เรื่องเด่น

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ

Published 23 ส.ค. 2018

By Rabbit Today

Spirit-Festival-news-beat-Rabbit-Today-banner-2

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ เทศกาลสำคัญสำหรับชาวจีนทั่วโลก รวมถึงพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง

สารทจีน’ นับตามปฏิทินจันทรคติของจีน คือวันที่ 15 เดือน 7 แต่บางท้องถิ่นของประเทศจีนก็ถือเอาวันที่ 14 เดือน 7 เป็นวันสารทจีน เป็นเทศกาลที่ลูกหลานแสดงความระลึกถึงและแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ แต่วันนี้ที่ประเทศจีนไม่ได้มีการเฉลิมฉลองใหญ่โตเท่ากับเทศกาลอื่นๆ ของจีน หรือสารทจีนของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน

ตำนานสารทจีน

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

เทศกาลสารทจีน ภาษาจีนเรียกว่า ‘จงหยวนเจี๋ย’ บ้างก็เรียกว่า ‘กุ่ยเจี๋ย’ หรือ ‘หยีวหลานเผินเจี๋ย’ (เทศกาลเซ่นไหว้ผีหรือวิญญาณ) และ ‘ชีเยว่ป้าน’ (เทศกาลกลางเดือน 7) มีตำนานเล่าขานว่า ในวันสารทจีน นรกจะเปิดประตูปลดปล่อยวิญญาณทั้งหมดออกมารับส่วนบุญส่วนกุศล จึงเป็นช่วงเวลาที่วิญญาณบรรพบุรุษจะได้มีโอกาสกลับบ้านมาหาลูกหลาน เป็นวันที่พิพากษาส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์ และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ด้วยความสงสาร ชาวจีนจึงนิยมทำพิธีเซ่นไหว้อุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเร่ร่อนกันในวันนี้ ธรรมเนียมปฏิบัติที่สำคัญคือ การไหว้บรรพบุรุษ ไหว้วิญญาณเร่ร่อน เผากระดาษเงินกระดาษทอง และปล่อยโคม เป็นต้น 

ส่วนอีกตำนานเล่าขานว่า มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า ‘มู่เหลียน’ (พระมหาโมคคัลลานะ) เป็นคนใจบุญศุลทาน ยึดมั่นในพุทธศาสนามาก แต่มารดาของเขากลับไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ หรือนรก-สวรรค์ เมื่อถึงเทศกาลกินเจ นางให้บุตรชายไปเชิญผู้ถือศีลกินเจมารับประทานอาหารเจที่บ้าน แต่แท้จริงแล้วนางใช้น้ำมันหมูทำอาหาร ด้วยความหมั่นไส้คนที่ถือศีลกินเจ 

การกระทำของนางถือเป็นบาปกรรมหนัก เมื่อสิ้นชีวิตนางจึงตกนรกขุมที่ 8 ซึ่งเป็นขุมที่ลึกที่สุด มู่เหลียนคิดถึงมารดาจึงถอดกายทิพย์ลงไปเยี่ยมในนรกภูมิ เห็นว่ามารดากำลังอดอยาก ทนทุกข์ทรมาน เขาจึงป้อนอาหารมารดา แต่ถูกผีที่อดอยากรุมแย่งกินหมด ข้าวส่วนที่มารดาได้กินก็กลับกลายเป็นไฟเผาริมฝีปากจนพอง ด้วยความกตัญญูและสงสารมารดา มู่เหลียนจึงขอยมบาลว่าขอรับโทษแทนมารดา และยมบาลก็ตกลงตามคำขอของเขา

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

แต่ก่อนที่มู่เหลียนจะถูกนำตัวไปรับโทษนั้น พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาโปรดไว้ได้ทัน และได้มอบคัมภีร์หยีวหลานเผิน ให้มู่เหลียนสวดเพื่อเรียกเทพทั้งหลายมาช่วยมารดาให้พ้นโทษ โดยต้องสวดคัมภีร์นี้และถวายอาหารในวันที่ประตูนรกเปิดทุกปี นับแต่นั้นมาชาวจีนจึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยนำอาหารไปวางไว้หน้าบ้าน หรือตามทางแยก เพื่อเซ่นไหว้วิญญาณเร่ร่อน และเผากระดาษเงินกระดาษทองในวันสารทจีน  

ด้านอาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน ให้ความรู้ว่า ‘วันสารทจีน’ ก็เหมือนวัน ‘ฮาโลวีน’ ของฝรั่งนั่นเอง แต่ประตูนรกของฝรั่งจะเปิดแค่วันเดียว ส่วนประตูนรกของคนจีนจะเปิดทั้งเดือน คือ 15 ค่ำเดือน 7 โดยเดือนสิงหาคมนี้ประตูนรกจะเปิดไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม จากนั้นวันที่ 1 กันยายน นรกจะปิดประตูทันที และพร้อมไหว้พระจันทร์ต่อในวันที่ 15 กันยายน

