เรื่องเด่น

วัยรุ่น = อย่าแก่

Published 25 ต.ค. 2018

By Rabbit Today

The-FINS-Peat-scoops-Rabbit-Today-banner

บางครั้งเราคิดว่าพวกเขาเป็นเด็กไม่ประสีประสา บางคราวเรามองพวกเขาค่อนข้างห่ามและห้าว บางขณะเรานึกว่าพวกเขาคงไม่ตระหนักรู้เชิงสังคมใดๆ ละกระมัง และบางทีเราอาจมองพวกเขาผิดไปทั้งหมด

ถ้าคุณอยากรู้จักวัยรุ่น โปรดอย่าเอากรอบความคิดของตัวเองไปตัดสินพวกเขา แต่ให้จับเข่านั่งคุยและตั้งใจฟังทุกถ้อยอย่างเปิดใจยอมรับ ปราศจากอคติ 

ศุภฤกษ์ บุณยานันต์ (นินิว), ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์ (ไอซ์), ภาสวิชญ์ บูรณนัติ (สมิธ), วีรภัฎ อ่อนสอาด (แฟรงกี้) คือ 4 หนุ่มวง The FINS กลุ่มศิลปินวัยรุ่นเลือดใหม่ภายใต้สังกัดช่อง 3 และพ่วงด้วย กองทัพ ยุทธพิชัย (พีค) หรือที่เรารู้จักกันในนาม กองทัพ พีค ลูกไม้ใต้ต้น บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ ปราบ ยุทธพิชัย นักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ 

ทั้งหมดอาสาเป็นตัวแทนมาบอกเล่าเรื่องราวของวัยรุ่น ‘วันนี้’ 

“อย่าแก่กันนะ” ก่อนเครื่องบันทึกเสียงจะเดินหน้า แอบได้ยินเสียงผู้จัดการดาราคนเก่ง ปิ๊ก-ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ ดังลอยมาไกลๆ 

ใช่แล้วครับ, ถัดจากเจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข พระเอกซูเปอร์สตาร์ที่เขาปลุกปั้น เด็กหนุ่ม 5 คนนี้ละ คือช้างเผือกที่เขา และช่องน้อยสีหมายมั่น

วัยรุ่น = อย่าแก่,สกู้ป,Rabbit Today

Q: ขอถามก่อนเลยว่า ‘เดอะฟิน’ มารวมตัวกันได้อย่างไรครับ

ไอซ์: พวกเราอยู่ในอะคาเดมี่เดียวกันครับ ในคลาสจะมีนักเรียนประมาณ 20-30 คน และเรามีโอกาสได้มาเล่นดนตรีด้วยกัน รู้สึกว่าสิ่งนี้แหละที่ทำร่วมกันแล้วดี เพราะเรามีเคมีคัลที่ตรงกันในทุกด้าน ไม่ว่าเต้น เล่นดนตรี รวมถึงการแสดง ทำให้เรารวมตัวกันเป็น ‘เดอะฟิน’

Q: อะคาเดมี่ที่คุณว่าคือโครงการของผู้จัดการดาราคนดัง ปิ๊ก-ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ ใช่หรือไม่

นินิว: ใช่ครับ, ของพี่ปิ๊ก ในอะคาเดมี่จะมีคลาสต่างๆ และนักเรียน 20 คน คือรวมหมดเลยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนต้องตื่น 7 โมงเช้า เพื่อมาสเตรตชิ่ง วอร์มร่างกายเตรียมเรียนเต้น พอเรียนเต้นเสร็จประมาณ 3 ชั่วโมง จะได้พัก 1 ชั่วโมง แล้วไปเรียนร้องเพลงต่อ เป็นหลักสูตรที่เข้มข้นมากครับ บางวันเราเลิกเรียนกันตี 1 หรือถ้าวันไหนไม่มีเรียนเต้นก็ต้องมาอ่านหนังสือพิมพ์ให้พี่ปิ๊กฟัง แต่ละคนเกี่ยงกัน มึงก่อนเลยๆ เดี๋ยวผมอาสาไปซื้อข้าวให้

