เรื่องเด่น

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร เราจะข้ามไปด้วยกัน

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Utt-News-Beat-Rabbit-TodayMAIN_920x470

‘เที่ยงวัน’ ยืนอยู่ที่ปลายแหลมแห่งความหวัง
สายลมแรงหอบฟองคลื่นสีขาวที่เบื้องหน้ากระเซ็นซัดปะทะเนื้อกาย ชายหนุ่มยืนนิ่ง ไม่ไหวติง ทอดสายตามองไกลออกไปสุดปลายฟ้า เขายืนกอดอกอย่างหวาดระวัง ไม่มีใครสักคนล่วงรู้ว่าภายในจิตใจของเที่ยงวันกำลังคิดอะไรอยู่…นอกจากผู้กำกับฯ หนุ่ม ‘อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร’

กลับบ้านไปคืนนี้ Rabbit Today ไม่อยากให้คุณพลาดตอนแรกของละครดราม่าหลังข่าว ‘ข้ามสีทันดร’ ทางช่อง 3

นี่เป็นละครรีเมคที่มีทั้งกระแสบวกและลบพอกัน เหมือนสงครามระหว่างคลื่นของสองฟากมหาสมุทร แอตแลนติกและอินเดีย ที่โถมถาซัดโขดแหลมแห่งความหวัง…กู๊ดโฮป ประเทศแอฟริกาใต้

ที่นั่น…อัษฎาวุธเลือกเล่าเป็นฉากปฐมบท

ครับ, เขาเอ่ยชวนเรา ‘ข้ามสีทันดร’ ไปด้วยกัน

Q: คุณเป็นนักแสดงมานานพอตัว ผ่านวัฏจักรการมีชื่อเสียงสูงสุด กระทั่งถอยหลังออกห่างจากงานแสดงและผันตัวมาเป็นผู้กำกับฯ ประสบการณ์ทั้งหมดนั่นทำให้มองโลกคนละครอย่างเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นหรือไม่

A: ทั้งการเล่นและการทำละคร ผมมีความตั้งใจอยากให้ออกมาดีที่สุดอยู่แล้วครับ ส่วนที่เหลือคือให้คนดูเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งผมพร้อมจะน้อมรับผลลัพธ์ของมัน

สำหรับละครเรื่องล่าสุดที่ผมกำกับฯ ‘ข้ามสีทันดร’ ยอมรับว่านี่เป็นการทำงานที่เหนื่อยมาก ในแต่ละช่วงของการทำละครทุกๆ เรื่อง มันมีความเหนื่อยยากเป็นธรรมดา ทั้งจากความเหนื่อยยากที่เกิดจากตัวเอง เหนื่อยยากจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ หรือเหนื่อยยากจากความว่างเปล่า

โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นละครที่ถูกจับตามอง เพราะเคยสร้างมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคือได้รับรางวัลละครโทรทัศน์ทองคำ รางวัลเมขลา สาขาละครดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2542 ‘ข้ามสีทันดร’ กลายเป็นตำนาน เมื่อถูกนำมาสร้างใหม่ หลายคนจึงตั้งคำถามว่าแล้วมันจะออกมาดีเหมือนเดิมหรือเปล่า

ผมจึงต้องทำการบ้านเยอะ เริ่มตั้งแต่พยายามทำความเข้าใจจากชื่อเรื่อง ทำไมต้อง ‘ข้ามสีทันดร’ ซึ่งสีทันดรเป็นชื่อของแม่น้ำ 7 สายที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ แล้วมีเทือกเขาอีก 7 ชั้นล้อมอีกที แต่ละชั้นมีแม่น้ำกั้น ยิ่งใกล้ศูนย์กลางก็ยิ่งลึก สีทันดรเปรียบดั่งมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ แต่ไม่มีอะไรลอยได้แม้แต่ผงธุลี ลองคิดดูนะครับ ผงธุลียังจม แล้วถ้าคนคิดจะข้ามไปล่ะ อย่างไรเสียก็ต้องจม ไม่มีทางข้ามได้

