เรื่องเด่น

สยาม เศรษฐบุตร รถยนต์คลาสสิกยังมีลมหายใจ

Published 4 ก.พ. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

siam-setthabut-interview-scoop-Rabbit-Today-banner

หากเอ่ยชื่อ ‘สยาม เศรษฐบุตร’ ในแวดวงธุรกิจคงรู้จักกันดีในฐานะประธานบริหาร เมอร์เซเดส เบนซ์ คลับ (ประเทศไทย) แต่นอกเหนือจากหน้าที่ดังกล่าวแล้ว สยามยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่น่าสนใจไม่แพ้กัน…

นั่นคือการทำหน้าที่เป็นผู้รักษาลมหายใจของ ‘รถยนต์คลาสสิก’ คนสำคัญของประเทศไทย เพราะเขาคือนักสะสมตัวยงที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มาอย่างยาวนาน

รถยนต์คลาสสิกอายุราวครึ่งศตวรรษหลายสิบคันที่สยามเก็บรักษาและดูแลอย่างดีประดุจสมบัติสุดล้ำค่าที่ประเมินราคามิได้ คือร่องรอยของอดีตที่คงกระพันเหนือกาลเวลา 

ยานยนต์รูปทรงโค้งเว้าสวยงามผิดแผกไปจากรถยนต์ล้ำสมัยในยุคปัจจุบัน มักสะดุดทุกสายตาที่ได้พบเห็นเมื่อเขาขับรถยนต์คลาสสิกไปตามท้องถนน

เบื้องหลังความหลงใหลแบบถอนตัวไม่ขึ้นของสยาม ได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อ-อักษร เศรษฐบุตร เนื่องจากเขา

เติบโตขึ้นมาท่ามกลางรถยนต์คลาสสิกที่คุณพ่อสะสมไว้ เห็นจนชินตาราวกับเป็นสิ่งธรรมดาในชีวิตประจำวัน 

จนกระทั่งได้ไปร่ำเรียนที่สหรัฐอเมริกา และมีโอกาสเห็นงานจัดแสดงรถยนต์คลาสสิก สยามจึงตระหนักว่ารถยนต์ที่คุณพ่อสะสมไว้คือตัวแทนของยุคสมัยที่ยังมีลมหายใจ นี่คือสิ่งที่เขาใกล้ชิด ผูกพันมาตั้งแต่เด็ก ความชื่นชอบของคุณพ่อค่อยๆ ถูกส่งต่อมายังรุ่นลูกแบบไม่รู้ตัว  

Rabbit Today จึงชวน ‘สยาม เศรษฐบุตร’ มาร่วมพูดคุยถึงความรักและความหลงใหลที่เขามีต่อรถยนต์แสนรักเหล่านี้!

สยาม เศรษฐบุตร รถยนต์คลาสสิกยังมีลมหายใจ,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ในฐานะที่คุณเป็นนักสะสมรถยนต์คลาสสิกตัวยง มีรถสะสมหลายคัน อยากทราบว่าประทับใจคันไหนมากที่สุด

A: รถคันที่ผมรักและชื่นชอบมากที่สุดคือ รถสัญชาติอเมริกันคันสีน้ำเงิน Chevrolet Corvette Sting Ray ปี 1963 หรือรถสปอร์ตปลากระเบน ในยุคนั้นถือว่ารถยนต์คันนี้ล้ำสมัยมาก เปรียบเป็นรถแข่งได้เลยทีเดียว เพราะตัวรถทำจากไซเบอร์กลาส ไม่ใช่เหล็ก น้ำหนักจึงเบา เครื่องยนต์ใหญ่ 5700 ซีซี ซึ่งทุกวันนี้รถทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2000 หรือ 3000 ซีซี รถคันนี้ยังใช้หลัก Aero Dynamic ด้วย เป็นรถของคุณพ่อที่ผมยังเก็บรักษาและดูแลอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้

Q: หากย้อนกลับไปในปี 1963 รถยนต์คันนี้ราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไร

A: อันนี้เป็นข้อมูลที่ผมค้นคว้ามานะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทครับ

สยาม เศรษฐบุตร รถยนต์คลาสสิกยังมีลมหายใจ,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เทียบกับปัจจุบันล่ะ ราคาเพิ่มขึ้นเยอะไหม

A: ราคาในต่างประเทศจะอยู่ที่ 7-8 ล้านบาท เพราะเป็นรุ่นที่นิยมสะสมกัน ส่วนรถของผมขอบอกว่าคุณภาพยังสมบูรณ์อยู่นะครับ ยังขับได้ปกติ เครื่องยนต์ D8 อะไหล่ออริจินัล ผมรักและดูแลรักษาเป็นอย่างดีครับ (ยิ้ม) 

