวเองรับผิดชอบงานได้ไม่เต็มที่ เหมือนตอนนี้ที่มีงานละครตกกระไดหัวใจพลอยโจนที่ต้องถ่ายทำอยู่ แต่ก็ต้องซ้อมมวยไปด้วย คือทีแรกผมคิดว่าละครจะถ่ายทำจบแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ มันก็เลยควบคุมไม่ได้ อะไรๆ มันก็มาชนกัน ความรับผิดชอบที่เราควรมี 100% มันก็เลยพังไป

แต่ผมเชื่อว่า ความรับผิดชอบจะทำให้เราอยู่ได้นาน โอเค ผมอาจจะไม่ได้เป็นคนที่รับผิดชอบเก่งที่สุดในโลกหรอก แต่ถ้าจะทำอะไร เราก็ควรทำเต็มที่ ยิ่งเป็นนักแสดง คุณก็ต้องเต็มที่ อย่างตอนถ่ายหนังขุนพันธ์เมื่อปีก่อน ตามบทผมต้องหุ่นล่ำ ในขณะเดียวกันก็ต้องไปเล่นเป็นเชฟอีกเรื่องหนึ่ง ตอนไปถ่ายทำเรื่องที่เป็นเชฟ ตกกลางคืนก็ต้องกลับมาโหนบาร์ที่บ้านทุกคืน ต้องหอบอาหารคลีนไปกินทุกวัน เพื่อให้หุ่นล่ำให้ได้ (ยิ้ม)

Q: ตลอดเวลา 10 กว่าปี อะไรที่ยังหล่อเลี้ยงจิตใจให้ดำรงอยู่ในเวทีนี้ได้

A: มันคงไม่มีอาชีพไหนสนุกไปกว่านี้แล้ว เท่าที่ผมนึกออกนะ เรามีโอกาสได้ไปเจออะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา เมื่อวันก่อนผมไปน้ำตกตายาย ถ้าไม่ได้ถ่ายละคร นึกไม่ออกว่าชีวิตนี้จะได้ลงไปว่ายน้ำในน้ำตกนี้ไหม หรืออาชีพนี้ทำให้เราได้ไปเรียนทำอาหาร เรียนตัดผม เล่นยูโด ขี่ม้าวันละ 6 ชม. เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ แล้วความมันส์ของมันก็คือ มันยังมีอีก ถ้าเรายังไม่เลิกเล่นหนังเล่นละครไปซะก่อน

สัมภาษณ์ เป้-อารักษ์,Rabbit Today

Q: ปัจจุบันคุณอายุเท่าไร

A: 34 ปีครับ

Q: อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในวัย 34 ปีตอนนี้

A: เอาจริงๆ ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดีนะ (หัวเราะ) เพราะร่างกายก็ไม่ค่อยดีเท่าไร ถามว่ามุมไหนในชีวิตที่ดูเสถียรขึ้น ความรักคู่ครอง ไม่เสถียรเท่าไร (หัวเราะ) เอาจริงๆ ก็ไม่มีเรื่องไหนเสถียรเลย มีเรื่องงานที่ยังสนุกเหมือนเดิม เว้นเรื่องต่อยมวยที่ไม่ค่อยสนุกเท่าไร (หัวเราะ) อ๊อ! เรื่องอารมณ์มั้ง อารมณ์เย็นลงเยอะ ใจเย็นลง ประเภทโมโมแล้วหลุดปากพูดอะไรไม่ดีออกไป เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเป็นแล้ว แต่ยังมีความโลเล ตัดสินใจไม่ขาด รู้ตัวว่าเป็นคนแบบนั้น แนวรักพี่เสียดายน้อง เรื่องนี้ยังแก้ไขไม่ได้อยู่ (ยิ้ม)