ผมรู้สึกนับถือผู้ประพันธ์ คือคุณกฤษณา อโศกสิน ท่านเฉียบคมมากตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่อง เห็นไหมละว่าผมเหนื่อยยากมาตั้งแต่การทำความเข้าใจชื่อเรื่องแล้ว (หัวเราะ) มันเป็นสีทันดรด่านแรกของผมที่ต้องทำความเข้าใจ ไหนจะลักษณะของตัวละครและความหมายที่ผู้ประพันธ์ต้องการสื่อออกมา

Q: ข้ามสีทันดรคือบทประพันธ์เมื่อ 20 ปีก่อน มีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้ป่วยติดยาเสพติด เมื่อคุณเอามาเล่าให้คนยุคนี้ฟัง เป็นไปได้ไหมว่าบางประเด็นอาจล้าสมัย

A: ผมมองว่ายาเสพติดเป็นปัญหาของสังคมมาโดยตลอด บทประพันธ์นี้เป็นผลงานชั้นครูที่เขียนขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน แน่นอนว่าปัจจุบันยาเสพติดนั้นมีหลายประเภทมากขึ้น และพิษภัยของมันก็รุนแรงขึ้นกว่าเดิม ลักษณะของคนที่เสพยาก็ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน บางคนเสพยาแต่หน้าตายังสดใส ต่างจากภาพคนติดยาสมัยก่อน ที่มักจะผอมโทรม

ผมจึงต้องศึกษา ทำการบ้านโดยไปคุยกับคุณหมอ ซึ่งได้ความรู้มาว่า เดิมทียาเสพติดเป็นยาที่สกัดจากสมุนไพร เพื่อช่วยผู้ป่วยให้ไม่เจ็บแผลเวลาที่เขาต้องผ่าตัด เหมือนมอร์ฟีนที่ช่วยระงับความเจ็บปวด แต่บางคนใช้แล้วติดใจ ส่วนใหญ่คือติดใจในความรู้สึกนั้น และใช้ยามากเกินไปจนติด เมื่อไม่ได้เสพก็เกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจ พอไม่มีเงินซื้อยา ก็นำไปสู่การก่ออาชญากรรม ยุคหลังยาประเภทนั้นจึงเปลี่ยนประเภทกลายเป็นยาเสพติด คนใช้ต้องหลบซ่อนตำรวจเพราะผิดกฎหมาย

ส่วนในละคร ‘ข้ามสีทันดร’ เราไม่ได้ชี้นำแน่นอนครับ เพราะไม่สามารถถ่ายทอดฉากการใช้ยาเสพติดออกมาได้ นี่เป็นกติกาของทาง กสทช. เพราะฉะนั้น การทำให้คนดูเห็นภาพจึงยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่โจทย์คือทำอย่างไรให้เขาเข้าใจและเห็นโทษ โดยไม่ได้เห็นฉากการใช้ยาเสพติด 

Q: มีหลายฉากเป็นภาพจำของแฟนละครที่เคยดู ‘ข้ามสีทันดร’ เวอร์ชั่นก่อน เช่น ฉากที่ดวล-น้องชายของเดือนสิบ (นางเอก) ติดยาเสพติดและถูกพ่อล่ามโซ่ขังไว้ในห้องน้ำ เราจะได้เห็นฉากนั้นใน ‘ข้ามสีทันดร’ เวอร์ชั่น 2561 หรือไม่

A: มีครับ โชคดีที่ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณกฤษณา ผมอธิบายว่าบทประพันธ์ส่วนนี้เป็นแบบนี้นะครับ ผมจะปรับไปเป็นแบบนี้ บางส่วนผมอยากให้เป็นฉากมอบบทเรียนให้กับคนดู บางครั้งคนเราด่าคนติดยาว่า ‘ไอ้ชั่ว! ไอ้เลว!’ แต่ถ้าสมมติวันหนึ่งลูกหลานของคุณติดยาขึ้นมา จะทำอย่างไรล่ะ

