เรื่องเด่น

The GRAFFITI เมื่อกำแพงถูกขับขาน

Published 29 ต.ค. 2018

By Rabbit Today

The-Graffati-scoops-Rabbit-Today-banner

เชื่อเถอะ, คุณอาจจะเคยเผลอบ่นร่องรอยขีดเขียนที่อยู่ข้างผนังห้องน้ำสาธารณะ หรือยามเมื่อนั่งรถผ่านตึกอันรกร้าง สายตาเกิดเหลือบไปเห็นลวดลายสีสันกราฟิกเต็มกำแพง ก็มักจะเกิดคำถาม ‘นั่นมันภาพอะไร และใครที่ว่างขนาดนี้ ถึงได้มาพ่นสีบนกำแพงเล่น’

กราฟฟิตี้ คือนิยามของการขีด เขียน หรือเนรมิตรภาพบนกำแพงเหล่านั้น 

ไม่มากก็น้อย, เราต่างคุ้นเคยและคุ้นตากับศิลปะเหล่านี้ และหากกราฟฟิตี้จะเปรียบเหมือนดังคน เขาหรือเธอก็ดูไม่ต่างอะไรกับขบถนอกรีต เป็นตัวอันตรายของเมื่อวันวาน ทว่าวันเวลากลับทำให้ภาพขบถเลือนหาย กลายเป็นของดีมีมูลค่า จนใครๆ ต่างก็อยากเข้ามาทักทาย 

เพราะกลายเป็นศิลปะอันเจิดจรัส เราจึงขอพาคุณผู้อ่านเข้าไปสำรวจ ‘โลกแห่งการขีดเขียนผนังกำแพง’ พร้อมกับค้นหามุมมองของศิลปะที่มีเส้นกั้นบางๆ ระหว่างความงามกับขบถทางความคิดร่วมกัน...

การถ่ายทอดเรื่องราวลงบน ‘กำแพง’

Graffiti มาจากภาษากรีก ‘Graphein’ แปลว่า การเขียน มีนัยสำคัญคือ เป็นภาพวาดที่เกิดจากการขีดเขียนหรือการขูดขีดไปบนผนัง ซึ่งหากย้อนเวลากลับไป กราฟฟิตี้อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ โดยมนุษย์มักจะชอบวาดรูปคน สิงสาราสัตว์ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองลงบนผนังถ้ำ กระทั่งโลกวิวัฒนาการเปลี่ยนไป ‘กราฟฟิตี้’ ก็ได้กลายมาเป็นเครื่องมือในการแสดงออกของมนุษย์หลากหลายมิติด้วยกัน

เป็นการแสดงออกซึ่งอาณาเขต ในฟิลาเดลเฟียและเพนซิลเวเนียช่วงยุค 60’s มีบรรดาแก๊งสเตอร์เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นมีชาย 2 คน ที่ใช้ชื่อแฝงว่า Cornbread และ Coollearl ตระเวนเอาสีสเปรย์ไปพ่นเป็นตัวหนังสือตามกำแพง เพื่อต้องการแสดงสัญลักษณ์ว่านี่คืออาณาเขตของพวกเขา ไม่นานวิธีการนี้ก็ระบาดไปทั่วทุกแก๊ง ก่อนจะกระจายไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา

เป็นการแสดงออกซึ่งตัวตน กราฟฟิตี้เติบโตอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกาในช่วงยุค 70’s แต่เป็นในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดนตรีฮิปฮอป มันทำหน้าที่สะท้อนความมีตัวตนของกลุ่มคนผิวสีในสังคมอเมริกัน การแสดงออกของผลงานจึงเป็นทั้งงานศิลปะและขบถในเวลาเดียวกัน มีการขีดเขียนสัญลักษณ์ต่างๆ ตามพื้นที่สาธารณะ การพ่นสีภาพที่ท้าทายอำนาจรัฐ รวมถึงการแสดงออกในเชิงความคิดต่างๆ อีกมากมาย

