เรื่องเด่น

แพรี่พายกับลมหายใจผ้าไทยวันนี้

Published 31 ก.ค. 2019

By ชัชฎาพร จุ้ยจั่น

แพรี่พายกับลมหายใจผ้าไทยวันนี้

เอ่ยชื่อ แพร-อมตา จิตตะเสนีย์ หลายคนอาจจะงง…เธอคือใคร แต่ถ้าบอกชื่อในวงการบิวตี้ของเธอคนนี้…‘แพรี่พาย’ เชื่อว่าทุกคนโดยเฉพาะแวดวงความงาม…ไม่มีใครไม่รู้จัก

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แพรี่พายวางแปรงแต่งหน้า ก่อนค่อยๆ ปิดกรุเครื่องสำอางที่มีอยู่หลายร้อยหลายพันชิ้น สู่บทบาทใหม่ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ผลักดันผ้าไทย ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้ติดตามกว่าล้านคนของเธอเท่านั้น ชุดผ้าไทยดีไซน์เก๋ที่แพรี่พายสวมใส่เดินทางไปทั่วโลก กำลังถูกกล่าวขวัญในทุกที่ที่เธอไปเยือน 

และวันนี้ Rabbit Today ชวนแพรี่พายคุยในฐานะคนรุ่นใหม่ที่หัวใจใส่ผ้าไทย 

Q: นอกจากเป็นเมกอัพอาร์ติสต์ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านความงาม ปัจจุบันคุณยังทำงานอะไร

A: ปัจจุบันการทำงานของแพรเน้นในเรื่องการอนุรักษ์ค่ะ ทั้งผ้าไทย ธรรมชาติและการเกษตร แพรอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง พูดง่ายๆ คือเป็นบทใหม่ของชีวิตนี่ละ 8 ปีที่ผ่านมา แพรให้ความสำคัญกับการทำศิลปะ และ Portfolio บนโลกออนไลน์ โดยใช้เครื่องสำอางเป็นตัวกลาง สนุกสนานกับสี กับเทรนด์ และการทำงานกับหลายๆ แบรนด์ ได้เดินทางรอบโลกและพบปะกับผู้คนมากมาย แต่ 2 ปีที่ผ่านมา แพรต้องการจะค้นหาคุณค่าของชีวิตใหม่อีกครั้ง ชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขจากภายในจริงๆ 

บทใหม่ของแพรเริ่มต้นด้วย ‘ผ้าไทย’ และผ้าไทยนี่ละที่ต่อยอดให้แพรได้เข้าใจในเรื่องของธรรมชาติมากขึ้น การอยู่ร่วมกัน การเกื้อกูล และเรียนรู้ในเรื่องของระบบนิเวศค่ะ ขณะที่รู้เกี่ยวกับผ้าไทยและวัฒนธรรมไทยอยู่นั้น แพรได้มีโอกาสศึกษาธรรมชาติไปด้วย ได้เข้าไปเดินป่า เดินดูต้นไม้ ได้อยู่กับตัวเอง รู้จักพืชพันธุ์ท้องถิ่น รู้จักระบบและสิ่งรอบๆ ต้นไม้ ได้เป็นจิตอาสาปลูกป่า ปลูกปะการังทะเล และเก็บขยะตามชายหาดด้วยค่ะ และเราก็ได้เห็นว่าธรรมชาติมันเหลือน้อยจริงๆ

ในส่วนของการเกษตรก็เพิ่งเริ่มค่ะ แพรกำลังจะไปเรียนดำนา แล้วเดี๋ยวจะกลับมาเล่าให้ฟัง

Q: ตอนนี้คุณเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านผ้าไทยที่ได้รับความสนใจและชื่นชมมากที่สุดคนหนึ่ง...รู้สึกอย่างไรบ้าง

A: ก่อนอื่นเลยแพรขอขอบคุณคำชื่นชมค่ะ ได้ยินแล้วรู้สึกชื่นใจ พร้อมกับแม่ๆ และทุกๆ ท่านที่มีส่วนในการทำผ้าที่แพรใส่ ในช่วงที่กำลังสับสนว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไรกันแน่ แพรเริ่มเหนื่อยจากความสนุกไปวันๆ และความสวยที่อยู่แค่บนใบหน้า ‘ผ้าไทย’ เข้ามาถูกจังหวะมาก พูดได้ว่าผ้าไทยเปลี่ยนชีวิตแพรไปเลย หลังจากที่ได้ลงพื้นที่เจอแม่ๆ หลายท่าน ได้ลงชุมชนจากหลายๆ จังหวัด ทั้งจากบุรีรัมย์ สุรินทร์ น่าน อุดรธานี ขอนแก่น แพรได้พบเจอแต่รอยยิ้มที่จริงใจ ความรัก ความเมตตา แพรรักผ้าไทย ใช่…ผ้าไทยสวยมาก 

