เรื่องเด่น

ราษฎร์จะบัญญัติ กับ ราชบัณฑิต

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

the-royal-institute-news-beat-Rabbit-Today-banner

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเจเนอเรชั่นไหนหรือเกิดในยุคใด รสชาติของการเมาท์มอยล้วนต้องใช้ภาษา อาจจะเริ่ดสะแมนแตน เก๋ไก๋ชไนเดอร์ หรือฟรุ้งฟริ้งแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวได้มากแค่ไหน ทั้งหมดล้วนสะท้อนว่าภาษามีชีวิต และทำให้ผู้ใช้มีชีวิตชีวา

เราตามไปอัพเดตความรู้ในเรื่องภาษาไทยยุคนี้ จากผู้เชี่ยวชาญภาษาไทย 2 เจเนอเรชั่น คือ ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ราชบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย และ จักรกฤต โยมพยอม (ครูทอม) แชมป์แฟนพันธุ์แท้สุนทรภู่ วิทยากรเกี่ยวกับภาษาไทย วรรณคดีไทย ฯลฯ มาให้เราได้คิดตามกันดูว่า สิ่งที่เราเมาท์มอยกันทุกวันนี้นั้น ทั้งสองท่านคิดเห็นกันอย่างไรบ้าง

ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ราชบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย

เคยได้ยินบางคนพูดว่าภาษาเป็นของคนหมู่มาก แต่ถ้าคนหมู่มากไม่ใช้คำศัพท์ตามราชบัณฑิตยสภาบัญญัติไว้ จะทำอย่างไร

จะต้องถามก่อนว่า คำว่า ‘คนหมู่มาก’ นั้น เอาอะไรมาวัด เพราะภาษาไทยเป็นภาษาของคนไทย 70 ล้านคน และพวกเขาจะใช้แตกต่างกันหมดเลย คำว่าหมู่มากของคุณที่พูดเมื่อกี้ก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่ใช้คำแบบหนึ่ง และยังมีอีกเป็นร้อยเป็นพัน หรือเป็นหมื่นเป็นแสนกลุ่ม ที่ใช้แตกต่างกันออกไป กฎของราชบัณฑิตยสภาคือกฎตรงกลาง เพื่อให้คนที่ใช้ต่างกันสามารถสื่อสารได้ว่ากำลังพูดเรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้นระหว่างที่คุณจะสื่อในหมู่ของคุณ คุณก็สื่อกันไปตามที่คุณเข้าใจ แต่พอเป็นตรงกลางที่คุณจะต้องสื่อกับคนอื่น ก็ต้องสื่อให้รู้เรื่อง เขาไม่ได้บังคับใคร เพียงแต่ให้กฎตรงกลางเอาไว้เท่านั้นค่ะ

ซึ่งราชบัณฑิตยสภาเองก็ต้องมีการปรับตัวไปด้วย

ใช่ค่ะ เพราะภาษามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีการปรับไปเรื่อยๆ อย่างบางคำที่เคยอยู่ก็ไม่อยู่ มีคำใหม่โผล่เข้ามา แบบนี้จะมีตลอดค่ะ เพราะหลังจากที่เก็บข้อมูลกันแล้ว อภิปรายกันแล้ว คณะกรรมการเขาก็ตกลงกัน คนคนเดียวจะตัดสินไม่ได้ ต้องเป็นคณะกรรมการ แต่ที่เปลี่ยนตัวสะกดจะน้อยมากนะคะ เพราะถ้าเปลี่ยนแล้วจะยุ่ง เนื่องจากมันอยู่ในเอกสารต่างๆ มากมาย แต่อย่างคำว่าแซ่บนั้นไม่ได้อยู่ในเอกสาร มันจึงง่ายหน่อย

ราษฎร์จะบัญญัติ กับ ราชบัณฑิต,ข่าววันนี้,Rabbit Today,ข่าววันนี้,Rabbit Today

อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรต่อคำว่า ‘ภาษาวิบัติ’

เราไม่ได้บอกว่าภาษาวิบัตินะคะ เขาเพียงใช้ต่างเท่านั้นค่ะ คือใช้ไม่ตรงกับที่คนอื่นที่เขาใช้กัน แต่เราต้องมาดูกันต่อว่า เหตุผลที่เขาใช้ต่างนั้น เขาใช้ต่างเพราะจงใจ ใช้ต่างเพราะไม่รู้จริงๆ หรือเผลอ เช่นการใส่วรรณยุกต์ผิด เป็นต้น คนสมัยนี้ชอบเขียนอะไรให้แตกต่าง เพราะถ้าเขียนเหมือนๆ กันไป ใครเขาจะอ่านล่ะ จริงไหมคะ