เป็นการแสดงอารยะขัดขืน หากย้อนไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กราฟฟิตี้ในประเทศเยอรมนี กลับเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงอารยะขัดขืน ครั้งหนึ่งชาวเยอรมันในนาม ‘The White Rose’ ได้ทำการพ่นกราฟฟิตี้ด้วยข้อความง่ายๆ  ‘Freiheit’ (Freedom) และ ‘mit Hitler router’ (Down with Hitler) ไปทั่วเมืองมิวนิก ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกอัดอั้นตันใจต่อระบบนาซี รวมถึงสร้างความเป็นแนวร่วมไปในคราวเดียวกัน

The Must: กราฟฟิตี้ขนานแท้ ต้องมีอะไรบ้าง

The Graffati เมื่อกำแพงถูกขับขาน,สกู้ป,Rabbit Today

  • Spray ต้องพ่นด้วยสีสเปรย์
  • Revolt ต้องมีความขบถ
  • Crew ต้องมีกลุ่มก้อนของตัวเอง
  • Undisclosed ต้องไม่เปิดเผยตัวตน

The Words: ศัพท์แสงสไตล์กราฟฟิตี้

  • Bombing คือภารกิจการออกลาดตระเวนเพ้นต์ผลงานตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งถ้าจะให้ครบถ้วนกระบวนความ ต้องเป็นการลักลอบเพ้นต์งานตามสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย
  • Tag เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง คือการติดลายเซ็น หรือชื่อแฝงลงบนผลงาน
  • Writer คือศิลปิน คนพ่น หรือคนเขียนภาพนั้นๆ
  • Style Wars การแข่งขันการออกไอเดียในผลงานชิ้นนั้นๆ เรียกว่าเป็นการต่อยอดจากผลงานของศิลปินที่เคยเพ้นต์มาแล้ว

DID -YOU-KNOW-logo

ปัจจุบันไม่ใช่แค่การพ่นสเปรย์ แต่กราฟฟิตี้ยังมีเทคนิคที่เข้ามาเพิ่มเติมอีก

  • Stencil
  • Sticker
  • Poster
  • Acrylic
  • AirBrushes

จากกำแพงรกร้าง...สู่กำแพงเรือนล้าน

เริ่มต้นจากการฉีดพ่นสีตามกำแพงเพื่อการแสดงออก กราฟฟิตี้ถูกยกระดับจนกลายเป็นงานศิลป์ที่มากไปด้วยมูลค่า แถมยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนทั่วโลกอย่างมากมาย

The Graffati เมื่อกำแพงถูกขับขาน,สกู้ป,Rabbit Today

กราฟฟิตี้สู่แฟชั่น: ศิลปะกราฟฟิตี้เดินทางออกจากกำแพงมาสู่แบรนด์แฟชั่นมากมาย หนึ่งในนั้นคือแบรนด์ดังอย่าง Uniqlo ครั้งหนึ่งเคยได้ศิลปินในนาม Futura มาเนรมิตรลวดลายกราฟฟิตี้ลงบนเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ นอกจากนี้ Futura ยังเคยนำความเป็นกราฟฟิตี้ไปวาดลวดลายการออกแบบให้กับแบรนด์แฟชั่นอื่นๆ อีกเพียบ อาทิ Nike, Converse, Vans, A Bathing Ape, G-shock หรือแบรนด์มาแรงอย่าง Supreme

The Graffati เมื่อกำแพงถูกขับขาน,สกู้ป,Rabbit Today

กราฟฟิตี้สู่ซูเปอร์แบรนด์: กระเป๋าถือของคุณสุภาพสตรี หลายแบรนด์ต่างเคยใช้บริการกราฟฟิตี้กันเป็นแถว ที่ผ่านมามีทั้งแบรนด์ Furla ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ในปี 2015 โดยทำการออกแบบกระเป๋าให้ดูสดใส ลดวัย โดยนำภาพกราฟฟิตี้มาประดับอยู่บนกระเป๋า หรือแม้แต่แบรนด์ Chanel ก็เคยเพิ่มความซ่าให้กับคอลเล็กชั่นกระเป๋าเป้สะพายหลัง The Backpack ด้วยการนำเสน่ห์ของลวดลายกราฟฟิตี้มาใช้ตกแต่งกระเป๋าเช่นกัน

