เรื่องเด่น

สู้ตาย!!…นายกระจับ ซีรีส์เรียกเสียงหัวเราะ

Published 24 ก.ค. 2019

By สุชา

สู้ตาย!!…นายกระจับ ซีรีส์เรียกเสียงหัวเราะ

โลกละครวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ว่าคือการปรับตัวของวิถีคนละครให้เข้าใกล้แบบแนบชิดกับคนดูง่ายดายขึ้น 

จากละครบอกบทสมัยช่อง 4 บางขุนพรหม ถึงละครโทรทัศน์อย่างที่เราคุ้นชิน จนวันนี้…เดินสู่ซีรีส์ที่ดูได้ผ่านแอปพลิเคชัน นี่ล้วนคือพลวัตของวงการละครที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง 

เดี๋ยวก่อน…เราไม่ได้มีนัดกับ มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, อาย-กมลเนตร เรืองศรี และ ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม สามนักแสดงนำจากซีรีส์ ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ เพื่อจะถกเรื่องการเคลื่อนอะไรนั่นหรอก

แต่พวกเขาถือเป็นหนึ่งในฟันเฟือง ผ่านซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้ล่าสุดของ ‘LINE TV Originals’ ที่ทำร่วมกับ ‘ภาพดีทวีสุข’ ให้เราได้ชมผลงานแสดงของทั้งสามผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ได้ทุกที่ทุกเวลา ประเดิมอีพีแรกวันนี้ (กำหนดฉายทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น.)

กับเรื่องราวของหนุ่มห่วย ที่ต้องมาต่อยมวยด้วยความจำใจ และความบรรลัยมาบังเกิด เมื่อเขาดันบังเอิญไปใส่กระจับเก่าของนักมวยอันหนึ่ง ปรากฏว่ามันมีผีสิง 

ทางเดียวที่จะรอดจากคำสาป นั่นคือการต้องต่อยมวยแบบ…สู้ตาย! ตายไปพร้อมเสียงหัวเราะ


 มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล,Rabbit Today

จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล

Q: อยากรู้ความสุขในการทำงานของมาร์ชวันนี้ครับ

A: ผมเพิ่งมารู้ตัวเองจริงๆ หลังจากเข้าวงการมานาน 7-8 ปีแล้ว แต่เพิ่งเรียนจบ (ปริญญาตรี ภาควิชาการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และยึดงานวงการบันเทิงเป็นอาชีพหลัก รู้สึกทำแล้วมีความสุข มีความสุขที่เราได้แสดงเป็นตัวละคร 
ก่อนรับบท เราจะอ่านบท วิเคราะห์ตัวละคร ซึ่งถ้ามันคลิก เราจะรู้สึกเข้าใจเขา พอเราเข้าใจปุ๊บก็จะถ่ายทอดออกมาด้วยความสุข ผมอยากให้คนดูเข้าใจตัวละคนตัวนี้เหมือนที่ตัวเองเข้าใจ

Q: 7-8 ปีที่ผ่านมา คุณค่อนข้างได้รับบทหลากหลาย เคยตั้งข้อสังเกตไหมว่า ได้บทคอมเมดี้หรือดราม่ามากกว่ากัน

A: ช่วงหลังๆ เพิ่งจะมีคอมเมดี้มากกว่าครับ หลังจากรับเล่นซิตคอม ‘สุภาพบุรุษสุดซอย’ ก็จะมีบทคอมเมดี้มาให้เลือกเล่นมากขึ้น และอย่างซีรีส์เรื่อง ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ นี่คือคอมเมดี้แบบเต็มตัว

Q: ยากหรือง่ายกับการเป็นนักแสดงวัยรุ่น ที่ต้องก้าวข้ามมารับบทเป็นผู้ใหญ่ เหมือนคุณวนเวียนอยู่ในจังหวะกำลังจะๆ ก้าวข้ามจุดๆ นี้ อยู่ตลอดเวลา

A: มองว่าตัวเองอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนมากกว่า คือเมื่อ 2 ปีก่อน เคยคิดว่าเรื่องเนี้ย เราคงได้เล่นบทเป็นเด็กมัธยมเรื่องสุดท้ายแล้ว บอกกับตัวเองว่า หลังจากนี้กูคงไม่ได้เล่นบทนี้แล้วละ แต่สุดท้ายมันก็ยังมีบทมัธยมเข้ามา แล้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจ

