เรื่องเด่น

The Return of Rappers การกลับมาของ “แร็ปเปอร์”

Published 7 ต.ค. 2018

By Rabbit Today

Thaitanium-The-Unbreakable-scoop-Rabbit-Today-banner

สสารไม่เคยหายไปจากโลกฉันใด “แร็ปเปอร์” หรือนักร้อง (เพลง) แร็ปก็ไม่เคยหลบลี้หนีหายไปฉันนั้น มิหนำซ้ำยังหวนกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ สร้างความสั่นสะเทือนให้กับชาวแร็ปในเมืองไทยได้อย่างน่าตื่นเต้น และตื่นตัวเป็นที่สุด

พิสูจน์ได้จากปรากฏการณ์ความสำเร็จอันท่วมท้นของรายการแข่งขันหาแร็ปเปอร์ หรือแร็ปสตาร์หน้าใหม่ อย่าง “The Rapper” ที่ปรับรสชาติให้กลมกล่อมลงตัวแบบไทยๆ ทางช่องเวิร์คพอยท์ (ช่อง 23) และ “Show Me The Money Thailand” เรียลิตี้แร็ปโชว์แบบใครดีใครอยู่ (The Survivors Real) ออริจินัลเกาหลีที่อิมพอร์ตเข้ามาแบบเพียวๆ ทางช่อง True4you (ช่อง 24)

อาจกล่าวได้ว่า เป็น 2 รายการนี้เอง ที่ช่วยปลุกกระแส และดึงเอาเหล่าแร็ปเปอร์ ทั้งที่เคยอยู่ใต้ดิน และกระจายอยู่ทั่วไป ให้ได้มีเวที และที่ทางที่ชัดเจนเป็นกลุ่มก้อนยิ่งขึ้น

การกลับมาของ “แร็ปเปอร์” The Return of Rappers,สกู๊ป,Rabbit Today

ได้เวลา...แร็ป

สำหรับนักดูคอนเสิร์ต และรายการร้องเพลงทั่วไป (ที่ไม่ใช่คอแร็ป) คงแปลกใจไม่น้อยที่อยู่ดีๆ แทบทุกเวที แทบทุกรายการ ภาพยนตร์โฆษณา รวมถึงเพลงใหม่ๆ จะมีการฟีเจอริ่งท่อนแร็ปเข้าไปเกิดเป็นสีสันใหม่ๆ ที่ไม่เฉพาะฮิปฮอป หรือเร็กเก้ แต่อาร์แอนด์บี ร็อก หรือป๊อป ก็ยังแร็ป อย่างที่ “คุณโจ้” ซึ่งไม่ใช่โจอี้ บอย แต่เป็น “โจ้-วิรัตน์ เฮงคงดี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โต๊ะกลมโทรทัศน์ จำกัด ผู้ผลิตรายการ “The Rapper” บอกถึงที่มาที่ไปของปราฏการณ์ครั้งนี้ว่า

The Return of Rappers การกลับมาของ “แร็ปเปอร์”,สกู้ป,Rabbit Today

“จริงๆ แร็ปนี่ดังมาในโลกนี้สัก 20 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ยุค MC Hammer, Vanilla Ice, Snow มันเป็นยุคที่ผมเป็นวัยรุ่นพอดี อย่าง Kris Kross นี่ก็เป็นต้นแบบของแร็พเตอร์ (จอนนี่ อันวา กับหลุยส์ สก็อต) ส่วน MC Hammer ก็เป็นต้นแบบของพี่เจ-เจตริน เป็นยุคก่อนโจอี้ บอย ด้วยซ้ำ แร็ปก็จะมาๆ ไปๆ 

“แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้ฮิปฮอปยังอยู่ก็เพราะที่นิวยอร์กจะมีวัฒธรรมการฟีเจอริ่ง เอาแร็ปไปร่วมกับเพลงแนวนั้นแนวนี้ วันหนึ่งมาฮิปฮอปก็ไปอยู่กับสกา โจอี้ บอย นี่ชัดเลย แนวแร็ปของพี่โจ้จะเป็นแนวสกา เอาใจคนไทย บันเทิง สนุกสนาน แร็ปสามารถอยู่กับเพลงแนวไหนก็ได้ เป็นเพื่อนกับทุกคน อย่างไทยเทเนี่ยมเป็นฮิปฮอปที่ค่อนข้างมีความป๊อป ฟังง่าย มีท่อนแร็ปมีท่อนร้อง ส่วนพี่ขันจะเหมือนทางฝั่งตะวันตก ขัน เดย์ เวย์ ทุกคนเป็นแร็ปเปอร์หมด แต่ละคนจะมีสไตล์กึ่งไปทางไหนมากกว่า”

