เรื่องเด่น

พลิกรักมาพักเล่า (ชื่อของเรา คือ ‘รักพลิกล็อก’)

Published 25 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

Rakpikrock-scoops-Rabbit-Today-banner-1

Rabbit Today มีนัดกับ 4 พระ-นาง จาก ‘รักพลิกล็อก’ ละครที่ใช้เวลาสร้าง 3 ปี เนื้องาม น้ำดี การันตีโปรดักชั่นเทียบชั้นซีรีส์อินเตอร์ฯ

‘รักพลิกล็อก’ ละครรัก โรแมนติก คอมเมดี้ แห่งปี ผลงานของผู้จัด ‘ติ๊ก-กัญญารัตน์’ ค่าย นอร์ธสตาร์ กำเนิดพล็อตละครจากเรื่องราววุ่นๆ ของหนุ่มสาวที่ไม่มั่นใจในคนที่ตัวเองเลือก ความสับสนวุ่นวายจึงบังเกิด และผู้ชมจะได้ร่วมลุ้นกับทางเลือกของเหล่าตัวละครท่ามกลางรักสุดพัวพัน และรักครั้งนี้จะพลิกล็อกไปอย่างไร ต้องติดตามชม

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่นักแสดงทั้ง 4 คนอย่าง เพื่อน-คณิน, สายไหม-มณีรัตน์, ออม-สุชาร์ และน้องใหม่หนุ่มหล่อใสอย่าง ปีเตอร์-เดนแมน ได้มาร่วมงานละคร จะสนุก ท้าทายแค่ไหน อะไรคือเรื่องพลิกล็อกนอกจอ เราไปคุยกับพวกเขากันเลย

พลิกรักมาพักเล่า (ชื่อของเรา คือ ‘รักพลิกล็อก’),สกู้ป,Rabbit Today

ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง

Q: บทนวียาใน ‘รักพลิกล็อก’ เหมือนหรือต่างกับตัวจริงของออมแค่ไหน

A: นวียามีความใกล้ตัวออมมากที่สุดเท่าที่เคยเล่นมาเลยค่ะ เขาจะเป็นคนอดทน เป็นคนสู้ เป็นคนมีฝัน อาจจะต่างกันตรงที่เขาเป็นคนแอดเวนเจอร์มากกว่า ออมอาจจะไม่ได้ท้าทายขนาดนั้นค่ะ

Q: มีเหตุการณ์อะไรที่พลิกล็อกในชีวิตจริงของออม

A: จริงๆ เอาชีวิตออมก็ได้นะ คือออมเป็นเด็กต่างจังหวัด ออมพลิกล็อกมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้ คือเราเป็นแค่เด็กต่างจังหวัดตัวเล็กๆ แต่อยู่ดีๆ มาเป็นคนที่มีชื่อเสียง เป็นคนที่คนรู้จักทั้งประเทศ

Q: ถึงวันนี้ 10 ปีแล้วในวงการ มีผลงานอะไรที่ประทับใจมากที่สุด

A: ออมภูมิใจกับทุกๆ ผลงานของออมนะคะ ทุกงานที่เราทำแล้วเราภูมิใจกับมัน แต่ Full House เป็นอะไรที่ทำให้คนจดจำเรา แล้วเราก็สนุกกับมัน ทุกอย่างลงตัว คนดูก็แฮปปี้ เหมือนที่คนในหลายๆ ประเทศชอบ แล้วมันมีความท้าทายอยู่ในตัว เพราะว่าเวอร์ชั่นแรกของเกาหลีคือดีมาก พอถึงเวอร์ชั่นไทยมันก็ออกมาดีอีกแบบ ทำให้ข้ามจุดท้าทายตรงนั้นไปได้

Q: เห็นออมหวานๆ สวยๆ แต่ก็มีความโก๊ะๆ ขำๆ ตัวจริงแล้ว ออม สุชาร์ เป็นอย่างไร

A: เรื่องงานออมจะเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์ ซึ่งมันกดดันตัวเองนะ ทุกอย่างต้องดี อีกภาคหนึ่งคือส่วนตัว ออมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ค่ะ

