Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Umbrella-News-Beat-Rabbit-Today-MAIN_920x470

สารพัดเรื่องราวจาก ‘ร่ม’ ของใช้สุดแสนธรรมดา ทว่าร่มในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ทั้งในโลกตะวันตกและโลกตะวันออก--ธรรมดาเสียที่ไหน และนี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องร่มๆ ที่ Rabbit Today รวบรวมมาเล่าสู่กันฟัง

 

ต้นตอของ ‘ร่ม’

ใครคิดว่าจุดเริ่มต้นของเครื่องใช้ที่เรียกว่า ‘ร่ม’ เกิดมาเพื่อกันฝนยกมือขึ้น! 

ถ้าคุณคือหนึ่งคนที่คิดว่าร่มเกิดมาเพื่อบังฝนก่อนที่จะถูกใช้บังแดด คุณ...คิดผิดค่ะ! รากศัพท์ของคำว่า ร่ม หรือ Umbrella ในภาษาอังกฤษมาจากคำว่า Umbra ในภาษาละตินที่แปลว่า บังแดด

แล้วทำไมถึงมาจาก ‘บังแดด’ ไม่มาจาก ‘บังฝน’ ล่ะ! ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า ‘ร่ม’ ถือกำเนิดขึ้นในเมโสโปเตเมีย ดินแดนที่เต็มไปด้วยพื้นที่ทะเลทราย แค่คิดก็สัมผัสได้ถึงอากาศอันร้อนระอุ แดดจ้าๆ และฝนคงเทลงมาไม่บ่อยนัก ร่มที่เกิดในเมโสโปเตเมียจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อใช้บังแดดก่อน ส่วนเรื่องบังฝนน่ะ มาทีหลัง

 

U FOR UMBRELLA,News Beat,Rabbit Today

พก ‘ร่ม’ กันฝน

สำหรับประเทศไทย แผ่นดินที่สภาพอากาศแปรปรวนง่ายยิ่งกว่าอารมณ์สตรีมีประจำเดือน จะให้กรมอุตุนิยมวิทยาไทยทำนายทายสภาพอากาศให้แม่นเป๊ะคงยาก (อย่างที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเชื่อถือไม่ค่อยได้) 

คนไทยส่วนใหญ่จึงมองข้ามการเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกจากบ้านแล้วเลือกไปตายเอาดาบหน้าเสมอ ประเภทที่ว่าฝนตกเมื่อไรค่อยว่ากัน จะมีก็แต่ผู้หญิงที่กลัวผิวเสียเวลาเดินท่ามกลางแดดจ้า หรือกลัวผมเปียก ชี้ ฟู ในเวลาที่ต้องวิ่งฝ่าฝนเท่านั้นที่จะพกร่มติดกระเป๋า ส่วนผู้ชายไทยน่ะหรือ เรื่องร่มลืมไปได้เลย แค่หยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือออกจากบ้านไปทำงานก็พอแล้ว 

ผิดกับคนอังกฤษลิบลับ เกิดมาก็มีฝนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ตื่นเช้าต้องเช็กพยาการณ์อากาศ  (พยากรณ์อากาศที่อังกฤษก็แม่นมาก...กกก) วางแผนการเดินทางให้ดี แล้วออกไปเริงร่าท่ามกลางสายฝนเสียเลย จึงไม่น่าแปลกที่ประชาชนคนอังกฤษเดินถือร่มกันไป-มาให้ขวักไขว่ และบางคนถือว่าร่มคือเครื่องประดับทางสังคมที่ควรมีติดกายไว้ (แม้จะไม่กางออกใช้งานก็แสดงถึงความไฮโซฯ และมีรสนิยมได้) เหมือนเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ที่ผู้ดีอังกฤษพึงมีอย่างไรอย่างนั้น ดูอย่างหนังเรื่อง Kingsman นั่นปะไร

 

U FOR UMBRELLA,News Beat,Rabbit Today

‘ผีร่ม’ ผู้เป็นมิตร

ตั้งแต่เด็กจนโต อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมาก็มาก ดูการ์ตูนญี่ปุ่นมาก็เยอะ เคยสังเกตไหมว่า บรรดาผีๆ ของประเทศญี่ปุ่นมักมาในรูปแบบแปลกไปจากไทยเรา ที่ญี่ปุ่นมีสารพัดผีข้าวของเครื่องใช้ ทั้งผีโคมไฟ ผีกระดาษ ผีผ้าฝ้ายก็มี (ที่ไทยจะมีก็แต่ผีไม้จิ้มฟันกับผีผ้าห่มเท่านั้น) ซึ่งบรรดาผีๆ เหล่านี้เกิดจากความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่า สิ่งของต่างๆ เมื่อมีอายุครบ 100 ปี จะมีไอวิญญาณเข้าสิง จากสิ่งของไม่มีชีวิตจะกลายเป็นภูตปีศาจขึ้นมาทันที ดังนั้น ต้องรักษาเครื่องใช้ให้ดี ไม่อย่างนั้นข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกทิ้งขว้างเหล่านี้อาจมาหลอกหลอนลูกหลานในอนาคต…ก็...เป็น...ได้….

