เรื่องเด่น

ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ SkillLane รู้เพิ่ม (เติม) ทุกที่ ทุกเวลา

Published 8 เม.ย. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

Titipong-Pisitwuttinan-SkillLane-interview-Rabbit-Today-banner

 

ผมอยากให้ SkillLane เป็น ‘First Destination for on-demand skills’ หรือใครที่อยากเสริมทักษะพิเศษให้ตัวเอง แบบที่อยากเรียนอะไร ก็เลือกเรียนได้เลย ทุกที่ ทุกเวลา ต้องนึกถึงเรา

เพราะความรู้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน และจะดีแค่ไหนหากเราสามารถเรียนรู้เรื่องที่สนใจได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านปลายนิ้วสัมผัส SkillLane แพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์มาแรง ที่จะทำให้ทุกฝัน ทุกโอกาสเป็นจริงได้ 

Rabbit Today ชวนพูดคุยกับ ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ ผู้ก่อตั้ง SkillLane แพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์ที่กำลังเปลี่ยนสังคมที่กำลังเร่งแสวงหาความรู้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เช่นสังคมไทยในปัจจุบัน ด้วยความฝันที่อยากให้คนไทยได้พัฒนาทักษะต่างๆ ได้ทุกเรื่อง ทุกที่ ทุกเวลา 

Q: คุณมองเห็นโอกาสอะไรจากการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ (EdTech)

A: ตอนนี้คนไทยกว่า 97% ในวัยทำงานมีทักษะที่อยากเรียนเพิ่มเติม แต่ใน 93% ของคนกลุ่มนี้ยังไม่ได้ลงมือเรียนสิ่งที่ต้องการ เพราะไม่มีเวลา และนี่ก็เป็นตัวกระตุ้นให้การพัฒนาคอร์สเรียนออนไลน์เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ตามความสะดวกของแต่ละคน

Q: โมเดลของ SkillLane เป็นอย่างไร

A: เป็นแพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์ โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขามาสอนในรูปแบบของวีดีโอ ทำให้ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างสะดวก ไม่ว่าที่ไหนและเมื่อไร

Q: ทราบมาว่าธุรกิจนี้ มีต้นตอจากการที่คุณไปเรียนวิชาหนึ่งในต่างประเทศไม่ทัน

A: ไม่ทันไม่ว่าครับ แต่เป็นวิชาที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ตอนนั้นเป็นช่วงปี 2013 ซึ่งผมเรียน MBA ที่ Kellogg School of Management, Northwestern University มีคลาสพิเศษที่ชื่อว่า ‘Training the street’ เป็นเรื่องเด็ดเกี่ยวกับไฟแนนเชี่ยล ถ้าไม่ไปรอบนี้ จะไม่ได้เรียนในช่วงคอร์ส MBA อีกแล้ว และผมก็พลาด เพราะติดปัญหาเรื่องเวลาจริงๆ

แต่ผมมาทราบตอนหลังว่า เนื้อหาทั้งหมดมีการอัปขึ้นออนไลน์ซึ่งเหมือนกันกับในห้องเรียนเลย ตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของผมที่ทำให้คิดว่า ถ้าเราไม่สะดวกจริงๆ เราเรียนออนไลน์ได้ และถ้าเราอยากเรียนรู้สิ่งอื่นๆ เพิ่ม ก็สามารถหาได้ในออนไลน์ จนทำให้ผมกลายเป็นคนชอบเรียนรู้ทักษะหรือวิชาต่างๆ ในออนไลน์ไปโดยปริยาย และสิ่งที่ได้ก็ทำให้ผมมีความรอบรู้ขึ้นมากในหลายๆ ศาสตร์ที่ต่างกันกับชุดความรู้เดิมตามหลักสูตรที่ผมเคยสัมผัสมา

Q: ดูเหมือนเรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ ของคนยุคนี้

A: ต่อให้คุณมีความตั้งใจอยากจะเสริมทักษะให้ตัวเองแค่ไหน แต่ถ้าคุณต้องฝ่ารถติด ต้องเดินทางไกล ในช่วงเวลาหลังเลิกงาน ผมว่ามันเหนื่อยมากๆ หรือถ้าคิดจะไปเรียนช่วงวันหยุด เราก็อยากพักผ่อนกับวันหยุดของเรา แถมถ้าต้องไปจริงๆ ก็ต้องไปเรียนด้วยความตั้งใจ ต้องเก็บทุกเม็ด ผมว่ามันเครียด แต่การเรียนออนไลน์ เป็นอะไรที่ยืดหยุ่นในเรื่องเวลา ฟิตเมื่อไร ก็เปิดเรียนเลย เหนื่อยเมื่อไรก็พัก 

