เรื่องเด่น

สิงโต นำโชค กับ ‘ความสุข’ 24 ชั่วโมง

Published 19 มิ.ย. 2019

By สันทัด โพธิสา

สิงโต นำโชค กับ ‘ความสุข’ 24 ชั่วโมง

ใช้คำว่า ‘ชิลล์’ ก็คงจะไม่ผิดแผกไปนัก สำหรับการนั่งพูดคุยกับสิงโต นำโชค... 

วันนี้เขามีนัดกับ Rabbit Today เพื่อมาโปรโมตซิงเกิลใหม่ของอัลบั้มชุดที่ 4 ‘วันที่เรานับหนึ่ง’ ระหว่างที่พูดคุยกัน เสียงกีตาร์ที่อยู่ในมือของศิลปินหนุ่มถูกบรรเลงออกมาเบาๆ สลับกับการถาม-ตอบเป็นระยะๆ 

เป็นที่มาที่บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ ‘ชิลล์ๆ’

ถ้าเส้นทางชีวิตของเขาเปรียบเสมือนสายกีตาร์ในมือทั้ง 6 สาย เส้นแรก คงเป็น ‘นายนำโชค’ ในวัยเด็กที่มีความฝันเรื่องดนตรีเต็มหัวใจ สายที่สอง ความหลงใหลในกีตาร์ เกิดจากไอดอลสายร็อกที่ชื่อ ‘เสก โลโซ’ ที่ทำให้อยากเป็นนักกีตาร์ขึ้นมา สายที่สาม ทว่าชีวิตการทำงานเริ่มต้นจากการเป็นหนุ่มโรงงานมาก่อน กระทั่งเดินตามหาฝัน จนกลายเป็นนักดนตรีกลางคืนในที่สุด

สายที่สี่ ความตั้งใจบนเส้นทางนักดนตรี คือการได้เป็นศิลปินออกอัลบั้มสักชุด แล้วฝันก็เป็นจริง เมื่อได้ออกผลงานกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ สายที่ห้า หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะการเป็นศิลปินยุคแรกๆ ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก และสายที่หก สุดท้ายที่ยังไม่ท้ายสุด ด้วยความสามารถและความพยายามโดยแท้ ชายหนุ่มหน้าเปื้อนเคราก็ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย ด้วยเอกลักษณ์ในการเล่นกีตาร์ตัวจิ๋ว (อูคูเลเล่) พร้อมเสียงร้องอันมีเสน่ห์   

กว่า 8 ปีที่ผ่านมา สิงโต นำโชค สะพายกีตาร์คู่ใจร้องรำทำบทเพลงโด่งดังมากมาย อาทิ อยู่ต่อเลยได้ไหม อยู่อย่างเหงาๆ เธอคือของขวัญ มันถูกอยู่แล้ว ฯลฯ และกับผลงานครั้งล่าสุด ‘วันที่เรานับหนึ่ง’ เขายังคงสนุกกับการสร้างสรรค์ และรู้สึกสดใหม่กับการทำงานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา เคล็ดลับนั้นมี แต่คงต้องไปคุยกัน...

กีตาร์ในมือยังคงถูกบรรเลง และการสนทนาบนเสียงเพลงก็ได้เริ่มต้น ณ จุดนี้...

สิงโต นำโชค กับ ‘ความสุข’ 24 ชั่วโมง,Rabbit Today

Q: อยากให้คุณช่วยเล่าที่มาของเพลง ‘วันที่เรานับหนึ่ง’ ผลงานใหม่ล่าสุดของคุณให้ฟังสักหน่อย

A: มันเป็นเพลงรักที่อยากให้ฉุกคิดว่า ก่อนที่เราจะมีช่วงเวลาที่มีปัญหากัน ทะเลาะกัน หรือจะเลิกกัน หรือว่าหมดแพสชั่น จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ ให้กลับไปนึกถึงวันแรกที่เราเริ่มนับหนึ่งด้วยกัน วันนั้นจะขับรถไปส่งไกลแค่ไหนก็ได้ ให้ทำอะไรก็ทำได้ แต่พออยู่มาสักพัก แค่ใช้ไปซื้อก๋วยเตี๋ยว ทีนี้เริ่มมีปัญหาแล้ว (หัวเราะ) แต่ก่อนที่เราจะทะเลาะกัน หรือเลิกรากัน ให้เราย้อนกลับไปคิดถึงวันที่เรานับหนึ่ง ถ้ามันแข็งแรงพอ ผมเชื่อว่ามันเยียวยาความรักได้ แต่ถ้าเกิดมันแข็งแรงไม่พอจริงๆ เราอาจตัดสินใจถูกแล้วก็ได้ที่จะเลิกรากัน อันนั้นก็ไม่ว่ากัน (ยิ้ม)