ไอซ์: สมิธนี่ละครับ ชอบแอบไปนอนในห้องน้ำ (ได้ทีเผาเพื่อน ฝ่ายสมิธทำหน้าเหวอ แก้ตัวไม่ทัน)

Q: นึกภาพไม่ออกเลยว่าเด็กวัยรุ่น 20 คน มารวมตัวกันมันจะวุ่นวายขนาดไหน

นินิว: วุ่นวายมากครับ เพราะจริงๆ พวกเราเกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราโดนจับให้ฟอร์มวงกันตั้งแต่ตอนนั้นเลยครับ และเป็นกลุ่มที่ดื้อที่สุดในคลาสแล้วละ เหมือนหัวโจกก็คือ 4 คนนี้ละครับ

Q: คุยกับพีคบ้าง คุณเป็นลูกของพ่อปราบ ยุทธพิชัย คุณพ่อปลูกฝังอะไรบ้างไหมในเรื่องการแสดง 

พีค: ถ้าในเรื่องการแสดงนี่ไม่มีครับ คุณพ่ออยากให้ไปเห็นด้วยตาพีคเอง ให้ไปเจอ และได้รับประสบการณ์ด้วยตัวเอง เพราะถ้าคุณพ่อสอนมันจะเป็นในรูปแบบของคุณพ่อ ท่านเลยปล่อยให้พีคเดินตามทางของตัวเอง แต่จะคอยบอกเสมอว่า ตามมารยาทนะลูก เราต้องไหว้ทุกคนในกองฯ ต้องทำความเคารพทุกคนนะ ซึ่งผมจำได้แม่น ว่าจะต้องไหว้ทุกคนครับ

Q: ส่วนใหญ่ถ้าพ่อแม่เป็นอะไรเรามักจะไม่อยากเป็นอย่างนั้นนะ

พีค: แต่ผมไม่ ตอนเด็กเห็นคุณพ่อบนจอทีวี ผมเริ่มรู้สึกชอบวงการนี้มาตั้งแต่นั้น ชอบเรื่องการเต้น การแสดง อยากทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่เด็กเลยครับ

วัยรุ่น = อย่าแก่,สกู้ป,Rabbit Today

กองทัพ พีค

Q: ระหว่างเรียนไฮสคูลอยู่ที่อังกฤษ คุณรู้ตัวไหมว่าเมืองไทยมีคนพูดถึงแต่ลูกชายของ ‘ปราบ ยุทธพิชัย’ ว่างานดี หล่อมาก

พีค: ตอนแรกก็ไม่รู้ตัวหรอกครับ นั่งทำกับข้าวอยู่ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เข้าไปดูในอินสตาแกรม มีคนฟอลโลว์เพิ่มขึ้นมาสัก 100 คนได้ ก็ยังไม่ได้สงสัยอะไร ไปเรียนหนังสือกลับมาตอนเย็น อยู่ดีๆ ก็ขึ้นมาเป็นพันและก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆๆ ตกใจครับ ทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยมีคนให้ความสนใจชีวิตส่วนตัวผมเยอะขนาดนั้น

Q: พวกคุณทุกคนใช้โซเชียลมีเดียกันเยอะไหม

เดอะ ฟิน และพีค: เยอะครับ (ตอบพร้อมกัน)

Q: วันๆ หนึ่งหมดเวลาไปกับโซเชียลมีเดียประมาณกี่ชั่วโมง

แฟรงกี้: จริงๆ เวลาว่างแทบจะเสพติดเข้าไปในโซเชียลเลยครับ

ไอซ์: เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

Q: ถ้าอย่างนั้นแบ่งเวลากันอย่างไรครับ ระหว่างการใช้โซเชียลมีเดียกับการทำงาน

แฟรงกี้: ผมว่าโซเชียลมีเดียบางทีมันก็ให้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ถ้าเราต้องการข้อมูล อยากค้นหาอะไร ผมว่าโซเชียลมีเดียช่วยได้เยอะครับ

