เรื่องเด่น

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

silk-Buriram-news-beat-Rabbit-Today-banner

คุณกราฟ-เสฏฐพันธุ์ เสริญไธสง ผู้เคยปลีกเวลาการเล่นซุกซนสมัยเด็ก มาช่วยคุณยายเก็บใบหม่อนเอาไปให้ตัวไหม สาวไหม ฯลฯ เขาเป็นเสมือนสมุดบันทึกความทรงจำ ที่มีหน้ากระดาษย่นยู่เพราะหยดน้ำตาแห่งความประทับใจ ครอบครัวของเขามีทุกวันนี้ได้เพราะผืนผ้าไหม และน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์,ข่าววันนี้,Rabbit Today

“ตระกูลของผมอยู่ที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีชื่อเสียงในการทอผ้า และเป็นแหล่งปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของบุรีรัมย์ ที่นี่มีศูนย์หม่อนไหมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ อยู่ด้วย เมื่อก่อนชาวบ้านจะต้องปลูกหม่อนเอง เลี้ยงไหมเอง สาวเส้นไหมเอง มัดย้อมเอง ออกแบบเอง คือทำทุกอย่างเองทั้งหมดใต้ถุนบ้าน

“ผ้าไหมที่ขึ้นชื่อของ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ คือ ‘ผ้าซิ่นหัวแดงตีนแดง’ ผ้าทั้งผืนจะแบ่งออกเป็น 3 จังหวะ คือ หัวซิ่นหรือด้านบนสุด จะเป็นผ้าไหมสีแดง ตรงตัวซิ่นจะเป็นผ้าไหมสีเปลือกมังคุด ซึ่งคนอีสานจะเรียกสีเม็ดมะขาม จะมีลายขอหรือลายต่างๆ นานาประกอบอยู่ และส่วนปลายจะเรียกว่าตีนซิ่น เป็นผ้าไหมสีแดง รวมๆ จะเป็นแดงบนแดงล่าง คั่นด้วยลายตรงกลาง เป็นที่มาของชื่อผ้าซิ่นหัวแดงตีนแดงครับ

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์,ข่าววันนี้,Rabbit Today

“เมื่อพระองค์ท่านเสด็จมาที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศ คุณยายกับคุณทวดท่านตั้งใจจะเอาผ้าไหมไปทูลเกล้าฯ ถวาย ไปประกวด ซึ่งท่านก็จะได้รางวัลมา

“แม้สมัยนั้นผมยังเด็ก แต่เหตุการณ์ที่เห็นกับตาแล้วรู้สึกประทับใจมากคือ ท่านผู้หญิงสุประภาดา (หม่อมราชวงศ์สุประภาดา เกษมสันต์) และเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ จะไปรับผ้าไหมที่ใต้ถุนบ้านของผมด้วยตัวเอง บางทีคุณยายกับคุณทวดท่านก็จะได้รับออร์เดอร์ เช่น ท่านผู้หญิงเอาตัวอย่างลายผ้ามาให้ว่าให้ทอแบบนี้ ใช้ไหมคุณภาพแบบนี้ และให้สีแบบนี้ มีบางส่วนที่คุณยายจะทอเองแล้วท่านก็รับซื้อด้วย

“คุณยายเคยเล่าให้ผมฟังว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ท่านรับสั่งว่า ‘ของเก่าก็ให้อนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญหาย และของใหม่ก็ให้พัฒนาคุณภาพตามตลาดต้องการ’ พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์ให้ทำตรงนี้ควบคู่กันไป

“สิ่งที่ผมเห็นคือพระองค์ท่านทรงให้โดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่ได้ทรงให้แค่ว่าบ้านนี้ยากจน บ้านนี้เลี้ยงลูก แล้วพระราชทานเงินมาก็จบ แต่พระองค์ท่านทรงให้ชีวิต ทรงสอนให้ชาวบ้านทำมาหากิน เลี้ยงดูครอบครัวด้วยตนเอง เป็นการให้จากรุ่นสู่รุ่น ถ้าให้แบบนักธุรกิจ เช่น เธอจนใช่ไหม อ้ะ…ฉันให้เงินซื้อผ้าไหมเธอนะ อย่างนี้ก็จะได้แค่รุ่นคุณยาย แต่นี่พระองค์ท่านทรงให้เรื่องจิตวิญญาณด้วย ผมมองว่าเป็นการให้ที่คลาสสิก ยั่งยืน และลุ่มลึก เพื่อการหลุดพ้นจากความยากจนครับ

