เรื่องเด่น

RETHINKING THE PINK DOLLAR

Published 22 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

RETHINKING-PINK-DOLLAR-news-beat-Rabbit-Today-banner

ใครๆ ก็บอกว่ากลุ่มคนหลากหลายทางเพศ (LGBT) เป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อมหาศาล ซื้อง่าย จ่ายคล่อง ลองถ้าหลงใหลอะไรสักอย่างแล้วก็พร้อมที่จะทุ่มเงินจ่ายไม่อั้น

ความเชื่อนี้มีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้อยู่บ้าง แต่ไม่เต็ม 100% แน่นอน เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสังคม LGBT ของประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราต้องนั่งทบทวนความเชื่อนี้ใหม่หมด บ้านเราเคยมีนิตยสาร attitude ซึ่งเป็นนิตยสารเกย์ที่ประกาศตัวชัดเจนและอยู่บนแผงหนังสือมาได้กว่า 7 ปีกว่า ทุกคนเชื่อว่า attitude จะเป็นนิตยสารเล่มเดียวที่รอด สุดท้ายก็ ‘ปิดตัวเล่ม’ แบบหักดิบ 

เพราะนอกจากนายทุนจะไม่อยากทำต่อแล้ว ข้อเท็จจริงที่คนทั่วไปไม่ทราบก็คือ ผู้โฆษณาไม่กล้าซื้อหน้าโฆษณาด้วยเหตุผลว่าเป็นนิตยสารเกย์ (ช่างแตกต่างจากยอดขายปลีกที่หมดเกือบทุกเล่ม แสดงว่าทฤษฎีทางนิเทศศาสตร์ที่กล่าวว่า นิตยสารยิ่งขายดีคนยิ่งอยากลงโฆษณา อยากรู้ลึกคงต้องเทียบเชิญอาจารย์นิเทศศาสตร์มาแจงดีเทลให้ฟัง) ทั้งๆ ที่ลูกค้าเขาก็เกย์ทั้งนั้น แต่ส่วนใหญ่ก็อ้างเหตุผลเรื่อง ‘ภาพลักษณ์’ เพราะกลัวโดนตีตราว่าเป็นแบรนด์เกย์ 

คุณเห็นความย้อนแย้งในสังคมไทยบ้างหรือยังล่ะ อีกตัวอย่างที่เซอร์ไพรส์กว่า ก็คืองาน Thailand LGBT Expo 2018 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผู้จัดเชื่อมั่นในศักยภาพของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอย่างสูง จึงกล้าลงทุนกับงานนี้ แต่สุดท้ายได้งานแฟร์ที่เงียบกว่าป่าช้าวัดดอน เพราะสปอนเซอร์ไม่เข้า (เหตุผลเดียวกับ attitude) และข้อเท็จจริงอีกเรื่องคือ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศในบ้านเรา รวมตัวกันไม่ได้จริงๆ วัฒนธรรม ‘หมั่นไส้’ กันไป-มา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกลียดขี้หน้ากัน ใช้ได้ที่ประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น

RETHINKING PINK DOLLAR,สกู้ป,Rabbit Today

ที่ตั้งข้อสังเกตข้างต้นไม่ได้ต้องการลบล้างความเชื่อเรื่อง Pink Dollar ที่นักการตลาดใช้ในการจัดกลุ่มลูกค้าทางการตลาดที่เป็นกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ แต่การทำการตลาดกับคนกลุ่มนี้ในสังคมไทย คงไม่สามารถนำทฤษฎีฝรั่งมาใช้ได้ทั้งหมด เพราะกลุ่มคนหลากหลายทางเพศของไทยมีลักษณะสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ 

1. เป็นน่ะยอมรับนะ แต่อย่ากระโตกกระตาก ดูอย่างร้าน Telephone ที่สีลมซอย 4 เป็นตัวอย่าง แต่เดิมซอย 4 ก็ไม่ได้ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นศูนย์รวมชาวเรา แต่เป็นไปแล้ว มองตาก็รู้ใจ ไม่ต้องพูดอะไรมาก ในยุคแอนะล็อก การตั้งโทรศัพท์ไว้ตามโต๊ะ ก็เพื่อให้สะดวกโทร.ไปจิกกันถึงโต๊ะ จิกกันเงียบๆ ไม่โฉ่งฉ่าง Telephone จึงยืนหยัดมาได้หลายทศวรรษ หรือถ้าจะวัดกันตามยุคดิจิทัลบ้าง คุณก็ลองดูร้านอาหารที่นิยมเอาหนุ่มหล่อมาทำไวรัลสิ ยิ่งถอดเสื้อ ยอดแชร์ยิ่งดี สักพักกะเทยเต็มร้าน มองตาก็รู้ใจ ท่องเอาไว้คาถานี้