ความจริง…ด้วยวัยมันไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจเท่าไร ถามว่าเพราะหน้าตายังเป็นเด็กมัธยมได้ไหม…นี่คงต้องให้ผู้กำกับฯ มอง แต่สำหรับตัวผม จะมองว่าบทมันน่าสนใจไหมมากกว่า

Q: การต้องกลับไปใส่ชุดนักเรียนมัธยมอีกครั้ง คุณรู้สึกเคอะเขินบ้างไหม

A: (ตอบทันที) ไม่เขินนะครับ ได้อยู่ ไม่รู้สินะ ปีนี้ก็มีเรื่องหนึ่งให้ผมเล่นเป็นเด็กไฮสคูล เรียน ม.6 เพิ่งจบ ก็ยังได้อยู่

Q: เท่ากับยังไม่ก้าวข้ามบทวัยรุ่นสักที คิดไหมว่าจะยุติบทเด็กมัธยมเมื่อไร

A: ผมว่ามันพูดยากน่ะ บางทีก็ต้องดูบทที่เข้ามาด้วย ที่ผ่านมาอาจยังไม่มีบทผู้ใหญ่ที่ถูกใจเข้ามา หรือผู้กำกับฯ เขาอาจจะยังเห็นว่าเราเล่นเป็นเด็กมัธยม หรือเด็กมหาวิทยาลัยได้อยู่ 

สู้ตาย!! นายกระจับ,Rabbit Today

Q: ล่าสุดกับบทบาท ‘โน้ต’ ใน ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ นี้ล่ะ บทท้าทายการแสดงของคุณตรงไหน

A: หนึ่ง คือเป็นคอมเมดี้ และตัวละครอื่นๆ ก็เต็มไปด้วยนักแสดงสุดยอดทางตลกอยู่แล้ว  โดยคาแร็กเตอร์ของเราเป็นเหมือนตัวเดินเรื่องที่เขาต้องไปโดนผีสิง ไอ้การที่ผีสิงนี่ละ ปกติเขาจะสิงทั้งร่างแบบทั่วไป แต่เรื่องนี้แปลกที่มันสิงแค่ครึ่งท่อนล่าง เพราะเราได้ไปใส่กระจับอันหนึ่งซึ่งมีวิญญาณติดอยู่ ปริศนาของเราก็คือ เราถอดกระจับออกไม่ได้ จะฉี่ก็ฉี่ไม่ได้ เราต้องพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมกระจับอันนี้ถึงมาอยู่ติดกับเรา

Q: ก่อนหน้านี้เคยใส่กระจับไหม

A: ไม่เคยครับ มันเป็นของนักมวย และกระจับในเรื่องนี้เป็นกระจับรุ่นเก่าด้วย เป็นของนักมวยโบราณ 

Q: ด้วยความเป็นกระจับที่ต้องใส่กับท่อนล่าง หลับตาคิดอย่างไรก็คงหนีไม่พ้นความทะเล้น 

A: มันจะมีความสยิวกิ้วนิดหนึ่งตรงที่ตัวกระจับเขามีประวัติกับตัวละครในเรื่อง มีความรัก ซึ่งบางทีผมไม่ได้ไปรู้สึกอะไรกับกระจับด้วยหรอก แต่กระจับเขาจะมีช่วงที่นึกขึ้นมาได้ และอยากพลอดรักกับตัวละครอื่น ซึ่งผมต้องยืนนิ่งๆ ให้เขาพลอดรักกับตัวละครอื่นไป ท่าทางก็จะแปลกๆ หน่อย ต้องรอดูซีนนี้

Q: ท้าทายไหม ซีนที่ว่า

A: ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ยืนนิ่งๆ ให้เขาพลอดรัก และเราก็แค่กระดิกๆ อะไรนิดหน่อย คือเหมือนเล่นเป็นสองตัวละคร ผมว่ายากสุดคือตรงที่เราต้องโต้ตอบกับครึ่งท่อนล่างมากกว่า เหมือนการคุยกันระหว่างท่อนบนซึ่งเป็นตัวเรา กับท่อนล่างที่เป็นกระจับ ที่ต้องสื่อสารกัน ยากครับ…ยาก (ย้ำ) ต้องเวิร์กช็อป บางทีขาจะเดินไปทางขวา แต่ไม่บอกเรา หรือขาจะวิ่ง ก็ไม่บอก อะไรทำนองนี้ ต้องแยกประสาทเล่น

