Published 11 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

SIZE-DOES-NOT-MATTER-scoops-Rabbit-Today-banner-1

การเปรียบเทียบถือเป็นความสามารถของมนุษย์อย่างหนึ่งที่สัตว์อื่นมีไม่เท่าเรา แม้สัตว์หลายประเภทอาจเข้าใจความเล็กใหญ่ของตัวเอง รู้ว่าตัวเองได้เปรียบหรือเสียเปรียบเมื่อตัวอยู่ในสนามรบ ผู้ล่าอย่างสิงโตรู้ว่าตัวเองโอเคเมื่อออกล่ากระต่าย แต่ไม่โอเคแน่ๆ หากต้องการจะล่าช้างหรือฮิปโป  สิงโตไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ความ ‘ใหญ่’ ของตัวเองนั้นเพียงพอที่จะต่อกรกับสัตว์ที่ตัวเองเห็นว่าเป็นเหยื่อหรือไม่

 มนุษย์เราไปไกลกว่านั้นในเรื่องการเปรียบเทียบเรื่องขนาด เพราะ ‘ขนาด’ ที่ว่านี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับสังคมและวัฒนธรรม และท้ายที่สุด ความใหญ่หรือเล็กทางกายภาพ อาจไม่สำคัญเท่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไป อย่างกรณีของกษัตริย์นโปเลียนเป็นตัวอย่างที่ดี ด้วยความสูงไม่ถึง 160 เซนติเมตร แต่เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะสามารถรวบรวมอาณาจักรได้กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องคุณสมบัติที่มากพอในการทำให้ศิลปินกล้าวาดรูปเขาสูงขึ้น

 ความใหญ่เล็กเมื่อมองในมิติทางวัฒนธรรมจึงน่าสนุก ยิ่งสมัยนี้ก็ยิ่งสนุกมากขึ้น เพราะคนให้ค่าความใหญ่และเล็กซับซ้อนมากขึ้น ไม่ใกล้ไม่ไกลดูได้จากสมาร์ตโฟนของเราเองก็ได้ครับ

THE ART OF SIZE เล็กไม่ ใหญ่โอเค เรื่อง ‘ขนาด’ ยังเป็นเรื่องใหญ่อยู่ไหม,สกู๊ป,Rabbit Today

เมื่อหน้าจอต้องใหญ่แต่ข้างในต้องเล็ก

 คราวที่ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นแรกเมื่อปี 2007 ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว ณ เวลานั้นทุกคนก็รู้สึกได้ว่า ไอโฟนช่างเป็นสมาร์ตโฟนที่หน้าจอใหญ่มากเมื่อเทียบกับโนเกีย แบล็คเบอร์รี่ หรือปาล์ม ที่มีอยู่ในตลาดเวลานั้น 10 ปีผ่านไป ปัจจุบันความใหญ่ของหน้าจอที่ยอมรับได้ต้องไม่ต่ำกว่า 5.5 นิ้ว

 ทว่าหน้าจอใหญ่แต่อย่างอื่นต้องเล็กลง เมื่อดูถึง ‘ข้างใน’ ของสมาร์ตโฟน ผู้ผลิตทุกแบรนด์ให้ความสำคัญกับการทำให้ทุกอย่างเล็กลงและบางลง ไอโฟนรุ่นแรกใช้โปรเซสเซอร์แบบ Single core ขนาดเล็กกว่าแสตมป์นิดหน่อย ปัจจุบันโปรเซสเซอร์มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมมาก แต่ทำงานได้ดีกว่ารุ่นแรกพันเท่า

 ผมคนหนึ่งที่เป็นแฟนสมาร์ตโฟนหน้าจอใหญ่ เพราะรู้สึกได้เลยว่ามันมีแรงดึงดูดมากกว่า The Economic Times กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ตอนที่ Samsung เริ่มออกแบบสมาร์ตโฟนของพวกเขาให้ยาวขึ้น เป็นสัดส่วน 18:9 แทนที่จะเป็น 16:9  ก็เพราะว่าต้องการเพิ่มหน้าจอเพื่อการบริโภคเนื้อหา (และใส่โฆษณา) ได้มากขึ้นนั่นเอง

