เรื่องเด่น

The Power Little Girl หญิงสาวไซส์ S กับพลังความคิดระดับ XL วิโอเลต วอเทียร์

Published 2 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Violette-Wautier-news-beat-Rabbit-Today-banner

หากคุณกำลังมองหาศิลปินสาวรุ่นใหม่ ชนิดที่ก้าวขึ้นมาในดีกรีระดับ ‘ไอดอล’ เห็นทีชื่อของ วี-วิโอเลต วอเทียร์ ต้องติดอยู่ในนั้น...

สาวร่างเล็ก แต่ความสามารถไม่ได้เล็กตามขนาดร่างกาย เธอก้าวเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีเมื่อราว 5 ปีก่อน กับเวทีการประกวด The Voice หลังจากนั้น ชื่อ วี-วิโอเลต ก็กลายเป็นหนึ่งในศิลปินหน้าใหม่ของวงการ แต่ที่ดูเหมือนจะฉายภาพชัดเจนกว่าออร่าความเป็นศิลปิน คือภาพลักษณ์และบุคลิกความมั่นใจ ที่ตอบโจทย์และโดนใจหนุ่มสาวคนุร่นใหม่เป็นอย่างมาก

ยิ่งมาตอกย้ำด้วยผลงานการแสดงที่เป็นอีกหนึ่งบทบาทของเธอ อาทิ ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ, พรจากฟ้า, Die Tommorow หรือแม้แต่ละคร O-Nagative รัก-ออกแบบไม่ได้ ก็ยิ่งส่งให้ภาพของ ‘สาวมั่น’ ฉายชัดต่อการรับรู้ของผู้คนเข้าไปอีก 

ล่าสุด วีก้าวออกจากค่ายเพลงที่เคยดูแล เพื่อออกมาทำงานอิสระของตัวเอง แถมยังก้าวสู่ความท้าทายอีกขั้น ด้วยการปล่อยซิงเกิล Drive เพลงภาษาอังกฤษที่เธอทั้งแต่ง ทั้งร้อง รวมทั้ง...จัดการทุกสรรพสิ่งด้วยตัวเอง 

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด อยู่บนตัวเลขวัยเพียง 24 ปี...

ความกล้า ความมั่นใจ ความคิดสร้างสรรค์ นั่นเป็นส่วนประกอบที่สะท้อนออกมาจากสาวน้อยวัย 24 ปีคนนี้ แต่ที่มีมากกว่านั้น คือ ‘พลัง’ ที่ส่งให้หญิงสาวมุ่งหน้าต่อ 

Rabbit Today ไปพูดคุยกับเธอ พร้อมนำพลังของสาวรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้มาถ่ายทอด...

ตอนนี้โฟกัสกับงานอะไรอยู่บ้าง

วีกำลังจะมีซิงเกิลที่เป็นโปรเจ็กต์ของ JOOX ซึ่งเป็นการนำศิลปิน 2 คน 2 กลุ่ม มาฟีเจอริ่งกัน วีได้มาร่วมงานกับพี่ๆ วง Getsunova ในเพลง ‘ดวงจันทร์กลางวัน’ ถือเป็นการทำงานที่เข้าขากันมาก (หัวเราะ) ซึ่งแปลกดี เพราะจริงๆ ต่างคนก็ต่างคิวแน่นทั้งคู่ แต่การทำงานถือว่าราบรื่นมาก วีจะเป็นคนคอยช่วยพี่ๆ เสียมากกว่า โดยจะมีพี่ปณต (ปณต คุณประเสริฐ-มือกีตาร์) เป็นคนแต่งเนื้อเพลง เวลาที่พี่ณตแต่งเนื้อเพลงมา ก็จะส่งมาให้วีดู ถ้าเนื้อเพลงตรงไหนเรารู้สึกว่ามันติด เวลาร้องแล้วรู้สึกไม่เข้าปาก ก็จะขอเขาเปลี่ยนนิดหน่อย ค่อยๆ ปรับแก้กันไป จนเพลงออกมาสมบูรณ์ที่สุด 

สิ่งที่ดีที่สุดของเพลงนี้คืออะไร

โห เยอะนะ (หัวเราะ) เอาแค่การทำงานก็สนุกมากแล้วละ พี่ๆ ค่อนข้างเปิดรับฟังไอเดียจากเรา เราเองก็ชอบในไอเดียของพี่ๆ เช่นกัน ถือว่าถูกจริตกันมาก ทั้งๆ ที่ไม่เคยร่วมงานเบื้องหลังกันมาก่อน ทีแรกที่แม่วีรู้ แม่กรี๊ดเลย เพราะแม่ชอบเก็ทสึโนว่ามาก (หัวเราะ) อีกเรื่องที่วีรู้สึกดีคือ การร้องของวีกับพี่เนม (ปราการ ไรวา) ค่อนข้างลงตัวมาก พี่เนมเขาจะเสียงเพราะใช่ไหมคะ เราก็แอบเกร็งเหมือนกัน จะร้องไปกับเขาไหวไหม (หัวเราะ) แต่พอได้ร้องร่วมกันจริงๆ วีว่าลงตัวมาก (ยิ้ม)