Q: บทนวิยาในละครจึงต้องขี่ม้าอย่างเพอร์เฟ็กต์

A: เข้าคอร์สแน่นๆ แต่ไม่ถือว่าวิ่งแข็งจริงๆ นะ ในเรื่องเราไม่ได้เป็นโปร แต่ต้องบังคับม้าได้ วิ่งได้จริง ออมพยายามจะมีสติเสมอ เพราะกลัวตกม้ามาก และถ้าเกิดแขนหักก็ออกกองไม่ได้ จะเสียงานกันทั้งระบบ

มีวันหนึ่งขี่ม้าตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ลงจากม้าเลย ต้องโยนเสื้อผ้าขึ้นไปให้เปลี่ยนบนหลังม้า คือลงไม่ได้แล้ว ไม่ไหว (หัวเราะ)

Q: อะไรคือเป้าหมายในเส้นทางการแสดง ณ ตอนนี้

A: อยากเป็นเหมือนฟันเฟืองเล็กๆ ของวงการบันเทิงที่มีภาพลักษณ์ที่ดี อยากทำงานแสดงอย่างต่อเนื่อง ถามว่าอยากทำเบื้องหลังด้วยไหม ก็เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ

Q: ร้องเพลง...ก็ได้อยู่

A: ออมชอบร้องเพลงประกอบละคร เพราะออมเป็นตัวละครที่พยายามเล่าเรื่องผ่านเพลง เรารู้ว่าเราไม่ใช่นักร้อง แต่เราเข้าไปอยู่ในเพลงได้ มันสนุกที่จะทำแบบนี้ แล้วออมก็มีโอกาสได้ร้องเพลงในเรื่องรักพลิกล็อกนี้ด้วย ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาส

Q: ดารานักแสดงในโลกนี้ที่ชื่นชอบ หลงใหล หรือเป็นแบบอย่าง

A: พี่อนันดาค่ะ เขาอ่านภาษาไทยไม่ออก แล้วเขาให้คนอ่านบทให้ฟัง แล้วก็จำ คือทึ่งเลย แถมการแสดงยังเล่นอย่างมีมิติ คือเจ๋งมากคนนี้  ส่วนฝ่ายหญิงชอบ Natalie Portman เขาเก่งและสวยในแบบที่เราชอบ เล่นบทไหนก็ได้ และมีความวาไรตี้ค่ะ เขาตัวเล็กแต่ Powerful 

Q: ในฐานะนักแสดง เราติดตามชมผลงานอะไรบ้าง

A: หนัง ละคร หรือ ข่าวสารและสารคดี เกี่ยวกับ ฆาตกรรมหรืออาชญากรรม ดูช่วงก่อนนอนแล้วก็หลับไปค่ะ (หัวเราะ) เราได้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ เห็นกระบวนการสืบสวน

Q: มีความเป็นไปได้ไหมว่าจะรับเล่นบทเหล่านี้ด้วย

A: ชอบที่สุด อยากเล่นมาก หนังโหดๆ ฆาตรกรรมโรคจิต ถ้าติดต่อมารับเลย

Q: วันว่าง กิจกรรมของออมคืออะไรบ้าง กีฬา พักผ่อน ปาร์ตี้

A: ออกกำลังกาย โยคะหรือเข้ายิม และหาอะไรอร่อยๆ กิน ค่ะ

Q: เบิร์นแล้วก็กิน กินแล้วก็เบิร์น...

A: กินแล้วก็เบิร์น เบิร์นแล้วก็กิน เออ...ก็จริงเนอะ งั้นก็เพิ่มเติมช้อปฯ และก็เข้าสปาค่ะ

Q: อยากบอกอะไรกับใครก็ตาม ที่วันหนึ่งอาจจะพลิกล็อกมายืนอยู่ในวงการบันเทิง

A: อย่าคิดว่าดาราเป็นเทวดา มันคืออาชีพหนึ่งที่คนมองเห็นกันมาก…แค่นั้นเอง อีกหลายๆ อาชีพก็มีคุณค่าในตัวเอง อยู่ที่ว่าใครจะชอบทางไหนก็ทำมันให้สุดไปในทางนั้นดีกว่า ถ้าใครมีโอกาสเข้ามายืนตรงนี้ แต่ละคนต้องก้าวและเติบโตด้วยตัวของตัวเอง ถ้าพลาดผิด...ก็ไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรง แต่ว่าต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ เสมอ