 ในขณะที่ Xiaomi ไปไกลกว่าด้วยการออกสมาร์ตโฟนขนาด 7 นิ้ว โดยพยายามรักษาสัดส่วนแบบ 16:9 ไว้เหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดก็เป็นแนวโน้มของสมาร์ตโฟนที่มีพื้นที่หน้าจอใหญ่ที่สุด และไม่เห็นขอบได้ด้วยยิ่งดี หน้าจอที่จะ ‘ขายได้’ ในตลาดปัจจุบัน ไม่ควรต่ำกว่า 5.8 นิ้ว หากต่ำกว่านั้นหมายถึงว่าสมาร์ตโฟน (และตัวคุณเอง) อาจไม่ใช่คนในกลุ่ม ‘แพง’ ก็ว่าได้ 

THE ART OF SIZE เล็กไม่ ใหญ่โอเค เรื่อง ‘ขนาด’ ยังเป็นเรื่องใหญ่อยู่ไหม,สกู๊ป,Rabbit Today

รสนิยมเรื่องรูปร่างของคนก็เปลี่ยน

 ตามที่วิลเลี่ยม เฮอร์เบิร์ท เชลดอน นักจิตวิทยา ได้แบ่งประเภทร่างกายของคนเรา ตามลักษณะการแบ่งเซลล์ขณะที่เรายังเป็นเอ็มบริโอ ซึ่งช่วงเวลาของการแบ่งตัวครั้งแรกจะเป็นการกำหนดรูปแบบของรูปร่างของคนเราในอนาคต โดยแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ Ectomorph (คนผอม) Mesomorph (หุ่นนักกีฬาสมส่วน) และ Endomorph (คนตัวหนาใหญ่)

 สังคมในอดีตมักให้ค่าความใหญ่ของร่างกายเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าการมีรูปร่างใหญ่นั้นได้เปรียบในการล่าหรือการต่อรอง ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะคนเราก็เทียบเอาสัตว์ที่เห็นในธรรมชาติ ซึ่งส่วนมากสัตว์ผู้ล่าก็ต้องมีขนาดใหญ่กว่าเหยื่อ และเพศเมียก็มักมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้ 

 ความใหญ่จึงมีคุณค่ามากเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเหมาะกับการแพร่พันธุ์ (มีลูก) หลายชนเผ่าในแอฟริกายังคงให้ความสำคัญกับการขุนลูกสาวของตัวเองให้อ้วนเพื่อให้เตะตาหนุ่มๆ จริงๆ ก็ไม่แปลกนะครับ เพราะหากดูในธรรมชาติแล้ว สัตว์เกือบทุกประเภท (ยกเว้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) โดยมากแล้วเพศเมียมักมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้ ซึ่งทำให้มนุษย์ยุคก่อนๆ เทียบเคียงคุณค่าแบบเดียวกันว่าผู้หญิงที่รูปร่างใหญ่ย่อมน่าดึงดูดมากกว่า  

 แม้ว่าทุกวันนี้ค่านิยมนี้เริ่มเสื่อมถอยไป แต่การมีหน้าอกหรือสะโพกผาย ยังคงดึงดูดสายตาหนุ่มๆ ผู้ชายได้เสมอมากกว่าผู้หญิงหน้าอกเล็ก 

 แต่ความนิยมเรื่องความใหญ่นี่ก็เปลี่ยนไปนะครับ เช่น เรื่องหน้าอกของผู้หญิงกับการดึงดูดทางเพศ

