เรื่องเด่น

เปิดโลกไม่จำเป็น ธนกฤต พานิชวิทย์

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Wan-Thanakrit_920x470

เช้าวันจันทร์ ผมพบความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับสาวๆ Rabbit Today พวกเธอขอลางานครึ่งวันครับ โดยให้เหตุผลว่า...ขอใช้เวลาครึ่งวันนั้นอยู่กับ ว่าน-ธนกฤต

เหตุการณ์ดังกล่าวสันนิษฐานได้ว่า ซิงเกิลใหม่ ‘โสดทัศนศึกษา’ (โสดของเขา เขียนอย่างนี้ครับ) ของชายหนุ่มคงจู่โจมหัวใจคนแถวนี้เข้าให้แล้ว 

ผู้หญิงเวลาปลื้มใครนี่ดูง่ายมากนะครับ พวกเธอไม่ได้เปื้อนยิ้มแค่ใบหน้า แต่นัยน์ตาก็เปื้อนด้วย แถมเปื้อนหนักกว่าอีก

จำได้ตอนเอเอฟ ซีซันส์ 2 คุณเอาเพลงที่ตัวเองแต่งมาออดิชั่น บุคลิกท่าทาง และการร้องเพลงในตอนนั้น รู้เลยว่าเด็กคนนี้มัน...ขอโทษครับ ‘กวนที-น’ นั่นเป็นตัวคุณไหม

ก็น่าจะอย่างนั้นครับ เมื่อก่อนไม่ทราบว่าเป็น คิดว่าคือบุคลิกภาพที่สร้างขึ้น แต่พออยู่กับมันมากขึ้นๆ ถึงทราบว่าความ ‘กวนที-น’ นี่เป็นเหมือนเส้นสีดำกลางหลังของกุ้งที่อยู่ด้วยกันมากับผม

มันมาของมันเองหรือเกิดจากการสั่งสมครับ

มันน่าจะสั่งสมมาจากสารตั้งต้นหลายๆ อย่างที่ผมชอบ เช่น บทเพลงของอาบุญธรรม พระประโทน หรือวิดีโอตลก หรือซิตคอม--อะไรทำนองนั้นครับ ที่ผมชอบดูตอนยังเด็ก  

ทำไมกล้าเอาเพลงแต่งเองมาออดิชั่นล่ะ

เหมือนผมมาผิดบ้านมากกว่าครับ เดินขึ้นผิดศาลา กับไม่รู้ว่ารายการเขาจะพาคนที่สมัครเข้าแข่งขันไปสู่การเป็นนักร้อง เพราะไม่ค่อยได้ดู คิดแค่ว่านี่อาจเป็นช่องทางหนึ่งในการส่งงานเพลงที่ผมเขียนขึ้นเอง ก็เลยเอามาส่ง และจับพลัดจับผลูมาเรื่อยๆ เปื่อยๆ 

ตอนนั้นผมเล่นดนตรีมาหลายปีแล้ว เลยอยากสร้างงานที่เป็นของตัวเองบ้าง เอเอฟถือเป็นช่องทางหนึ่งที่เลือกเอามาส่ง มาปล่อยของ แต่บังเอิญปล่อยผิดที่

เปิดโลกไม่จำเป็น ธนกฤต พานิชวิทย์,News Beat,Rabbit Today

แต่จากเอเอฟ คุณมีโอกาสได้ทำงานในวงการบันเทิงอีกหลากหลายอย่าง ถ้าบอกปล่อยผิดที่ ก็คงเป็นผิดที่แต่ถูกต้อง

ใช่ครับ มันลามปามไปเรื่อยจนปัจจุบันนี้ ที่ผมต้องแต่งหน้าแบบมีกระแล้วถ่ายรูป (หัวเราะ แซวการแต่งหน้าของตัวเองเพื่อถ่ายแบบในวันนี้) แม้จะส่งงานผิดศาลา แต่เอเอฟก็เปิดประตูให้ผมอีกหลายๆ บานเลยละ ซึ่งทุกบานเป็นสิ่งดี ถ้าไม่เริ่มต้นที่นั่น ก็ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหน และเราจะได้มานั่งคุยกันวันนี้ไหม (สาวๆ ที่นั่งฟังว่านคุย จู่ๆ พวกเธอก็ออกอาการเขินม้วนต้วนซะงั้น) 