Q: ได้ร่วมงานกับปิงปอง และกับอาย ทั้งคู่เป็นอย่างไรบ้าง

A: กับปิงปองคือสนิทกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยร่วมงานการแสดงแบบจริงจัง เขาเป็นคนใส่เต็มทุกคัตอยู่แล้ว ส่วนอายก็น่ารักครับ มีความเป็นแบบฉบับของเขาอยู่ คือการโปรยเสน่ห์ออกมาจากตัวละคร

Q: ฝากผลงาน ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ กับคนอ่าน Rabbit Today สักหน่อยสิ

A: ฝากด้วยนะครับ สำหรับไลน์ทีวีออริจินัล ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ เป็นอีกผลงานหนึ่งที่ผมตั้งใจมากๆ เป็นบทบาทแบบที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อน และปีนี้ผมว่าเทรนด์มวยกำลังมา คนดังหลายๆ คน ให้ความสนใจกีฬามวย มีรายการ มีกระแสเกี่ยวกับการชกมวย และ กีฬามวยไทยก็เป็นอกลักษณ์ของชาติ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ‘มวยไทย’ ผมว่าซีรีส์เรื่องนี้จะให้ทั้งความรู้ด้านกีฬามวย ความสนุกของเนื้อเรื่อง ได้คลายเครียดจากตัวละครที่ถ่ายทอดออกไป รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ 

ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม,Rabbit Today

ธงชัย ทองกันทม

Q: ปิงปองรู้ตัวไหมว่าตัวเองเป็นคนที่มีบุคลิกน่ารักและฮามาก

A: พี่เข้าใจคำว่า ‘น่ารัก’ กับคำว่า ‘ตอแหล’ ไหมคะ สองคำนี้มีความสมานกัน แต่หนูว่าตัวเองมีทั้งความตอแหลและน่ารัก หนูเอาขาข้างหนึ่งแหย่ๆ ไปทางน่ารัก เพื่อให้คนงงว่านี่มันน่ารักหรือตอแหล 

ครั้นพอเอาขาเข้าไปในความน่ารักมากๆ ปุ๊บ แต่ขาอีกข้างหนึ่งหรือจริงๆ คือทั้งตัวเลยแหละ มันแช่อยู่ที่ความตอแหล มันก็เลย…งงอะดิ…ว่าน่ารักหรือตอแหล ถ้าคนที่ผ่านโลกมาเยอะก็จะมองว่าตอแหล แต่ถ้าคนที่สบายๆ ชิลล์ๆ เขาจะคิดว่าน่ารัก เหมือนหนูกำลังทำให้เขางงๆ อะ

Q: เป็นเรื่องน่าเชื่อได้ เพราะเคยเห็นคุณเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสองอยู่ที่ตลาดรถไฟก่อนหน้านี้ กับลีลาเรียกลูกค้า การขายของที่…(คนสัมภาษณ์ไม่กล้าเอ่ยคำว่า ‘ตอแหล’)

A: ใช่ (ตอบทันที) หนูบอกเลย ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าหรือเป็นคนวงการบันเทิง ตอนขายเสื้อผ้านี่ เสื้อผ้าของหนูที่ขายไม่ได้มีคุณภาพ แต่เราเน้นตอแหลลูกค้า หลอกว่าเสื้อตัวนี้มันวิเศษวิโศ เพื่อหลอกเอาเงินเขามา 

แล้วพอเรามาอยู่ในวงการบันเทิง เราทำเหมือนกันเลย เหมือนเรามีคุณภาพ แต่จริงๆ น่ะ…เราตอแหล ประจบประแจงผู้กำกับฯ ผู้จัดฯ สุดท้ายแล้วเราก็อยู่ในวงการบันเทิงได้ด้วยความ…(เว้นจังหวะ และหันหน้ามาทางคนสัมภาษณ์ กึ่งๆ บังคับให้ต้องตอบ)