 มีการศึกษากันอย่างจริงจังและอย่างกว้างขวางทั้งในฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และในอังกฤษ ว่าผู้หญิงมีหน้าอกใหญ่ดึงดูดผู้ชายบางกลุ่มได้มากกว่าจริงหรือ รูปร่างของผู้หญิงแบบไหนที่ดึงดูดกว่า

 การศึกษาพบว่า ผู้ชายที่มีการศึกษาไม่สูงมากนัก หรือมาจากชนบท ส่วนมากชอบผู้หญิงหน้าอกใหญ่มากกว่าหน้าอกเล็ก และผู้ชายที่มีฐานะหรือมีการศึกษาดี จะชอบผู้หญิงหน้าอกเล็กกว่า เป็นไปได้ว่า ในทางจิตวิทยา ผู้ชายที่มีฐานะดีซึ่งส่วนมากก็จะมีการศึกษาสูงด้วยนั้น ไม่ต้องการให้คน ‘ตีความ’ นมของภรรยาของเขาว่าเขา (อาจจะ) เป็นคนมักมากในกามารมณ์ ทั้งๆ ที่จริงๆ พวกเขาอาจจะชอบหน้าอกใหญ่ก็เป็นได้ 

 เช่นกันครับ ไม่ได้มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่สนใจเรื่องขนาด ผู้หญิงเองก็สนใจเรื่องขนาดของผู้ชายเช่นกัน การศึกษาในออสเตรเลียก็พบเหมือนกันว่า ผู้หญิงส่วนมากมักคาดคะเนขนาดของ ‘ไอ้หนู’ ของผู้ชายจากสัดส่วนของร่างกาย โดยดูจากช่วงไหล่ที่กว้างและสะโพกที่กลมมน รวมไปถึงร่างกายที่ดูล่ำสัน (แต่ไม่อ้วน)

 ทั้งหมดเหล่านี้เป็นตัวช่วยตัดสินใจสำหรับผู้หญิงที่จะเลือกผู้ชาย ความซับซ้อนก็มีคนละอย่างนะครับ เพราะผู้หญิงส่วนมากก็ไม่ได้ชอบที่ผู้ชายที่มีอวัยวะเพศใหญ่เกินไป ผู้หญิงโดยมากสนใจ ‘ภาพรวม’ ที่เธอเห็นมากกว่า เช่น  บุคลิกภาพ การแต่งตัว หรือการที่ผู้ชายคนนั้นๆ ปฏิบัติต่อเธอมากกว่า

THE ART OF SIZE เล็กไม่ ใหญ่โอเค เรื่อง ‘ขนาด’ ยังเป็นเรื่องใหญ่อยู่ไหม,สกู๊ป,Rabbit Today

เมืองหลวงและความเวิ้งว้างกลายเป็นความหรูหรา

ใครที่เคยไปเซ็นทรัลพาร์กในนิวยอร์ก คงสัมผัสได้ถึงความดีงามของพื้นที่สวนขนาด 1 ตารางไมล์อันน่าทึ่ง การที่เมืองหลวงใหญ่มีสวนขนาดใหญ่แบบนี้อยู่ใจกลางเมือง ก็กลายเป็นสิ่งแสดงถึงความหรูหราไปแล้วเช่นกัน ราคาของที่ดินรอบๆ เซ็นทรัลพาร์กถือว่าสูงมาก เช่นเดียวกันกับพื้นที่รอบสวนลุมพินี Public space ขนาดใหญ่เหล่านี้กำลังกลายเป็นความหรูหราขนาดใหญ่ ที่ทำให้เมืองหลายๆ แห่ง เริ่มกลับมามองพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนสามารถใช้งานร่วมกันได้ว่า พื้นที่เหล่านี้เป็นความหรูหรา