การกลับมาของ “แร็ปเปอร์” The Return of Rappers,สกู๊ป,Rabbit Today

ที่มาของ “The Rapper” เมื่อแร็ปจะเกิด...ก็ต้องเกิด

“เพราะเทรนด์มันมา” เหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ สำหรับโต๊ะกลม ในฐานะผู้สร้างสรรค์รายการ “The Rapper” ที่ต้องมองหารายการโทรทัศน์ใหม่ๆ สดๆ อยู่ตลอดเวลาเผย

“เราจะคุยกันตลอดว่า มีอะไรใหม่ อะไรกำลังมา บวกกับผู้บริหารช่องไปงานแฟร์รายการทีวีโลกคือ ดูเทรนด์จากเมืองนอก ทางฝั่งเกาหลี จีน รายการแข่งแร็ปนี่มาเป็นอันดับหนึ่ง ก็เลยคิดว่า แล้วเมืองไทยล่ะ ถึงวันนั้นหรือยัง กระแสแร็ปกำลังขึ้นมาแทนทุกๆ อย่างในวงการบันเทิง” 

กระทั่งฝั่งอเมริกา เหล่าศิลปินตัวท้อป จากที่เคยเป็นป๊อปสตาร์ ร็อกสตาร์ ก็กลายเป็นแร็ปสตาร์ ไม่เว้นแม้แต่ภาพยนตร์ดังอย่าง Fast & Furious ที่ใช้ฮิปฮอปเป็นเพลงประกอบทั้งหมด หรือข้ามไปลอนดอน ละครเวทีที่ดังที่สุด จองตั๋วกันข้ามปี อย่าง Hamilton ก็เป็นฮิปฮอปมิวสิคัล แร็ปเปอร์ และฮิปฮอปจึงเป็นสิ่งที่อยู่ในกระแส และเป็นความทันสมัย

การกลับมาของ “แร็ปเปอร์” The Return of Rappers,สกู๊ป,Rabbit Today

จากที่เคยเป็น “ทางเลือก” เข้าสู่ “กระแสหลัก”

สำหรับ The Rapper แล้ว เมื่อเป็นรายการประกวด หัวใจหลักจึงอยู่ที่ผู้เข้าแข่งขันว่า จะมีปริมาณ และคุณภาพมากพอ ที่จะเข้าประกวดได้ จึงต้องมองหาพันธมิตร อย่าง “Rap Is Now” ชุมชนแข่งขันแร็ปออนไลน์ สำหรับแร็ปเปอร์ใต้ดิน บวกกับแร็ปเปอร์รุ่นใหญ่ อย่าง โจอี้ บอย ขันเงิน และกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ รวมถึง ปู่จ๋าน แร็ปเปอร์พื้นถิ่น เจ้าของเพลง “ตราบธุลีดิน” ที่มีเนื้อหาบ้านๆ แต่มียอดวิวสูงสุด และเพลงบนยูทูปขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก มีแฟนคลับเป็นระดับรากแก้วของประเทศ เวทีแร็ปของเขาคือ งานบวช และงานวัดต่างๆ 

นี่...แสดงให้เห็นว่า แร็ปเข้าถึงได้สำหรับคนหมู่มาก ดังนั้น แนวคิดของ The Rapper จึงตั้งใจที่จะลบอคติไม่ดีที่มีต่อแร็ป เช่น หยาบคาย ฟังยาก หรือฟังไม่ทัน ให้หมดไป ลดทอนความยาก ทำให้เป็นมิตร เด็กฟังได้ ผู้ใหญ่ก็ฟังได้ แต่หัวใจของแร็ปยังอยู่นั่นคือ การเขียนเนื้อหา (Rahm) เพราะแร็ปก็เหมือนเพลงทั่วไป ชวนกันมาสนุกสนาน พูดถึงความรัก อกหัก ความหวัง กำลังใจ ฯลฯ