ในยุคนี้มี SEO (Search Engine Optimization) ที่เป็นการเขียนเนื้อหาโดยใช้คีย์เวิร์ดหรือคำค้น ให้เข้ากับ Search Engine ที่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่คำค้นที่เป็นตัวท้อปหรือติดอันดับต้นๆ นั้น ไม่ใช่คำบัญญัติตามหลักของราชบัณฑิตยสภา

ไม่เป็นไรค่ะ เพราะมันเป็นกลุ่มไงค่ะ สมมติว่าคำบางคำมีคนสะกด 10 อย่าง และถ้าคุณหาอย่างเดียว ข้อมูลคุณก็หายไป 9 เพราะการเขียนนั้นไม่ได้เอาตัวกลางเขียน คือเขียนไปคนละอย่าง แต่ถ้าใช้ตัวกลางเขียนกันก็หาได้ทันที 10 อย่าง อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง การหาข้อมูลก็ต้องหาหลายๆ อย่างอยู่แล้ว หาอย่างเดียวไม่พอค่ะ

การทำพจนานุกรม 1 เล่ม ต้องใช้พลังงานมากแค่ไหน

ตอนนี้เรากำลังเก็บข้อมูล ทำฐานข้อมูลคำอยู่ค่ะ เราเก็บหมด แต่เก็บแล้วเราก็ต้องไปหาตัวอย่างการใช้ ต้องตีความต่อว่าที่เขาใช้กันมันหมายความว้าอย่างไร พอได้ข้อมูลตรงนี้เราก็เก็บไว้ก่อน จนกระทั่งถึงวันเวลาที่เหมาะสมเราก็จะเผยแพร่ออกมา เพราะบางทีเรายังไม่ทันจะเผยแพร่เลย แต่คำนั้นดันตายไปเสียก่อน

ราษฎร์จะบัญญัติ กับ ราชบัณฑิต,ข่าววันนี้,Rabbit Today,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ราชบัณฑิตยสภาซีเรียสเรื่องเสียงอ่านแค่ไหน

ประเด็นนี้มี 2 เรื่องคือ อ่าน กับ พูด ค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ คือคุณจะซื้อมะม่วง (ออกเสียงรวบคำเร็วๆ ว่า หมะ-ม่วง) แต่ถ้าอ่านตามตัวเขียนจะเป็น มะ-ม่วง เพราะฉะนั้นเสียงอ่านมันได้เป็นตัวๆ เท่านั้นค่ะ มันไม่ใช่ภาษาจริง เพราะถ้าคุณอ่านตามตัวเขียนก็จะฟังดูเป็นหุ่นยนต์ เป็นคนต่างชาติ หรือเป็นคอมพิวเตอร์หัดอ่าน เราจึงเป็นตัวกลาง ชี้แจงความเป็นมาของคำไว้ คุณจะออกเสียง 10 อย่าง อย่างไรก็ช่าง แต่ทุกคนจะมีตัวกลางที่เข้าใจร่วมกันได้หมด

วัยรุ่นกับการใช้ภาษา

ธรรมดาค่ะ สมัยเราเป็นวัยรุ่นก็ใช้แบบนี้แหละค่ะ เพียงแค่เราต่างรุ่นกัน จึงใช้ไม่เหมือนกันแค่นั้นเอง เป็นปรากฏการณ์ปกติของคนในโลกนี้ เช่นเดียวกับเพลงแร็ป ก็เป็นความนิยมของคนแต่ละรุ่นค่ะ สมัยอาจารย์รุ่นก่อนๆ ก็ต้องร็อกแอนด์โรลล์ จากร็อกมาดิสโก้ มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามปกติค่ะ เพราะถ้าไม่เปลี่ยนก็ขายของไม่ได้สิ จริงไหม

แต่อยากให้เขารู้ว่าการใช้ภาษามันขึ้นอยู่กับกาลเทศะและบุคคลค่ะ ถ้าเขาอยู่ในสังคมเขาจะได้รู้ว่าตอนไหนจะใช้ภาษาอย่างไร เช่น ตอนเขาอยู่กับเพื่อน แชตกับเพื่อน เขาก็ใช้ภาษาที่ใช้กัน แต่พอเขามาเจอครูก็จะใช้อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าอยู่ในสังคมไทยจะรู้ว่าอยู่ตรงไหนจะพูดอย่างไร คนที่พูดไม่ถูกนี่คือคนต่างชาติ เหมือนที่เราไปเมืองนอกแล้วพูดภาษาอังกฤษผิดนั่นแหละค่ะ เพราะเราไม่รู้ ก็เหมือนกันค่ะ

 

จักรกฤต โยมพยอม (ครูทอม)