Q: มีวิธีดูแลรักษารถยนต์คลาสสิกอายุหลายทศวรรษ ให้ยังคงมีสภาพสมบูรณ์อย่างไรบ้าง 

A: รถยนต์ก็เหมือนคนนั่นแหละครับ ต้องออกกำลังกาย คนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ ร่างกายจะแข็งแรงใช่ไหมครับ รถยนต์ก็เช่นเดียวกัน 

ถ้าเรามีรถยนต์คลาสสิก แต่จอดทิ้งไว้ ไม่ขับหรือไม่พาเขาไปวิ่งออกกำลังกายเลย รถก็จะเสีย โดยส่วนตัวผมจะขับรถออกไปนอกบ้านอาทิตย์ละ 1 ครั้ง พาเขาไปวิ่งที่ระดับความเร็ว 80-100 กิโลเมตร เพราะหากไม่ใช้งานเลยรถจะพังนะ เมื่อพังและจอดทิ้งไว้สัก 6 เดือน รถก็จะวิ่งไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้ผมยังขับออกไปข้างนอกอยู่เรื่อยๆ 

ตอนนี้ที่บ้านผมมีรถยนต์คลาสสิกประมาณ 30 คัน ไม่ได้ซื้อเองหมด เพราะบางส่วนได้มรดกมาจากคุณพ่อ ทุกคันได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างดี ผมพาเขาไปวิ่ง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ 
สำหรับคนที่จะเล่นรถยนต์คลาสสิก การรักษาเป็นเรื่องสำคัญครับ เรื่องของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก เกียร์ ต้องหมั่นเช็กให้ดีอย่าให้ขาดตกบกพร่อง

สยาม เศรษฐบุตร รถยนต์คลาสสิกยังมีลมหายใจ,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: มีรถยนต์มากถึง 30 คัน พาออกไปวิ่งครบทุกคันหรือเปล่า

A: จริงๆ ก็แอบรักไม่เท่ากันเนอะ (หัวเราะ) คันนี้อาจจะรักมากหน่อย ก็พาเขาออกไปวิ่งบ่อยกว่าคันอื่น แต่พยายามสลับกันให้ครบ ผมมีโรงเก็บรถอยู่ ทุกครั้งคือจะนำรถมาจอดเรียงกันสัก 5 คัน วนขับเข้าไปในซอยใกล้บ้าน ขับไปซื้อของบ้าง เวลาขับผมจะสัมผัสได้ว่าฟีลลิ่งของแต่ละคันแตกต่างกัน 

Q: ความรู้สึกของการได้ขับรถยนต์คลาสสิก รู้สึกเท่และคูลเพียงใด

A: ความจริงเป็นความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ของการสะสมรถ เพราะรถเรามีอายุ 50-60 ปี แต่ยังวิ่งบนถนนได้ด้วยเครื่องยนต์เดิม เบรกก็ยังใช้ได้ ขับไปไหนคนรัก คนให้ทาง ยิ้มให้ ยกนิ้วโป้งชื่นชม เวลาจอดรถมักจะมีคนมาขอถ่ายรูปเป็นประจำ ถ่ายกับรถนะครับ ไม่ใช่กับเจ้าของ (หัวเราะ) นั่นละ ความสุขที่ได้รับ

 

เคยมีคนเขียนโน้ตใส่กระดาษมาแปะไว้หน้ากระจกรถ
ถามว่ารถคันนี้เจ้าของเบื่อแล้วหรือยัง ถ้าเบื่อบอกนะ พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์มาด้วย…แต่ถามว่าผมจะขายไหม ผมไม่ขาย
เพราะรถแต่ละคันผมปั้นขึ้นมากับมือ
ผมรักที่จะดูแลต่อไปเรื่อยๆ

 

Q: เล่าความผูกพันระหว่างคุณและรถยนต์ที่ดูแลให้ฟังหน่อย

A: รถแต่ละคันที่ผมสะสม ผมให้คุณค่า ผมให้ความเคารพ มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับรถยนต์คลาสสิกบีเอ็มสีดำ รุ่นปี 1955 ซึ่งรถอายุมากกว่าผมอีกนะ ตอนที่ได้รถมา ผมสตาร์ตยังไงก็ไม่ติด โดยส่วนตัวผมถือโชคลาง ผมจึงยกมือไหว้ก่อนจะขับรถ ปรากฏว่าจู่ๆ ก็สตาร์ตติดขึ้นมาเอง เป็นเหตุการณ์ที่งงมาก หลังจากนั้นเมื่อได้รถคลาสสิกมาจากผู้ใหญ่ ผมจะนำพวงมาลัยไปไหว้ก่อน เพราะรถแต่ละคันย่อมมีแม่ย่านางดูแล เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 

Q: ทราบมาว่าคุณมีชมรมคนรักรถยนต์คลาสสิกด้วย ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณกี่คน