Q: เราอยากรู้วิธีการสร้างสรรค์งานเพลงของคุณ เพลงของคุณส่วนใหญ่มันจุดประกายมาจากไหน

A: มันก็ไม่ได้มีวิธีการอะไรตายตัว อย่างบางวันมีไอเดียดีๆ ก็แต่งเพลงได้ยาวจนจบเพลงเลยก็มี แต่บางวันไม่มีอะไรเลย หัวโล่ง ไม่ได้งานเลยก็มี ถามว่าทำอย่างไรให้เพลงมันมีความสดใหม่เสมอ ผมว่ามันอยู่ที่ความรัก ความชอบของเรานี่แหละ ถ้าเกิดเราไม่ได้รัก ไม่ได้อยากทำดนตรีจริงๆ เราจะไม่มีแรงบันดาลใจคิดเขียนเพลงออกมา เพลงมันคือความรู้สึก มันไม่ได้ต้องมาคิดว่ามุมนี้แต่งไปแล้ว มุมนั้นแต่งไปแล้ว หรืออย่างเพลงรักก็เหมือนกัน เราอาจจะแต่งมาเยอะ แต่บางทีอาจจะมีบางมุมซุกซ่อนอยู่อีกก็ได้

Q: ถึงวันนี้คุณแต่งเพลงมาทั้งหมดกี่เพลงแล้ว

A: ไม่เคยนับเหมือนกัน น่าจะเกือบๆ ร้อย

สิงโต นำโชค กับ ‘ความสุข’ 24 ชั่วโมง,Rabbit Today

Q: กลัวจะตันไหม

A: ก็อย่างที่บอก ถ้ามันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรัก มันคงไม่ตัน เวลาแต่งเพลงอย่าไปมีข้อจำกัดกับมันเยอะ ให้คิดว่าเรานับหนึ่งแต่งเพลงที่หนึ่งใหม่ละกัน นึกถึงวันแรกที่เราแต่งเพลง นึกถึงความคิดของเราตอนนั้น แต่งเพลงเพราะอะไร เพราะเราอยากมีเพลงเป็นของตัวเอง เราอยากให้คนได้ยินเพลงของเรา เราอยากให้เพลงเราอยู่ในวิทยุ เราอยากมีอัลบั้มของตัวเอง ลองคิดในจุดเริ่มต้นแบบนี้ ผมเชื่อว่าไม่มีทางตัน (ยิ้ม)

Q: ตลอด 8 ปีบนเส้นทางความเป็นศิลปิน คุณรู้สึกกับอาชีพนี้อย่างไรบ้าง

A: ก็เป็นปกตินะครับ มีราบรื่น มีขรุขระ ผมว่าเป็นกับทุกอาชีพแหละ ไม่มีที่ไหนไม่มีปัญหา ทีนี้การที่เราจะอยู่กับปัญหาได้อย่างมีความสุขก็คือ มันต้องเป็นที่ที่เราชอบ เป็นงานที่เรารัก ถามตัวเองให้ได้ว่า สิ่งที่เราทำอยู่ มีความสุขที่สุดไหม ถ้ามีความสุข เราอาจจะไม่ได้มองปัญหาว่าเป็นปัญหาก็ได้ มันเป็นเพียงโจทย์ที่เราจะค่อยๆ แก้ พอแก้ได้จะสนุก แต่ถ้าเป็นงานที่เราไม่ได้ชอบเลย อันนี้เนี่ย จะยืนระยะได้ยากมาก

Q: แล้วตลอด 8 ปี บนเส้นทางดนตรี คุณได้เห็นสัจธรรมอะไรบ้าง

A: วงการดนตรีมันก็เปลี่ยนไปทุกยุคนะ มีคำใหม่ๆ เกิดขึ้น มีดนตรีแนวใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่จริงๆ มันก็วนๆ แล้วแต่ว่าดนตรีแนวไหนในช่วงไหนกำลังมา มันทำให้เราเห็นว่า แกนหลักในเรื่องดนตรีมันไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงไปตามยุค แต่มันเป็นเรื่องของสิ่งที่เราทำอยู่ เราชอบมันจริงไหม บางคนอาจจะไม่ได้ชอบจริงก็ได้ แค่เป็นศิลปินเพราะอยากดัง สมมตินะ แบบนี้จบเลย เพราะถ้าดัง แล้วต้องดังระดับไหนอีก คือสรุปไปใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือให้ดัง