ราษฎร์จะบัญญัติ กับ ราชบัณฑิต,ข่าววันนี้,Rabbit Today,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ครูทอมมีความคิดเห็นอย่างไรกับอิทธิพลของภาษาต่างชาติกับการใช้ภาษาไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น

อิทธิพลของภาษาต่างชาติส่งผลต่อภาษาไทยมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าคนไทยในปัจจุบันอาจจะรู้ภาษาต่างชาติเยอะกว่าแต่ก่อน เราก็เลยอาจจะรู้สึกว่าปัจจุบันนี้ภาษาต่างชาติมีอิทธิพลต่อภาษาไทยมากเป็นพิเศษ

อิทธิพลจากภาษาต่างชาตินั้นเราเจอกันหลายรูปแบบ เช่น คำทับศัพท์ ศัพท์บัญญัติ หรือแม้กระทั่งการใช้ภาษาไทยคำอังกฤษคำครับ คือเราต้องยอมรับด้วยว่าเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ย่อมมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย และสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นนั้น จำนวนไม่น้อยมันเกิดที่ต่างประเทศก่อนแล้วค่อยเข้ามาในประเทศไทย ถ้าจะให้คนไทยมีคำภาษาไทยเรียกสิ่งนั้นก่อน ก็เป็นไปไม่ได้ เราก็เลยต้องใช้คำภาษาต่างประเทศเรียกสิ่งนั้น บางทีพอจะตั้งชื่อภาษาไทย คนก็ไม่นิยมเรียก เพราะคุ้นเคยกับชื่อภาษาต่างประเทศไปแล้ว

ผมว่าการใช้คำไทยคำอังกฤษคำนี่ก็ต้องดูเป็นบริบทไปครับว่าเหมาะสมหรือเปล่า ถ้าคำไหนใช้ภาษาไทยแล้วคนฟังเข้าใจมากกว่า ก็ใช้ภาษาไทยไป แต่ถ้าคำไหนใช้ภาษาไทยแล้วคนฟังไม่รู้เรื่อง สื่อสารกันไม่เข้าใจ ก็ใช้ภาษาอังกฤษเถอะครับ อย่างในโทรศัพท์มือถือหรือในคอมพิวเตอร์ ผมก็ตั้งระบบให้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะบางคำแปลเป็นภาษาไทยแล้วงงมากจริงๆ

ราษฎร์จะบัญญัติ กับ ราชบัณฑิต,ข่าววันนี้,Rabbit Today,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ศัพท์แสงของวัยรุ่นที่ใช้กัน จะทำให้ภาษาไทยของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

ธรรมชาติของทุกภาษาบนโลกนี้มันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงก็มีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนการสะกด เปลี่ยนการออกเสียง เปลี่ยนความหมาย มีคำใหม่เพิ่มขึ้นมา มีคำบางคำหายไป ฯลฯ สังเกตดูว่าส่วนใหญ่แล้วคำที่เกิดขึ้นมาในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็จะมีอายุอยู่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น พอคนเริ่มเบื่อ ก็ค่อยๆ เลิกใช้กันไป เช่น คำว่า ‘เปิ๊ดสะก๊าด’ ที่ฮิตกันมากสมัยคุณป้ายังสาว เดี๋ยวนี้ก็แทบไม่มีคนใช้กันแล้ว หรืออย่าง ‘จ๊าบ’ ‘บ่องตง’ ‘จุงเบย’ ก็แทบไม่เห็นแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าคำไหนคนยังไม่เบื่อ ก็ใช้กันต่อไปเรื่อยๆ ก็ถือว่ามีคำศัพท์ใหม่เพิ่มขึ้นมาในภาษาไทย มีคำให้เลือกใช้มากขึ้น ผมว่าก็สนุกดีนะครับ

นอกจากคำใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างที่ยกตัวอย่างไปแล้ว พวกภาษาแบบที่เรียกกันว่า ‘ภาษาสก๊อย’ เช่น ม๊เปงลัยค๊ ดีค๊พิ๊ เช่อลัยค๊ ฯลฯ ก็เป็นภาษาเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นบางส่วนที่ผมว่าก็น่าสนใจดีนะครับ สนุกดีเวลาได้อ่าน เห็นบางคนชอบบ่นทำนองว่า "ภาษาสก๊อยแบบนี้อ่านยากมาก ไม่ดีเลย" ทั้งที่เขาก็คุยกันเองแค่นั้นเฉพาะกลุ่ม ผมก็อยากจะถามกลับว่า แล้วคุณไปยุ่งอะไรกับเขาล่ะ มันเป็นภาษาเฉพาะกลุ่มเขาไง เขาคุยกันรู้เรื่องก็ปล่อยเขาไป ถ้าเขาจะมาติดต่อธุระกับคุณแล้วใช้ภาษาสก๊อย คุณค่อยบ่นดีกว่าครับ

