เรื่องเด่น

ซีรีส์ Y... นายในฝัน ทาโร่-ชาตรี สุวรรณวลัยกร / เฟม-ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล

Published 22 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

Taro-Fame-interview-scoops-Rabbit-Today-banner

จากนิยายเกย์อันลือลั่น ‘My Dream นายในฝัน’ สู่ซีรีส์ที่จะทำให้ ‘ทุกฝันร้าย…กลายเป็นฝันรัก’ ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 19.00-19.30 น. ทาง LINE TV ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายคนพูดถึง

โดยเฉพาะคู่รักในจอ 2 นักแสดงนำ ทาโร่-ชาตรี สุวรรณวลัยกร ในบท ‘พี่ทนาย’ หนุ่มไบเกอร์สุดเท่ มาดกวน หุ่นนักกีฬา เป็นคนพูดจาตรงๆ ไม่ชอบการถูกเอาเปรียบ เอาแต่ใจ รักเพื่อน ชอบเล่นกีตาร์ 

ควงคู่มากับเฟม-ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล รับบท ‘ไกด์’ หนุ่มสำอาง ไม่ชอบอยู่คนเดียว รักการสังสรรค์ ชอบหาเรื่องออกจากบ้านได้ทุกวัน ไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียน แต่ความจำดี เป็นคนลืมยาก และอ่อนไหวในเรื่องความรัก

Rabbit Today มีนัดกับ 2 หนุ่มคู่รัก (ในจอ) แต่เช้าตรู่ ดูเหมือนทั้งคู่ออกอาการง่วงเหงาหาวนอนเล็กน้อย…ทำอย่างไรเราจึงจะปลุกพวกเขาตื่น!!

Q: ที่ดูงัวเงียๆ นี่ เป็นเพราะเมื่อคืนไม่ยอมหลับยอมนอนใช่ไหม

ทาโร่: วันนี้ผมตื่น 6 โมงครึ่งครับ จากปกติทุกวันจะตื่นประมาณ 10 โมงเช้า

Q: ให้เดานะ…เมื่อคืนคงจะเล่นตีป้อม (เกมออนไลน์อาร์โอวี) แน่ๆ

ทาโร่: ใช่ครับ รู้ได้ไงเนี่ย

Q: เกมอาร์โอวีมันสนุกอย่างไรหรือครับ

ทาโร่: พอได้เล่นเป็นทีมแล้วสนุกดีครับ สามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นร่วมกับเพื่อนที่อยู่กันคนละที่ เราช่วยคนนั้น คนนั้นช่วยเรา สามารถพูดคุย แซวกันได้โดยไม่ต้องพิมพ์ ใช้เวลาเล่นแต่ละรอบประมาณ 20-30 นาที ซึ่งบางทีก็เผลอเล่นเพลินมากไปนิด (สารภาพเสียงอ่อย)

Q: อยากรู้ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นวันนี้ว่านอกจากนอนดึก เล่นเกม ยังทำกิจกรรมอื่นๆ อะไรบ้าง

เฟม: ออกกำลังกายครับ เข้ายิมเป็นส่วนใหญ่ ไม่รู้นะว่าคนอื่นทำกิจกรรมอย่างไร แต่ของผมจะประมาณนั้น และแน่นอนว่าต้องไปเรียนหนังสือ

ทาโร่: ของผมส่วนใหญ่จะชอบแต่งเพลงครับ และช่วงดึกเป็นช่วงที่สมองแล่นครับ เหมาะกับการทำงานศิลปะ ผมจะนั่งแต่งเพลง เล่นดนตรี อัดเพลง แต่พอถึงเวลาเรียนจะไปนอนในห้อง…  

เฟม: (พูดแทรก) ได้เหรอวะ ไม่ได้ดิ่

ทาโร่: เดี๋ยวสิ ฟังก่อน…พอเราหลับในห้องเรียน เราก็รู้ว่าตัวเองตามเพื่อนไม่ทัน มันทำให้เราตระหนักได้ว่าการเรียนนั้นสำคัญจริงๆ หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยหลับในห้องเรียนอีกเลย