A: นอกจากผมเป็นประธานบริหาร เมอร์เซเดส เบนซ์ คลับ (ประเทศไทย) ผมยังเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุมที่เยอรมนีปีละครั้ง เพื่อนำความรู้เรื่องรถยนต์คลาสสิกกลับมาเผยแพร่ให้เยาวชน เราทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง 
ส่วนสมาชิกชมรมคนรักรถยนต์คลาสสิกมีประมาณ 250 คน ซึ่งสมาชิก 1 คน อาจมีรถคลาสสิก 1-3 คัน เรามีกลุ่มในเฟซบุ๊ก เวลาว่างมักจะนัดรวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ ในชมรมของเรามีเด็กและคนรุ่นใหม่รวมอยู่ด้วยมากมาย

สยาม เศรษฐบุตร รถยนต์คลาสสิกยังมีลมหายใจ,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ส่วนใหญ่ไปรวมตัวกันพิกัดไหน และทำกิจกรรมอะไร

A: การมีรถยนต์คลาสสิกไม่ใช่การนำรถออกไปโชว์ให้คนหมั่นไส้ ผมพยายามทำกิจกรรมดีๆ อย่างสม่ำเสมอ บางครั้งชมรมรถยนต์คลาสสิกรวมตัวกันขับรถไปเลี้ยงเด็กกำพร้า จอดรถไว้ด้านหน้าให้เด็กๆ เข้ามาสัมผัส บางครั้งก็ไปต่างจังหวัด เขาใหญ่บ้าง หัวหินบ้าง เพื่อนำอุปกรณ์การกีฬาไปบริจาคให้โรงเรียนที่ขาดแคลน และให้ความรู้เด็กๆ เกี่ยวกับรถยนต์คลาสสิก 

Q: มีเหตุการณ์ไหนที่คุณประทับใจเป็นพิเศษ 

A: วันหนึ่งระหว่างที่ผมกำลังขับรถยนต์คลาสสิกกับภรรยา ช่วงที่ติดไฟแดง ผมมองไปด้านซ้าย เห็นคนพิการคนหนึ่งไม่มีขา เขาสไลด์บอร์ดมีล้อไปเรื่อยๆ ผมจึงเริ่มบอกภรรยาว่า คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่ารถยนต์คลาสสิกคือสิ่งฟุ่มเฟือย เพราะฉะนั้นเราน่าจะทำอะไรที่ตอบแทนสังคมบ้าง 

ผมจึงตัดสินใจเขียนหนังสือที่เกี่ยวกับรถยนต์คลาสสิก โดยได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์วันนั้นและรถยนต์ที่เรามีนี่แหละ ชื่อหนังสือ Thailand Ultimate Classic Car เป็นหนังสือภาษาไทยเล่มแรกของเมืองไทยที่รวบรวมความรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับรถยนต์คลาสสิก 
ในหนังสือมีรูปรถของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ซึ่งรถคันนี้เรียกว่า ‘รถหนุมาน’ เป็นรถที่ท่านใช่แข่งที่โมร็อกโก คว้าแชมป์ F1 มาครอง ผมเดินทางไปถ่ายรูปรถคันนี้เพื่อนำมาลงในหนังสือด้วย รายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดผมนำไปซื้อรถเข็นให้เด็กพิการ 300 คัน และซื้อจักรยานให้เด็กชนบทอีก 400 คัน ผมอยากให้ทุกคนมองว่ารถหายากเหล่านี้มีคุณค่า และเราสามารถนำรถยนต์คลาสสิกไปทำประโยชน์ได้

สยาม เศรษฐบุตร รถยนต์คลาสสิกยังมีลมหายใจ,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: การสะสมรถคลาสสิกช่วยส่งต่ออะไรให้คนรุ่นหลังบ้าง

A: ผมมีลูกชายที่รักรถเหมือนกัน ทุกครั้งที่ผมขับรถ ลูกจะขอมานั่งด้วย ผมให้ลูกล้างรถ เช็ดรถ เป็นช่วงเวลาที่กระชับความผูกพันพ่อกับลูก นอกจากนี้เวลานำรถไปโชว์หรือจัดแสดง มักมีเด็กๆ สนใจมายืนล้อมดู บางคนเข้ามาถาม เข้ามาขอความรู้ รถยนต์เหล่านี้คือศิลปะอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การศึกษา

อาจมีหลายคนที่มองว่ารถยนต์คลาสสิกเป็นของเล่นของคนรวย แต่ผมมองว่านี่คือการช่วยส่งต่อประวัติศาสตร์ มันมีคุณค่าในตัวเอง อีกทั้งยังสามารถช่วยส่งต่อความรู้หรือเรื่องราวดีๆ ไปยังคนอื่นได้อีกด้วย

ลมหายใจของรถยนต์คลาสสิกยังไม่สูญหาย เพราะในวันนี้ ‘สยาม เศรษฐบุตร’ ยืนยันที่จะรักษาและส่งต่อปณิธานในการอนุรักษ์รถยนต์คลาสสิกต่อไป…