“ช่วงที่ประตูนรกเปิดผีจะออกมาเยอะมาก ช่วงนี้คนโบราณมักไม่จัดงานมงคล ไม่ว่างานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ และมีผีจำพวกหนึ่งที่หมดกรรมก็จะเดินทางไปเกิด เราต้องหาเสบียงให้เขาไปด้วย จึงเกิดประเพณีการเทกระจาด ซึ่งเป็นการส่งผีให้เดินทางนั่นเอง”

สิ่งของและอาหารที่ใช้เซ่นไหว้

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ประเทศจีนนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ธรรมเนียมปฏิบัติในแต่ละท้องถิ่นจึงแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปคนจีนแผ่นดินใหญ่ไหว้สารทจีนด้วยผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล กล้วย หรือผลไม้ที่บรรพบุรุษชอบ และขนม 5 อย่าง หน้าตาคล้ายขนมเปี๊ยะ ซึ่งทำมาจากข้าว แป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก (ไม่มีขนมเข่งและขนมเทียนแบบเมืองไทย) บางท้องถิ่นเซ่นไว้บรรพบุรุษด้วยเหล้าขาวด้วย 

สอบถามจากเพื่อนชาวเมืองเทียนจินได้ความว่า สำหรับคนจีนทางภาคเหนือ นอกจากอาหารคาวหวานและผลไม้แล้ว ยังมีเสื้อผ้ากันหนาวเพื่อให้บรรพบุรุษมีเสื้อผ้าใส่ในฤดูหนาวอีกด้วย โดยนำเครื่องเซ่นไหว้ไปวางไว้หน้าป้ายชื่อหรือรูปของบรรพบุรุษ เมื่อพิธีไหว้เสร็จสิ้นแล้วลูกหลานก็นำอาหารเหล่านี้มากินเช่นเดียวกับคนไทยเชื้อสายจีน

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ส่วนการเผากระดาษเงินกระดาษทองโดยทั่วไปนิยมออกมาทำกันตามสี่แยก โดยเผาในถังโลหะขนาดใหญ่ คนที่อยู่บ้านตัวเอง เผากระดาษเงินกระดาษทองให้บรรพบุรุษนำไปใช้ในโลกวิญญาณ ส่วนคนที่ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เผากระดาษเงินกระดาษทองให้วิญญาณเร่ร่อน เหตุที่ต้องเผากระดาษเงินกระดาษทองบริเวณสี่แยกเพราะทำเลดี เดินทางสะดวกทั้ง 4 ทิศ วิญญาณผู้ล่วงลับจึงมารับของเซ่นไหว้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันการเผากระดาษเงินกระดาษทองของคนจีนแผ่นดินใหญ่นั้นลดน้อยลงไปมาก โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงปักกิ่งและหัวเมืองใหญ่ เนื่องจากปัญหาด้านมลพิษทางอากาศ

ลอยประทีป…จากคนเป็นถึงคนตาย

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

การลอยประทีปดอกบัว หรือ ‘เหอฮวาเติง’ ในแม่น้ำ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในวันสารทจีนของบางท้องถิ่นของประเทศจีน โดยจุดเทียนไว้กลางดอกบัวหรือกระดาษที่พับเป็นรูปดอกบัวแล้วปล่อยให้ลอยไปตามสายน้ำ ธรรมเนียมปฏิบัตินี้เกี่ยวเนื่องกับหลักความเชื่อเรื่อง ‘ยิน-หยาง’ ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังแห่งจักรวาล 2 ด้าน หรือ 2 สิ่งที่ตรงข้ามกันในธรรมชาติคือ สีดำคือยิน หมายถึงดวงจันทร์ สีขาวคือหยาง หมายถึงดวงอาทิตย์ 

ชาวจีนมีคำกล่าวว่า มนุษย์คือ ‘หยาง’ วิญญาณคือ ‘ยิน’ ดินคือ ‘หยาง’ น้ำคือ ‘ยิน’ การปล่อยโคมในแม่น้ำในวันสารทจีนก็เพื่อให้สายน้ำช่วยนำพาความระลึกถึงจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ไปถึงผู้ล่วงลับ ทั้งยังเชื่อกันว่าโคมไฟที่ไหลไปตามสายน้ำจะช่วยนำทางดวงวิญญาณที่เพิ่งพ้นจากอบายภูมิให้ได้เห็นภพภูมิที่จะไปเกิดใหม่ 

สารทจีนในไทย

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

คนไทยเชื้อสายจีนนิยมไหว้สารทจีนด้วยอาหารคาวหวาน อาทิ หมู เป็ด ไก่ ขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมปุยฝ้าย ขนมเปี๊ยะ ผลไม้ น้ำชาหรือเหล้า โดยนิยมทำพิธีไหว้เจ้าที่ในตอนเช้า ไหว้บรรพบุรุษในตอนสาย ไหว้ผีหรือวิญญาณพเนจรในตอนบ่าย และมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองเช่นเดียวกัน 