The Graffati เมื่อกำแพงถูกขับขาน,สกู้ป,Rabbit Today

กราฟฟิตี้สู่โซเชียล: สมัยที่เพิ่งตั้งเฮดออฟฟิศใหม่ๆ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งอาณาจักรเฟซบุ๊ก ก็ทาบทามให้เดวิด โช (David Choe) ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ไปช่วยวาดภาพกราฟฟิตี้ลงบนผนังภายในอาคารให้แจ่มแจ๋วขึ้นสักหน่อย โดยมีค่าจ้างอยู่ที่ราว 60,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2 ล้านบาท แต่ศิลปินรายนี้กลับขอเปลี่ยนเป็นหุ้นของบริษัทแทน เวลาผ่านไปแค่ 3 ปี หุ้นดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 6.7 พันล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุดๆ

The Graffati เมื่อกำแพงถูกขับขาน,สกู้ป,Rabbit Today

กราฟฟิตี้กับศิลปินเงินล้าน: หากจะหยิบยกศิลปินระดับหัวหอกในแวดวงกราฟิฟตี้โลก ชื่อ Banksy คือลิสต์ที่ต้องอยู่ในระดับหัวแถวอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเริ่มต้นจากการเป็นศิลปินใต้ดินที่ไม่เคยปรากฏหน้าตา ทว่ารังสรรค์ผลงานที่อัดแน่นไปด้วยความยียวนและเหน็บแนมสังคมได้อย่างถึงพริกถึงขิง สร้างความสั่นสะเทือนชนิดที่เรียกว่าเป็น Banksy Effect ได้เลยทีเดียว 

ที่ผ่านมามีคนดังของโลก อาทิ แองเจลีน่า โจลี่, จู๊ด ลอว์ หรือคริสติน่า อากีเลร่า ต่างลงทุนซื้อผลงานของเขาไปเชยชมด้วยราคาแพงระยับ แถมครั้งหนึ่งยังเคยมีเจ้าของผับในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ยอมขายผับของตัวเองเนื่องจากมีภาพผลงานของแบงซี่ติดอยู่บนผนังด้วยราคากว่า 140,000 ปอนด์ ล่าสุดผลงาน ‘เด็กหญิงกับลูกโป่ง’ ของแบงซี่ ถูกประมูลไปด้วยราคากว่า 1.04 ล้านปอนด์ ในงานประมูลผลงานศิลปะที่สถาบันโซเธบี้ ประเทศอังกฤษ ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ภาพวาดดังกล่าวก็ทำลายตัวเองไปกว่าครึ่ง เนื่องจากเจ้าตัวแอบติดเครื่องทำลายเอกสารไว้ที่กรอบรูป นี่คือเหตุผลว่าทำไมแบงซี่จึงเป็นศิลปินที่โด่งดังชนิดหาตัวจับยากจริงๆ

กราฟฟิตี้ VS สตรีตอาร์ต แตกต่างกันอย่างไร

ศิลปะ 2 แขนงนี้มีรูปแบบและลักษณะที่ใกล้เคียงกันมาก (จนบางคราวอาจเรียกได้ว่าเป็นงานแบบเดียวกัน) แต่ความจริงแล้ว งาน 2 แนวนี้มีความแตกต่างกันอยู่ โดยความเป็นกราฟฟิตี้มักจะมีมิติของการสร้างงานวนเวียนอยู่ในวัฒนธรรมดนตรีฮิปฮอปเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่งานสตรีตอาร์ตไม่ได้เน้นที่รากฐานของวัฒนธรรมฮิปฮอปเสียทีเดียว ยังมีการสร้างงานที่เปิดกว้าง ตามสไตล์ความชื่นชอบของศิลปินเป็นหลัก นอกจากนี้ตัวศิลปินกราฟฟิตี้ยังมักไม่ค่อยเปิดเผยตัวตน (แน่นอนว่ พวกเขามักจะทำผิดกฎหมาย) โดยนิยมพ่นชื่อ Tag ของตนเองมากกว่า แตกต่างจากศิลปินแนวสตรีตอาร์ต ที่จะเปิดเผยตัวตนในการสร้างงานอย่างเต็มที่

