เรื่องเด่น

งานดีต้องพีอาร์…ประวัติธรรมดาต้องนำเสนอให้ปัง

Published 10 มี.ค. 2019

By ณัฐพล ช่วงประยูร

Resume-and-CV-scoop-Rabbit-Today-banner

เมื่อหัวหน้าฝ่ายบุคคลขององค์กรอ่านประวัติของคุณ มีอยู่สองทางเลือกที่เกิดขึ้น คือ Reject หรือ Accept

resume.io รายงานว่า มีเพียง 2% ของประวัติคนสมัครเท่านั้น ที่จะผ่านการคัดสรรสู่รอบลึก ซึ่งพูดไปแล้วยากแสนยากกว่าการเข้าฮอกวอตของเหล่านักเรียนเวทย์มนตร์ เพราะทุกคนจะได้มีบ้านในที่สุด แต่สำหรับโลกมักเกิลนี้ 98% ต้องส่งใบสมัครไปที่อื่นแทน

ทราบว่าหลายบริษัทเพิ่งแจกโบนัสตามวาระเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และบางคนเริ่มร่อนใบสมัครและประวัติส่วนตัวเพื่อไปตามหาอนาคตใหม่กันแล้ว หรือมีบางส่วนอาจส่งโยนหินถามทางไปตั้งแต่ต้นปี แต่อุปส์...เงียบจ้า

เอาเถอะ ผิดเป็นครู แต่ไม่ใช่ไม่รู้แล้วอ่านข้าม ประวัติการทำงาน ที่คุ้นหูกันว่า เรซูเม่ (Resume) ใครเก๋ไก๋เรียกไปอีกว่า ซีวี (CV=Curriculum Vitae) สำหรับชาวฝรั่งเศสนั้นรู้จักดี เพราะทางเขาไม่มีเรซูเม่ให้สับสน ขณะที่ฝั่งไทยเราใช้ทั้งสองอย่างกันครึกโครม ส่วนอเมริกาเหนือและที่อื่นๆ ขึ้นอยู่กับว่าเขาต้องการจะรู้จักคุณจากกระดาษที่ส่งไปแค่ไหน 

Resume vs CV

ภาษาอังกฤษ ใช้ทั้งเรซูเม่ และซีวี โดยแยกชัดเจนว่า เรซูเม่ แปลว่า การสรุป หรือ Summary ขณะที่ Curriculum Vitae คือประวัติของผู้สมัครเข้าทำงาน ประกอบไปด้วยประวัติการศึกษา ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน คนไทยนั้นรู้จักทั้ง 2 อย่าง แต่มักจะแยกจากกันไม่ออก ส่วนคนฝรั่งเศสใช้แค่ CV เพียงอย่างเดียว

FYI ขอให้ทราบเอาไว้ว่า ถ้าบริษัทไหนเขาขอหนึ่งในสองสิ่งนี้มา ให้รู้ไว้และแยกให้ออกว่ามันก็คือ ‘ประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงาน’ นั่นแหละ แต่ต่างกันตรงประเด็นไฮไลต์ และความยาวของข้อมูลที่จะยัดใส่ให้คุณผู้จัดการฝ่ายบุคคลส่งต่อไปยังผู้บริหารสายงานที่จะเรียกพิจารณา

งานดีต้องพีอาร์…ประวัติธรรมดาต้องนำเสนอให้ปัง,สกู๊ป,Rabbit Today

เขียน Resume และ CV อย่างไรให้โดน และไม่โดนดีดลงถัง

ปรียธิดา สมัตถะ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารองค์กรและสื่อสารการตลาด บริษัทเอกชนชั้นนำ กล่าวว่า “การสื่อสารสามารถบ่งบอกถึงตัวตน อ่านง่าย เห็นประเด็นที่จะบอกความสามารถของตัวเองอย่างชัดเจน เรียกง่ายๆ คือ จุดขายต้องโดดเด่น ถ้าคุณถนัดเขียน Essay ก็เขียนแบบนั้น แต่ถ้าคุณไม่ถนัดเขียน ควรทำเป็นชาร์ตให้เห็นชัดๆ ค่ะ

“ขณะที่การทำ CV คือ Telling Story จั่วหัวให้น่าสนใจ ขยายความหัวเรื่อง หาเหตุผลสนับสนุน หรือ Backup สิ่งที่ขายหัวเรื่องไว้ ส่วนจบคือ บริษัทเราจะต้องจ่ายความคุ้มค่านี้ในราคาเท่าไร”