คุณมองวงการบันเทิงวันนั้น แตกต่างจากวันนี้อย่างไร  

ต่างไปครับ เมื่อก่อนจะงงๆ เหมือนปลาที่ถูกซื้อมาจากสวนจตุจักร โดนเปลี่ยนน้ำก่อนใส่ลงตู้ปลาที่บ้าน แล้วช็อก คืองงๆ แต่อยู่ไปสักพักจะเริ่มคุ้นชิน และเริ่มรู้ว่าตัวเองถนัดทำงานไหน หรืองานไหนไม่ถนัด อย่างงานที่ต้องโดนถ่ายรูปเหมือนวันนี้ ผมจะรับน้อยมากๆ ครับ เพราะไม่ถนัด ผมเขินกับการที่ช่างภาพบอกให้ยิ้มหลายๆ ประเภท ไม่เข้าใจ ยิ้มแบบนี้ได้ไหม มันยิ้มยังไงวะ น่าจะยากหน่อย 

แต่วันนี้ผมมองวงการบันเทิงว่าเป็นเหมือนจักรวาลมาร์เวลเล็กๆ ที่ตื่นขึ้นมาแล้วมีความสุขบนเส้นทางการทำงานตรงนี้ วงการบันเทิงนอกจากเป็นงานแล้วยังเหมือนเป็นเพื่อนผมไปในตัว เพราะได้ทำทั้งข้างหน้า ตรงกลาง และข้างหลัง  

แอบทราบมาว่าถ้าเป็นงานละคร คุณมักจะปฏิเสธ

ปีนี้เบี้ยวเลยครับ สำหรับงานละคร คือปีไหนที่กำลังจะขึ้นอัลบั้มใหม่ ผมต้องใช้เวลากับเรื่องเพลงเยอะมากหน่อย ขณะที่ละคร 1 เรื่อง จะกินเวลาของเราไปทั้งหมดประมาณ 7 เดือน โดยต้องให้คิว 3 วันต่อสัปดาห์ มันทำให้ตารางนาฬิกาชีวิตของผมหักเห

นัดกองฯ ตอน 7 โมงเช้า เลิก 4 ทุ่ม นักแสดงอาชีพจริงๆ เขาได้กลับบ้านไปนอนหลับอย่างมีความสุขถึงเวลา 7 โมงเช้า ค่อยมาทำงานใหม่ แต่ผมเลิกกอง 4 ทุ่ม นี่เหมือนเพิ่งฟื้น และต้องทำงานต่อถึงตี 2 ตี 3 ถึงเลิก พอ 7 โมงเช้าไปถ่ายละครต่ออีก นานวันเข้ามันจึงเริ่มเหี่ยวลงเรื่อยๆ เหมือนเหี่ยวปลาย ฉะนั้นถ้าบทยังไม่ใช่ตัวละครที่จ๊าบมาก ก็คือเบี้ยวไปก่อน แต่ไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าไม่รับงานละครเลย ยังไฟเปิดไว้ก่อน

คุยเรื่องงานเพลงที่คุณทุ่มเทกับมันมากๆ กันดีกว่า

ดีครับ ผมกำลังเตรียมทำอัลบั้มชุดที่ 5 คอนเซ็ปต์ที่คิดไว้คือ ‘Midnight Crisis’ พูดเรื่องวิกฤตวัยกลางคน อย่างผมปีนี้อายุ 33 ช่วงอายุประมาณนี้ชอบมีเรื่องวุ่นวาย เลยเอาคำว่า ‘Crisis’ มาสมาสกับ ‘Midnight’ เพราะผมเป็นคนที่นอนดึก พอเที่ยงคืนนี่เอาแล้ว จะไปไงต่อ 

เพลงแรกที่ทำออกมาคือพูดเรื่องโลกของคนโสด คนวัย 30 บวกลบ 3 ปี ถ้าเป็นผู้หญิงที่ยังครองตนเป็นโสด น่าจะเริ่มร้อนใจว่า มันจะเอาไง เปรียบเทียบกับเพื่อน ฉันทำงานก็เก่งกว่า รถก็มี บ้านก็มี น้ำอุ่นก็มี แอร์ก็มี แต่ทำไมแม่-งถึงไม่มีแฟน 