เมื่อ 2-3 เดือนก่อน ทราบว่าวีเพิ่งปล่อยซิงเกิล Drive ออกมา ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อย

เพลงนี้เป็นเพลงเนื้อภาษาอังกฤษที่วีแต่งเอง กระแสตอบรับถือว่าโอเคมาก แต่ที่วีรู้สึกดีมากๆ คือ เป็นการทำงานที่เรารับผิดชอบเองหมดทุกอย่าง เพราะครั้งนี้ไม่มีค่ายคอยดูแล ทำให้ต้องตัดสินใจเองหมด ทีแรกเหวอ (หัวเราะ) เพราะบางเรื่องเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการต่างๆ หรือพวกงานหลังบ้าน ซึ่งค่อนข้างจุกจิกมาก แต่พอเริ่มทำความเข้าใจ บอกตัวเองว่าเราต้องทำเองนะ ตอนหลังก็ไม่มีปัญหา (ยิ้ม)

แล้วทำไมถึงต้องออกมาทำเองทั้งหมด

วีอยากเป็นตัวของตัวเอง อยากสร้างงานที่เป็นตัวเราจริงๆ แต่ความยากคือ เราไม่มีประสบการณ์ เราไม่เคยรู้ว่ามีเรื่องยิบย่อยพวกนี้อยู่ แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ ทีนี้ก็เลยต้องตั้งสติใหม่ โอเค มันอาจต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่นหน่อย แต่ว่าเราก็ค่อยๆ เรียนรู้มันไป วีว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เราเพิ่งอายุ 24 ต้องเจออะไรแบบนี้บ้างแหละ ให้มันง่ายตลอดไปคงไม่ได้ แล้วเดี๋ยวพอทุกอย่างผ่านไปได้ ก็จะสบายขึ้น (ยิ้ม)

มีวิธีการสร้างพลังความคิดให้ตัวเองอย่างไร

วีเป็นคนที่รู้สึกอินกับเรื่องอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นมังคะ อย่างเช่นซิงเกิลต่อไปที่กำลังจะปล่อยออกมา มีชื่อเพลงว่า Smoke เป็นเพลงแนวจีบๆ กันนี่แหละ อารมณ์ของเนื้อเพลงประมาณว่า ฉันไม่สูบบุหรี่นะ แต่ถ้าเธอสูบ เดี๋ยวฉันตามออกไปด้วย ซึ่งในชีวิตจริง เราก็เป็นคนที่ไม่สูบบุหรี่ แต่เราหยิบจับอารมณ์ของคนที่สูบบุหรี่ พร้อมกับใส่มู้ดแบบคนจีบกันลงไปในเพลง งานส่วนใหญ่ของวีจะเกิดขึ้นจากวิธีคิดแบบนี้ ซึ่งเราว่ามันสนุกดี

คิดเอง ทำเอง เป็นสไตล์ตัวเอง เคยกลัวความล้มเหลวบ้างไหม

 วีจะมีหลักคิดของตัวเองว่า ไม่ว่าจะไปทางไหน ทางนั้นล้วนถูกเสมอ เพราะเป็นทางที่เราเลือกแล้วไง (ยิ้ม) โอเค บางครั้งเราอาจไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปทางนี้ แต่เมื่อมันต้องมาแล้ว เราก็ต้องไปต่อ และต้องหาข้อดีว่า ถ้าเราจะไปต่อทางนี้ เราจะไปต่อให้ดีที่สุดอย่างไร เพราะฉะนั้น สำหรับวี ไปทางไหนก็ไม่ผิด แค่ทำให้มันดีที่สุดก็แล้วกัน

คิดว่าตัวเองเป็นคนครีเอทีฟแค่ไหน

ไม่รู้เหมือนกันค่ะ (ยิ้ม) วีรู้สึกว่าคนบนโลกนี้มีแต่ครีเอทีฟเก่งๆ ทั้งนั้น วีเลยไม่กล้าบอกว่าตัวเองครีเอทีฟขนาดนั้น แต่เราชอบสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นตัวเราเองขึ้นมา วีสามารถสร้างสรรค์งานจากสิ่งรอบๆ ตัว สมมติเราเจอหน้าคนคนหนึ่ง คนนี้มองหน้าเราแปลกๆ เราก็จะเกิดความรู้สึกเอ๊ะ คือเมื่อเอ๊ะปุ๊บ เราสามารถเอาความรู้สึกนี้ไปเล่าต่อ ค่อยๆ สร้างเรื่องขึ้นมารอบๆ ความรู้สึกนั้น จนมันกลายเป็นเพลงได้ 