คิดรูปแบบรายการใหม่หมด ให้เป็นรายการแร็ปสำหรับคนไทย

“เวลาเราคิดฟอร์แมตขึ้นมาใหม่ เราต้องศึกษาฟอร์แมตรายการที่มีอยู่ บอกเลย ผมดูมาหมดโลกแล้ว จริงๆ มีอยู่ไม่กี่ฟอร์แมต เราอยากได้รูปแบบที่ไม่ซ้ำซ้อน แล้วเป็นมิตรมากที่สุด ให้คนทั่วไปคุ้นชิน ฟังทัน อย่างน้อยฟังรู้เรื่อง ก็เลยนำเพลงที่ดังอยู่แล้วมาเป็นแกนชี้นำ แล้วแต่งท่อนแร็ปใส่เข้าไป เพื่อให้เข้าใจง่าย 

“และรายการเรามีโค้ช 4 คน (กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ Urboy TJ  ปู่จ๋าน และ Twopee Southside) เป็นแร็ปเปอร์ร่วมสมัยมาคัดเลือกแร็ปเปอร์หน้าใหม่เข้ามาอยู่ในทีมเพื่อปั้น แล้วก็มีพี่ใหญ่ 2 คน (โจอี้ บอย และขันเงิน เนื้อนวล) เป็นคนคอยตัดสินชี้ขาดว่า ใครชนะใคร เหมือนมี 2 ชั้น 2 เลเยอร์ ซึ่งในสังคมฮิปฮอปไทยก็เป็นอย่างนั้น พี่โจ้ พี่ขัน เป็นเหมือนผู้บุกเบิกเพลงแร็ปในวงการนี้”

การกลับมาของ “แร็ปเปอร์” The Return of Rappers,สกู๊ป,Rabbit Today

ปัจจัยความสำเร็จของ The Rapper

คือความถึงพร้อมของสังคม นั่นคือ ผู้ชมพร้อม วัยรุ่นรอคอย จากการที่วงการบันเทิงบ้านเราไม่มีของใหม่มาสักพัก แต่รายการ The Rapper มาและแหวกแนว หลังจากที่รายการประกวดร้องเพลงเริ่มถึงจังหวะนิ่งเหมือนเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ก่อนจะมี The Voice และThe Mask Singer ช่วงเวลานี้คนจึงต้องการของใหม่ที่แปลกแตกต่าง เป็นความถึงพร้อมของคนดู ความถึงพร้อมของเหล่าแร็ปเปอร์ใต้ดิน ที่ได้ฝึกปรือกันมา 

นอกจากนี้ คุณโจ้ขอยกเครดิตให้ “Rap is Now” ผู้สร้างเวทีให้สำหรับกลุ่มใต้ดิน เมื่อมีเวทีเล็กเข้มแข็ง จึงได้เกิดเวทีใหญ่ และที่ลืมไม่ได้คือ โจอี้ บอย และขันเงิน “King of Rap” ของไทย ที่ไม่ได้ทำงานร่วมกันมาเกือบ 20 ปี การพบกันของคนคู่นี้จึงเปรียบได้กับ “วาระแห่งชาติของวงการแร็ป” 

ทันทีที่การแข่งขันจบลง และได้  “IRONBOY” เป็นแชมป์ The Rapper คนแรกของเมืองไทย The Rapper ก็ตอกย้ำความแรงด้วยรายการ The Rapper: After Shock และคอนเสิร์ต The Rapper แรงไม่แรง...รายการนี้ได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์เอาไปทำเกมบนมือถือเป็นครั้งแรก  และแน่นอนว่า ด้วยความสำเร็จขนาดนี้ เตรียมตัวพบกันในซีซั่น 2 กันได้เลย 

Show Me The Money Thailand
ต้นแบบความสำเร็จแบบออริจินัลเกาหลี

ถึงตรงนี้ ปฎิเสธไม่ได้ว่า แร็ปเปอร์นั้นมาแรง...มาแล้ว...และมาดีจริงๆ เมื่อ “Show Me The Money Thailand” หรือ STMT ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในเกาหลีถึง 6 ซีซั่นส์ ได้เดินทางมาถึงเมืองไทย ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ จำกัด (ซึ่งเป็นการจับมือกันของทรู และ CJ ENM ผู้นำด้านคอนเท้นต์จากเกาหลี) โดยมี “คุณบอย-อภิชาติ์ หงษ์หิรัญเรือง” กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้นำทัพ 