ทาโร่: เพราะไม่เข้าเรียนเลย (แซว)

ทาโร่: มันไม่ดีครับ เรารู้ เพราะเคยลองทำมาก่อน เลยอยากจะเตือนคนรุ่นใหม่ว่าการหลับในห้องเรียนไม่ดี (หัวเราะสนุก)

ชาตรี สุวรรณวลัยกร/ ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เฟมล่ะ เราเคยเห็นหน้าคาดตากันมานาน ตั้งแต่เป็นดาราเด็ก เล่นหนัง GTH เรื่อง ‘บ้านนี้ตลกไว้ก่อน พ่อสอนไว้’

เฟม: ใช่ครับ, ตอนนั้นเหมือนมีเปิดแคสต์หนังพอดี แล้วเพื่อนของแม่ก็แนะนำให้ผมลองไปแคสต์ดู และก็ได้เล่น อาจจะตรงคาแรกเตอร์ ผมเป็นคนมีมุก แต่เล่นมุกแล้วคนไม่ขำ…อะไรแบบนี้ครับ ในเรื่องต้องเล่นตลกแต่ไม่ขำ

Q: แล้วได้เรียนการแสดงมาตั้งแต่ตอนนั้นไหม

เฟม: พอแคสต์ผ่านแล้วถึงมีโอกาสได้เรียนครับ ก็สนุกดี เริ่มรู้สึกว่างานนี้น่าสนุก ทุกครั้งมาทำงานเหมือนผมได้มาเที่ยว มาเจอเพื่อนๆ เพราะตอนเด็กเราไม่รู้หรอกว่าการทำงานเป็นอย่างไร ยาก-ง่ายขนาดไหน พอได้รับบรีฟมาเราก็ทำหน้าที่ไป ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่น่ะครับ ยังไม่เข้าใจการแสดง แต่ก็ผ่านมาได้ หลังจากนั้นก็ยังมีงานทุกปีครับ เล่นซิตคอม ละคร และซีรีส์ทางช่องจีเอ็มเอ็มมาเรื่อยๆ รวมถึงมีซีรีส์ของ GDH เล่น ‘เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน’ และซิตคอมเรื่อง ‘ลูกพี่ลูกน้อง’ ของเอ็กแซ็กต์

Q: ทาโร่ล่ะครับ เข้ามาสัมผัสวงการบันเทิงได้อย่างไร

ทาโร่: พี่ต้อ-มารุต (สาโรวาท) ชวนไปเล่นละครครับ เรื่อง ‘ธิดาผ้าซิ่น’ นั่นเป็นเรื่องแรกที่เล่น โดยไม่มีประสบการณ์ใดๆ เลย เริ่มศึกษางานการแสดงจากตรงนั้น ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจการแสดง แต่ได้พี่ต้อช่วยสอนให้ครับ และค่อยๆ เรียนรู้ไป หลังจากนั้นก็มาประกวดร้องเพลงที่รายการ ‘ลาแบนด้า ไทยแลนด์’ คล้ายๆ เวทีเฟ้นหาวงบอยแบนด์ครับ ผมมาประกวดพร้อมกับน้องเบสท์ที่รับบท ‘รันเวย์’ ในซีรีส์เรื่อง ‘นายในฝัน’ ในรายการคือชนะครับ ได้เป็นบอยแบนด์ 5 คนออกมา ชื่อวงว่า ‘ริกเตอร์’

Q: ซึ่งยังต้องทำวงบอยแบนด์ต่อใช่ไหม

ทาโร่: ทำครับ กำลังจะปล่อยซิงเกิลที่ 2 ออกมาครับ

Q: รู้ตัวหรือยังว่าชอบการแสดงหรือร้องเพลงมากกว่ากัน

ทาโร่: จริงๆ ผมเริ่มจากการแสดงก่อนนะครับ แต่เมื่อได้มาร้องเพลง เหมือนทั้ง 2 อย่างเป็นการสื่อสารเหมือนกัน การแสดงก็คือการสื่อสาร ร้องเพลงก็สื่อสารแต่เป็นคนละรูปแบบ