Q: ตอแหล (หัวเราะ)

A: ถูกต้อง (ปรบมือให้) 

Q: ไม่จริงหรอก ที่ปิงปองเป็นนักแสดงได้และเป็นได้ดี ก็เพราะมีความเป็นอาร์ติสต์--เดาว่างั้นนะครับ เพราะอย่างน้อยคือรู้มาว่าคุณเป็นคนทำงานคราฟต์ เย็บปักถักร้อยได้

A: ใช่…งานคราฟต์ งานด้นสด ตอนที่หนูขายเสื้อผ้า ก็สามารถเอากรรไกรมาด้นสด ตัดสดโน่นนี่ให้ดูว้าว! คุณทำได้ยังไง ตอนอยู่วงการบันเทิง ถ่ายละครก็เหมือนกัน เราไม่ต้องอ่านบท แต่มาอ่านเอาหน้าเซต แล้วหูย…คุณเล่นได้ยังไง เพราะเรามีความอะไร…(หันมาถามกึ่งบังคับให้คนสัมภาษณ์ตอบอีกครั้ง)

Q: ตอแหล

A: (หัวเราะชอบใจ) นี่คือ…เขาเรียกว่าอินเนอร์ ที่เราคีบเอาไว้ เลยคิดว่าเราไม่ต้องมีความสามารถมากก็ได้ แต่เราต้อง…ตอแหล 

Q: นี่กำลังพูดถ่อมตัวอยู่ใช่ไหม เพราะทุกครั้งที่คุณให้สัมภาษณ์ ในเรื่องการแสดง ปิงปองมักจะให้เครดิตคุณครูที่สอนเสมอ

A: (เสียงจริงจังขึ้นมานิดนึง) ก็จริงนะ หนูไม่ได้มีทักษะด้านการแสดงเลย ที่เรียนจบมาก็แฟชั่น คนเรียนแฟชั่นนี่มีองค์ ไม่ว่าจะการแต่งกาย การกล้าเดิน การขมิบ กะพริบตาเป็นยังไง เขาเรียกองค์คนเรียนแฟชั่น หรือเด็กแพทย์แผนไทย การเยื้องย่าง การนวยนาดก็จะเป็นอีกแบบ คนเรียนการโรงแรม ก็ดูรู้จากการเทกแคร์คนอื่น

Q: เป็นคนช่างสังเกตผู้คน

A: ใช่ และยิ่งพวกเด็กนิเทศฯ นี่นะ โดยเฉพาะคนที่เรียนการแสดง มักจะมีองค์ของความเชื่อ…ขอให้เชื่อ…ขอให้มั่นใจ เราเลยอยากรู้มากเลยว่าในสายที่เรียนพวกเขาทำอะไรกันวะ  

ยอมรับว่าตัวเองมีในใจลึกๆ ว่าอยากเป็นดารา เราเห็นนก-สินจัย สมัยเด็กๆ เราก็ขมิบๆ ตาม เห็นแอน-ทองประสม เราก็ลองตบหน้าตัวเองแล้วก็ร้องกรี๊ด เห็นน้ำผึ้ง-ณัฐริกา กรีดหน้าตัวเอง เราก็กรีดแล้วร้องอ้าย…ทำตามเขา เลยอยากรู้ว่าพวกเรียนการแสดงเขาเรียนอะไรกัน 

วันหนึ่งพอเราเข้ามาได้แล้ว เจอคุณครูที่เขาสอนเหมือนที่พวกเด็กการแสดงเรียนกัน ได้รู้ว่า อ๋อ…การทำตนให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับทักษะการแสดง ทักษะของอาชีพนี้มันเป็นยัง พอรู้แล้วก็เริ่ดนะ ครูเงาะ (รสสุคนธ์ กองเกตุ) สอนแบบไหน หรือใครสอนแบบไหน เออ…เราจดจำไว้ตลอด

ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม,Rabbit Today

Q: กับบทบาทในการแสดงซีรีส์เรื่องนี้ล่ะ

A: รับบทเป็น ‘ขนมต้ม’ ชื่อก็คือบอกอยู่แล้วว่า พ่อหมายมั่นปั้นมือให้เรามีความเป็นนายขนมต้ม ขาดแค่แม่ช่อมะขาม ซึ่งมะขามของเราไม่ได้เป็นคนงามของบ้านป่าโมก มะขามของเราคือของแข็งเหมือนมะขามเพชรบุรี ที่มีความแข็ง ความโค้ง หักแล้วดังกรึบกรับ เป็นลำๆ นี่คือช่อมะขามในเวอร์ชั่นของเรา

พอรู้ตัวก็เลยตัดสินใจไปบอกพ่อว่า…บ่ได้เด้อ อยากเป็นเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นนักมวย แต่อยากเป็นตุ๊ด อยากมีอิสรเสรี อยากผันตัวมาอยู่เบื้องหลัง คอยสอนคอยเทรนนักมวยแทนได้ไหม ถ้าจะให้เป็นนักมวย หนูคงทนความเจ็บปวดแบบผู้ชายแมนๆ บ่ได้

Q: ตอนได้รับบทนี้ตกใจไหม ที่เขาเลือกให้เรามาเป็นนักมวย

A: ไม่เลย เพราะเราเห็นแคสต์ เห็นบท รู้จักทีมทำบท รู้ผู้กำกับฯ รู้ทีมนักแสดง เราแฮปปี้ เพราะแต่ละคนที่แคสต์มาดูหน่วยก้านแล้วเชื่อมั่นว่าต้องเริ่ด หนูรู้เลยว่าซีรีส์เรื่องนี้ หนึ่ง คุณภาพคือแน่น บทคือเลิศ ทีมแสดงคือปัง ไหน…เราต้องเล่นเป็นตัวอะไร เขาทำอะไรกันยังไงบ้าง

ในบทมีบอกว่าต้องเป็นนักมวย และเคยเป็นแชมป์ตอนเยาวชน เฮ้ย! แปลว่าตัวละครนี้พอโตขึ้นถึงจะเป็นตุ๊ดก็ยังต้องเตะต่อยเป็น จะมาตั้งการ์ดมั่วๆ ซั่วๆ บ่ได้เด้อ ก็เลยต้องมีไปเรียนชกมวยจริงๆ ได้ไปเรียนกับคุณครูสอนมวย เขาสอนแบบเอาจริงเอาจัง ไม่มีออมมือให้ คุณขา…ดิฉันต้องโดนเตะโดนต่อยเหมือนที่ขึ้นสังเวียนจริง ลงเรียนไว้ 10 ชั่วโมง แต่เรียนได้แค่ 2 ชั่วโมง พอชั่วโมงที่ 3 ครู…หนูป่วย (ทำเสียงไอค่อกไอแค่กประกอบ) วันนี้หนู (ไอต่อเนื่อง)…ตอแหล กลับไปตั้งต้นที่เรื่องเดิม

Q: แล้วชอบไหม

A: ความตอแหลน่ะเหรอ ชอบมากเลย

Q: ไม่ใช่ครับ…ชอบไหมชกมวยน่ะ

A: พอเรามั่นใจ เราชัวร์ ก็…คุณครูขาพักนิด หนูได้แล้วค่ะ คือไม่ต้องให้รู้ขนาดนั้นหรอก...เหนื่อย เอาแค่พื้นฐานพอ อย่างท่าตั้งการ์ด ท่าเตะ คุณครูก็จะบอก ฉันรู้ๆ

Q: กับพระเอกอย่างมาร์ช เคยร่วมงานกันมาก่อนใช่ไหม

A: เคยทำรายการ ‘ปลวกขึ้นบ้าน’ ด้วยกันเมื่อสองถึงสามปีที่แล้ว แล้วหนูกับมาร์ชเราอยู่ในการดูแลเดียวกัน (ค่ายเดียวกัน) คือเป็นครอบครัวเดียวกันมาตลอด แต่ถ้าเป็นผลงานซีรีส์ที่ร่วมงานละครด้วยกันนี่ยังไม่เคยร่วมงานกับมาร์ช