แต่ที่มันมากกว่านั่นคือ แพรรักคนในชุมชน ทุกคนน่ารัก ยิ้มแย้ม ทุกคนอยากถ่ายทอดความรู้และมอบความรัก แพรได้เห็นว่ากว่าจะเป็นผ้าหนึ่งผืนมันมีเรื่องราวมายังไง เริ่มจากวัตถุดิบที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นหนอนไหม ใบหม่อน การย้อมสี และเหงื่อของแม่ๆ ที่นั่งทอแบบร้อนๆ เป็นเวลานานๆ

การที่ได้ไปเรียนรู้ ศึกษา อยู่กินกับชุมชน เที่ยวแบบเรียนรู้ บทเรียนนอกห้องเรียนนี้ มันยิ่งทำให้เรามองเห็นความสวยของผ้าไทย ว่าโคต-รรรรรร…สวย และที่สำคัญ คุณค่าของมันคืออะไร ถ้าถามว่ารู้สึกยังไง แพรรู้สึกรักมาก ภูมิใจมากที่เป็นคนไทย 

Q: อยากให้คุณเล่าถึงผ้าไทยผืนแรกที่มี ความรู้สึกและความประทับใจ

A: ผืนแรกคือมัดหมี่สีเทาจากขอนแก่น ตอนนั้นก็ไม่คิดว่ามันสวยนะ เห็นผ้าไทยก็คือแค่ผ้าไทย ผ้าสีเทาที่มีลายไทย แต่ความสวยมันออกมาตอนที่เราไปดูแม่ทั้งหมู่บ้านชนบทและการทำงานแบบชุมชนเป็นยังไง สอนเราว่า วิธีเลี้ยงไหม สาวไหม และน่ารักตรงที่เราหิวก็เอากล้วยมาให้กิน ตัดมะพร้าวเป็นสิบลูกมาให้ คือมันเป็นความรัก ความใจดี ความห่วงใยที่แม่ให้กับเราซึ่งเป็นคนแปลกหน้า เอาจริงๆ ตอนนั้นรู้สึกหัวใจมันพองโตมากๆ 

ที่ประทับใจหลังจากนั้นคือแพรนำผ้ามาตัดเป็นชุดสูทไปปารีส รู้สึกว่าตัวเองเท่มาก ผ้าไหมมัดหมี่สีเทา กับกระโปรง Metallic และรองเท้าผ้าใบไนกี้ 

แพรี่พายกับลมหายใจผ้าไทยวันนี้,Rabbit Today

Q: ทราบมาว่าคุณเดินทางไปถึงหมู่บ้านที่ทอผ้าไทยต่างๆ ที่ผ่านมาได้ไปที่ไหนมาบ้าง 

A: โห…คำถามนี้ต้องตอบยาว ครั้งแรกที่ขอนแก่น ตอนนั้นเพิ่งรู้จักว่าผ้าไทยคืออะไร เอามาตัดชุด ตอนนี้แค่รู้สึกว่าตัวเองเท่ หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าอยากเท่มากขึ้น เลยไปตามหาผ้าสีอื่นๆ ไม่ค่อยมีความรู้ มีสีเคมีบ้าง ราคาถูกๆ เอามาตัดชุดโดยไม่คิดอะไร พูดง่ายๆ คือฉาบฉวยเลยละ อยากได้สีอะไรก็ไปหาสีนั้น

จนไปชุมชนที่น่าน บ้านฝ้ายเงิน สิ่งหนึ่งที่แม่ทอผ้านั่งใต้ทุนบ้านพูดคือ ถ้าหมดรุ่นแม่ก็ไม่มีคนทอแล้ว เราฟังแล้วอึ้งเลย เออว่ะ…มันคือเรื่องจริง นั่นเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราอยากลองศึกษาผ้าไทยให้มากขึ้น

และได้ไปที่สุรินทร์ต่อ แพรได้ร่วมกับ ททท. Amazing Thailand เปิดโลกเรื่องผ้าไทยไปอีกระดับ ได้พบเจออาจารย์เจ๋งๆ มากมาย

บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่สอนแพรให้รู้จักเรื่องของธรรมชาติและระบบนิเวศเป็นครั้งแรก จังหวัดที่มีภูเขาไฟดับ แล้วตอนนี้เขียวสด เต็มไปด้วยต้นไม้และพืชนานาชนิด แม่สำรวยสอนสีส้ม น้ำตาล ชมพู และสีชาไทย พวกเราเดินขึ้นภูเขาตามหาสีธรรมชาติ แม่สาธิตการเก็บดินภูเขาไฟแบบไม่ให้ทำลายระบบรากของต้นไม้ เก็บขยะที่ถูกทิ้ง เก็บหน่อไม้และเห็ดมาทำอาหารให้รับประทาน สนุกมากค่ะ ได้เดินป่าด้วย