ปักหมุดกำแพงศิลปะ

The Graffati เมื่อกำแพงถูกขับขาน,สกู้ป,Rabbit Today

ปัจจุบันมีหลายเมืองทั่วโลกที่พัฒนาพื้นที่รกร้างให้กลายเป็น Landmark Graffiti ซึ่งในแต่ละแห่งก็มีภูมิหลังของการสร้างงานอันหลากหลาย

  • นิวยอร์ก: เมืองที่อุดมไปด้วยงานศิลปะหลายแขนง แต่สำหรับที่ถนน North 10th และถนน Bedford รวมไปถึงย่านดังอย่างบรูคลิน ทั้งหมดล้วนเป็นจุดที่มีงานกราฟฟิตี้ของศิลปินดังๆ อาทิ Jorit Aqoch, Faith 47 และคู่หูศิลปินชาวอิหร่านอย่างไอซีและซ็อต กระจายตัวอยู่บนกำแพงมากมาย
  • ไคโร: การปฏิวัติในประเทศอิยิปต์ ทำให้เมืองหลวงอย่างไคโรเต็มไปด้วยศิลปะสตรีตอาร์ตที่สะท้อนภาพสังคมการเมือง แม้ว่าจะอุดมไปด้วยกราฟฟิตี้ที่เป็นภาพค่อนข้างรุนแรงสักหน่อย แต่มันก็เป็นงานศิลปะที่สะท้อนความเป็นจริงที่สวยงามไม่เป็นรองที่ไหนในโลกเลยทีเดียว
  • ภูเก็ต: เป็นแลนด์มาร์กกราฟฟิตี้ของเมืองไทยอีกแห่ง ที่ผ่านมามีโครงการเชิญชวนเหล่าศิลปินมาร่วมสร้างสรรค์งานศิลป์บนกำแพงของเมืองหลายต่อหลายครั้ง ทำให้มุมต่างๆ ของเมืองเต็มไปด้วยผลงานของศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทยมากมาย อาทิ  Alex Face, Rukkit, Mue Bon (มือบอน) และ Lolay  
  • กรุงเทพ: มีงานกราฟฟิตี้ดีๆ กระจายตัวตามย่านต่างๆ มากมาย
    สามย่าน มีผลงานการแจมกันของ 2 ศิลปินดัง  Alex Face (พัชรพล แตงรื่น) เจ้าของภาพตัวการ์ตูนเด็ก 3 ตาอันโด่งดัง กับ Phai AMP (อลงกรณ์ มรรคผล) ศิลปินที่มีผลงานเป็นเอกลักษณ์ โดยผลงานของพวกเขาตั้งตระหง่านอยู่บนตึกแถว 3 ชั้น กินพื้นที่กว่า 250 เมตร 
    เจริญกรุง เคยมีโปรเจ็กต์งานสตรีตอาร์ตในชื่อ บุกรุก เชิญเหล่าศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังจากทั่วโลกมาเนรมิตรกำแพงเก่าย่านเจริญกรุงให้กลายเป็นผลงานสตรีตอาร์ตอันสวยงาม อาทิ ภาพวาดช้างหกคะเมน 2 ตัวบนผนังตึก ผลงานของศิลปิน Roa อันเลื่องชื่อ 
    ราชเทวี สวนเฉลิมหล้า บริเวณสะพานหัวช้าง ราชเทวี เพิ่งมีงาน Meeting of Styles Thailand 2018 โดยเชิญศิลปินไทยและนานาชาติกว่า 80 คน มาร่วมสร้างสรรค์ศิลปะกราฟฟิตี้ เป็นแลนด์มาร์กกราฟฟิตี้อีกแห่งที่นักเสพศิลปะไม่ควรพลาดมาชม

ศิลปะช่วยจรรโลงจิตใจ แต่สำหรับศิลปะที่เรียกว่า ‘กราฟฟิตี้’ นอกเหนือจากการยกระดับจิตใจ ยังเป็นส่วนหนึ่งในการบอกกล่าวถึงความเป็นไปของสังคมตลอดกาลอีกด้วย...


AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...