ราษฎร์จะบัญญัติ กับ ราชบัณฑิต,ข่าววันนี้,Rabbit Today,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ความคิดเห็นต่อภาษาแร็ปเปอร์ (ที่ใช้ในการร้องเพลงแร็ป)

ผมเองก็ติดตามแวดวงแร็ปอยู่เหมือนกันครับ เพราะปกติผมชอบฟังเพลงทุกแนวอยู่แล้ว อย่างเพลงแร็ปนี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะครับ โดยเฉพาะการแร็ปสด คนที่จะเป็นแร็ปเปอร์เจ๋งๆ ได้ ก็ต้องมีความเชี่ยวชาญทางการใช้ภาษาพอสมควรเลยครับ ต้องมีคลังคำในหัวเยอะ ต้องคมทั้ง ‘คำ’ ‘ความ’ และ ‘จังหวะ’ ถึงจะจับใจผู้ฟัง ไม่ต่างอะไรจากบทกวีสักบทที่กวีต้องใช้ทักษะการประพันธ์เพื่อให้เกิดคุณค่าทั้งด้านสังคมและด้านวรรณศิลป์

บางคนคิดว่าแร็ปเป็นแนวเพลงสมัยใหม่ ไม่มีคุณค่าเท่าเพลงเก่าๆ แต่ผมจะบอกว่าไม่จริงเลยครับ ศิลปะไม่ว่าจะเก่าหรือไม่ก็คือศิลปะ มีคุณค่าไม่ต่างกัน แล้วแต่คนจะมอง อย่างในหนังสือเรื่อง ‘นครคนนอก’ กวีนิพนธ์เล่มล่าสุดที่ได้รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน (ซีไรต์) ซึ่งรวบรวมบทกวีมากมายหลายบทเนี่ย หนึ่งในบทกวีที่อยู่ในซีไรต์เล่มนี้มีเพลงแร็ปอยู่ด้วยนะครับ

ปัญหาเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยส่วนใหญ่ที่ครูทอมพบเจอในกลุ่มลูกศิษย์คืออะไร

ปัญหาที่หนักที่สุดคือ ‘สื่อสารไม่รู้เรื่อง’ ครับ ซึ่งก็มาจากหลายสาเหตุ เช่น ผันวรรณยุกต์ไม่ถูก พอสะกดผิดแล้วทำให้ความหมายเปลี่ยน เช่น เวลาสั่งงานไปแล้วนักเรียนพิมพ์ตอบกลับมาว่า ‘คะ’ ซึ่งมันแสดงว่าเด็กไม่เข้าใจงานที่เราสั่ง ทั้งที่จริงๆ แล้วเด็กเข้าใจดีทุกอย่างเลย ก็ต้องสะกดว่า ‘ค่ะ’ ถึงจะถูกต้องตรงตามที่ต้องการจะสื่อ นอกจากนั้น บางทีก็จะเจอเด็กที่เลือกใช้คำได้ไม่เหมาะกับบริบท เช่น นักเรียนใช้คำแทนตัวเองว่า ‘เรา’ ทั้งที่มันไม่ใช่คำที่จะเอามาใช้เวลาคุยกับผู้ใหญ่ที่อายุห่างกันเป็น 10 กว่าปีครับ

เราใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ซึ่งคำว่า ‘การสื่อสาร’ นี้ ผมว่าไม่ได้แค่หมายความว่าเราจะบอก ‘สาร’ อะไรให้ผู้รับบ้าง แต่ผมว่าการที่เราใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสม มันยังสื่อให้ผู้รับเห็นด้วยว่าเราเป็นผู้มีความรู้ มีความรอบคอบ มากน้อยแค่ไหน

DID YOU KNOW?

ราชบัณฑิตยสถาน กับ ราชบัณฑิตยสภา

ราษฎร์จะบัญญัติ กับ ราชบัณฑิต,ข่าววันนี้,Rabbit Today

หลายคนเพิ่งรู้ว่า เดี๋ยวนี้ ‘ราชบัณฑิตยสถาน’ ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ‘ราชบัณฑิตยสภา’ แล้ว ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ราชบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย ท่านได้ให้ความรู้ว่า “เขาเพิ่งเปลี่ยนชื่อให้ตรงตามที่เคยได้รับสถาปนาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 ค่ะ ซึ่งพระองค์ท่านพระราชทานชื่อเราว่าราชบัณฑิตยสภา แล้วมาโดนเปลี่ยนสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม และเมื่อถึงการฉลองครบรอบ 150 ปี รัชกาลที่ 7 จึงใช้โอกาสนี้ขอเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อตามที่พระองค์ท่านเคยพระราชทานค่ะ”