Q: ทาโร่สนใจงานในวงการบันเทิงอยู่แล้วหรือเปล่า จึงเลือกเรียนวารสารศาสตร์ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

ทาโร่: นอกเหนือจากการร้องเพลงและการแสดงผมยังสนใจพวกในเรื่องข่าวด้วยครับ ทั้งการเขียนข่าวและการทำสื่อ ทำเบื้องหลังก็ด้วย เลยเลือกเรียนวารสารศาสตร์ครับ คณะที่ผมเรียนเขาจะสอนว่าเราต้องเป็นกลาง ต้องใช้เหตุใช้ผลในการทำงาน หล่อหลอมในเชิงการใช้เหตุผลและการเข้าใจสังคมครับ

ชาตรี สุวรรณวลัยกร/ ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เมื่อได้มาสัมผัสงานเบื้องหน้า รู้สึกชอบมากกว่าไหม

ทาโร่: มันดีอย่างเสียอย่างครับ แต่ละอย่างจะมีข้อดีในตัวเอง อย่างทำงานเบื้องหน้าเราก็ได้ประสบการณ์ สนุกกับการทำงานเบื้องหน้า แต่การทำงานเบื้องหลังก็มีข้อดี นอกจากผมจะถนัดในการทำเพลง ยังชอบเขียนข่าว หรืองานโปรดักชั่นก็ถนัดเหมือนกันครับ มีความสุขไปคนละแบบ

Q: แล้วเฟมล่ะ

เฟม: ผมเลือกเรียนนวัตกรรมสื่อสารสังคม สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล (มศว. ประสานมิตร) เรียนเบื้องหลังว่าต้องทำงานอย่างไร งานกำกับ งานออกกอง ที่เลือกเรียนด้านนี้เพราะผมมีแพสชั่นในการเรียนว่าอยากทำงานเบื้องหลังดู ในอนาคตผมอยากเป็นผู้กำกับการแสดงครับ

Q: เห็นว่าเฟมชอบอ่านหนังสือด้วย

เฟม: ใช่ครับ ผมชอบ ผมอ่านพวกวรรณกรรม อ่านหนังสือแนวสืบสวนสอบสวน อ่านพวกนิยายของ ฮาร์ลาน โคเบน อะไรแบบนี้ครับ อะไรที่เอามาทำหนังผมจะชอบพวกนี้ครับ เพราะรู้สึกว่าดูหนังได้ฟีลหนึ่ง แต่ถ้ามาอ่านหนังสือจะได้รายละเอียดมากกว่า ได้จินตนาการมากกว่าในแบบที่เป็นหนัง และก็ชอบวาดรูป

Q: คนหนึ่งแต่งเพลง คนหนึ่งวาดรูป ฟังดูทั้งคู่ชอบทำงานศิลปะ เกิดจากความสนใจของตนเองหรือคุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังครับ

ทาโร่: ของผมพ่อเขาจะเป็นศิลปิน อารมณ์ประมาณว่าเล่นดนตรี วาดรูป เมื่อก่อนตอนหนุ่มๆ พ่อเป็นคนวาดรูปโปสเตอร์หนัง เขาเรียนจบมาด้านนิติศาสตร์ครับ แต่เหมือนใจเขามาทางนี้ ชอบทำงานอยู่กับพวกจิตรกร จริงๆ เขาไม่ได้ปลูกฝังงานศิลปะให้ผมหรอกนะครับ เหมือนเราชอบด้วยตัวเอง และเวลามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาเขาได้

เฟม: ของผมนี่ใช่เลยครับ คุณพ่อชอบวาดรูปมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เขาเรียนด้านศิลปะ ที่ไทยวิจิตรศิลป์ ชอบวาดภาพเหมือน วาดสีน้ำ เพื่อนๆ คุณพ่อก็เป็นศิลปินวาดภาพ เป็นช่างปั้น ผมจึงซึมซับมาตั้งแต่เด็ก ผมชอบรูปครับ ช่วงมัธยมปลายก็เริ่มเรียนเอกทัศนศิลป์ คือเรียนเกี่ยวกับการวาดรูป ดรออิ้ง ระบายสีต่างๆ มีทำผลงานออกมาบ้าง