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์,ข่าววันนี้,Rabbit Today

“หลังจากนั้นพ่อแม่ผมก็มาสืบทอดต่อ สิ่งหนึ่งที่ท่านทรงสอนคือ ไม่ให้ทิ้งรากเหง้าและไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง เมื่อเรามองย้อนกลับไปจากวันนี้จะเห็นว่าเป็นความลุ่มลึกมาก

“ผ้าไหมเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทรงคุณค่า และเป็นสื่อแสดงถึงความผูกพันในครอบครัว เห็นได้ชัดคือตอนที่คุณยายเอาผ้าไหมออกมาทำความสะอาด หรือเอาออกมาให้ลูกค้าดู ผมก็จะจับโยนๆ ไป คุณยายจะบอกว่า นี่คือของที่ทำให้เรามีอาชีพ ให้เรามีกิน อย่าโยน ต้องวางดีๆ ต้องให้ความเคารพ และแม้ผมเป็นผู้ชาย จะไม่ได้นุ่งซิ่น แต่คุณยายก็จะทอโสร่งหรือผ้าขาวม้าให้ คุณยายบอกว่า ‘ไหมรุ่นนี้ยายเลี้ยงสวย ยายทอโสร่งเก็บไว้ให้กราฟเวลาจะบวชแล้วใส่ผูกเอวแห่นาคนะลูก’

คุณค่าของผ้าไหมยังขยายวงกว้างออกไปไม่สิ้นสุด และเป็นส่วนที่สำคัญต่ออนาคตลูกหลานในชุมชน

“แม่ผมเป็นข้าราชการครู เวลาใกล้เปิดเทอม ชาวบ้านแถวนั้นจะเอาผ้าไหมมาขายให้ ‘ครูช่วยฉันหน่อย ลูกฉันจะเปิดเทอมแล้ว’ เพราะฉะนั้นเงินจากการขายผ้าไหมคือเงินเพื่ออนาคตของเด็กนักเรียนในชุมชนด้วย แม่ผมจึงซื้อผ้าไหมไว้เยอะมาก บางทีซื้อมาเก็บเพื่อให้ชาวบ้านมีเงินไปส่งลูกเรียน และสำหรับตัวผมเอง เวลาที่ผมมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ แล้วไม่อยากรบกวนเงินพ่อแม่ ก็จะขอผ้าไหมที่แม่ซื้อไว้มาขายให้ครูที่โรงเรียน หรือมาขายให้เพื่อนที่พ่อแม่เขาใส่ชุดผ้าไหมเสมอ

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์,ข่าววันนี้,Rabbit Today

“เหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่ผมจดจำได้ไม่มีวันลืมคือ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ นำตัวอย่างผ้าไหมลงมาที่พุทไธสง คุณยายได้รับตัวอย่างผ้าไหมผืนเก่าๆ มาผืนหนึ่ง เป็นผ้าลายดอกแก้วที่สวยงามมาก บนผืนผ้านั้นมีกระดาษสี่เหลี่ยมชิ้นเล็กๆ เขียนว่า ‘นางเหง่า รักษ์มณี ให้ทอด้วยไหมเลี้ยงพื้นบ้าน รักษาสีแบบเดิม ทอด้วยไหมละเอียดจะขายได้ราคา’

“แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทอ คุณยายก็ป่วยเพราะล้มตอนเดินไปเก็บใบหม่อน แล้วท่านก็อาการทรุดมาตลอด ก่อนยายจะเสีย ท่านได้บอกแม่และน้าว่า ‘ผ้าผืนนี้เป็นผ้าของสมเด็จฯ แต่แม่คงอยู่ทำจนเสร็จไม่ไหว ถ้ามีโอกาสให้เอาผ้าผืนนี้ไปคืนสมเด็จฯ ท่านนะ’ แล้วคุณยายก็จากไปครับ