2. อย่ารวมตัวกันเพื่อจุดประสงค์เชิงสัญลักษณ์หรือหวังผลทางการเมือง ข้อนี้เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่สำคัญมากๆ ในตอนต้นได้กล่าวไปแล้วว่า เมืองไทยเรามีวัฒนธรรม ‘หมั่นไส้’ กันไป-มา การรวมตัวเพื่อกิจอะไรสักอย่างต้องมีผู้นำ แต่ทุกครั้งที่มีผู้นำก็จะมีคนหมั่นไส้เสมอ และถ้าหมั่นไส้กันเมื่อไหร่ งานพังแน่นอน 

ลองสังเกตดูสิ บ้านเราเป็นประเทศที่เปิดกว้าง ทั่วโลกรู้จักดี แต่เราไม่สามารถจัดงาน Pride ที่ยิ่งใหญ่แบบที่จัดขึ้นที่ซิดนีย์ นิวยอร์ก หรือลอนดอนได้ ในอดีตมีคนเคยรวมตัวจัดในกรุงเทพฯ แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว จัดได้ครั้งสองครั้งก็... งาน Thailand LGBT Expo ก็มาอิหร็อบนี้ เมื่อเอาข้อหนึ่งมารวมกับข้อนี้ คุณเข้าใจหรือยังว่าทำไมถึงไม่มีสปอนเซอร์

RETHINKING PINK DOLLAR,สกู้ป,Rabbit Today

แต่ไม่ใช่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศไม่มีศักยภาพในการจ่ายนะ มีแน่นอน เพียงแต่ถ้าคุณอยากจะทำการตลาดกับคนกลุ่มนี้จริงจัง ลองเอาลักษณะทั้ง 2 ข้อที่กล่าวขึ้นมาไปพิจารณาดู คุณจะเห็นช่องทางทำการตลาด สร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล 

พูดถึงข้อ 2 แล้วก็นึกถึงงานที่กำลังจะผุดขึ้นมางานหนึ่งเพื่อชุมชนชาว LGBT ไทยแบบสดๆ ร้อนๆ ที่นำโดย สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) 

จัดงานวิ่งสุดแก่นเซี้ยวที่สุดในประเทศไทย ‘เรนโบว์ สกาย โอเพ่น มายด์ รัน 2019’ (RAINBOW SKY OPEN MIND RUN 2019) ในวันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 ณ สวนนวมินทร์ภิรมย์ (ถนนนวมินทร์) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและเสริมสร้างความตระหนักในการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ

โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกเพศจะได้มีโอกาสรับรู้ความรู้สึกการแสดงออกทางเพศที่หลากหลายในสังคมผ่านการใส่รองเท้าส้นสูงเข้าร่วมการแข่งขัน...ไม่มากก็น้อย

การแข่งขันวิ่งครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดย 2 ประเภทแรกคือ MINI MARATHON และ FUN RUN เป็นการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนในระยะทาง 10 กม. และ FUN RUN 4 กม. สำหรับผู้รักสุขภาพและสนใจการวิ่งเพื่อออกกำลังกาย 

RETHINKING PINK DOLLAR,สกู้ป,Rabbit Today

และ 2 ประเภทหลังเป็นการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักถึงการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ เสริมสร้างสุขภาวะและความแข็งแรงของร่างกาย ได้แก่ HIGH HEELED RUN การแข่งขันวิ่งด้วยรองเท้าส้นสูง 2 นิ้วขึ้นไป ระยะทาง 100 เมตร สำหรับผู้รักความท้าทายตื่นเต้น สร้างกระแสผู้นำการเปลี่ยนแปลง และ RAINBOW RUN การแข่งขันวิ่งด้วยชุดแต่งกายแฟนซีไม่จำกัดแนวคิด พร้อมสวมรองเท้าส้นสูง 2 นิ้วขึ้นไป ระยะทาง 100 เมตร เพื่อร่วมสร้างสีสันและแสดงพลังแห่งความหลากหลาย ใครสนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.rsat.info

งานนี้แม้จะมีชื่อขององค์กรระดับบิ๊กๆ มาร่วมเป็นแบ็กอัปให้ ก็ยังแอบ ‘หวั่นใจ’ อยู่ไม่น้อยว่ากิจกรรมนี้จะหมู่หรือจ่า เพราะงานวิ่งนี้ไม่ใช่งานวิ่งธรรมดา นอกจากรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศแล้ว สิ่งที่สมาคมฟ้าสีรุ้งผลักดันมาตลอดคือ พ.ร.บ.การจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน ซึ่งร่าง พ.ร.บ. มันเข้าไปตั้งชาติหนึ่งแล้ว แต่ไม่ทราบว่าไปหมกอยู่ตรงส่วนไหนของสภาฯ 

เพราะถ้าทำได้ ประเทศไทยจะแซงไต้หวันกลายเป็นชาติแรกในเอเชีย ที่อนุญาตให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้เลยนะ และนี่อาจเป็นขุมพลังในการผลักดัน PINK DOLLAR ไทยให้อยู่ในวงไฟสปอตไลต์เต็มๆ เสียที