Q: คิดว่าวัยรุ่น 2018 หมดเวลาไปกับโซเชียลมีเดียในแต่ละวันกี่เปอร์เซ็นต์

ทาโร่: ผมว่าเกือบทั้งวันนะครับ มันอยู่ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย เมื่อก่อนคนเรียนวารสารฯ เขาจะเรียนพวกสิ่งพิมพ์ แต่สมัยนี้เน้นสื่อออนไลน์เสียเป็นส่วนใหญ่ หาน้อยมากที่คนจะซื้อพริ้นต์ ทำให้รู้ว่าคนสมัยนี้ไม่ใช่แค่เด็กวัยรุ่น แต่ทุกๆ วัย ติดโซเชียลมีเดียกันหมด สังเกตเวลาขึ้นรถไฟฟ้าเขาก็จะกดๆๆๆ

เฟม: ใช่ มันเยอะมากเลยละ เกือบจะ 100% ของผู้คนสมัยนี้ เพราะโซเชียลมีเดียทำให้เราติดต่อกันง่ายขึ้น เหมือนเราอยากรู้ความเคลื่อนไหวของใคร มันสามารถเช็คผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายมาก ตื่นเช้ามาก็มาดูว่า BNK48 โพสรูปหรือยัง มีคลิปใหม่ๆ ออกมาไหม เป็นกิจวัตรของเรา

Q: ชอบใครมากที่สุดครับ ใน BNK48

เฟม: เฌอปรางค์ กับอรอุ๋งครับ แต่มันก็พูดยากนะ เริ่มจากน้องชายผมเขาชอบดู ชอบฟังเพลง BNK48 ดูยูทู้บ ซึ่งผมเองไม่ได้คิดว่าตัวเองจะชอบ ยิ่งน้องชายผมนี่เป็นสายเตะบอล นักกีฬา แต่กลับบ้านมานั่งดู BNK48 เป็นโอตะ ปั้นคุกกี้ ก็เลยอยากลองดูบ้าง ไหนลองฟังหน่อยสิ เปิดดูคลิปในยูทู้บก็น่ารักว่ะ เขาไม่ได้สวยจัดหรืออะไรนะ แต่มีเสน่ห์ ซึ่งไม่ใช่แค่ผมคนเดียวนะ นี่…(บุ้ยหน้าไปทางเพื่อน)

ทาโร่: (ทำหน้าเขินก่อนเล่า) ผมชอบเฌอปรางค์คนเดียวเลย รู้สึกว่าเขาเป็นคนเก่งและทำงานด้วยแพสชั่น พูดแล้วเขิน เพราะชอบจริง

ชาตรี สุวรรณวลัยกร/ ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ทำไมถึงชอบ BNK48

ทาโร่: ผมไม่ได้ชอบเพราะมันเป็นกระแส แต่พอมันเป็นกระแส และพอเราติดตามก็รู้สึกว่าเขาก็น่ารักดี พอดูเฌอปรางค์แล้วก็นะ…เขาเป็นคนมีอะไรบางอย่างที่น่าติดตามครับ

เฟม: สำหรับผมเวลาเราเหนื่อยๆ ถ่ายงานโน่นนี่นั่นมา พอเปิดดูคลิปเขาสัมภาษณ์หรือรายการ วิกตอรี่ บีเอ็นเค เห็นพวกเขาพูดคุยเล่น เป็นตัวตนของเขา เราก็ยิ้มไปกับเขาด้วย มันสนุกดี ผมชอบหลายคนเลยนะ เจนิสก็น่ารัก น้องปันก็ดูสดใสดี

Q: เอาละ…ตื่นกันแล้วใช่ไหม (หลังใช้เวลาบิ้วต์อารมณ์ให้อยากตอบคำถามกันอยู่นานสองนาน)