“จากวันนั้น ครอบครัวผมก็เก็บผ้าผืนนั้นไว้โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ถวายคืนไหม สมบัติที่มีคุณค่าทางใจของผมก็จะมีผ้า 2 ผืน คือผ้าชิ้นที่คุณยายทอได้ที่ 2 ระดับประเทศ กับผ้าตัวอย่างที่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ มอบให้ยายผม

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์,ข่าววันนี้,Rabbit Today

“จนกระทั่งวันหนึ่งผมมีโอกาสได้ทำรายการโทรทัศน์ชื่อว่า ‘ธรรมดีที่พ่อทำ’ ออกอากาศทางช่อง 5 โดยคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย เป็นผู้อำนวยการสร้าง ผมเลยเล่าเรื่องนี้ให้คุณดนัยฟัง คุณดนัยบอกว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ฟังต่อ และเมื่อท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ฟังแล้ว ท่านก็บอกว่าท่านดีใจ อยากเจอผม และอยากจะเชิญผมขึ้นพูดที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนิน ในเรื่องการให้ของพระองค์ท่านว่าส่งผลต่อคนรุ่นที่ 2 และ 3 อย่างไรบ้าง

“ได้ความดังนั้น ผมก็ไปเล่าให้แม่และน้าฟัง พวกเขาดีใจมาก วันพูดจริงผมก็ติดผ้าไป 3 ผืน เป็นผ้าไหมลายโบราณผืนที่คุณยายประกวดได้ที่ 2 ของประเทศ ผ้าทอผืนใหม่สวยๆ ติดไปเพื่อขอความเมตตาจากท่านผู้หญิงจรุงจิตต์นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ และผ้าตัวอย่างที่จะทูลเกล้าฯ คืนให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ ตามเจตนารมณ์ของคุณยาย

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์,ข่าววันนี้,Rabbit Today

“เมื่อท่านผู้หญิงจรุงจิตต์หยิบผ้ามาดู ท่านจำชื่อคุณยายได้ จำได้ว่าคุณยายทอผ้าสวยมาก และจำได้ว่าท่านเคยไปรับผ้าทอที่ใต้ถุนบ้านด้วยตัวเอง ผมปลื้มใจมาก สุดท้ายผมก็เอาผ้าไหมผืนที่ 2 ใส่พาน แล้วพูดว่า ‘ผมไม่แน่ใจว่านี่จะเป็นเรื่องอาจเอื้อมหรือมิบังควรเกินไปหรือไม่ที่ครอบครัวของผมอยากจะนำผ้าขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่ออยากจะกราบบังคมทูลพระองค์ท่านว่า ด้วยพระเมตตาที่พระองค์ท่านทรงมีต่อคุณยาย จนปัจจุบันผ่านมา 3  รุ่นแล้วนั้น ทำให้ครอบครัวผมหลุดพ้นจากความยากจน และมีชีวิตที่ดีขึ้น’ ท่านผู้หญิงก็รับไว้

“จากนั้นผมพูดต่อว่า ยังมีผ้าอีกผืนหนึ่งที่คุณยายบอกว่าทอให้ไม่ได้ และอยากขอคืน เหมือนว่าท่านผู้หญิงทราบความแล้วทุกอย่าง และผมอาจจะคิดไปเองว่าเรื่องราวนี้อาจจะถึงพระเนตรพระกรรณของพระองค์ท่านหรือไม่ เพราะท่านผู้หญิงรับผ้าผืนนั้นไว้ แล้วท่านก็ยื่นกลับให้ผม ‘รับไว้แล้ว และนี่คืนให้กราฟเอาเก็บไว้เป็นที่ระลึกนะ’

น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจจาก อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์,ข่าววันนี้,Rabbit Today

“ผมร้องไห้ต่อหน้าท่านผู้หญิงตรงนั้น และเมื่อเอาผ้าผืนนั้นกลับมาบ้านที่บุรีรัมย์ เล่าให้แม่และน้าฟัง พวกเขาก็ร้องไห้กัน

“คุณยายผมเป็นชาวนา ได้ส่งลูกเรียน ส่งคุณแม่ ส่งคุณน้า นอกจากรายได้จากการทำนาก็จะมีรายได้จากการทอผ้าไหมเข้ามาเสริม ถือเป็นความโชคดีที่ ทั้งหมดนี้ก็ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ครับ”