การกลับมาของ “แร็ปเปอร์” The Return of Rappers,สกู๊ป,Rabbit Today

“ผมอยู่ในวงการเพลงมาก่อน ฮิปฮอปก็เป็นหนึ่งในคอนเท้นต์ที่มีแนวโน้มที่ดีมากในต่างประเทศ ขณะที่บ้านเราก็มีกลุ่มใต้ดินอยู่เยอะ รายการนี้เป็นการเปิดเวทีให้แร็ปเปอร์มาแข่งขันในรูปแบบของภาษา วาจา และท่าทาง เป็นเรียลิตี้ที่แปลกมาก เทกเดียว ไม่เคยคัต ทุกอย่างออกมาอย่างนั้น น้องๆ ที่มาสมัครเขาทุ่มเท เขาเต็มที่ เขาอินกับสิ่งที่พูดออกมา คำว่า Show Me The Money  เป็นแสลงของคนฮิปฮอป เวลาจะให้ทำอะไรก็ Show Me The Money คือ ทำให้มันสุด” 

เมื่อรายการนี้จบลงสิ่งที่คุณบอยได้ค้นพบคือ พลเมืองแร็ปที่มากมายอย่างคาดไม่ถึง ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมหาศาล ปรากฏการณ์ฮิปฮอปเครซี่มากมาย เป็นการเปลี่ยนแปลงที่คุณบอยบอกว่า มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การอ้าแขนเปิดรับศิลปินแร็ปในค่ายเพลงต่างๆ อาทิ แร็ปสตาร์คนแรกของรายการ อย่าง “นายนะ ทศกัณฑ์” ไปอยู่กับค่ายเลิฟอีส “จิ๊กซอว์” รองอันดับหนึ่งไปอยู่กับค่ายสไปซี่ดิสก์ นับเป็นการส่งเสริมแร็ปสตาร์จากเวทีนี้ให้ไปอยู่ในค่ายเพลงที่มีความเชี่ยวชาญ

การกลับมาของ “แร็ปเปอร์” The Return of Rappers,สกู๊ป,Rabbit Today

ทำไมต้อง “เกาหลี”?

เพราะฮิปฮอปในเกาหลีนั้นฮิตหนักมาก บอยแบนด์วงใหญ่ๆ ไม่ว่าวงไหนก็วงนั้นจะต้องมีฮิปฮอป แร็ปเปอร์ อยู่ในวงตัวเอง ยิ่งสำหรับเอเชียแล้ว เกาหลีประสบความสำเร็จในเรื่องเอ็นเตอร์เทนเม้นต์มากที่สุด แข็งแรงที่สุด และเป็นผู้นำเทรนด์ เฉพาะรายการฮิปฮอปในเกาหลีนั้นมีถึง 5-6 รายการ เป็นรายการจากการสร้างสรรค์ของ CJ ถึง 3 รายการ นั่นคือ Show Me The Money, High School Rapper และ Unpretty Rapstar 

แต่เนื่องจากรายการ Show Me The Money ในเกาหลีจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบรายการทุกซีซั่น เมื่อมาถึงเมืองไทยจึงได้พัฒนารูปแบบรายการที่ผ่านมาทั้ง 6 ซีซั่นส์ โดยมีโปรดิวเซอร์จากเกาหลีบินมาดีไซน์รูปแบบรายการร่วมกับทีมผลิตในเมืองไทย 

“รายการเราจะเป็น Survivor Real ผู้แข่งขันที่เข้ามาจะไม่มีการเซต ทุกอย่างแบบใจมา มีม้ามืดเยอะมาก สมัครทางออนไลน์ส่วนหนึ่ง ในรูปแบบรายการ Ep แรกคือ Face to Face ที่เราเปิดให้ทุกคนเข้ามา ซึ่งมามากจนเราตกใจ เป็นพันๆ คน”