เปิดโลกไม่จำเป็น ธนกฤต พานิชวิทย์,News Beat,Rabbit Today

แล้วถ้าโสดในมุมของผู้ชายล่ะ

ก็รู้สึกแย่นะ แต่จะทำเป็นปากแข็งหน่อย และเริ่มวอแว อย่างเพื่อนจะไปมิวสิคเฟสติวัลกับแฟนเขา งั้นกูไปด้วยได้ไหม บอกไม่ได้ จะไปกับแฟน เอาน่ะ...กูติดรถไปด้วยนะ อย่าทิ้งกูเลยน่า จะมีคนแบบนี้อยู่เยอะครับ

แต่ก็จะมีคนอีกจำพวกหนึ่ง ที่อยู่คนเดียวได้ดี เหมือนเขาได้รับพรจากฟ้ามาว่า มึงต้องอยู่คนเดียว โดยมีความสุขเท่ากับคนที่มีแฟนแล้ว คือมีฮาวทูในการอยู่คนเดียวแบบมีความสุข ซึ่งผมกำลังจะบอกว่าคนโสดสามารถมีกิจกรรมทุกอย่างที่ทำได้เหมือนกับคนที่มีแฟน คุณสามารถสั่งพิซซ่ามากินที่บ้าน นั่งกินชาบู ดูหนัง เที่ยวทะเล หรือไปนั่งชิงช้าสวรรค์ที่เอเชียทีค ทุกอย่างทำคนเดียวได้หมด มีความสนุกเท่ากันเลย โลกไม่ได้ใจร้ายกับเราจนเกินไป ซึ่งถ้าโสด ผมก็ว่าตัวเองอยู่คนเดียวได้

นี่พูดในนามของ...

ตัวแทนแห่งดวงจันทร์ครับ (ยิ้ม)

ซิงเกิลล่าสุดของคุณคือ ‘โสดทัศนศึกษา’ โสด สะกดด้วย ด.เด็ก

ใช่ครับ เอาคำว่า ‘โสด’ มาเชื่อมกับ ‘ทัศนศึกษา’ สมาสคำเหมือนเดิม

สังเกตชื่อเพลงของคุณมีกิมมิคเสมอ ตรงนี้ละที่ยืนยันความกวนที-น

(หัวเราะ) ก็ผมมันสายพันธุ์นี้ละครับ อย่างล่าสุดไปถ่ายรายการนอนบ้านเพื่อน พี่แสตมป์ให้ฉายาผมเป็น ‘ว่านกิพีเดีย’ คือผมชอบจดจำสิ่งที่โลกไม่จำเป็น หรือพูดง่ายๆ คือมึงลบความจำส่วนนั้นทิ้งไปก็ได้ ไม่ต้องจำโลกก็ยังหมุนต่อ เช่น รายการเจ้าขุนทอง (รายการสำหรับเด็กที่ใช้หุ่นมือแสดง ออกอากาศทางช่อง 7 HD) ที่มีตัวละครเยอะๆ ผมจะมีความพยายามจำชื่อตัวละครนั้นให้ครบทุกตัว (นกขุนทอง หมาชื่อหางดาบ ควายพี่น้องฉงน-ฉงาย เต่าทรงความรู้ชื่อลุงมะตูม หมาตัวโกงชื่อเจ้าย่น นางเอกเป็ดน้อย ฯลฯ)

เปิดโลกไม่จำเป็น ธนกฤต พานิชวิทย์,News Beat,Rabbit Today

ถ้าไม่ได้เป็นนักร้อง เคยคิดจะเป็นเป็นครีเอทีฟบ้างไหม

รับผมไหมครับ (ถามซื่อ ก่อนหัวเราะ) ก็ชอบนะ บางทีอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว อย่างเพื่อนอยากจะทำบล็อกของตัวเอง มาปรึกษาว่าตั้งชื่ออะไรดี นั่งคุยกันมั่วๆ แต่ก็คิดออก และได้งานไปจริงๆ 

ทำงานในวงการบันเทิงมานาน คุณเคยเจอข่าวดราม่ากับตัวเองบ้างหรือไม่

ของตัวเองมีน้อยมากครับ เพราะผมเป็นคนโลกส่วนรวมต่ำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือใช้ชีวิตที่ต้องมีคนอยู่ด้วยเยอะๆ ผมจะพยายามอยู่กลางๆ ไว้ มีเซฟโซนของตัวเอง แต่ชอบแกล้งคนอื่นโดยการบอกคนนี้ให้แกล้งคนนั้น หรือบอกคนนั้นให้แกล้งคนนี้ ยืมมือคนอื่นใช้ โดยมีผมชักใยอยู่เบื้องหลัง เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะโดนดราม่าเองจึงน้อยครั้งมาก