ดูเป็นคนช่างจินตนาการมาก

(หัวเราะ) อาจจะเป็นเพราะวีจบฟิล์มมาด้วยละ (นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ สาขาภาพยนตร์) เวลาทำอะไร จะชอบใส่ซาวนด์แทร็กให้ตัวเอง สมมติไปเดินอยู่ในที่แห่งหนึ่ง แล้วบรรยากาศมันได้มาก วีก็จะเอาเฮดโฟนใส่หู แล้วเปิดเพลงที่คิดว่ามันน่าจะเข้ากับบรรยากาศนั้น ซึ่งพอเปิดปุ๊บ มันลงตัวยิ่งขึ้น เวลาทำเพลง วีจะใช้วิธีการนี้ สร้างเหตุการณ์ให้เป็นเนื้อเพลง แล้วสร้างเพลงขึ้นมาให้เข้ากับเหตุการณ์ที่เราเล่า (ยิ้ม)

คุยเรื่องงานการแสดงกันหน่อย

เร็วๆ นี้จะมีโปรเจ็กต์ละครซีรีส์ของ คลับ ฟรายเดย์ ตอนนี้เตรียมตัวถ่ายทำอยู่ ก่อนหน้านี้ก็เป็นภาพยนตร์สั้น Die Tomorrow ของพี่เต๋อ-นวพล ส่วนงานละครทิ้งช่วงไปพอสมควร เรื่องสุดท้ายคือ โอ-เนกาทีฟ ถามว่าทำไมถึงทำงานแสดงน้อย วีไม่อยากเล่นบทซ้ำๆ กันด้วยแหละ เราอยากทำงานด้วยบทบาทที่ท้าทายมากขึ้น เลยทำให้คนเห็นว่าวีรับงานแสดงค่อนข้างน้อย แต่โดยรวมก็สนุกกับงานด้านนี้นะ เป็นอีกงานที่เรารู้สึกว่าเราทำได้ค่อนข้างดี (ยิ้ม) 

มีคนมองว่าวีเป็นสาวเก่งหรือสาวมั่น ส่วนตัวคิดอย่างไร

เราไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก วีเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง เวลาลงมือทำอะไรก็ตาม จะบอกตัวเองว่าทำไปเถอะ ผิดก็ผิด  มั่นใจว่าผิดก็ผิดไปเลย โง่ก็โง่ไปเลย โง่ให้สุด จะได้ฉลาดขึ้น (หัวเราะ) เป็นคนที่มั่นใจในความโง่ของตัวเอง พร้อมกับมั่นใจในความถูกต้องของตัวเองด้วย ไปเถอะ ไม่เป็นไร เดี๋ยววันหนึ่งเราจะฉลาดเอง (ยิ้ม)

จากวันที่ประกวดในรายการ The Voice ถ้าเปรียบเป็นขั้นบันได คิดว่าตัวเองเดินมาขั้นไหนแล้ว

ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้แต่ว่าค่อยๆ เดินขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ยังอีกไกลกว่าที่ตั้งใจไว้ วีว่าวีกำลังเติบโตขึ้นในทางที่ถูกต้องนะ เรารู้สึกว่าเราค่อยๆ โตขึ้นไปตามวัย ไปพร้อมๆ กับทัศนคติและดนตรีของเรา ทุกอย่างดำเนินไปตามเวลาของมัน และไม่ว่ามันจะไปทางไหน มันถูกต้องเสมอ (ยิ้ม)

เมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องไปให้ดีที่สุด ไม่ว่าผิดหรือถูก ผลลัพธ์ที่ได้ คือความภูมิใจ...

Hear to Getsunova

ฟังวีเล่าถึงโปรเจ็กต์พิเศษไปแล้ว ด้าน 4 หนุ่ม Getsunova ก็มีเรื่องราวมาบอกเช่นกัน...

“ตื่นเต้นมากครับกับการทำงานเพลงร่วมกับวี ทีแรกไม่ได้สนิทกันมาก แต่พอมาทำงานร่วมกันแล้ว น้องวีเป็นคนทำงานสนุก เฮฮา เหมือนทำงานด้วยกันมานาน (หัวเราะ) เริ่มต้นเราทำงานกันง่ายๆ จับกีตาร์โปร่งมาร้องเพลงกัน ค่อยๆ ตั้งโครงเพลง แล้วหาไอเดียต่างๆ มาถม จนที่สุดก็กลายเป็นเพลงดวงจันทร์ในยามกลางวัน ฝากติดตามเพลงนี้กันด้วยนะครับ เป็นเพลงที่เพราะและมีเสน่ห์มากๆ เพลงหนึ่ง ต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพลงจะถูกปล่อยออกมาให้ได้ฟังกันแน่นอน”