หลังจากนั้นมีโอกาสได้ไปตามจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่อุดรธานี อุบลฯ ตอนนี้อยากไปทุกที่ทั่วไทยเลย อยากไปใต้ ไปเรียนบาติก อยากเดินป่า อยู่กับชาวปกาเกอะญอ เรียนสีตุ่นๆ จากเปลือกไม้

อย่างล่าสุดเพิ่งจัด #Pearypiesmileycamp เป็นครั้งแรก กลับไปที่จังหวัดสุรินทร์กับครอบครัวและเพื่อนสนิท หาอาจารย์โก๋-สุรโชติ ตามเจริญ หลักสูตรความมหัศจรรย์ของสีธรรมชาติ เป็นเวลา 4 วัน ไว้ต้องติดตาม Learning field trip ของแพร จะชวนเพื่อนๆ ที่ติดตามมาเรียนไปด้วยกัน

Q: ผ้าไทยที่ทอจากแต่ละแห่ง แต่ละภาค มีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างไร ที่สำคัญคุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง

A: ผ้าไทยแต่ละพื้นที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ของพื้นที่นั้นๆ จังหวัดสุรินทร์อยู่แถบอีสานใต้ ผ้าไหมมัดหมี่ประจำจังหวัดสุรินทร์ชื่อผ้าโฮล ได้รับอิทธิพลมาจากฝั่งเขมร ลวดลายสีสันจะเป็นโทนอิฐ แดง ส้ม ม่วง อีสานจริงๆ คือสุดยอดเลย ทุกจังหวัดสุดเจ๋ง ไม่เหมือนกันเลยค่ะ ตอนนี้คืออยากไปสกลนครมากๆ

ผ้าแถบภาคเหนือ ก็ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศพม่า ลาว และจีน บางแบบจะมีลายสามเหลี่ยมเป็นองค์ประกอบ สื่อถึงภูเขา อย่างผ้าไทลื้อ ผ้าในแต่ละชนเผ่าต่างๆ เช่น ลาหู่ดำ ลาหู่แดง หรือบางแบบเป็นชุดแบบคนจีนเลยก็มี โทนสีจะค่อนข้างเย็นตา เป็นโทนน้ำเงิน มีแซมดำ แดง เหลือง เขียว เนื้อผ้าจะหนาหน่อย เพราะอากาศทางภาคเหนือเย็นกว่าภาคอื่น หรืออีสานบนก็เช่นกัน ส่วนทางภาคใต้นี่เป็นผ้าบาติก ผ้าปะลางิง อันนี้ขอไปเรียนก่อน อย่างที่บอกว่าแพรเพิ่งเริ่มต้น แพรรู้แค่นิดเดียวจริงๆ

Q: ทำไมคุณจึงหยิบผ้าไทยขึ้นมาสวมแล้วเดินทางไปทั่วโลก และอยากให้เล่าถึงชุดที่ชอบและได้รับการพูดถึงมากที่สุด

A: เริ่มมาจากใส่แล้วรู้สึกเท่ ตอนนี้พอได้ลงพื้นที่ นอกจากเท่คือความภาคภูมิใจ ก็เลยอยากเท่แบบรู้คุณค่า (หัวเราะ) จนกลายเป็นว่า แพรจะไปไหนก็อยากใส่ผ้าไทยตลอดเวลา แต่เป็นในรูปแบบที่เราชอบ นำมาออกแบบ ปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตจริง แพรเป็นคนชอบเดินทาง แพรจะเริ่มจากศึกษาสถานที่ที่ไปก่อน เริ่มง่ายๆ คือเป็นคนชอบสี ก็จะดูที่ที่ไปว่าเรากำลังจะไปไหน ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง อากาศที่นั่นเป็นยังไง แล้วคุมโทนสีตามสถานการณ์ ส่วนมากชอบใส่เป็นแบบกางเกง เพราะเดินสบาย มีเป็น Dress บ้างค่ะ เวลาไปทำงาน

ชุดที่ชอบมากสุด คิดไม่ออก เพราะชอบหมดเลย ทุกที่มีเรื่องราวในตัวเขา ลองเข้าไปดู iG: #pearypiewearsthaifabric ดูได้ค่ะ