 ซึ่งตรงข้ามกับขนาดของอพาร์ตเม้นต์ที่มีแนวโน้มเล็กลงเรื่อยๆ ในเกาะฮ่องกง แฟลตบางแห่งมีขนาดเล็กมากเพียง 12 ตารางเมตร หรืออย่างในโตเกียวเองก็เช่นกัน แนวโน้มของความใหญ่เล็กในการอยู่อาศัยจึงถูกตีความกันใหม่ เพื่อหาจุดที่ลงตัวของการใช้พื้นที่ เป็นสิ่งที่ท้าทายทั้งนักออกแบบและนักจิตวิทยา

 นักออกแบบพยายามเค้นหาประโยชน์จากพื้นที่เล็กๆ ให้ได้มากที่สุด ดูจากแนวโน้มของการออกแบบของอิเกีย และการโฆษณาอพาร์ตเม้นต์ ที่แม้ว่าจะเล็กแต่ก็ครบและดูหรูหรา เลยไปถึงการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจที่เน้นการเช่ามากขึ้น เพราะคนไม่มีที่เก็บ พื้นที่กลายเป็นของแพง ธุรกิจเช่าจึงมีตั้งแต่เช่ากระเป๋าเดินทาง เช่าหนังสือ เช่าหนังทางออนไลน์ ไปจนถึงเช่ารถและบ้าน ซึ่งดูจะเป็นแนวโน้มของคนยุคหน้าที่กำลังจะเปลี่ยนไปจากคนยุคก่อน

 ขณะเดียวกันนักจิตวิทยาก็พบว่าความเล็กความแคบ ก็ส่งผลถึงความรู้สึกของมนุษย์ ดีเอ็นเอของเรายังคุ้นเคยอยู่กับการหากินอยู่ในป่า มีพื้นที่โล่งๆ มากกว่าห้องแคบๆ ความเป็นเมืองที่มากขึ้น ทำให้เกิดโรคทางจิตที่เกี่ยวกับพื้นที่เช่น โรคกลัวที่แคบ โรคกลัวฝูงชน ฯลฯ

 มีการศึกษากันอย่างกว้างขวางที่พิสูจน์ได้ว่า การที่เรามีเขตเมืองที่ขยายตัวมากขึ้น แต่เมืองที่ใหญ่สวนทางกับพื้นที่อาศัยที่เล็กลง ซึ่งขนาดของบ้านที่เล็กนี้เอง ส่งผลถึงภาวะความเครียดและการเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัวเช่นกัน 

เมื่อไซส์เป็นเรื่องใหญ่ แล้วเราจะปรับตัวอย่างไร

 ทางที่ดีที่สุดสำหรับการมีชีวิตอย่างไม่ลำบากเกินไป คือการกลับไปใช้ชีวิตแบบสัตว์มากขึ้น มีการพูดถึงกระแสของ Back to origins อย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การกินอาหารที่เป็นธรรมชาติ ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด การลดทอนการถือครอง ความพยายามถอยห่างจากความเจริญบ้าง เพราะยิ่งคุณอยู่ใกล้ความเจริญมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เกิดการเปรียบเทียบมากเท่านั้น ซึ่งการเปรียบเทียบนี่เองที่นำมาสู่ความเครียดในชีวิต

 การกลับไปสู่ความดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นว่า กินให้เหมือนสัตว์ (กินเมื่อหิว) อยู่ให้เหมือนสัตว์ (อยู่ใกล้ธรรมชาติมากขึ้น นอนให้เป็นเวลา) มีเวลาออกล่า (ออกกำลังกายให้ร่างกายได้แอ๊กทีฟอยู่เสมอ) และปรับทัศนคติเรื่องความใหญ่เล็กมาเป็นการมองที่ประสิทธิภาพที่เหมาะกับตัวคุณเองมากขึ้น น่าจะพอทำให้เราไม่ลำบากเกินไป

เพราะท้ายที่สุดแล้วโลกในวันข้างหน้า ความใหญ่ก็ยังคงจะเป็นความฟุ่มเฟือยที่ชนชั้นกลางอย่างเราๆ นั้นจะเข้าถึงยากมากขึ้นทุกที

แหล่งข้อมูลอ้างอิง