Q: ทั้งคู่เข้าขากันดีไหม

A: หนูรู้อยู่แล้วว่ามาร์ชเป็นคนยังไง เขาเอาจริงเอาจังและตั้งใจ การรับบทเป็นนักมวยครั้งนี้ทำให้ได้เห็นมาร์ชเปลี่ยนไป บางคนที่เคยติดภาพมาร์ชจาก ‘ฮอร์โมน…วัยว้าวุ่น’ หรือมาร์ชจากหนัง จากละครเรื่องใดๆ ขอให้เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ เพราะเรื่องนี้. มาร์ช ‘นม’ ดีมากเธอ อื้อหือ…ตั้งยอด คือเหมือนจะมีความอวบอูมนะ แต่ในจังหวะที่มันควบเกร็ง ดูรู้ว่ามันคือนักมวยน่ะ นมเนิม องศา มันเชิดขึ้น บางอย่างที่เราต้องย่อ ต้องเช็ดเหงื่อ บางทีลิ้นเราเนี่ย องศาได้กับนมเลย เราต้องกลั้นใจแล้วยกตัวขึ้น เพื่อไม่ให้ปากตรงกับนมมัน…นึกออกไหม

Q: คิดลึกอะไรกับมาร์ชขนาดนั้นเลยหรือ

A: ไม่ได้คิด (ปฏิเสธ แต่สายตามันฟ้องว่าคิดแน่นอน) คือ…นึกออกไหม มันดึงดูดพลังจักรวาล หัวนมมันมาพอดีกับลิ้นเรา

Q: ที่บอกไม่ได้คิดนี่ ‘ตอแหล’ ใช่ไหม

A: (หัวเราะสนุก) ไม่ได้คิดจริงๆ นี่ตั้งปณิธานเลยว่า สเปกเราต้องไม่ใช่คนหล่อ สเปกเราเป็นปุถุชนคนธรรมดา คนลวกก๋วยเตี๋ยว คนเขียงหมูบางกะปิ ฯลฯ สมภารต้องไม่กินไก่วัด แต่ถ้าลิ้นตวัด อย่าสู้นะจ๊ะ อ๊ะ…อ่า…อย่าสู้นะจ๊ะ (ย้ำ)

อาย-กมลเนตร เรืองศรี,Rabbit Today

กมลเนตร เรืองศรี

Q: ถามตรงๆ เคยหลุดบ้างไหมเวลาเข้าฉากหรือเวิร์กช็อปกับปิงปอง

A: อื้อหือ…อย่าให้หนูพูด แล้วหนูเป็นคนที่หลุดง่าย…หยุดยาก คือมันตลกน่ะ มีแต่ความตลกเท่านั้นเลย

Q: จากซีรีส์เรื่อง ‘Notification เตือนนัก…รักซะเลย’ ที่คุณได้ร่วมงานกับ ‘ภาพดีทวีสุข’  นี่เป็นซีรีส์เรื่องที่สองต่อเนื่องใช่ไหมที่ช่อง 3 อนุญาตให้มาเล่น

A: ใช่ค่ะ เป็นความใจดีของผู้ใหญ่ และเป็นโอกาสที่ดีของหนูด้วยค่ะ ก่อนหน้านี้เคยมีที่ Line TV Original ติดต่อไป แต่ไม่ใช่ของ ‘ภาพดีทวีสุข’ ผู้ใหญ่ของช่องก็ยังไม่ให้

Q: การได้ร่วมงานกับผู้จัดละครค่ายอื่นที่ไม่ใช่ของช่อง 3 ประสบการณ์ที่ได้รับเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

A: กับทาง ‘ภาพดีฯ’ ใช่ไหมคะ ต้องบอกก่อนว่า ตอนนั้นด้วยความที่อันเดอร์จากทางช่อง 3 ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ทำงานกับ ‘ภาพดีฯ’ หนูชอบมาก รักมาก มารู้ตัวเองว่าชอบซีรีส์มากๆ ชอบพี่โอ (ปัฏฐา ทองปาน--ผู้กำกับฯ) ชอบทีมงาน ‘ภาพดีฯ’ คือชอบทีมนี้ จนมาถึงซีรีส์ ‘สู้ตาย!! ตายกระจับ’ ซึ่งเป็นทีมงานเดิมสัก 95% ได้ ยิ่งชอบมาd