ไอซ์: อย่างเวลาผมเล่นเบส เวลาแกะเพลง หรืออะไรก็ตาม เราเรียนทางยูทู้บได้เลยครับ เสิร์ชได้ว่าเนื้อหาหรือขั้นตอนมันทำอย่างไร

สมิธ: ผมคิดว่ามันคือช่องทางอีกช่างทางหนึ่ง เอาไว้สนับสนุนการทำงานของเรา สมัยนี้ต้องยอมรับว่าโซเชียลมีเดียมีความสำคัญเทียบเท่ากับโทรทัศน์ในปัจจุบันเลยเชียวละ คนสนใจจอเล็กๆ มากขึ้นกว่าจอทีวี มันเลยจำเป็นต้องเข้าใจโซเชียลมีเดียจริงๆ และเล่นให้เป็น ใช้ให้ถูกต้อง

แฟรงกี้: มันมีข้อดีและข้อเสียกับเรา จึงต้องจัดการเวลาให้ถูก

Q: ยุคนี้ศิลปินสามารถติดต่อกับแฟนคลับได้ง่ายขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย พวกคุณมีวิธีการรับมืออย่างไรกับกลุ่มแฟนคลับที่เข้ามาถึงตัวเราในระยะประชิด

สมิธ: สำหรับตัวผมจะมีแฟนคลับส่งข้อความตรงมาถึงตลอด พยายามตอบให้ครบทุกคนนะครับ แต่จะตอบไม่มาก ไม่เยอะหรือไม่น้อยจนเกินไป ให้ความเท่าเทียมกันกับแฟนคลับทุกคน

วัยรุ่น = อย่าแก่,สกู้ป,Rabbit Today

ศุภฤกษ์ บุณยานันต์ (นินิว)

Q: ในอะคาเดมี่สอนเรื่องพวกนี้ด้วยไหม

นินิว: ส่วนใหญ่เป็นพี่ปิ๊กครับที่อบรม

Q: แล้วเชื่อฟังกันไหม

เดอะฟิน และพีค: เชื่อครับ (ตอบทันที)

Q: หลังจากได้มาสัมผัสการทำงานในวงการบันเทิงกันคนละเล็กละน้อย คิดว่าเหมือนหรือต่างจากที่คาดหวังไว้

พีค: ต่างกันครับ เบื้องหน้าเราจะเห็นแค่เป็นผลงาน ตอนก่อนเข้ามาก็นึกว่าไม่เหนื่อยขนาดนี้ แต่พอเข้ามาทำงานตรงนี้จริงๆ มันเหนื่อยมาก บางทีกว่าจะเลิกงาน ถ่ายทำเสร็จ นัดแต่เช้า เสร็จตอน 4 ทุ่ม ซึ่งเหนื่อยมากครับ เหนื่อยกว่าที่คิดไว้

สมิธ: บางวันนัดตี 5 ครับ ทำงานยาวไปเลิกอีกวันหนึ่งก็มี เวลาทำงานเสร็จปุ๊บ ผมมักนั่งคิดเสมอว่าเราอยากย้อนกลับไปแก้ไข คิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้  วันต่อมาจึงพยายามและตระหนักกับตัวเองว่า ต้องทำการบ้านให้หนักมากขึ้นกว่าเดิม จะได้ไม่ต้องมาเสียใจคิดย้อนหลัง

Q: อยากให้นิยมตัวเองสั้น คนละ 3 คำ

นินิว: คน กวน กวน

ไอซ์: คน คูล คูล

สมิธ: คน ฮอต ฮอต

แฟรงกี้: คน น่า รัก

พีค: พีค เท้า ไฟ เพราะผมชอบเต้นครับ ชอบมาตั้งแต่เด็ก

Q: เห็นว่าเดอะฟินมีซิงเกิลเป็นของตัวเองออกมาแล้ว 1 เพลง ชื่อ ‘แหม’ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย

นินิว: เนื้อหาเพลงนี้พูดถึงเวลาที่เราอกหัก มักมีคนรอบข้างให้กำลังใจเราพอสมควร ปลอบว่าเดี๋ยวเวลาผ่านไปก็คงลืมมันได้ เวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง แต่ถ้าเขาไม่ตกที่นั่งเดียวกับเรา ไม่ใช่เรา คำพูดนี้ใครก็พูดได้ครับ แหม..