ทาโร่/เฟม: ตื่นแล้วครับ

Q: คุยเรื่องซีรีส์ ‘นายในฝัน’ บ้างดีกว่า ทาโร่รับเป็น ‘ทนาย’ และเฟมรับบท ‘ไกด์’ บทในเรื่องนี้ถือว่าไกลตัวเรามากไหม

เฟม: ของผมบทนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยไกลตัวมากเท่าไรครับ เป็นคนสนุกสนาน เฮฮากับเพื่อน บทไกด์จะเป็นเพื่อนสนิทกับรันเวย์ เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เหมือนชีวิตเด็กวัยรุ่นมัธยมปลายทั่วไปที่มีแฟน มีความรัก แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอย่างหนึ่งคือได้เจอพี่ทนาย เราเลยสับสนว่าตัวเองชอบผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ คือเวลาอยู่กับเขาแล้วมันหวั่นไหว ตรงนี้ละเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับผม

Q: เคยรับบทเกย์มาก่อนไหม

เฟม: ไม่เคยครับ นี่ครั้งแรก

Q: ตัดสินใจยากไหมก่อนรับงานนี้

เฟม: จริงๆ ก็ดูหลายอย่างครับ ดูบทด้วย และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีเสน่ห์ตรงที่แต่ละเรื่องราวมันมีที่มาที่ไปหมด แต่ละตัวละครกว่าจะมาเจอกันมันเกี่ยวข้องกันอย่งาไร ไม่ใช่ซีรีส์วายที่เป็นความรักของเด็กๆ แต่ยังมีเรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อน เรื่องพ่อแม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ชาตรี สุวรรณวลัยกร/ ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: บท ‘ทนาย’ ล่ะ ไกลทาโร่ตัวไหม

ทาโร่: ในเรื่องคาแรกเตอร์ไม่ไกลตัวครับ เป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่น อย่างถ้าเวลาเขาจะจีบใครก็จะทำให้ดูอบอุ่น แมนๆ เล่นกีฬา เป็นนักกีฬารักบี้ ขับบิ๊กไบค์ ถ้าจะตีความตัวทนาย คาแรกเตอร์จริงๆ เขาเป็นผู้ชาย ไม่ได้เป็นเกย์ หรือชอบผู้ชาย แต่ตัวรันเวย์ที่รับบทโดยเบสต์ เขาจะมีความพิเศษบางอย่างที่ทำให้ทนายรู้สึกว่าคนนี้น่ารักดี ก็เลยชอบเขา แต่ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นก็คงไม่ได้ชอบ เจาะจงว่าชอบแค่ผู้ชายคนนี้

Q: จากที่เล่าบุคลิกของทนายมีความเป็นผู้ชายอยู่สูงมาก การจะพลิกกลับมาชอบผู้ชายด้วยกันเองมันน่าจะมีปมขัดแย้งอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

ทาโร่: มันเป็นจุดหนึ่งที่น่าสนใจมากครับ ผู้กำกับฯ คือพี่จ๊อบ (ปิยะวัฒน์ ใจเที่ยงธรรม) เขาเขียนบทเองด้วย และเขียนดีมาก ตัวละครมีมิติ

เฟม: ผู้กำกับฯ เรื่องนี้สุดยอดมากครับ ชื่อไวเบอร์จ๊อบ

ทาโร่: ทุกอย่างมีเหตุผลละครับ ตัวละครทุกตัวมีปมที่เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ในชีวิตจริงคนเราทุกคนก็ขาดอะไรบางอย่าง เขาจึงเลือกหาสิ่งอะไรมาเติมเต็ม  อยากให้ทุกคนดูว่าทำไมตัวทนายถึงได้มาชอบผู้ชายครับ

Q: ในการทำงานทั้งคู่เข้าขากันไหม

เฟม: เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยครับ

ทาโร่: ทำงานด้วยกันสนุกดีครับ ในกองฯ เหมือนพี่เหมือนน้องจริงๆ ไม่ได้เป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน มีอะไรก็คุยกันได้ รู้สึกเหมือนเรามีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน  แต่ละคนมาเริ่มใหม่ด้วยกัน ซึ่งสนุกดีครับ