4 PD รุ่นใหม่...หัวใจของรายการ

เมื่อมีผู้แข่งขันก็ต้องโปรดิวเซอร์ หรือ PD ที่ทำหน้าที่คัดเลือกผู้เข้าขัน ทั้ง 4 ทีมล้วนเป็นแร็ปเปอร์สายแข็ง เริ่มจากทีมแรก-ซันนี่เดย์ (เดย์ ไทเทเนียม) และ Botcash (เอ้ จาก Boom Boom Cash) รวมกันเป็น #SUNNYCASH ทีมที่ 2 คือ แจ๊ส สปุกนิกปาปิยองกุ๊กกุ๊ก (หรือแจ๊ส ชวนชื่น) กับดาจิม กลายเป็น #DAJIMDAJAZZ ทีมที่ 3 #BUDDHABLESS 3 อุ๋ย เอ็ม โต้ง 3 แร็ปเปอร์จากวงบูดาเบลส ทีมสุดท้าย #DoubleP ป๊อก Mind Set (ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์) และเป้ วง Mild 

โดยเหตุผลในการเลือก PD ทั้ง 4 ทีม 4 สไตล์นี้ คุณบอยบอกว่า เป็นเพราะแร็ปเปอร์ไม่มีข้อจำกัด ไปได้กับทุกแนวดนตรี จึงเลือก PD ที่มีความสามารถที่แตกต่างกันแต่มีความเป็นแร็ปและฮิปฮอปอยู่ในสายเลือด และเพื่อความอินก่อนเริ่มรายการ เหล่า PD ก็ได้บินไปเจอกับ King of Rap ของเกาหลีอย่าง Tiger JK เพื่อถ่ายมิวสิกวิดีโอเปิดตัว ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะสร้างวัฒนธรรมฮิปฮอปอันแข็งแรงแบบเดียวกันนี้ที่เมืองไทย

การกลับมาของ “แร็ปเปอร์” The Return of Rappers,สกู๊ป,Rabbit Today

แร็ปเปอร์คือ นักสู้ และ Respect

วัฒนธรรมของฮิปฮอป และแร็ปเปอร์คือ เป็นคนต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ สิ่งนี้สังเกตได้จากอินเนอร์ของทุกคนที่มาแข่ง ด้วยฟอร์แมตของรายการที่เป็นเรียลิตี้ จึงมีเสน่ห์ในตัวเอง และทุกคนก็เต็มที่ คุณบอยเน้นย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในรายการล้วนเป็ฯเรื่องจริง และเป็นธรรมชาติ ไม่มีการเซต ไม่มีการเขียนสคริปต์ 

“ผมชอบทุกคนที่เข้ามาแข่งขัน ผมชอบภาษาของพวกเขา คมมาก และคิดเร็วมาก คนที่มาแข่งนี่รอยสักเต็มตัว แล้วมันเปลี่ยนความคิดที่ว่า คนที่มีรอยสักเป็นคนไม่ดี ที่มาในรายการสักเต็มตัวแต่ขี้แยทุกคน เซ้นซิทีฟทุกคน สิ่งสำคัญคือ ทุกคนมี Respect (ความเคารพ) นี่คือ สิ่งที่เราเจอในรายการนี้ ในรูปแบบรายการแบบ Face to Face ทุกขั้นตอนมันสร้างความผูกพัน สร้างความยอมรับ จริงๆ แล้วแร็ปเปอร์เป็นคนอ่อนโยนนะ เป็นคนน่ารัก”

และความสำเร็จที่สุดของรายการนี้คือ การที่เหล่าแร็ปเปอร์ได้รู้ว่า เขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปในโลกใบนี้ ไม่เพียงจะไม่ได้อยู่คนเดียว แต่ผู้ชนะจากรายการนี้ ทั้งอันดับ 1 และ 2 จะได้ขึ้นเวที Show Me The Money ซีซั่น 7 ที่เกาหลี 

ถึงวันนี้ล่ะก็...Show Me The Money ให้เต็มที่ไปเล้ยยย

ความแตกต่างระหว่าง “แร็ป” และ “ฮิปฮอป”

ฮิปฮอปจะใหญ่กว่า เนื่องจากฮิปฮอปเป็นเหมือนวัฒนธรรม ซึ่งรวมถึงไลฟ์สไตล์ วิถีชีวิต การแต่งตัว เครื่องประดับ ท่าทาง วิธีพูด การพ่นสเปรย์กราฟิตี้ และกีฬาที่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกสเก็ตช์บอร์ด ขณะที่แร็ปจะเป็นแนวเพลงที่ชาวฮิปฮอปฟัง และคนที่ร้องแร็ปคือ “แร็ปเปอร์”