ของไหว้เจ้าที่ในตอนเช้า ประกอบด้วยอาหารคาวหวาน ขนมถ้วยฟู กุยช่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง ซึ่งต้องมีสีแดงแต้มเป็นจุดไว้ตรงกลางเพื่อความเป็นสิริมงคล ผลไม้ 3 หรือ 5 ชนิด ชาหรือเหล้าจีน และกระดาษเงินกระดาษทอง 

ของไหว้บรรพบุรุษในตอนสาย ประกอบด้วยของไหว้คล้ายกับที่ใช้ไหว้เจ้าที่ แต่เพิ่มเติมคืออาหารที่บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียมคือต้องมีน้ำแกงหรือขนมน้ำใสๆ วางข้างชามข้าวและน้ำชา และอาหารที่ทำจากผักมงคล เช่น ต้มจับฉ่าย แกงจืดผักกาดขาว ผัดดอกกุยช่าย เป็นต้น โดยจัดอาหารเป็นสำรับจำนวนชุดตามจำนวนบรรพบุรุษ นอกจากนี้ยังเผากระดาษเงินกระดาษทอง ใบเบิกทาง และเสื้อผ้าชุดใหม่ไปให้บรรพบุรุษด้วย บางท้องถิ่นไหว้ที่บ้าน แต่บางท้องถิ่นไปเซ่นไหว้ที่สุสานของบรรพบุรุษ

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ส่วนของไหว้ผีหรือวิญญาณพเนจรในตอนบ่าย ประกอบด้วยอาหารคาวหวานตามต้องการ โดยจะต้องไหว้นอกบ้าน นอกจากเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้วิญญาณพเนจรแล้ว ยังเพื่อขอให้วิญญาณเหล่านั้นช่วยให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย 

ตามธรรมเนียมแล้ว หลังเสร็จพิธีลูกหลานจะต้องกินอาหารเซ่นไหว้บรรพบุรุษให้หมด ห้ามแบ่งคนอื่น ส่วนของที่ไหว้วิญญาณพเนจรนั้นนิยมแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านกิน ถือว่านอกจากเป็นการทำบุญให้ผีไร้ญาติแล้วยังเป็นการทำทานด้วย 

แม้จะแตกต่างกันบ้างในส่วนของรายละเอียด แต่โดยรวมแล้ว ธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ในเทศกาลสารทจีน ล้วนแล้วตั้งอยู่บนหลักของความกตัญญูกตเวที และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั่นเอง

คนไทยก็มีสารท

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

สารท มีความหมายว่า เทศกาลทำบุญในวันสิ้นเดือนสิบ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบของทุกปี ซึ่งในวันสารท จะมีการนำพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เก็บเกี่ยวมาปรุงเป็นข้าวทิพย์ และข้าวมธุปายาสถวายพระสงฆ์ ‘สารท’ เป็นคำอินเดีย หมายถึง ‘ฤดู’ ประชาชนจึงรู้สึกยินดี และถือเป็นเทศกาลแห่งความรื่นเริง จึงมักทำพิธีตามความเชื่อ

วันสารทของประเทศไทยตามความเชื่อของคนโบราณ เมื่อเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารในคราวแรกแล้ว พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เก็บเกี่ยวได้ในครั้งแรก จะนำไปบวงสรวง เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือจะช่วยให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิตและสวนไร่นาของตน เป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหาร ซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายฤดูฝนเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูหนาว

‘ผลแรกได้’ คือการนำพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ครั้งแรกไปสังเวยหรือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เพื่อความเป็นสิริมงคล และแสดงความเคารพที่ท่านช่วยบันดาลให้พืชพันธุ์ธัญหารอุดมสมบูรณ์จนเก็บเกี่ยวได้ อาจมีพิธีต้มข้าวกับน้ำนมทำเป็นขนม เรียกว่า ข้าวทิพย์ข้าวปายาสถวายพระคเณศ ซึ่งจะทำบุญวันสารทนี้ในวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งมีการถวายข้าวมธุปายาสถวายพระสงฆ์ ของทุกปี

สารทจีนแท้ๆ vs สารทจีนไทยๆ,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ศาสนาพราหมณ์เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย คนไทยจึงรับประเพณีนี้มา ทำให้ประเทศไทยมีประเพณีการทำบุญวันสารทเป็นพิธีกรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประเพณีบุญเดือนสิบ หรือที่คนใต้โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียก ‘งานสารทเดือนสิบ’ เกิดขึ้นจากความเชื่อในขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม สืบทอดแนวคิดจากอินเดียที่ว่า บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วยังต้องใช้เวรกรรมอยู่ในยมโลก และจะกลับมาเยี่ยมญาติหรือครอบครัวของตนในช่วงแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ถึงแรม 15 ค่ำ ซึ่งทำให้เกิดมีการทำบุญทำทานอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว 

ประเพณีบุญเดือนสิบนี้ไม่ได้มีขึ้นเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือจังหวัดทางภาคใต้เท่านั้น แต่ยังมีทำกันในจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคอีสานอีกด้วย และจะมีชื่อเรียกต่างกัน ในภาคอีสานจะเรียกว่า งานบุญข้าวสาก และงานบุญตานก๋วยสลาก