แพรี่พายกับลมหายใจผ้าไทยวันนี้,Rabbit Today

Q: ใครเป็นคนออกแบบและตัดเย็บชุดต่างๆ ให้คุณ

A: การคิดแบบมาจากสถานที่ที่เราจะไป ไปเที่ยว ไปงาน ไปสอน หรือไปทำกิจกรรมต่างๆ แล้วไปเลือกผ้าว่าอยากได้เนื้อแบบไหน สีธรรมชาติช่วงนี้มีสีอะไรบ้าง บางสีต้องรอหน้าของพืชที่ใช้ ส่วน Style แพรก็จะมาดูว่า ต้องทำอะไรบ้างในที่ที่ไป ออกแดดไหม ร้อนหรือเปล่า ชุดแพรไม่อัดกาว เพราะอยากให้มัน Flowy ระบายความร้อน ทำนู่นนี่นั่นสะดวก จริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับแบบชุดด้วย ถ้าอัดกาว เสื้อจะมีทรง หลักการเท่านั้นเอง

แพรชอบคิดชุดเป็นแบบที่ใส่แล้วใช้ได้จริง แต่ที่สำคัญใส่แล้วต้องไม่อ้วน (หัวเราะสนุก) ก็จะเป็น Dress กระโปรงพองๆ กับกางเกง ใส่ได้บ่อยด้วย เพราะมันสบาย ปัจจุบันใส่ผ้าสุรินทร์เยอะ เพราะย้อมธรรมชาติจริงๆ ไปเรียนมาด้วย กับหลักการทอแบบ 4 ตะกอ

การตัดเย็บ ดีใจที่มีพี่พิน ช่างที่อยู่กับบ้านแพรมานานตั้งแต่เรายังเล็ก แต่ละชุดเราจะคุยกันว่าแพรอยากใส่อะไร หาแบบจากชุดที่เรามีอยู่ที่บ้าน Mix & Match คอจากตัวนี้ แขนจากตัวนี้ พี่พินตัดตั้งแต่แพรเอาผ้ามาตัดเป็นชุด Pokémon ที่แพรใส่เมื่อก่อน จนวันนี้เปลี่ยนมาเป็นผ้าไทยค่ะ

Q: คุณมีวิธีเลือกผ้าไทยและแบบอย่างไรให้ห่างไกลคำว่าเชย

A: อันนี้เป็นคำถามที่มีคนถามเยอะมากเลยนะคะ ผ้าไทยมันไม่เชยเลย สวยด้วยอีกต่างหาก คำว่าเชยมันอยู่ที่มุมมองของคนและการนำมาดัดแปลงให้เข้ากับบุคลิกและสไตล์ของตัวเองมากกว่า อย่าคิดเยอะ อย่าทำให้ล้ำเกินไป เคารพ เรียนรู้ เข้าใจที่มาของผ้า สามารถ Mix & Match ให้เข้ากับปัจจุบัน

การนุ่งผ้าซิ่น เป็นการเริ่มต้นที่ดี งามแบบไทยๆ ใส่กับเสื้อยืดก็สบายๆ หรือจะนำผ้ามาใช้แบบไม่ต้องตัดยังได้เลย พันๆ เอา มีไหม มีฝ้าย การใส่ม่อฮ่อมสีคราม แพรก็ชอบ เอามาใส่กับกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ทำเป็นแนวเสื้อคลุมก็น่ารักดี

Q: อย่างที่เราทราบว่า ราคาผ้าไทยบางชนิดมีราคาสูง คุณเคยจ่ายในราคาสูงสุดเท่าไรและมองคำว่ามูลค่าและราคาของผ้าไทยนั้นแตกต่างกันอย่างไร

A: อันนี้อยากให้ไปศึกษากันเอง ถ้าเราได้เห็นการทำงานของแม่ มันใช้ความรัก มันใช้เวลา ไม่รักจริงทำไม่ได้ ราคาก็คืออากาศ ที่ช่วยต่อชีวิตสังคมและคนในหมู่บ้านนั้นๆ แพงหรือถูกก็ต้องมาดูว่า มูลค่าทางจิตใจอยู่ที่ใด

Q: ที่ผ่านมาพวกเรารู้จักคุณในบทบาทของเมกอัพอาร์ติสต์ วันนี้คุณอยากให้คนรู้จักแพรี่พายในบทบาทของอะไร

A: แพรเคยสนุกสนาน ต้องการค้นหาตัวเอง แพรดีใจที่ได้เริ่มกับการแต่งหน้า เป็น Makeup artist เป็นคนชอบอยู่กับสี สีมันทำให้เรามีความสุข แต่วันนี้แพรมีความสุขยิ่งกว่าที่ได้ตามหาสีจากธรรมชาติ จากเปลือกไม้ จากหิน ต้องการที่จะศึกษาและสืบทอดบทเรียนต่างๆ ที่ได้เจอโดยการใช้ สื่อออนไลน์ที่ตัวเองมีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เรียนรู้ชีวิต รักษ์โลก โตไปด้วยกันกับเพื่อนๆ ที่ติดตามอยู่ค่ะ ที่สำคัญคืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบด้วยนะคะ