ไอซ์: ซึ่งตรงกับชีวิตจริงนินิวครับ

สมิธ: และเอ็มวีก็เป็นตัวตนของแต่ละคนด้วยครับ ต้องไปติดตามดูทาง AIS Play

Q: ทั้ง 5 คน เป็นแชนเนลทรีเน็กซ์เจน ต้องทำหน้าที่อะไรบ้างในฐานะคลื่นลูกใหม่ของช่อง 3

ไอซ์: เราเป็นเน็กซ์เจนรุ่นใหม่ที่สามารถทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันได้ ทั้งร้องเพลง เขียนเพลง เต้น ทำเพลงได้ ถ่ายแบบ การแสดง คือทำได้ทั้งหมด

Q: แฟรงกี้ไว้ผมยาวตั้งแต่เมื่อไร (Rabbit Today หาเรื่องชวนชายหนุ่มที่พูดน้อยที่สุดในกลุ่มคุย)

แฟรงกี้: 3 ปีที่แล้วครับ ผมดร็อปเรียนแล้วมาอยู่กับพี่ปิ๊ก (จากบ้านเกิดจังหวัดนครสวรรค์เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ) พี่ปิ๊กพาไปเทรนที่ญี่ปุ่น 1 ปีเต็ม นั่นทำให้เราได้สไตล์ของเขามา ผมชอบเรื่องการแต่งตัวของเขาด้วย ซึ่งมันส่งผลต่อการแต่งตัวของผมในปัจจุบันนี้ครับ

วัยรุ่น = อย่าแก่,สกู้ป,Rabbit Today

วีรภัฎ อ่อนสอาด (แฟรงกี้)

Q: แฟชั่นที่ญี่ปุ่นต่างจากบ้านเราเยอะไหม

แฟรงกี้: ผมก็เพิ่งเข้าใจนะครับว่าทำไมเขามองเราเป็นคนต่างชาติ ตอนแรกที่ไปผมใส่เสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ธรรมดา รองเท้าผ้าใบ ทุกคนมองผมหมดเลย คือเขารู้เลยว่านี่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น เพราะคนประเทศเขาแต่งตัวกันตามฤดูกาล คือมีซีซั่นเข้ามาเกี่ยวด้วย ฤดูร้อน ฤดูหนาว เขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าตลอด จะโละของเก่าไปเลย ทำให้ผมซึมซับในเรื่องนี้มาครับ ด้วยความชอบ

Q: นอกจากแฟชั่น มีอะไรที่ชอบอีก

นินิว: สาวๆ (แซวแฟรงกี้)

แฟรงกี้: ไม่ใช่ครับ (หัวเราะ) ผมชอบอาหารญี่ปุ่นครับ

ไอซ์: วันๆ ไม่เห็นเรียนเต้น ผมกับนิวเต้นกันทุกวัน แต่แฟรงกี้เอาแต่มองสาวอย่างเดียว

แฟรงกี้: (รีบแก้ตัว) ชอบอาหารครับ ผมโสดครับ 

Q: คิดว่าพวกคุณมีเสน่ห์อะไรที่ทำให้สาวๆ กรี๊ด

พีค: ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่เคยเห็นหน้าตัวเองจริงๆ (ถ้าไม่มองผ่านกระจก) คงต้องให้สาวๆ เป็นคนบอก