ปีเตอร์ เดนแมน

Q: ปีเตอร์อยู่ในวงการบันเทิงมาพักหนึ่งแล้ว เดินแบบ ถ่ายแบบ และการแสดง สิ่งที่ทำแล้วมีความสุขที่สุดคืออะไร

A: ทั้งงานเดินแบบ ถ่ายแบบ หรือถ่ายโฆษณาก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน แต่เมื่อผมได้มาศึกษาด้านการแสดง ผมก็หลงใหลตรงนี้ เพราะว่าเราไม่มีวันที่จะเก่งเกินไป เพราะปกติเราจะเข้าใจแต่ตัวของเราเอง แต่งานแสดงทำให้เรามีโอกาสที่จะได้เข้าใจตัวละครต่างๆ มันจึงเป็นศาสตร์ที่เราสามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ อย่างในเรื่องรักพลิกล็อก ผมก็ทำเต็มที่ รู้สึกภาคภูมิใจ และประทับใจเรื่องนี้มากๆ 

Q: เห็นฉากที่ปีเตอร์กระโดดลงมาจากชั้นสอง บู๊เอง ลุยเองหมด เพื่อความสมจริง

A: ใช่ครับ เล่นเองหมด ไม่ใช้สแตนด์อินเลยครับ

Q: ปีเตอร์ได้แสดงบทพระเอกครั้งแรก ทำการบ้านหนักไหม

A: ครับ การเทรนเพื่อรับบทพาทิศก็มีไปคุยกับนักจิตวิทยาว่า คาแรกเตอร์แบบนี้ ตอนเด็กๆ เขาโตมาอย่างไร ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ แล้วก็ไปตามสังเกตนักธุรกิจ บุคลิกภาพ การพูดจา วิธีการ เดิน ยืน นั่ง ในมาดผู้บริหาร เก็บข้อมูลมาให้ครบทุกมุมครับ

Q: ตัวละครพาทิศ เหมือนหรือต่างกับตัวตนของปีเตอร์แค่ไหน

A: พาทิศเป็นวัยรุ่นปกติคนหนึ่ง วันหนึ่งพ่อเขาเสีย แล้วเขาจะต้องมาดูแลธุรกิจแทนพ่อ ดูแลบ้าน มีลูกที่ต้องเลี้ยง เขาก็เลยดูโตกว่าวัย มีระบบระเบียบชีวิตพอสมควร เสื้อในตู้เรียงไล่สี ดินสอบนโต๊ะแหลม คม ใหม่ ทุกแท่ง รวมๆ แล้วน่าจะต่างกับตัวผม

Q: อะไรคือสิ่งที่พลิกล็อกในชีวิตจริงของปีเตอร์

A: ก็คล้ายๆ ในเรื่องรักพลิกล็อกเลยนะครับ คือในชีวิตจริงผมเนี่ย มีพี่ชายที่อายุห่างกันหลายปี วันหนึ่งเขาเสียชีวิต จับพลัดจับผลูต้องมาเลี้ยงเด็กคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของเขา ผมต้องไปส่งเขาที่โรงเรียน พาเขาเล่นกีฬา สอนการบ้าน สอนการใช้ชีวิตต่างๆ ฯลฯ เหมือนเป็นพ่ออีกคนหนึ่งของเขาเลย ซึ่งจริงๆ ลูกพี่ชายคนนี้ ห่างกันแค่ 4-5 ปี แต่บทบาทของเราเหมือนเป็นพ่อ ซึ่งคล้ายกับในละครมากๆ

ตัวตนส่วนอื่นๆ ผมก็เป็นคนสบายๆ มองหาอะไรที่เราพัฒนาได้อีก แล้วก็ชอบช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะให้การศึกษาเด็ก หรือช่วยเหลือพวกน้องหมา มูลนิธิหมาแมว ก็เป็นอะไรที่ผมอินมาก