Q: วัย 34 รู้สึกตัวเองแก่ลงไหม

A: ไม่นะ ผมรู้สึกว่าผมเหมือนเดิมตอนเด็กๆ ผมสตาฟฟ์ตัวเองไว้ตอน 27 ตั้งนานแล้ว ข้างในเหมือนเดิมเลยครับ เราแค่สันโดษมากขึ้น ซึ่งจริงๆ เราก็สันโดษอยู่แล้วนะ แต่วันนี้เราแค่ไปไหนคนเดียวได้ ไม่ต้องการใครให้สนุกมาก นานๆ ทีเจอเพื่อนก็แฮปปี้นะ มีแฟนบ้างก็ดี ไม่เหงา แต่ถามว่าไม่มีแฟนอยู่ได้ไหม อยู่ได้นะ

สัมภาษณ์ เป้-อารักษ์,Rabbit Today

Q: วันนี้ของผู้ชายชื่อเป้-อารักษ์ ดีที่สุดแล้วหรือยัง

A: อืม...อยากตอบส่งท้ายให้มันดี แต่นึกไม่ออก (หัวเราะ) เพราะเอาเข้าจริงๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป มันก็มีเรื่องให้คิด ให้ทำเยอะแยะ ถ้าถามว่าจะอยู่รอดในแต่ละวันได้อย่างไร เราคงตอบว่า คิดถึงวันที่งานเราเสร็จ ให้ทุกฝ่ายพอใจ ให้ตัวเองพอใจ ไม่มีเสียดายทีหลัง เออ ผมว่าอันนี้แหละ พ่อผมเคยสอนว่า ลูกผู้ชาย เสียใจดีกว่าเสียดาย เราทำให้มันสุดๆ อย่าให้รู้สึกเสียดาย สมมติอยากชกมวย ก็ซ้อมให้เต็มที่ ถ้าเกิดแพ้ เสียใจได้ แต่ไม่เสียดาย เพราะเต็มที่แล้ว เหมือนกับงานเพลง ถ้าปล่อยออกไปไม่ดัง เสียใจได้ แต่ไม่เสียดาย เพราะเราชอบมากแล้ว ผมว่าเรื่องนี้ใช้ได้กับงานทุกประเภท และกับคนทุกคน ไม่ใช่แค่เฉพาะกับลูกผู้ชายหรอก ลูกผู้หญิงก็เหมือนกัน ทำให้เต็มที่ เราจะไม่เสียดาย

Q: พูดถึงเพศหญิง เพศชาย ขอปิดท้ายเรื่องที่คุณเพิ่งจัดเต็มแต่งหญิงในรายการแดรกเรซ ไทยแลนด์ ซีซั่นสอง ขอถามความเห็นในการเป็น ‘น้องปูเป้’ ครั้งนั้นหน่อย

A: แฮปปี้มากเลยครับ อยากแต่งมานานแล้ว แต่ถ้าให้แต่งเองก็คงไม่ไหว ยากเหลือเกิน มันเป็นประสบการณ์ที่ทำเองลำบาก เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะไปหาพี่อาร์ต-อารยา หนึ่งในกรรมการของรายการ แกบอกมาเป็นกรรมการให้หน่อยดิ ผมก็ตกใจ เป็นกรรมการต้องแต่งหญิงนะพี่ แกเลยบอก เออ เอาไหมล่ะ ผมก็ตัดสินใจตรงนั้น เอาดิ สนุกดี (หัวเราะ) พอแต่งไปปุ๊บก็ได้รู้ว่า มันยากจริงๆ ยากเว่อร์ การจะแต่งหญิงนี่ครั้งหนึ่งในชีวิตครับ แต่ง่ายกว่าชกมวยเยอะ (หัวเราะ)

ถ้าชีวิตคือความท้าทาย ผู้ชายคนนี้ก็มีความรื่นรมย์กับโจทย์ที่เข้ามาให้เขาได้ลองทำอยู่เสมอๆ...10 มิถุนายนนี้ เปิดทีวีเป็นกำลังใจให้กับเขา รับประกันว่าจัดหนัก จัดเต็ม ไม่ให้เสียชื่อ ‘เป้-อารักษ์ แอนด์ เดอะ ป๊อปแดนซ์’ แน่นอน!