แฟรงกี้: ผมเป็นคนขี้เล่นและกันเองครับ

สมิธ: ของผมน่าจะเสียงร้องครับ เพราะเป็นนักร้องนำ

ไอซ์: ส่วนผมน่าจะเป็นการเทกแคร์เขามากกว่าครับ

แฟรงกี้: (แซว) แค่หน้าตาก็กินขาดแล้ว

ไอซ์: นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว (หัวเราะสนุก)

นินิว: ส่วนใหญ่เวลาสาวๆ กรี๊ด ก็น่าจะเป็นเวลาที่ผมไปเหยียบเท้าเขาครับ

วัยรุ่น = อย่าแก่,สกู้ป,Rabbit Today

ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์ (ไอซ์)

Q: อยากรู้วิธีจีบสาวของทุกคน

นินิว: ไม่เชิงจีบครับ ของผมจะคบเหมือนเป็นเพื่อนกันไปก่อน ให้เวลาเป็นตัวบอก ค่อยๆ เนียน

ไอซ์: จริงเหรอ วันๆ นี่เห็นมีแต่เด็กนินิวโทรหาทุกวันเลย (แซว) ส่วนของผมเหรอครับ จริงๆ ไม่เคยเข้าหาใครก่อนครับ เริ่มจากคุยกันครับ แล้วถึงค่อยมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน

สมิธ: ของผมเริ่มจากเพื่อนครับ เวลาถ้าผมจะมีแฟนหรือชอบใครต้องทำความรู้จักเขาก่อนเป็นอันดับแรก

แฟรงกี้: แล้วคนที่อยู่ลอนดอนล่ะ

สมิธ: ไม่ใช่ครับ

แฟรงกี้: ด้วยความที่ผมเป็นคนคุยกับผู้หญิงไม่ค่อยเก่ง (เสียงเพื่อนๆ ฮือฮา) ก็คงต้องเป็นเพื่อนก่อนครับ ส่วนมากไม่เคยจีบก่อน

สมิธ: (เอาคืน) แต่ได้ข่าวว่ามีคุยกับเด็ก มศว

แฟรงกี้: เขาเข้ามาก็คบเป็นเพื่อนทั้งนั้นแหละ

พีค: ส่วนผมไม่เคยจีบใครเลยด้วยซ้ำไป แต่ถ้าจะจีบก็คงเริ่มจากเป็นเพื่อนกันมากกว่า และถ้าจะจีบใครจริงๆ คงต้องดูว่าเขานิสัยตรงกับเรา ชอบอย่างเดียวกับเราไหม และเริ่มความสัมพันธ์จากนั้นไป

แฟรงกี้: ชอบกินข้าวข้าวไข่เจียวเหมือนกันหรือเปล่า (แซวพีค)

Q: ถ้าเจอผู้หญิงเจ้าชู้ พวกคุณมีวิธีปราบอย่างไร

ไอซ์: เราก็เจ้าชู้กลับ (ล้อเล่น) ต้องถามนินิวครับ เพราะเจอมาทุกราย

นินิว: เหมือนกันครับ เจ้าชู้กลับ หรือไม่ก็เลิกคุยไปเลยครับ

สมิธ: ก็บ๊ายบายครับ

แฟรงกี้: ผมก็คงไม่ไหวละครับ ไม่ไปต่อดีกว่า คงหยุดเลย

พีค: ถ้าเขาเจ้าชู้ก็คงต้องคุยกันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ให้โอกาสเขาก่อนสักครั้ง ลองปรับความเข้าใจกัน และดูว่าความสัมพันธ์ต่อจากนั้นเป็นอย่างไร ถ้าไม่โอเคก็เซย์โน

วัยรุ่น = อย่าแก่,สกู้ป,Rabbit Today

ภาสวิชญ์ บูรณนัติ (สมิธ)

Q: ในทางกลับกัน ถ้าผู้หญิงบอกว่าคุณเจ้าชู้ล่ะ จะแก้ตัวหรือยอมรับ

นินิว: ยอมรับดีกว่าครับ (หัวเราะ)

ไอซ์: ยอมรับๆ (ย้ำ)