เมื่อก่อนผมเคยมีความรู้สึกว่า ถ้าผมจะมีความสุขได้ ผมต้องออกเทป แล้วก็ดัง ตอนนั้นเล่นดนตรีกลางคืนอยู่ภูเก็ต ผมไม่มีความสุขเลย คิดแค่ว่าเมื่อไรจะได้ออกเทป ถ้าออกเทปได้ เป้าหมายสุดยอดแล้ว ทีนี้ก็อย่างที่บอก พอไปตั้งเป้า คือตั้งเป้าน่ะถูกนะ แต่มันเอาความสุขไปแขวนผิดที่ มันก็กลายเป็นเราไม่ได้มีความสุข

ผมเริ่มทำงานได้วันละ 100 บาท จนมาถึงวันที่เล่นดนตรีกลางคืนได้วันละ 500 บาท แต่บอกตัวเองว่าไม่มีความสุข ต้องออกเทปถึงจะมีความสุข แต่อยู่มาวันหนึ่งก็ถามตัวเองว่า เราเป็นใคร เล่นได้แค่ไหน ทำไมถึงอยากเล่นดนตรี เฮ้ย นี่เราได้ทำงานในสิ่งที่เรารักที่สุด ได้วันละ 500 บาทเชียวนะ แล้วได้อยู่ในจังหวัดที่ตัวเองชอบที่สุด ได้อยู่ริมทะเล ได้เล่นดนตรี มีสตางค์จุนเจือครอบครัว เจอภรรยาที่นั่น ผมถามตัวเองว่า มีความสุขเลยไม่ได้เหรอ เดี๋ยวถ้ามันไปถึงเป้าหมายอย่างที่ต้องการ เราค่อยไปมีความสุขกับมันในอนาคตอีกก็ได้

หลังจากนั้นเราก็เลยได้คิด อ๋อ แค่มีความสุขในทุกๆ วัน เพราะเราไม่ได้มีความสุขในเมื่อวานหรือว่าพรุ่งนี้ แต่เราอยู่กับตอนนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเราหาความสุขตอนนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้จะหายากแล้ว เมื่อวานยิ่งไม่ต้องพูดถึง หาไม่เจอแน่นอน เพราะมันผ่านไปแล้ว สรุปคือหาวันนี้ให้เจอก่อน มันมีอะไรดีมั่ง มันพอแล้วหรือยัง ยังต้องหาอะไรเพิ่มอีก เป้าหมายมีได้ แขวนไว้ได้ แต่เดี๋ยวค่อยไปเฉลิมฉลองกับมันในวันที่ไปถึงอีกที (ยิ้ม)

สิงโต นำโชค กับ ‘ความสุข’ 24 ชั่วโมง,Rabbit Today

Q: แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างในวันที่ถึงเป้าหมาย นั่นคือการได้ออกอัลบั้ม การมีชื่อเสียง หรือความโด่งดัง

A: อยู่ที่ว่าเราไปยึดถือหรือเปล่า ยึดถือว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ไหม ส่วนตัวผมไม่เคยยึดติดกับมัน ส่วนหนึ่งเพราะผมโชคดีที่ไม่ได้ตูมเดียวดัง หลายคนเข้าใจว่าผมเพิ่งมาดังตอนช่วงทำเพลงฮิตๆ อย่างเพลงอยู่ต่อเลยได้ไหม แต่จริงๆ ผมเป็นศิลปินมานานแล้ว จากนั้นก็ปล่อยซิงเกิลมาพักใหญ่ๆ แรกๆ ก็มีคนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง แต่สุดท้ายก็อย่างที่บอก แกนของเราคือเรามีความสุขกับการทำงาน วันหนึ่งเพลงเป็นที่นิยม ก็ดี ก็มีคนรู้จักเราเพิ่มขึ้น มีความสุขในช่วงเวลานั้น แต่พอเวลาผ่านไป เราก็มีความสุขกับช่วงเวลา ณ ปัจจุบันของเรานี่แหละ ไม่ได้ไปยึดติดอะไร