Q: มีประสบการณ์ร่วมอย่างไร

A: ใช่ครับ บางทีเราเห็นหมาข้างถนน ไม่มีขาหรือว่าตาบอด แล้วท้องอยู่ ช่วยกันจับกับเพื่อนพาขึ้นรถ แล้วก็จริง ๆ พอพาไปเอกซเรย์ คือจุดนั้นคือน้ำตาไหล เห็นเป็นโครงกระดูกลูกหมา 5 ตัว ที่อยู่ในท้อง คือถ้าไม่พาไปตอนนั้นก็อาจจะเสียชีวิตได้ พอเริ่มเจออะไรแบบนี้อีก ผมก็ช่วยอยู่เรื่อยๆ จนได้เจอกับมูลนิธิที่เป็นมืออาชีพเลย อย่าง สมาย ด็อก พบเห็นอะไรเราก็จะรีบแจ้งเขา และร่วมสมทบทุน หรือพาน้องหมาไปรักษาและทำหมันบ้าง ทำทุกครั้งที่มีโอกาส

Q: เป้าหมายในวงการนี้ ปีเตอร์วางตัวเองไว้ตรงไหน

A: ในฐานะศิลปิน เราก็ต้องอยากให้คนชื่นชมผลงานของเรา อยากจะปั้นงานออกมาให้ดีที่สุด พัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่มีหยุดครับซึ่งปลายทางนั้น ไม่ใช่ว่าผมจะเป็นฝ่ายเลือกอย่างเดียว ต้องดูฟีดแบ็กและการสนับสนุนด้วยครับ

Q: ปีเตอร์มีใครเป็นไอดอลในโลกบันเทิง

A: ฝ่ายชายก็ George Clooney ครับ เขาเก่งรอบด้าน แถมนอกจอเขาเนี่ยเขายังช่วยเหลือสังคม ผมชื่นชมที่เขาเป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนฝ่ายหญิงก็ Angelina Jolie ครับ แสดงเก่งมาก มีผลงานทางสังคมด้วยเช่นกัน เขาไปช่วยเด็กๆ ในแอฟริกา ไม่ได้แค่ให้เงินบริจาค แต่ลงมือปฏิบัติด้วย 

Q: เวลาว่างจากการงาน ปีเตอร์ทำอะไรบ้าง

A: ดูรายการท่องเที่ยว และผลงานบันเทิงอื่นๆ เท่าที่จะมีเวลา แล้วก็ออกกำลังกาย ชกมวยทั้งไทยและสากล แต่ที่ฝึกซ้อมไม่ขาดก็คือ คาราเต้ เพื่อไปแข่งรายการ open weight ที่ญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายตุลาคมที่ผ่านมาครับ

Q: เพราะอะไรจึงรักกีฬาด้านการต่อสู้

A: เป็นศาสตร์คล้ายการแสดง ที่เราสามารถที่จะพัฒนาได้เรื่อยๆ กีฬาด้านการต่อสู้ ผู้เล่นต้องคอยเดาทางว่าคู่ต่อสู้จะทำอะไร และเราจะต้องรับมืออย่างไรครับ ออกอาวุธตอนไหน แก้ไขสถานการณ์อย่างไร

Q: นอกจากนั้น เวลาว่างก็ยังคงขลุกกับสัตว์เลี้ยงที่บ้านสินะ

A: ผมชอบอยู่กับน้องหมา มีทั้งหมด 7 ตัว ว่างก็ใช้เวลาด้วยและพาพวกเขาไปเดินเล่น เวลาส่วนตัวจริงๆ ที่เหลือผมก็อยู่บ้านอ่านหนังสือครับ

Q: ในฐานะศิลปินที่อยู่ในวงการ อยากบอกอะไรกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามาบ้าง

A: คุณควรหาสิ่งที่เราชอบให้ได้ก่อน ถ้ารักงานตรงนี้จริง มันจะพัฒนาขึ้นได้เรื่อยๆ เราจะไม่มีวันที่จะเก่งเกินไป และเราจะเลิกล้มหรือหยุดทำมัน