สมิธ: ก็ต้องถามเหตุผลว่าทำไม หมายถึงเราเป็นแฟนกันแล้ว แล้วทำไมผมต้องเจ้าชู้ ไม่ใช่มาถามผมว่าทำไมผมถึงเจ้าชู้ ลองดูความสัมพันธ์ของเราก่อนไหมว่า ทำไม ณ ตอนนี้เราถึงต้องไปมีคนอื่น ต้องเจ้าชู้ ต้องกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ของเรา

แฟรงกี้: ผมนี่งงเลยครับ ถ้าโดนถาม กิจกรรมทุกวันเขาน่าจะรู้อยู่แล้ว เพราะไม่เคยนอกรอบอะไรกับใคร (มีคนแซวขึ้นว่าไปวิ่งมาเหรอ) ทำไมถึงมาหาเว่าเราเจ้าชู้ ผมให้ความสำคัญกับคำว่าแฟน ถ้าเราเป็นแฟนก็ต้องให้เกียรติเขา   

พีค: ต้องรู้ตัวเองว่าเรานิสัยอย่างไร เราเจ้าชู้หรือเปล่า ถ้าเราเจ้าชู้แล้วเขาบอก เราก็ยอมรับและถอยห่างออกมา

Q: คำถามสุดท้ายคิดว่าทูเดย์ของคุณ ดีที่สุดแล้วหรือยัง เพราะอะไร

นินิว: สำหรับวันนี้ผมมีความสุขดีครับ แต่ว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ผมยังอยากทำ อยากเรียนรู้ในวันพรุ่งนี้ ยังมีเรื่องราวอะไรในหัวอีกมากมายเต็มไปหมดเลย บางทีผมอาจจะค้นหาตัวเองในรูปแบบใหม่ๆ ผมอาจจะชอบมันและอาจจะรักมันก็ได้ครับ

ไอซ์: สำหรับผมทุกวันนี้ดีมากครับ การที่เราเป็นเด็กเทรนนีมา 4-5 ปี ทุกวันนี้การได้มาอยู่กับน้องๆ ซึ่งทุกคนเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ไหนไม่รู้มารวมตัวกัน และความสัมพันธ์ของพวกเราคือมองตากันก็คลิกแล้ว อยู่ดีๆ ผมก็มีน้องคนละพ่อคนละแม่เพิ่มขึ้นอีก ความสัมพันธ์ของเราคือร้องไห้ต่อหน้ากันได้เลย แถมได้มาเล่นดนตรีด้วยกันอีก ผมว่ามันดีมากครับ

สมิธ: สำหรับผมคิดว่าวันนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ว่าคิดว่า Tomorrow must be better คิดว่าวันนี้เราทำดีแล้ว แต่วันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปจะต้องดีขึ้นไปอีก (เสียงปรบมือดังเกรียวหลังสมิธพูดจบประโยค)

แฟรงกี้: ไป…พีคเราไปกันเถอะ (หัวเราะ) ผมคิดว่าวันนี้ดีแล้วนะครับ ส่วนตัวผมชอบตั้งคำถามกับตัวเองว่าวันนี้เราทำดีแล้วหรือยัง แต่งตัวได้ตามที่คิดหรือเปล่า  ทำงานได้ตามที่ตั้งใจไว้ไหม ผมคิดว่าวันนี้เราทำดีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้มันจะดีแบบนี้อยู่หรือเปล่า

พีค: ถ้าถามว่าดีที่สุดแล้วหรือยัง…(คิดนิดหนึ่ง) ดีที่สุดแล้วหรือเปล่าไม่รู้ แต่ในทุกวันผมทำเต็มที่ที่สุด ในทุกโอกาสที่ได้รับ ทำให้ดีที่สุด ทำสุดความสามารถของผม แค่นั้นละครับ ไม่แน่ใจว่าดีที่สุดหรือเปล่า แต่จะทำทุกโอกาสสุดความสามารถ และทำอย่างเต็มที่ที่สุดครับ