กับเรื่องดราม่าอื่นของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการบันเทิง ผมพยายามหลีกเลี่ยงการรับชมและรับฟัง เพราะ ไม่อยากมีอคติ บางทีรู้จักเขา แล้วเขาเลิกกับแฟน พอเจอหน้ากันผมคงไม่ถาม เลี่ยงได้เลี่ยง เพราะเกรงใจ บางคนถ้าเจอแล้วเขาสะดวก ก็คงเล่าให้ฟังเอง นั่นคือเมื่อเขาสบายใจจะเล่า แต่ถ้าเจอปุ๊บ แล้วผมเจ๋อไปถาม...เลิกกันทำไมล่ะคุณ จากคนธรรมดาก็จะกลายเป็นเหาฉลามเลยทันที

แปลว่าคุณไม่ให้ราคากับข่าวดราม่า

ไม่ให้เลยครับ

แล้วการทำงานพิธีกรที่บางครั้งต้องถามเจาะ นี่ฝืนไหม

  บอกก่อนว่าพิธีกรเป็นอาชีพที่ผมชอบมาก คิดว่าตัวเองถนัด พิธีกรคือคนที่จะพารายการไปสู่ผลลัพธ์ด้วยกันกับทีมงาน กับครีเอทีฟ กับโปรดิวเซอร์ ฉะนั้นมีล้านวิธีที่จะทำให้เขาพูดคำตอบออกมา อย่างวิธีสัมภาษณ์ของหลายคน บางทีก็ตกใจ ที่เขาถามพุ่งถึงเป้าหมายเลย ขณะที่ผมชอบเลาะๆ ไปก่อน พอเขาเริ่มพูดเยอะขึ้น แปลว่ามีอะไรที่คลิกกัน แล้วเดี๋ยวเขาจะเริ่มพูดเองในสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้

เปิดโลกไม่จำเป็น ธนกฤต พานิชวิทย์,News Beat,Rabbit Today

ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นคนถูกถามบ้าง มีคำถามอะไรที่รู้สึกไม่สะดวกใจตอบบ้างหรือไม่

(คิดนาน) เมื่อตอนวัยรุ่นกว่านี้เคยรู้สึกอึดอัดเวลาเจอคำถามเรื่องความรัก เพราะบางทีความสัมพันธ์มันยังไม่ได้ตอบตกลงกันในเราสองคนเลย เลยไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร แต่พอวันนี้ ก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น เริ่มปวดเข่าแล้วเนี่ย เจอนักข่าวถามผมจะบอกอันนี้ตอบได้ครับ และตอบแบบพูดความจริงทั้งหมด แต่ผมตอบได้แค่นี้นะ เพราะถ้าไกลไปกว่านั้นมันยังมาไม่ถึง แต่ถ้ามีอะไรมากกว่านี้เดี๋ยวค่อยมาถาม-ตอบกันใหม่  

การพูดความจริงทั้งหมดสำคัญมากใช่ไหม ในการตอบคำถามของคนวงการบันเทิง

  ถ้าไม่พูดความจริง เราจะต้องหันซ้ายแล้วคิดด้วยสมองซีกขวา ม่านตาขยาย นี่คือผิดแล้วไง ซึ่งผมเคยเป็นตอนวัยรุ่นกว่านี้ บางทีพี่ๆ นักข่าวถาม ก็ตอบมั่วๆ ลุนๆ ไป แต่สักพักพอเจอถามรุกหนักเข้า เอ่อม…ลิ้นเปลี้ย พังเสียแล้ว 

เพราะฉะนั้นประสบการณ์ตรงจึงสอนว่า...การพูดความจริงเป็นกุญแจดอกเดียว และดอกสำคัญสำหรับการตอบคำถามครับ

**หลังจบการพูดคุย สาวๆ ทั้งออฟฟิศ Rabbit Today ยืนต่อคิวขอถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับว่าน ก่อนเอามาอวด บอกพี่ว่านน่ารักอย่างนั้น พี่ว่านน่ารักอย่างนี้ ส่วนหนุ่มๆ ในเช้าวันจันทร์นี้น่ะหรือ แอบเห็นสายตาของหลายคนดูอิจฉา**