เรื่องเด่น

คุย...คุ้ย...คนข่าว วีณารัตน์ เลาหภคกุล

Published 4 มี.ค. 2019

By สันทัด โพธิสา

weenarat-interview-scoop-Rabbit-Today-banner

วีณารัตน์ย้ายบ้าน...

ย้าย...ในที่นี้ มิได้เก็บกระเป๋า หรือเปลี่ยนสำมะโนครัวไปไหน แต่ผู้ประกาศข่าวสาวคนเก่ง เพิ่งย้ายวิกการทำงาน จากคนข่าวเครือเนชั่น...สู่บ้านหลังใหม่...ช่องวัน 31 

กว่า 18 ปี ภายใต้ชายคา ‘เนชั่น’ เผย-วีณารัตน์ สะสมชั่วโมงบิน ทำมาแล้วแทบทุกบทบาท ทั้งแปลข่าว เขียนข่าว เป็นนักข่าวภาคสนาม เป็นผู้ประกาศข่าว พิธีกรข่าว เรียกว่าลับคมความรู้ความสามารถจนก้าวขึ้นสู่การเป็น ‘สื่อมืออาชีพ’ คนหนึ่งของวงการ

มากไปกว่านั้น, เสียงลือเสียงเล่าอ้างยังระบุด้วยว่า วีณารัตน์...คือหนึ่งในศิษย์เอกของปรมาจารย์สื่อเมืองไทย ‘สุทธิชัย หยุ่น’ เคยนั่งเคียงข้างร่วมดำเนินรายการกันมาหลายปี ทว่าในวันนี้ คนข่าวหญิงดีกรีเข้ม ได้ย้ายมาเป็นคีย์หลักแห่งช่องวัน เรียกว่าคว้าแม่เหล็กชิ้นใหญ่ เพื่อมาเติมเต็มให้สถานีข่าวแห่งนี้แน่นปึ้ก! 

หลังคิกออฟจัดรายการข่าวช่วงเย็น 16.30-18.00 น. ไปได้ไม่นาน Rabbit Today มีนัดพูดคุยกับเธอ ทั้งในเรื่องความท้าทายของโจทย์ใหม่ ในบ้านหลังใหม่ ตลอดจนความเป็นไปของสื่อในยุคที่การแข่งขันดุเดือดไม่แพ้วงการไหนๆ เธอรู้สึกและมองเห็นเป็นเช่นไร ไปฟังมุมมองจากปากคำของคนข่าวมืออาชีพคนนี้กัน...

คุย...คุ้ย...คนข่าว วีณารัตน์ เลาหภคกุล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: จากตึกใหญ่ย่านบางนา (เนชั่น) มาสู่ตึกใหญ่ย่านอโศก (แกรมมี่) อะไรคือเหตุผลสำคัญในการย้ายเวทีการทำงานครั้งนี้

A: หลักๆ คืออยากมาเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ มาดูว่าคนอื่นเขาทำอะไรกันบ้าง ต้องขอบคุณช่องวัน ที่เปิดกว้างให้คนที่มีภาพความเป็นคนข่าวมากๆ อย่างเรา ได้มาร่วมงาน ก่อนจะออกจากที่เก่า เราก็คิดอยู่นาน ว่าจะอย่างไรดี แต่อย่างที่บอกไป ถึงเวลาที่เราต้องเปิดโลกทัศน์ใหม่ ซึ่งพอตัดสินใจแล้ว ก็เดินหน้าอย่างเดียว 

Q: ในภาพของความเป็นคนข่าวเข้มข้น กลัวไหม กับคำว่า ช่องบันเทิง

A: ไม่เลยค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือความชำนาญของช่องเขา เขาเก่งเรื่องบันเทิง แต่ตอนนี้กำลังขยับมาที่เรื่องของข่าว ซึ่งเขาก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เราจึงรู้สึกว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้มาช่วย และได้เรียนรู้จากเขาด้วย แต่หลักๆ คิดว่า เผยน่าจะมาเรียนรู้จากเขามากกว่านะ (ยิ้ม)

ภารกิจหลักๆ ตอนนี้คือ จัดรายการข่าวช่วงเย็น 16.30-18.00 น. จันทร์-ศุกร์ จัดร่วมกับคุณจั๊ด-ธีมะ และคุณฟิล-ปรัชญา ทุกคนเป็นมืออาชีพหมด อาจจะมีช่วงที่ต้องเรียนรู้จังหวะจะโคนกันบ้าง ถ้าเปรียบเรา 3 คน เหมือนอุปกรณ์การรับประทานอาหาร คนหนึ่งก็เป็นช้อน อีกคนเป็นส้อม อีกคนเป็นมีด วางเรียงกันบนโต๊ะ เรียกว่าพร้อมกินได้เลย (หัวเราะ) เผยว่ามันดูครบ และดูสนุกสนาน คำว่าสนุกสนานหมายถึง มีบรรยากาศที่ชวนให้มาดู ให้มาติดตาม แต่ทั้งหมดทั้งมวล ข่าวก็ยังต้องเป็นข่าว ความน่าเชื่อถือต้องมาก่อน ส่วนที่เหลือ คือการเติมเต็มให้รายการข่าวน่าดูและมีสีสันมากขึ้น