พลิกรักมาพักเล่า (ชื่อของเรา คือ ‘รักพลิกล็อก’),สกู้ป,Rabbit Today

สายไหม-มณีรัตน์ ศรีจรูญ

Q: สายไหมมีความฝันในงานด้านบันเทิงอยู่แล้วหรือไม่ ลองเล่าถึง เส้นทางสายไหม (ที่ไม่ใช่เส้นทางการค้า) ให้ฟังหน่อย

A: (ยิ้ม) ก่อนหน้านี้สายไหมมีรายการท่องเที่ยวเซย์ ไฮ กับพี่ติ๊ก กัญญารัตน์ และมีถ่ายโฆษณา กับพี่แอน ทองประสม แล้วทั้งสองคนก็แนะนำให้มาร่วมงานที่ช่อง 3 จากนั้นก็มีละครเรื่องแรกชื่อ ข้าบดินทร์ และภาพยนตร์ คิดถึงวิทยา แต่อันที่จริงตัวเองอยากทำงานเบื้องหลังค่ะ เพราะเราเรียนด้านโปรดักชั่น ครีเอทีฟ โฆษณา มันก็สนุกกับการได้ไปกองถ่าย แล้วพอได้มีโอกาสเล่นละคร มันก็เลยหลงรักและทำต่อเนื่องมาค่ะ

Q: ถ้าได้ทำแต่เบื้องหลัง คงเสียดายความสวยที่ซ่อนอยู่หลังกองถ่ายแน่ๆ

A: (ยิ้มหวาน) พอได้มาลองงานเบื้องหน้า เลยกลายเป็นสิ่งที่ชอบมากๆ ทุกวันนี้...ให้เลิกทำก็ไม่เลิกแล้วค่ะ

Q: พอได้โอกาสมาแล้ว ฝึกฝนและทำงานหนักแค่ไหนกัน

A: แรกๆ หลายอย่างค่อนข้างรีบเร่ง ก็เริ่มเรียนการแสดงแบบเน้นนำไปใช้งานได้เลย สายไหมได้เรียนการแสดงกับครูเต๋า สโรชา แบบเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าบทในแต่ละสัปดาห์แบบเวิร์กช็อป

Q: พอมาถึงเรื่อง รักพลิกล็อก รับบท ศรุดา นิสัยใจคอเหมือนตัวตนของสายไหมหรือไม่

A: ณ ช่วงการถ่ายทำ อายุของตัวละครกับอายุของไหมค่อนข้างจะห่างกัน ตัวละครอายุประมาณ 20 กว่าๆ แล้วผิดหวังกับความรักมา แต่ว่าในชีวิตจริง ณ ตอนนั้นมันก็ยังแบบใสๆ อยู่ (ยิ้ม) ก็จะมีความเป็นคนตรง ๆ เป็นผู้หญิงที่ไม่ได้หวานเจี๊ยบ มีความเปรี้ยวๆ ซ่าๆ เบาๆ ค่ะ

Q: เล่าเหตุการณ์ที่พลิกล็อกในชีวิตจริงของสายไหมให้ฟังสักหน่อย

A: ชีวิตจริงที่พลิกล็อกคือ การเข้ามาอยู่ในวงการ เพราะไม่ใช่ความตั้งใจแรกๆ เนื่องจากมุมที่เรียนมาเป็นสิ่งที่จับกับเทรนด์ ณ ตอนนั้น ตามแนวทางสายโฆษณา ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเล่นละครไทยได้ แต่พอเข้ามาเล่นละครปรับ และต้องเล่นตามที่ตัวละครคิด แล้วต้องมาคิดอีกทีว่า คนดูจะเข้าใจไหม มันมีองค์ประกอบคนละอย่างค่ะ

Q: แล้วที่พลิกล็อกเรื่องส่วนตัวล่ะ

A: ไหมเป็นคนที่ไม่ชอบมีแฟนเลย...ในชีวิตนี้ อันที่จริง มีแฟนคนเดียวคือคนปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะแต่งงานด้วย

Q: ว้าววว...ยินดีด้วยค่ะ รักแรกและรักสุดท้าย...