นอกจากฉากล่ามโซ่แล้ว ยังมีอีกฉากหนึ่งที่ท่านบอกขอฉากเดียวนะ อยากให้เก็บเอาไว้ คือฉากสุดท้ายที่พ่อบอกว่า "ดวลเลิกยาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ พ่อจะหายามาให้เอง ถ้าดวลคิดว่าการเสพยาจะทำให้ไม่ทุกข์ พ่อจะหามาให้เอง" นี่คือสิ่งเดียวที่ท่านขอ ซึ่งประเสริฐมากครับ มันทำให้การทำงานของผมทุกอย่างคลี่คลาย คือสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

ตัวผมเองเรียนจบจากคณะครุศาสตร์ มีนามสกุลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้จบมาไม่ได้เป็นครูสอนหนังสือ แต่เคยปวารณาตัวว่าจะทำงานอยู่ในสื่อ ถ้าไปเป็นครู ปีหนึ่งๆ อาจจะสอนเด็กนักเรียน 7 ห้อง ห้องละ 50 คน รวมแล้วสอนนักเรียนได้แค่ 350 คน แต่วันนี้ผมมีโอกาสอยู่ในวงการสื่อ จึงสามารถเป็นครูได้โดยการสร้างละครที่ดี แม้ไม่ได้ยืนสอนอยู่หน้ากระดานดำ แต่สามารถส่งสื่อคือละครไปยังคนดูจำนวนนับล้านคนได้ ผมควรใช้โอกาสนี้ในการมอบสาระและความบันเทิงตอบแทนสังคม

และในฐานะพ่อ ผมมานั่งคิดดูว่าเราอยากให้ลูกโตมาในสังคมแบบนี้หรือ ผมอยากสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก เพราะไม่สามารถไปเป็นตำรวจวิ่งไล่จับคนค้ายาบ้าได้ ก็ต้องใช้สื่อละครนี่ละเป็นตัวแทนในการสอนลูก

Q: ละครเรื่องนี้ได้รับการจับจ้องมาก โดยเฉพาะกระแสของนักแสดงนำ  ‘โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ’ ที่รับบทเป็น ‘เที่ยงวัน

A: ใช่ครับ สังคมค่อนข้างจับจ้องพระเอก คือ ‘โป๊ป-ธนวรรธน์’ เพราะเขาดังเป็นพลุแตกมาจากละครเรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ แล้วพลิกบทบาทมารับบทเป็นคนที่เพิ่งหายจากอาการติดยา

จุดเริ่มต้นมาจากตอนที่คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ (ผู้จัดละคร) ถามผมว่าอยากได้ใครมาเล่นเป็นพระเอก ไปแคสต์มาให้ดูหน่อย ผมใส่ชื่อโป๊ปลงไป คุณแดงบอกว่า ‘จะเล่นได้ไง โป๊ปงานเยอะจะตาย’ อ้าว! ผมก็เสนอไปตามที่ผมอยากได้นี่ครับ (หัวเราะ) ภาพ ‘เที่ยงวัน’ ในใจของผมคือโป๊ป แล้วไปๆ มาๆ ก็ได้โป๊ปมาเล่นจริงๆ

ละครเรื่อง ‘ข้ามสีทันดร’ เปิดกล้องก่อนที่ ‘บุพเพสันนิวาส’ จะออนแอร์ ตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่ากระแสบุพเพฯ จะประสบความสำเร็จอย่างสูง ซึ่งตัวโป๊ปเองที่รับเล่นบทเที่ยงวันในข้ามสีทันดร นี่เป็นความต้องการของเขาเองที่อยากจะพัฒนาฝีมือตัวเองในฐานะนักแสดงมืออาชีพ เลยเลือกเล่นบทที่ท้าทาย

โป๊ปสนใจไปเวิร์คช็อป ไปดูคนติดยา ไปคุยกับคนที่บำบัดอาการติดยา แม้ชีวิตจริงเขาจะไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มเหล้า แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขา โป๊ปพร้อมเปิดใจเรียนรู้และทำงานอย่างตั้งใจมาก

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร เราจะข้ามไปด้วยกัน,News Beat,Rabbit Today