ด้วยวิธีการนำเสนอของซีรีส์มันต่างจากละคร การเล่าเรื่อง ไดอะล็อก หรือคาแร็กเตอร์ตัวละครที่ไม่ใช่แบบละครจ๋า มีความก้ำกึ่งระหว่างละครกับหนัง ซึ่งหนูมองว่าตรงนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้รับโอกาสเล่นซีรีส์ ‘Notification’ ตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้ได้เรียนรู้

ส่วนตัวหนูเป็นคนชอบทำงานอะไรที่หลากหลาย แตกต่างกันไป ด้วยความที่งานเราอาจไม่ได้เป็นงานที่ไนน์ทูไฟว์ เข้างาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น แต่วิธีการทำงานคือถ้าเราเล่นละครเหมือนเดิม นานๆ ไปก็อาจจะเดาทางได้ ดังนั้น ถ้าเราได้มีโอกาสทำงานที่หลากหลาย ซึ่งวงการบันเทิงก็มีอะไรที่หลากหลายมาก หนูค่อนข้างรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานหลากหลายค่ะ

Q: ที่ผ่านมาได้เล่นบทคอมเมดี้บ่อยไหม

A: จริงๆ ‘Notification’ เป็นเรื่องแรก แต่ยังไม่คอมเมดี้เท่าเรื่องนี้ เรื่องนี้หนูพูดได้เต็มปากว่าคอมเมดี้แบบมากจริงๆ ตั้งแต่อ่านบทก็ขำเลย สามารถจินตนาการได้ว่าขนมต้มคือใคร ทองดี ดีดี้ หรือพ่อเราคือใคร มันเห็นภาพตั้งแต่ตอนที่อ่านบทแล้ว และพอมาถ่ายทำก็คือ พังมาก (เว้นจังหวะนิดหนึ่งให้คนฟังสงสัย) หนูนี่ละค่ะ…พังมาก เพราะมันขำจริงๆ และกลายเป็นงานที่ใหม่มากสำหรับหนู ที่จะต้องควบคุมตัวเองให้อยู่ในซีนนั้นๆ ได้โดยไม่หลุดหัวเราะมากไปกว่านี้

Q: ทำไมถึงบอกว่าตัวเองหลุดง่าย แล้วหยุดยาก

A: ตอนถ่าย ‘Notification’ กับพี่โอ มันมีช็อตหนึ่งที่หนูหลุด หลุดขนาดที่ต้องพักกองฯ  เพื่อให้หนูไปหัวเราะ เพราะกลับเข้ามาหนูก็ยังหัวเราะซ้ำๆ อยู่ที่เดิม เราขำน่ะ แต่ก็กังวลด้วย เพราะรู้สึกเป็นตัวถ่วง แต่ทำไงดี มันขำ ก็เลยมีการพักกองฯ ให้ขำจนเสร็จก่อน

สู้ตาย!! นายกระจับ,Rabbit Today

Q: บทคอมเมดี้ที่ได้รับนั้นแตกต่างจากบทชีวิตหนักๆ อย่าง ‘บุญเจิม’ ใน ‘ลูกทาส’

A: นี่เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในอาชีพนักแสดง ทุกครั้งที่เล่นละคร ตีบทในเรื่องนี้ไปแล้วปุ๊บ คนดูชอบ จำเราได้ปุ๊บ แล้วพอรับเล่นเรื่องต่อไป จะทำยังไงให้เขาเชื่อในตัวละครที่แตกต่างหรือคล้ายจากเดิม

สำหรับหนูมีความยากอย่างหนึ่ง คือตอนที่เล่นเป็น ‘บุญเจิม’ ใน ‘ลูกทาส’ จบไปแล้ว หนูยังได้เล่นเป็น ‘อีบัว’ ใน ‘ชาติพยัคฆ์’ ซึ่งคาแร็กเตอร์คล้ายกัน โมทิเวชั่นของตัวละครคล้ายกัน บริบทคล้ายกัน ความยากคือหนูจะทำยังไงให้คนจำได้ในฐานะ ‘อีบัว’ และจำได้มากกว่า ‘บุญเจิม’ ซึ่งนั่นเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่หนูกับพี่นก-ฉัตรชัย จะต้องมานั่งทำการบ้านกัน แต่ก็เป็นความสนุกและท้ายทาย นี่คือพูดถึงบทที่ใกล้เคียงกัน แล้วเราได้รับ แต่เอาจริงๆ ชีวิตคนเราต่อให้มีชีวิตเหมือน แต่หากเจาะรายละเอียดจริงๆ ไม่มีชีวิตมนุษย์สักคนที่มีชีวิตเหมือนกันหรอกค่ะ