Q: ถามหน่อยว่าประสบการณ์ในการฟอร์มทีม SkillLane เกิดขึ้นได้อย่างไร

A: ย้อนไปประมาณ 5 ปีก่อน ผมกับ นัท-เอกฉัตร อัศวรุจิกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง มีความตั้งใจที่จะทำ SkillLane ตั้งแต่ตอนที่เราเรียนโท MBA ที่อเมริกา ตอนนั้นเราวางแผนกันว่า เราสองคนต้องเก่งกันคนละด้าน เพื่อที่ว่าเราจะได้มีทักษะที่มาเกื้อหนุนกันตอนเราสร้างธุรกิจ ทำให้ตอนที่เรียน เราลงเรียนกันคนละวิชา ผมลงเรียนด้าน Marketing, Strategy ฯลฯ ส่วนนัทจะเน้นในเรื่อง Management, Finance เป็นต้น ในขณะเดียวกัน เราก็หาที่ทำงานในอเมริกาด้วย เพื่อหาประสบการณ์ในการทำ Startup ผมไปทำงานกับ Tech startup ในชิคาโก ส่วนนัทไปทำงานกับกลุ่มนักลงทุน VC (Venture Capitalist) ที่ลงทุนใน Tech Startup เรียกได้ว่าเราลงทุน และทุ่มแรงกายแรงใจอย่างมาก จากนั้นเราก็นำสิ่งที่เรียนรู้และเริ่มทำมันอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนั้น

ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ SkillLane รู้เพิ่ม (เติม) ทุกที่ ทุกเวลา,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ชื่อ SkillLane มาจากอะไร

A: ตรงตัวเลยครับ SkillLane มาจากคำว่า ‘ถนนแห่งทักษะ’

Q: จำได้ไหมว่าคอร์สแรกที่อยู่บน SkillLane คืออะไร

A: เป็นคอร์สที่เราทำกันเองครับ เป็นการสอนใช้งาน Microsoft Excel มีผมกับนัทช่วยกันเขียนหลักสูตรขึ้นมา เขียนเอง สอนเอง ถ่ายทำเอง ตัดต่อเอง แถมคอร์สนี้ยังได้รับการตอบรับจากลูกค้าและมีคนเรียนอยู่จนถึงทุกวันนี้ด้วย 

Q: ขอบเขตคอร์สของ SkillLane กว้างแค่ไหน แบ่งเป็นคอร์สประเภทไหนบ้าง

A: ตอนนี้เรามีหลักสูตรมากกว่า 400 หลักสูตร เน้นไปที่เรื่องของภาษา ซอฟต์สกิล การทำธุรกิจ การลงทุน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Presentation การพูด และอีกหลากหลายทักษะที่เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพของคนทำงานในยุคปัจจุบัน

Q: แพงไหม

A: ราคาเฉลี่ยประมาณ 2 พันบาทครับ แต่ก็มีตั้งแต่ 500 บาท ถึง 5 พันบาท แล้วแต่ประเภททักษะ ใช้รูปแบบ Pay per cost คือ สนใจคอร์สไหนก็จ่ายคอร์สนั้น ซึ่งตอนนี้เรามีนักเรียน 2 แสนกว่าคนแล้ว 

Q: Top 3 ของทักษะที่คนเข้ามาใช้บริการใน SkillLane 

A: ตอนนี้ก็เป็นโปรแกรม Microsoft Office และทักษะด้าน Presentation ขณะเดียวกันก็จะมีเรื่องของภาษา (จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี) และศาสตร์ใหม่ๆ อย่างดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

Q: กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นใคร

A: มีทุกกลุ่มเลยครับ แต่สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นกลุ่มคนทำงานอายุ 25-35 ปี ที่ต้องการเรียนเสริมทักษะเพื่อพัฒนางานของตัวเอง

ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ SkillLane รู้เพิ่ม (เติม) ทุกที่ ทุกเวลา,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เจออุปสรรคมากไหม แล้วผ่านมาได้อย่างไร

A: เราเจอปัญหาตลอดทาง โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ตอนยังไม่มีอะไรเลย ความยากคือ ไก่ กับ ไข่ ถ้าไม่มีคอนเท้นต์ เราจะหาคนที่ไหนมาเรียน และถ้าไม่มีใครมาเรียน แล้วจะไปเชิญใครมาสอนได้อย่างไร แต่เราก็ผ่านมันมา ด้วยแนวคิดที่ว่า ถ้ายังไม่มีอะไรเลย ก็สร้างมันขึ้นมาเองสิ ผมกับนัทจึงเริ่มทำคอร์สสอนเอง ซึ่งก็คือ Microsoft Excel ที่บอกไป

เพราะผมเชื่อในทฤษฎีโดมิโน่ โดมิโน่มันจะล้มตัวที่ใหญ่กว่ามันได้ 1.5 เท่า ต่อให้เราเริ่มจากโดมิโน่ตัวที่เล็กมากๆ แต่พอตกกระทบไปโดนตัวต่อไปที่ใหญ่ขึ้นนิดนึง มักก็จะสร้างแรงกระทบมหาศาลไปสู่โดมิโน่ตัวที่ใหญ่กว่าถัดไป และผ่านไปสักพัก จุดเริ่มต้นของโดมิโน่ตัวเล็กๆ ก็จะเป็นผู้ริเริ่มที่ผลักโดมิโน่ตัวที่ใหญ่ที่สุดให้ล้มได้ 