A: ขอบคุณค่ะ ใช่! อันนี้พลิกล็อกจริงๆ ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้แต่งงาน คือเพื่อนทุกคนทราบดี

Q: แล้วเขาปีนข้ามผ่านกำแพงที่สายไหมสร้างมาได้อย่างไร

A: เนี่ย! มันคือเรื่องงงๆ พลิกล็อกจริงๆ หลาย ๆ อย่างมันค่อนข้างคลิกกันมาก ๆ คือเพิ่งเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับความรัก ก็คือครั้งนี้เขาเป็นคนที่ไหมไม่ได้คิดเลยว่าจะเจอ เพราะเราทำงานสายนี้ส่วนใหญ่ที่จะเจอมันจะแบบเซอร์ ๆ หรือด้านครีเอทีฟมาก แต่คนนี้เป็นลุคนักธุรกิจ มีความเป็นผู้ใหญ่ ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะชอบสไตล์นี้มาตลอด แต่ด้วยความที่ชีวิตไม่เคยเจอคนแบบนี้เลยค่ะ

Q : สวย ลุย มั่น ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง...

A: (หัวเราะ) ทำนองนั้น ที่ผ่านมาเรามีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ใช้ชีวิตเองมีความสุขดี ไม่ได้ต้องการมีใครมาดูแล นิสัยใจคอเป็นคนค่อนข้างเป็นคนตรง ๆ มีนิสัยแมนๆ ไม่ดราม่า ไม่เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย แต่พอมาเจอคนนี้แล้วอ่อนแอได้เลย

Q: จากวันนี้เห็นตัวเองอยู่ตรงไหนใน 5-10 ปีข้างหน้า

A:  ก่อนอื่นไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นนักแสดง จากนั้นไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้เป็นนางเอก แล้ววันหนึ่งมันก็ได้เป็นขึ้นมา ฉะนั้นทุกๆ อย่างที่ได้มาทุกวันนี้ ไหมต้องขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ทำให้ไหมได้มาอยู่ตรงจุดนี้ แต่ว่าเป้าหมายที่แท้จริงมันไม่ได้ถูกเซตไว้ตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นไหมก็จะรู้สึกปลาบปลื้ม ยินดี ภูมิใจ กับทุกอย่างที่มันเข้ามา แล้วก็รู้สึกว่า ตรงนี้คือจุดที่ดีที่สุดแล้ว

Q: มีทัศนคติที่ดีต่อปัจจุบัน แล้วก็ทำมันให้ดี

A:  ใช่ค่ะ ทุกวันนี้ มาไกลกว่าที่คิดไว้มากเลย

Q: ดารา ศิลปิน หรือคนดังระดับโลก คนใดที่สายไหมปลาบปลื้ม ประทับใจ

A:  George Clooney ค่ะ เหมือนพ่อของไหม (หัวเราะ) และจอร์จ คลูนีย์เป็นคนสูงวัยที่ยังคงดูดีมากเลยค่ะ ยิ่งแก่ยิ่งหล่อ มีเสน่ห์มากๆ มีความเป็นธรรมชาติในตัวเองค่อนข้างสูง ฝีมือก็ดีด้วย คือดีไปหมดทุกอย่างเลย คล้ายพ่อไหมตรงที่มีบาลานซ์ระหว่างความมีเสน่ห์และความอบอุ่นค่ะ

ส่วนฝ่ายหญิง ไหมชอบผู้หญิงเก่ง ทำงาน ทั้งพี่ติ๊ก-กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ และ พี่แอน ทองประสม ก็เป็นสองคนที่ทำงานเก่ง สวย ดูดี และที่สำคัญเป็นคนดีอย่างที่ทุกคนที่ร่วมงานด้วยทราบดี

Q: ยามว่าง พักผ่อน หรือทำการบ้านเพิ่มเติมทักษะการงานของเราอย่างไร

A:  ดูหนัง ดูละครค่ะ เนื่องจากว่าไหมอยู่ในโลกที่เรียนโปรดักชั่นมา ก็จะรู้สึกว่าการสร้างหรือทำอะไรอย่างหนึ่งขึ้นมา เราต้องจะจดจ่อและให้ความใส่ใจจริงจัง ฉะนั้นเวลาชมผลงานอะไรก็ตาม ไหมจะโฟกัสกับตรงนั้นอย่างเดียว ไม่ทำอะไรอื่น