Kasa Obake หรือ ‘ผีร่ม’ เป็นหนึ่งในบรรดาผีเครื่องใช้จากแดนอาทิตย์อุทัย เป็นผีร่มเก่าๆ ที่ทำจากไม้และกระดาษ มีตาปูดโปนขึ้นมาจากกลางตัวร่มเพียงตาเดียว แสยะยิ้มทะเล้นและมีลิ้นห้อยยาวออกมาจากปาก พร้อมกับด้ามร่มที่เป็นขาข้างเดียวใส่เกี๊ยะญี่ปุ่นกระโดดไป-มา แถมยังมีนิสัยขี้เล่นชอบหลอกผู้ใหญ่ให้มาหยิบใช้ตัวเอง (ร่ม) ในคืนวันฝนตก และมักจะปรากฏตัวไปเล่นกับเด็กๆ แต่ไม่รู้ว่าเด็กจะสนุกด้วยหรือเปล่านะ

 

U FOR UMBRELLA,News Beat,Rabbit Today

‘กางร่ม’ ป้องกัน

‘กางร่มทุกครั้งที่มีเซ็กซ์’ เคยฟังประโยคนี้แล้วเกิดอาการสงสัยไหม คนจะมีเซ็กซ์จะกางร่มไปทำไม มันจะช่วยอะไรได้...ถ้ามองตามรูปประโยค ‘ร่ม’ ที่ว่านี้ต้องไม่ใช่ร่มมีด้ามใช้กางกันแดดกันฝนแน่ๆ แต่ ‘ร่ม’ เป็นศัพท์ในวงการที่มีความหมายอีกนัยหนึ่งหมายถึง ‘ถุงยางอนามัย’ ดังนั้น ก่อนจะไปฟีเจอร์ริ่งกับใครอย่าลืมกางร่มด้วยนะจ๊ะ

นอกจากนี้แบรนด์ถุงยางอนามัยยี่ห้อดังอย่าง Durex ยังหยิบเอาสัญลักษณ์ ‘ร่ม’ ไปเป็นตัวแทนของการ Safe Sex ด้วย เมื่อปี 2016 Durex ทำการศึกษาพฤติกรรมวัยรุ่น พบว่าวัยรุ่นสมัยนี้คุยเรื่องอย่างว่ากันผ่าน Emoji พิมพ์มาแค่ 20-6-2561 0-20-59 หรือ 20-6-2561 0-21-27 ก็เป็นอันรู้กัน! 

Durex จึงส่ง Emoji ตัวใหม่ 20-6-2561 0-21-40 เข้าไปเป็นตัวแทนของถุงยางอนามัย หวังจะแทรกตัวอยู่ในส่วนหนึ่งบทสนทนาภาษาเซ็กซ์เพื่อกระตุ้นให้คนหันมา Safe Sex กันมากขึ้น แค่พิมพ์  20-6-2561 0-20-59 + 20-6-2561 0-21-40 ก็เป็นอันว่าเข้าใจตรงกันว่า Safe Sex จ้ะ

 

U FOR UMBRELLA,News Beat,Rabbit Today

ขบวนการ ‘ปฏิวัติร่ม’

ย้อนกลับไปประมาณ 4 ปีก่อน ในปี 2557 การรวมตัวของนักศึกษาและคนหนุ่มสาวประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงกลายเป็นข่าวใหญ่โตบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบทุกหัวทั่วโลก ในการประท้วงครั้งนั้น บรรดาผู้ชุมนุมทั้งหลายต่างมี Accessories สำคัญหลายชิ้นเป็นอาวุธป้องกันตัว แต่หนึ่งในอาวุธที่โดดเด่นที่สุดคือ ‘ร่มสีเหลือง’ ที่ผู้ชุมชนใช้สำหรับป้องกันสเปรย์พริกไทยที่ทางการเคยใช้สลายม็อบ 

ส่งผลให้ร่มสีเหลืองกลายเป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนในครั้งนั้นที่หลายคนจำได้ดี และเป็นสัญลักษณ์แห่งการเรียกร้องประชาธิปไตยไปโดยปริยาย จนทุกคนเรียกการต่อสู้ของชาวฮ่องกงครั้งนั้นว่า ‘ปฏิวัติร่ม’ หรือ Umbrella Revolution