แปลว่าถ้าวันแรกผมไปเชิญวิทยากรหรืออาจารย์ระดับประเทศมาร่วมกับ SkillLane ผมว่าเขาคงยังไม่เชื่อใจที่จะมาร่วมกับเรา ฉะนั้นสิ่งที่เราเริ่มทำ คือเริ่มจากตัวเองสอนเอง และพอมันประสบความสำเร็จ เราค่อยไปชวนเพื่อนมาสอน และก็เพื่อนของเพื่อน และพอมีคอร์สระดับหนึ่ง ก็เริ่มไปเชิญวิทยากรได้แล้ว และวิทยากรเก่งๆ ดังๆ ต่อไปก็จะตามมา จากนั้นก็ทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ช่วยเป็นระยะ เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ของเรา

Q: วิทยากรคนแรกๆ ที่เชิญมาเป็นใคร

A: พี่ป้อม-ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา CEO และผู้ก่อตั้ง Stock2morrow ครับ พี่เขาเป็นผู้ที่ให้โอกาสมาช่วยสอนทักษะเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนให้กับเราในช่วงแรก แถมยังเป็นหนึ่งในนักลงทุนของเราด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วต้องขอบคุณพี่ป้อมมากๆ เพราะเป็นคนที่รับฟังความฝันของผมกับ SkillLane และก็สนับสนุนในเรื่องคอนเท้นต์ ให้วิทยากร ทำให้เรายิ่งโตเร็ว เพราะการได้ Stock2morrow ซึ่งในวงการต่างให้การยอมรับมาช่วยนั้น ทำให้คอนเท้นต์โพรไวเดอร์เจ้าอื่นๆ สนใจและมาร่วมกับเรามากขึ้น

Q: กำลังใจสำคัญใดที่ทำให้ SkillLane อยากขับเคลื่อนตัวเองต่อไป

A: มี Feedback จากนักเรียนท่านหนึ่งที่เคยเรียนคอร์สการเขียนออนไลน์จากเรา แล้วไปเขียนหนังสือขาย จนกลายเป็นเป็น Best Seller ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยเป็นนักเขียนมาก่อน และก็มีคนที่เรียนโปรแกรมด้านคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์กับงานของเขาจนได้ดี และได้รับการโปรโมทตำแหน่งงาน/ เงินเดือนที่ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้คือประโยชน์จริงๆ ที่เขาได้รับจากเรา นั่นคือพลังงานที่ทำให้อยากพัฒนา SkillLane ให้ดียิ่งขึ้น 

Q: อะไรคือเป้าหมายของ SkillLane ใน 3-5 ปีต่อจากนี้

A: เราอยากให้ SkillLane เป็น ‘First Destination for on demand skills’ หมายถึงอยากให้เราเป็นรายแรกที่ใครก็ตามที่อยากเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ให้ตัวเอง ต้องนึกถึงเรา ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘On Demand’ หรืออยากเรียนอะไรเรียนได้เลย ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งโจทย์ตอนนี้ เราคงต้องพัฒนาระบบของเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มจำนวนคอร์สให้ครอบคลุมความต้องการของผู้เรียนให้มากยิ่งขึ้น 

Q: มั่นใจกับโมเดลนี้ขนาดไหน

A: ผมว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทุกคนในประเทศไทย โดยเฉพาะกับองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ไหลเข้ามาให้เราเรียนรู้แบบไม่มีวันสิ้นสุด ฉะนั้นเมื่อเราเห็นแล้วว่าธุรกิจ SkillLane มีองค์ประกอบที่จะช่วยเติมเต็มและแก้ไขปัญหาบางด้านของการศึกษา แถมเป็นปัญหาของคนหมู่มากด้วย ก็น่าจะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีต่อไป

Q: Today ของคุณเป็นอย่างไร

A: จากวันแรกที่เราทำกันเอง จนมาถึงวันนี้ ผมว่าเรามาได้ไกลมากๆ เลยนะครับ เพราะตอนนี้มีคนเรียนกับเราแล้ว 2 แสนกว่าคน และตอนนี้ขยายฐานไปยังลูกค้าองค์กร และวิทยากร รวมถึงอาจารย์ชั้นนำของประเทศก็มาร่วมกับเรามากขึ้น แต่ฝันยังอีกยาวไกลครับ คงต้องพัฒนากันต่อไป

โลกตอนนี้เปลี่ยนไวมาก อย่างการทำการตลาดปีนี้กับปีที่แล้ว ก็ไม่เหมือนกัน และปีนี้กับปีหน้า ก็จะไม่เหมือนกันอีก ถ้าเราหยุดนิ่ง เราก็จะไม่ทันโลก เพราะฉะนั้น การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เป็นเรื่องจำเป็น และเราเชื่อว่าสิ่งที่ SkillLane ทำอยู่ จะเติมเต็มทุกคน ด้วยองค์ความรู้ที่รวบรวมมาเสิร์ฟตามแต่ใจคุณเลือก…