สำหรับ ณัฏฐา กุสุโมทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารงานบุคคล ของ One World Media ต้นสังกัด Rabbit Today ให้ทรรศนะเรื่องนี้ว่า เบื้องต้นในการคัดสรรบุคลากร คือเนื้องานของเขาต้องตรงกับสิ่งที่ผู้บริหารต้องการ พูดง่ายๆ คือ ‘คุณสมบัติตรงตามตำแหน่งที่เปิดรับ’

“เราพิจารณาประวัติการศึกษา และการทำงาน ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อตัวงาน ทักษะและความสามารถต่างๆ เกี่ยวกับงานนั้น เช่น การตลาด การบัญชี การเงิน ต้องมีอะไรบ้าง เขาหรือเธอมีหรือไม่ ตลอดจนลักษณะเฉพาะที่จำเป็นกับตำแหน่งงานนั้นๆ เพราะองค์กรแต่งละแห่งมีจำนวนตำแหน่งงานมาก-น้อยไม่เท่ากันในแต่ละแผนก จึงต้องดูว่าผู้สมัคร Multi-task แค่ไหน

“พิจารณาเฉพาะจุดเพื่อดูผลงานที่ผ่านมา เช่น เคยผ่านงานองค์กรใดมาบ้าง ในธุรกิจเดียวกัน อายุงานในที่ต่างๆ มีการเปลี่ยนงานบ่อยแค่ไหน ประกอบกับอายุของผู้สมัครว่าเหมาะสมกับตำแหน่งงานแค่ไหน อย่างไร ในเรื่องอื่นเพิ่มเติมอย่าง งานอดิเรก และกิจกรรมบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของชีวิตส่วนตัว และในปัจจุบันหลายบริษัทก็พิจารณาเกี่ยวกับตัวตนในโซเชียลมีเดีย เพื่อประกอบการคัดสรรเพิ่มเติมด้วย เพื่อดูลักษณะนิสัย และทัศนคติเบื้องต้น ก่อนเรียกสัมภาษณ์

“ท้ายสุด อาจจะต้องดูแล้วมีสง่าราศี เช่น ถ้าสมัครตำแหน่งพีอาร์ นอกจากมีประสบการณ์แล้ว ก็ต้องเป็นคนที่ดูแลตัวเอง ดูสดชื่น สดใส เป็นต้น แล้วค่อยไปตัดสินกันตอนสัมภาษณ์อีกครั้ง”

สิ่งโดนใจ…ดึงออกใช้มาทั้งคำและกราฟิก

(อ้างอิงจาก novoresume.com)

พูดกันจริงๆ ผู้พิจารณาประวัติการทำงานของคุณเขาไม่ได้อ่านแค่ 2-3 คน เราจึงต้องเห็นใจเขาสักหน่อย ถ้าเราเกิดเป็นคนที่ 20 แล้วใบสมัครกับเรซูเม่หรือซีวีน่าเบื่อมาก คุณควรจะขายตัวเองมากพอ สรุปให้ชัดเจนทุกหัวข้อ ยาว-สั้นให้เหมาะสม ไม่เยิ่นเย้อ

  1. เขียนให้อ่านง่ายโดยแบ่งประสบการณ์การทำงานเป็นข้อๆ เรียงตามล่าสุด ปัจจุบัน-อดีต
  2. โยนประสบการณ์ที่นานเกิน 10 ปี ทิ้งไปเลยครับ ถ้าคุณมี 10 ปีหลังที่ดีงามก็มากพอแล้ว
  3. เอาประสบการณ์งานด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เพื่อโฟกัสให้ตรงตามความต้องการของตำแหน่งงาน
  4. นำเสนอประสบการณ์การศึกษาที่จบมาสุดท้ายก็เพียงพอแล้ว อนุบาล ประถม ไม่ต้องใส่ไป
  5. ตัดสิ่งที่รุงรัง ไร้ความหมายต่อการพิจารณางานในครั้งนี้ออกไป เพราะมันจะเพิ่มโอกาสให้เขาอ่านประวัติคุณไม่จบ และ Reject ในที่สุด

สรุป: เรซูม่ คือ ประวัติการทำงานโดยสรุป ส่วน ซีวี คือ ประวัติส่วนตัวและการทำงานที่มีรายละเอียด แต่ทั้งคู่ไม่ได้ต้องการความเยิ่นเย้อใดๆ ควรเขียนให้ตรงจัด ชัดเจน และดูเป็นมิตรกับคนพิจารณาตำแหน่งงาน 

อย่าพึ่งแต่โชค-ดวงมากนักละ เพราะทุกคนที่อ่าน ‘สวัสดีวันจันทร์’ เขากำลังปรับแก้ซีวีส่งกันยกใหญ่