Q: ขอถามซื่อๆ สักข้อ โป๊ป-ธนวรรธน์ เป็น ‘เที่ยงวัน’ ได้ตรงกับใจคุณไหม

A: ตรงใจและใช่เลยครับ เพราะโป๊ปเป็นคนจริงจัง เป็นคนแคร์คนอื่น ซึ่งเที่ยงวันก็เป็นคนที่มีคาแรกเตอร์แบบนั้น สังคมมักตราหน้าคนติดยาว่าเป็นคนเลว เป็นฆาตกร ซึ่งคนเหล่านี้เขาอาจจะเริ่มจากอยากลองตามคำท้าทายของเพื่อน เราต้องมองว่าคนติดยาคือผู้ป่วย หลังจากเขาได้รับการบำบัดแล้ว สังคมควรเปิดโอกาสให้กับเขา ซึ่งบางคนเลิกยาได้แล้วแต่สังคมไม่ให้โอกาส ผลักไสเขากลับไปอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน โป๊ปเป็นคนที่ค่อนข้างกังวลกับสายตาคนอื่น ว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับเขา มีคาแร็กเตอร์คล้ายตัวละครเที่ยงวันสูงมากครับ 

ส่วนชิปปี้ (ศิรินทร์ ปรีดียานนท์) ที่รับบท ‘เดือนสิบ’ บอกตรงๆ ว่าตอนแรกที่เห็นชิปปี้ เขาจะง้องแง้งตามประสา  แต่พอสั่ง 5 4 3 2 1 แอ๊คชั่นปั๊บ เขากลายเป็นตัวละครเดือนสิบทันที แต่พอคัตแล้วก็กลับไปเป็นตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งดีครับ คนเราไม่จำเป็นต้องเป็นตัวละครนั้นตลอดเวลาหรอก เอาจริงๆ เลยนะ ผมไม่ผิดหวังในตัวชิปปี้เลย เขาเป็นเดือนสิบที่ถูกใจผมมาก

Q: ละครเรื่องนี้เป็นผลงานกำกับการแสดงเรื่องแรกที่คุณมาทำกับช่อง 3 ประเด็นนี้มีผลต่อการทำงานให้กดดันมากขึ้นหรือไม่

A: ไม่เลยครับ ความจริงผมเริ่มเล่นละครเรื่องแรกที่ช่อง 5 นะ เรื่อง ‘บัลลังก์เมฆ’ แล้วก็เคยมาเล่นให้ช่อง 3 หลายเรื่องเหมือนกัน กับยังมีงานละครของช่องอื่นด้วย บางครั้งก็ช่วยๆ กันสำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่มีบุญคุณกับเราในวงการบันเทิง โจทย์ของผมคือไม่ได้ต้องการเงินมากมาย พระคุณเป็นสิ่งสำคัญกว่า ผมยึดเป็นคอนเซ็ปต์ในการใช้ชีวิตเลยครับ 

พอวันหนึ่งผมอยากทำละครในแบบของเรา ประกอบกับทางผู้ใหญ่ให้โอกาส นี่ถือเป็นการแสดงฝีมืออีกขั้นหนึ่ง จึงต้องพยายามทำงานให้ออกมาดีที่สุด

Q: ที่ผ่านมาเห็น #เราจะข้ามไปด้วยกัน คุณหมายถึงอะไร

A: ก่อนหน้านี้ผมมี #เราจะข้ามไปด้วยกัน ซึ่งไม่ได้หมายถึงตัวละครเพียงเท่านั้น แต่หมายถึงตัวทีมงานและหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกครั้งที่เจอปัญหาหรือความยากลำบาก เราจะไม่เดินหนี แต่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ทุกคนต่างก็มีสีทันดรเป็นของตัวเอง

เช่นเดียวกับผู้ที่ติดยาเสพติดครับ พวกเขาไม่สามารถข้ามไปเพียงลำพังได้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งตัวเขาเองที่ต้องพร้อมและสมัครใจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษา กำลังใจจากครอบครัว และสังคมสำคัญสุด พวกเราต้องพร้อมให้โอกาสพวกเขาได้กลับมา

ติดตามละครเรื่อง ‘ข้ามสีทันดร’ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 วันนี้ออกอากาศเป็นตอนแรก