Q: อยากบอกหรือส่งต่อความคิดอะไร ให้กับคนที่กำลังจะก้าวเข้ามายังชีวิตแห่งแสงสีเวทีบันเทิงนี้

A:  เด็กรุ่นใหม่บางคนอาจอยากเป็นดารา อยากมีชื่อเสียง แล้วเลยไปทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองเป็นจุดเด่น ซึ่งมันเป็นการโฟกัสผิดจุด การจะก้าวมาเป็นนักแสดง มันไม่ได้เป็นจากความที่น้องทำอะไรแปลกๆ เพื่อให้ถูกรู้จัก แต่มันคือศิลปะอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจ เรียนรู้กับมัน ซึมซับมัน และ...ไม่ใช่ทุกคน อันนี้ก็ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำตรงนี้ได้เหมือนกันหมด ฉะนั้นเรียนรู้ตัวเองก่อนว่า ชอบอะไร ทำอะไรได้ดี มีจุดเด่นอยู่ที่ตรงไหน และนำความเป็นตัวเองนั้นออกมา ไม่ใช่เห็นคนนู้นทำอันนี้แล้วดัง เห็นคนนี้ทำอันนี้แล้วดัง แล้วตัวเองก็ออกมาทำค่ะ

พลิกรักมาพักเล่า (ชื่อของเรา คือ ‘รักพลิกล็อก’),สกู้ป,Rabbit Today

เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ

Q: เพื่อน คณินวันที่เริ่มเข้าสู่วงการ คือหนุ่มลุคเท่ ลุยๆ ผมฟูๆ วันนี้กลายเป็นลุคหล่อเนี้ยบเชียว

A: (หัวเราะ) ใช่ครับ ย้อนกลับไปตอนนั้นผมเริ่มจากการเดินแบบ ถ่ายเอ็มวี โฆษณา เมื่อ 6-7 ปีก่อน จากนั้นก็เข้าแคสติ้ง และร่วมงานกับทางช่อง 3 ทุกอย่างที่ผมทำ ก็ทำไปตามธรรมชาติ ไม่ได้ฝืน เป็นตัวเองที่ชัดเจน ใช้ความตั้งใจเป็นหลัก พอได้แสดงได้แสดงหลายเรื่องเข้า ก็ปรับมาสู่ลุคเนี้ยบขึ้นครับ

Q: เพื่อนหลงรักอะไรในโลกบันเทิง

A:  ผมประทับใจการแสดง คำว่า “การแสดง” มันมากกว่าชีวิตประจำวัน อย่างฉากบู๊ ในชีวิตจริงก็คงไม่ได้ไปเตะต่อยกับใครที่ไหน หรือว่าฉากเลิฟซีนแบบน่ารักๆ ชีวิตจริงก็ไม่ได้ไปทำอะไรแบบนั้นกับใครที่ไหน ทุกเรื่องที่ได้รับโอกาส มันทำได้แค่ในละคร ถือเป็นกำไรของเรามากๆ ครับ

Q : ในแง่การทำงาน ได้กำไรอะไรจากเรื่องรักพลิกล็อกบ้าง

A:  ได้หัดขี่ม้าครับ ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็นกิตติพัศ--เจ้าของธุรกิจสนามม้า ผมเลยแอบไปเรียนรู้ไว้ก่อนเลย จากนั้นทางผู้จัดก็ส่งไปเรียนเพิ่มเติมอีกครั้ง เอาให้ชัวร์ เพราะว่าบทต้องขี่ม้าเก่งมาก จากตรงนั้นมันก็ทำให้ผมรักการขี่ม้าเสียอย่างนั้น ซึ่งข้อดีก็คือ เวลาถ่ายทำออกมา ก็สวยงาม สมจริง ที่สุดครับ

Q: ในรักพลิกล็อก กิตติพัศเป็นคนอย่างไร

A:  เรียกว่าเป็นเพลย์บอย ค่อนข้างมีความโลเลครับ คนนี้เราก็ชอบ อีกคนก็อยากจะกั๊กไว้ อาจไม่ได้เป็นความเจ้าชู้ที่ร้ายแรงมากมาย แต่ก็เป็นความรักที่...ไม่ชัดเจน 