Q: บท ‘ยิหวา’ ในซีรีส์เรื่อง ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ นี้ใกล้หรือไกลตัว

A: ไกลตัวค่ะ ไกลตัวมากๆ (ย้ำ) ด้วยความที่ ‘ยิหวา’ เป็นลูกสาวคนเล็ก อยู่ในค่ายมวยที่กำลังจะเจ๊ง จึงต้องหาทางเอาตัวรอดให้กับค่ายของเรา พยุงกันไป และดันไปเจอเรื่องราวประหลาดอีก คือลายเซ็นของพี่โอจะมีเมจิกอยู่ในซีรีส์แต่ละเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ก็มีเมจิกเกิดขึ้นกับกระจับที่มาอยู่กับตัวมาร์ช ก็เลยเป็นอะไรที่วุ่นวายตามมา และไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของอายเลย

Q: เท่าที่สังเกตตัวจริงอายไม่ใช่ผู้หญิงหวาน ออกจะพูดจาห้วนๆ แมนๆ ซึ่งไม่น่าต่างจากคาแร็กเตอร์ที่ได้รับ

A: ถ้าเป็นคาแร็กเตอร์ก็คงไม่ได้ต่างมากนะคะ แต่บริบทรอบๆ มันไม่ใช่ อายไม่ได้เป็นเหมือนที่ ‘ยิหวา’ เป็น

Q: แล้วตัวตนจริง อายเป็นคนยังไง

A: เป็นคนอ่อนหวานมากเลยค่ะ

Q: ไม่อยากเชื่อ

A: (หัวเราะสนุก) หนูเหรอคะ…(นิ่งคิดนิดหนึ่ง) หนูพยายามที่จะเป็นตัวของตัวเอง ต้องการจะสื่อสารกับคนอื่นด้วยความจริงใจมากๆ เราไม่รู้หรอกว่าผลของการเป็นตัวของตัวเองจะเป็นยังไง แต่เราพยายามจะแบไต๋ในความเป็นตัวเองมากๆ คือค่อนข้างจะเปิดเผย

Q: อายดูไม่ใช่นางเอกในความคาดหวังของคนดู ที่มักจะเรียบร้อย พูดช้าๆ

A: ใช่ อาจจะเป็นเพราะหนูเป็นคนพูดเร็วด้วย

Q: คิดเล่นๆ ว่า ถ้าไม่ได้มาเป็นนักแสดง เคยฝันอยากทำงานอาชีพอะไร ที่ทราบคืออายเรียนจบมาทางด้านสื่อสารมวลชน (คณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

A: เคยอยากเป็นครีเอทีฟค่ะ เพราะตอนเด็ก ครูเคยเขียนในสมุดพกว่าหนูมีความคิดสร้างสรรค์ และเราก็คิดว่า เอ…คนมีความคิดสร้างสรรค์ เรียนจบต้องเป็นอะไร อ๋อ…ต้องเป็นครีเอทีฟ แต่ปรากฏพอเราได้เรียนในคณะนี้ ลองเรียนวิชาโฆษณาแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองสักเท่าไหร่

Q: อยากให้ฝากผลงานซีรีส์ ‘สู้ตาย!! นายกระจับ’ 

A: อยากให้ลองติดตามกันค่ะ เชื่อเลยว่าถ้าได้ดูตั้งแต่อีพีแรก จะต้องอยากรอดูอีพี 2 จนถึง อีพี 8 แน่นอน และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผ่อนคลาย ทุกคนต้องได้หัวเราะแน่นอน การหัวเราะทำให้เรามีความสุข ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟีน ซึ่งมันดีมากๆ เลยนะคะ เพราะฉะนั้น เราควรหัวเราะออกมาจากข้างในจริงๆ และหนูเชื่อว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำได้ อยากให้ทุกคนมาหัวเราะด้วยกันค่ะ