Q: การจะเติบโตขึ้นเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ ในมุมมองของคุณต้องเป็นอย่างไร

A: ต้องชอบก่อน ชอบแล้วก็ลงมือทำ พอลงมือเสร็จปุ๊บ แน่นอน มันก็จะเกิดปัญหานู่นนี่นั่น สำคัญคืออย่าหยุดทำ ไอ้อย่าหยุดทำเนี่ย มันก็จะย้อนกลับมาคำถามแรกว่า ชอบจริงหรือเปล่า รักจริงหรือเปล่า ถ้ารักจริง ไม่ต้องบอกเขาหรอกว่า อย่าหยุดทำ เขาไม่หยุดหรอก ถ้าเขารักมันจริงนะ

สิงโต นำโชค กับ ‘ความสุข’ 24 ชั่วโมง,Rabbit Today

Q: ชีวิตเดินทางมาถึงวันนี้ คุณพอมองเห็นเส้นชัยของคุณไหมว่ามันจะเป็นเช่นไร

A: เส้นชัยของผมก็คือจบในหนึ่งวัน หรือช่วง ณ ขณะเวลานั้น เราหาความสุขเจอไหม นั่นละเส้นชัย (ยิ้ม) แล้วถ้าเกิดผมเจอนะ พรุ่งนี้ผมก็เจอ มะรืนผมก็เจอ ปีหน้าผมก็เจอ เส้นชัยของผมไม่ยาว แต่มีอยู่แทบทุกวัน เอาแค่ตื่นมาแล้วสดใส เออ เมื่อวานดีจังเลย ขอบคุณมากเลยที่วันนี้ได้ตื่นมา ผมว่าเส้นชัยของผมมีแค่นี้แหละ

Q: แสดงว่าวันนี้ ตอนนี้ ของผู้ชายชื่อสิงโต นำโชค มีความสุขแล้วใช่ไหม

A: มีความสุขแล้วครับ ผมค้นเจอตั้งแต่ตอนที่เล่นดนตรีที่ภูเก็ต พอคิดได้แบบนี้มาตลอด มันก็เลยง่ายมากที่เราจะคิดหาความสุขได้แบบอัตโนมัติ แต่สุขกับทุกข์จะมาพร้อมกันอยู่แล้ว ถ้าเกิดเราไปตั้งไว้ว่า ต้องสุขอย่างเดียวมันคงไม่ได้ สมมติมีเงินสิบบาท ทุกข์กับสุขก็มาพร้อมกัน หรือมีสิบล้าน ทุกข์กับสุขก็มาพร้อมกันอยู่ดี จงอยู่กับมันให้ได้แค่นั้นเอง อยู่กับความทุกข์ให้ได้อย่างมีความสุข ส่วนความสุขไม่ยากอยู่แล้ว เพราะมันง่ายที่จะอยู่กับมัน แต่ควรอยู่กับความทุกข์ให้ได้อย่างมีความสุขดีกว่า (ยิ้ม)

Q: ปิดท้าย ไหนๆ ชื่อของคุณก็ สิงโต นำโชค อยากรู้ว่าความโชคดีครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตคุณเกิดขึ้นตอนไหน

A: ตอนที่ได้เกิดมานี่แหละ เพราะเราก็ไม่รู้นะว่า ชาติหน้าจะได้เกิดไหม ทีนี้มันจะทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย ชาตินี้มีชาติเดียว งั้นทำอะไรที่มันสนุกสุดๆ ไปเลยดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าชาติหน้าจะเกิดเป็นเต่า เป็นแมลงสาบ หรืออะไรก็ไม่รู้ (หัวเราะ) แต่จริงๆ นี่ก็ไปคิดถึงอนาคตมากเกินไปนะ เพราะฉะนั้นเอาตรงนี้แหละ ที่กำลังมีลมหายใจ มีชีวิตอยู่นี่แหละ จงมีความสุขกับมันให้ได้ซะก่อนดีกว่า

ถ้า ‘ความสุข’ จะแปลงออกมาเป็นรูปธรรมที่พอจับต้องได้ ตลอดเวลาของการสนทนากัน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของเขา และเสียงกีตาร์ที่บรรเลงคลอเคล้า คงพอจะยืนยันได้ว่า ความสุขมีหน้าตาเป็นเช่นไร และเกิดได้จริงๆ ในวินาทีนี้...