Q: ในชีวิตจริง เพื่อนมีเรื่องพลิกล็อกอะไรที่อยากให้เล่าให้เราฟัง

A:  มีครับ มีรักพลิกล็อกช่วงมัธยมต้น คือผมชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เราคุยเราเล่นกันจนสนิทมาก จนรู้สึกแอบชอบเพื่อนเราคนนี้ แล้วเขาก็พลิกล็อก...ไปชอบทอม

Q: อ้าว!!! พลิก

A:  พลิกล็อก (หัวเราะ) แต่เราก็ไม่เคยได้สารภาพว่าชอบเขาด้วยแหละ แต่ถ้านอกจากเรื่องนี้ การได้มาเป็นนักแสดงนี่ก็พลิกล็อกมากเลยครับ เพราะผมคิดไว้แต่แรกอยู่แล้วว่า ผมแบบเรียนจบปุ๊บก็กลับไปช่วยงานธุรกิจของครอบครัวที่นครสวรรค์

แล้วเมื่อผลตอบรับตรงนี้ดี ที่บ้านก็ให้การสนับสนุน ผมก็ไปต่อ ท่านก็บอกว่าให้ทำตรงนี้เต็มที่ที่สุดก่อน

Q: ตัวตนของเพื่อน คณิน เป็นคนอย่างไร

A:  ขี้เขินครับ เขินมาก คือคนรอบข้างผม ยิ่งคนในครอบครัวผมเนี่ยสงสัยมากเลยว่า เออ...มันมาอยู่ในจอทีวี ไปเดินแบบ หรือทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร (หัวเราะ) เมื่อก่อนไม่กล้าคุยกับใคร ชอบอยู่เงียบๆ คนเดียว เล่นกีฬากับดนตรี

Q: แต่กีฬาหลายอย่าง...มันก็ต้องเล่นหลายคน

A:  อยู่กับตัวเอง หรืออยู่กับเพื่อนที่มีไลฟ์สไตล์ที่คล้ายๆ กัน อย่างเล่น บาสกับเทนนิสครับ

Q: แล้วดนตรีล่ะ เก่งอะไรบ้าง

A:  ชอบเล่นก็จะชอบเล่นกีตาร์กับอูกูเลเลครับ 2 อย่าง เริ่มเล่นมา 4-5 ปีนี้เอง

Q : อะไรคือเป้าหมายปลายทางในวงการนี้

A:  จากที่ขี้เขิน ก้าวมาทำงานตรงนี้ ถือว่าโอเคระดับหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ก็ยังเรียนรู้อยู่ตลอด เพราะคำว่า “นักแสดง” มันใหญ่ “นัก” คือ ต้องเชี่ยวชาญ จากนี้อยากทำให้คำนี้มันชัดเจนขึ้น จนตัวผมเองเป็น ‘นักแสดง’ จริง ๆ ให้ได้ครับ

Q : ใครคือนักแสดงคนโปรดของเพื่อน

A:  Eddie Redmayne ผมดูเรื่องที่เขาเป็น Stephen Hawking และ Danish Girl ผมชอบการแสดงเขา แล้วล่าสุดมารับบทเป็นพ่อมดใน Fantastic Beasts รู้สึกว่าเขาเจ๋งจริงๆ

Q: อยากบอกอะไรกับคนที่คิดจะมาเป็นนักแสดง

A:  ฝากแนวคิดหนึ่งของผมครับ คือทุกฉาก...เราทำได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต จะไม่มีใครมาทำซ้ำ ในแบบเดียวกันเป๊ะๆ แบบนี้ได้อีกเพราะฉะนั้นทุกครั้งที่อยู่ในฉาก ทุกครั้งที่เป็นตัวละคร ทำให้มันเต็มที่ไปเลย ไม่ต้องมาห่วงว่า ดูไม่ดีหรือว่าห่วงหล่อห่วงสวย จนบางทีการแสดงมันกั๊กๆ ทำมันให้ดีตั้งแต่ต้นดีที่สุดครับ

ติดตามผลงานละคร รักพลิกล็อก ของทั้ง 4 ได้ ทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น ทางช่อง 3