Q: เห็นซีรีส์วายสมัยนี้เอะอะก็มีบทจูบ แล้วทั้งคู่ล่ะ มีจูบกันบ้างไหม

ทาโร่: มีครับ นิดๆ หน่อย

เฟม: จริงๆ ต้องบอกว่าซีรีส์วายเรื่องนี้ ผู้กำกับฯ เขาไม่ได้ให้เราไปไกลในเรื่องของเลิฟซีน คือทุกครั้งที่มีเลิฟซีนเกิดขึ้น มันจะมีที่มาที่ไป ต้องมีเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ และไม่อยากให้โฟกัสตรงนี้มาก แต่ถ้ามีซีนนั้น ผู้กำกับฯ เองนี่ละที่จะโฟกัสมาก อยู่หน้าจอนี่แบบ (ทำท่าอินเวลาลุ้นเลิฟซีน) อื้ย…ยย กับผู้ช่วยผู้กำกับฯ อึ้ย…ยย เป็นแบบนี้เลยครับผม สนุกครับ

Q: เขินกันเองบ้างไหมครับ

เฟม: โห…เอาจริงๆ นะครับ คือมันคิดว่าเป็นตัวละครแหละ แต่ด้วยบทก็ต้องมีบ้างละ

ชาตรี สุวรรณวลัยกร/ ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ตอนนั้นคิดว่าเขาเป็นเฌอปรางค์ หรืออรอุ๋งไหม

เฟม: ผู้ช่วยผู้กำกับฯ ก็บอกให้คิดเสียว่าเป็นเฌอปรางค์ หรืออรอุ๋งนะ (หัวเราะสนุก ก่อนขอเปลี่ยนคำตอบกะทันหัน) ไม่หรอกครับ ในตอนนั้นเราคิดว่าตัวเองเป็นตัวละครนั้นจริงๆ เลยไม่ได้รู้สึกว่า…เฮ้ย! ทำไมวะ นั่นละ…ผมก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน

ทาโร่: ถ้าเราเป็นตัวละครตัวนั้น เราจะเข้าใจเหตุผลในการทำ และไม่รู้สึกประหลาด หรือตะขิดตะขวงใจ

Q: มีซีนที่ทั้งคู่จดจำไหม

เฟม: มีแน่นอน จริงๆ มีหลายซีนเลยละที่ผมชอบ บางอย่างไม่ต้องเน้นเลิฟซีนก็ได้ อย่างเรานั่งอยู่กัน 2 คน ริมแม่น้ำ นั่งคุยกัน ด้วยแสง ด้วยภาพ และองค์ประกอบต่างๆ โลเคชั่นที่เลือก เหมือนเป็นคน 2 คนที่รู้สึกหวั่นไหว รู้สึกมีเรื่องราวที่ทำร้ายจิตใจในเรื่องความรัก ต่างคนต่างมีบาดแผล การได้มานั่งอยู่ด้วยกัน แค่นั่งคุยกันแค่นี้ก็สื่อความหมายได้แล้วครับ ไม่ใช่ซีรีส์วายที่ต้องมีการกอดจูบ

ทาโร่: มันก็เป็นหนึ่งนาทีที่มีความหมาย 

เฟม: (แกล้งถาม) เพลงนี้เพลงใหม่นะเนี่ย ศิลปินคือใครครับ ใครแต่งครับ

ทาโร่: (ทำท่ายืดอก ภูมิใจ เพื่อนช่วยส่งโฆษณาผลงานเพลงของตัวเอง)

Q: แล้วในชีวิตจริงล่ะ เคยมีแว่บๆ คิดจะเทิร์นเกย์มาชอบผู้ชายบ้างไหม

เฟม: ไม่ครับ…(หัวเราะ) ไม่เหลือ

ทาโร่: อันนี้เป็นเรื่องของอนาคตครับ

เล่นตอบเอาใจแฟนคลับสาววายเสียขนาดนี้ ใครไม่ติดตาม ‘My Dream The Series’ นายในฝัน’ ก็ว่าใจร้ายเกินไปหน่อย