Q: ถ้าย้อนเวลากลับไป 18 ปี เนชั่นให้อะไรกับคุณบ้าง

A: ให้มากมาย ที่นั่นเป็นบ้านสำหรับเรา เราเริ่มต้นจากการแปลข่าว วันแรกก็ไม่ได้ตั้งใจมา เรื่องของเรื่องคือ มาเป็นเพื่อนแอ้ม (สโรชา พรอุดมศักดิ์) พอดีทีมงานชวนให้มาทำงานแปลข่าว เราก็โอเค จากนั้นโอกาสต่างๆ ก็เข้ามามากมาย เผยได้เรียนรู้วิชาการทำสื่อจากที่นี่เยอะมาก ยิ่งยุคแรกๆ คุณสุทธิชัยจะลงมาสอนเอง ถือเป็นโชคดีของเรา ได้สังเกตวิธีการทำงาน คุณสุทธิชัยเขาคิดอย่างไร ทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ บางทีเราไม่เห็นด้วย แต่พอทำอย่างที่เขาบอก เออ มันได้ผลแฮะ (หัวเราะ) เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่หล่อหลอมเรามาตลอด

Q: มีคำสอนของคุณสุทธิชัยที่ยังจดจำมาถึงทุกวันนี้ไหม

A: เคยมีครั้งหนึ่ง เราต้องสัมภาษณ์บุคคลท่านหนึ่ง แต่เป็นกังวลมาก เพราะบุคลิกของท่านนี้เวลาออกทีวีจะไม่ค่อยสนุก ไม่สนุกในที่นี้หมายความว่า เขาไม่ใช่คนที่พูดแล้วเสียงดังฟังชัด พูดแบบราบเรียบ เวลาออกทีวีก็จะดูเนือยๆ เราก็กลุ้มใจ ตายแล้ว ต้องไปสัมภาษณ์เขาเดี่ยวๆ ด้วย ทำอย่างไรดี ตัดสินใจส่งไลน์ไปปรึกษาคุณสุทิชัย ท่านก็เขียนตอบกลับมาสั้นๆ ว่า Make it fun หรือทำให้มันสนุก ทำให้น่าติดตาม

จากประโยคนี้ ทำให้เรามาคิดต่อ ในเมื่อเป็นหน้าที่ของเรา จะมาบอกว่าแขกรับเชิญคุยไม่สนุก แล้วเราจะต้องไม่สนุกไปด้วย มันคงไม่ใช่ เพราฉะนั้น ต้องดึงความสนุกออกมาให้ได้ ทุกวันนี้ เวลาเผยคิดอะไรไม่ออก ก็จะนึกถึงคำนี้ของคุณสุทธิชัยเสมอ Make it fun คำว่า Fun ไม่ได้ทำให้มันสนุกเว่อร์ แต่คุณต้องทำให้คนสนใจดู เนื้อหาบางอย่างมันอาจจะขม แต่ต้องหาวิธีดึงคนให้มาดู นี่คือหน้าที่ของสื่อที่ควรจะต้องทำ

ทุกวันนี้ เวลาเผยคิดอะไรไม่ออก จะนึกถึงคำนี้ของคุณสุทธิชัยเสมอ
Make it fun คำว่า Fun ไม่ได้ทำให้มันสนุกเวอร์ แต่คุณต้องทำให้คนสนใจดู เนื้อหาบางอย่างมันอาจจะขม แต่ต้องหาวิธีดึงคนให้มาดู
นี่คือหน้าที่ของสื่อที่ควรจะต้องทำ

 

Q: รู้สึกอย่างไรที่ผู้คนแวดวงสื่อยกให้คุณเป็น ‘หนึ่งในศิษย์เอก’ ของคุณสุทธิชัย หยุ่น

A: ต้องขอบคุณมากๆ (ยิ้ม) แต่ศิษย์เอกคุณสุทธิชัยมีหลายท่านนะคะ เผยเป็นแค่คนหนึ่งเท่านั้นเอง เนชั่นสอนให้เผยรู้จักการทำข่าวแบบมืออาชีพ ซึ่งสิ่งที่ต้องคู่กันมา นั่นคือความรับผิดชอบจากการเป็นสื่อ ถามว่าที่ผ่านมาเคยผิดพลาดไหม มีสิ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางทีรีบรายงาน ข้อมูลผิดพลาดบ้างละ แต่เผยถือว่าเป็นความผิดพลาดแบบบริสุทธิ์ใจ การมีจริยธรรมในการทำสื่อ จะทำให้คุณไม่กังวลเรื่องเหล่านี้ เพราะคุณจะมีความโปร่งใส คำว่าสื่อมืออาชีพสำหรับเผย คือคุณต้องถูกตรวจสอบได้ ต้องทำข่าวอย่างตรงไปตรงมา ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และต้องรับผิดชอบ

Q: ในวันนี้ที่ข่าวแข่งกันที่ความไว แถมใครต่อใครก็เป็นนักข่าวกันได้หมด คุณมองความเป็นไปเหล่านี้อย่างไร

A: รูปแบบมันเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี เผยว่ามันดีด้วยซ้ำ เอาเลย ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวจริงๆ หรือจะเป็นประชาชนที่มาเป็นสื่อเอง ท้ายที่สุดคนที่รับข่าวสารเขาจะถามหาเรื่องเดียว นั่นคือ ความน่าเชื่อถือ ซึ่งความน่าเชื่อถือจะมาได้ ต้องใช้เวลาสร้าง มันเป็นเหมือน Asset หรือสินทรัพย์ที่สำคัญของทุกสำนักข่าว การที่คนจะไว้ใจ ต้องผ่านกาลเวลา ต้องได้รับการพิสูจน์ ไม่ว่าคุณจะเป็นสื่อแบบไหน หัวใจสำคัญอยู่ที่ความน่าเชื่อถือ

คุย...คุ้ย...คนข่าว วีณารัตน์ เลาหภคกุล,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ทุกวันนี้ ช่องเยอะ สื่อแยะ ในฐานะที่คุณก็เป็นหนึ่งในฟันเฟืองของการแข่งขันเหล่านี้เหมือนกัน คุณมองความท้าทายเหล่านี้อย่างไร

A: ยุคนี้เป็นโอกาสของผู้ชม เขาเลือกเรา มากกว่าที่เราจะเลือกเขา เนื่องจากคนดูจะดูทีวีเวลาไหน ที่ไหนก็ได้ ซึ่งถามว่า แล้วทำอย่างไรให้ข่าวประสบความสำเร็จ เราคิดว่าต้องมีกลยุทธ ทั้งในการนำเสนอ รวมถึงการเลือกสิ่งที่จะเล่า สำคัญที่สุด แล้วจะเล่าแบบไหนให้กลุ่มเป้าหมายเราชอบ มันยากขึ้น แต่ก็เป็นความท้าทายคนทำงานอย่างเรา ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ข่าวอยู่รอบตัวคน เพียงแต่เราจะทำอย่างไรให้ข่าวของเราไปอยู่ในจุดที่ทำให้คนเห็นเรามากที่สุดเท่านั้นเอง 

Q: กว่า 18 ปีในแวดวงการสื่อสารมวลชน คุณคิดว่าเสน่ห์ของความเป็น ‘คนข่าว’ คืออะไร

A: จริงๆ 18 ปีผ่านไปเร็วมาก (ยิ้ม) แต่เป็น 18 ปีที่สนุก เรารักอาชีพนี้ เปลี่ยนอาชีพก็คงไม่ทันแล้ว (หัวเราะ) เผยว่าอาชีพนี้เป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง สติต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะขณะรายงานข่าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า วินาทีต่อไปข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น โฟนอินกับแขกอยู่ อาจสายหลุด หรือแขกวางสายใส่ ภาพไม่มาบ้าง กล้องจับที่หน้าผู้ประกาศอย่างเดียวบ้าง (หัวเราะ) เคยมีหนหนึ่ง ต้องรายงานสถานการณ์สด มีเนื้อข่าวอยู่ 3 บรรทัด พูดจบแล้ว ทีมงานสั่งห้ามลง ต้องรายงานต่อไปเรื่อยๆ เราก็พูดวนไป 3 บรรทัดนั่นละ (หัวเราะ) 

การจะเป็นคนรายงานข่าวที่ดี สำหรับเราต้องมี 2 ข้อ คือ เทคนิค กับศิลปะ เทคนิคคือต้องรู้กระบวนการทำงาน รู้กล้อง รู้แสง รู้มุม พูดเสียงดังฟังชัด นั่งหลังตรง พวกนี้คือเทคนิค ส่วนศิลปะ เป็นเรื่องของวิธีการนำเสนอ การสื่อสาร การพูด การยิ้ม แววตา ความอินกับข่าว ซึ่งเรื่องเหล่านี้ฝึกฝนกันได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราต้องเป็นตัวเราเอง อย่าไปลอกเลียนแบบใคร เพราะการเป็นคนอื่นจะอยู่ได้ไม่นาน เป็นตัวเรา ทำงานให้สนุก และรับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ

กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า นี่คือสื่อมืออาชีพคนหนึ่งของวงการ ติดตามคนข่าวมากความสามารถกันได้ที่ช่องวัน 31 รับประกันคุณภาพคับจอ...เหมือนเดิม