เรื่องเด่น

ชิม ช้อป แก้ชง จบที่เยาวราช

Published 11 ก.ย. 2019

By มธุรพจน์ บุตรไวยวุฒิ / โชติ เวสสวานิชกูล

ชิม ช้อป แก้ชง จบที่เยาวราช

เยาวราช เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ที่เมื่อมาที่นี่แล้วได้ครบจบในตัวเอง ทั้งเรื่องกินที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว เรื่องความผสมผสานทางวัฒนธรรมและความเชื่อ ผ่านอาคารเก่า วัดไทย วัดจีน มัสยิด

พูดได้เลยว่า เที่ยวย่านเยาวราช เราสามารถใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่างเพื่ออิ่มเอม หรือสนุกกับวิถีชีวิตผู้คน เดินบนฟุตบาทอาจโดนน้ำดีดใส่ขา ผ่านร้านขายของอาจจะได้กลิ่นยา กลิ่นของแห้ง ของกินที่ปรุงกันริมถนน ส่งกลิ่นหอมยั่ว จนต้องหยุดนั่งลิ้มรสอาหารตำรับดั้งเดิม ที่ขายกันมาอย่างนี้หลายทศวรรษ เป็นเสน่ห์วันเก่าที่เลอค่าของกรุงเทพมหานคร 

สมัยก่อนการไปเยาวราชง่ายที่สุด คือไปรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีหัวลำโพงก่อน แล้วเดินข้ามคลองผดุงกรุงเกษมเข้าเยาวราช แต่จากนี้ เราจะไปเยาวราชได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เพราะมีสถานีใต้ดินวัดมังกรที่ขึ้นมาปุ๊บก็เจอเยาวราชเลย ชอบสิ่งนี้มากกก  

คำแรกที่เกิดคือสำเพ็ง ไม่ใช่เยาวราช 

คำว่าสำเพ็งมีมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ แต่ต่อมา เยาวราชโดดเด่นกว่าสำเพ็ง เพราะมีร้านทอง ขายอาหารกลางคืน มีตลาดเก่า คนทั่วไปจึงคุ้นกับชื่อเยาวราชมากกว่า 

ในอดีต ความเฟื่องฟูของเยาวราชนั้น ถ้าไม่นับ สีลม สยาม ชิดลม ย่านที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าของเมือง จะอยู่แถว เยาวราช-พาหุรัด เราถือว่าย่านนี้เป็นเหมือน ‘เนื้อเมือง’ ของกรุงเทพฯ มาก่อน

หากย้อนไปรู้จักเรื่องราวของคนย่านนี้ ก็คงต้องเริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ที่ต้องการใช้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์มาสร้างวัง เพราะเมื่อก่อนตรงนั้นคือย่านตัวเมืองแท้ๆ ของกรุงเทพฯ เรียกว่าบางกอก คนที่อยู่อาศัยส่วนมากในพื้นที่นั้นคือคนจีนและเวียดนาม ในที่สุดจึงต้องย้ายคนจากพื้นที่นั้น ออกไปอยู่เวิ้งพาหุรัด-สำเพ็ง สนั่นแหละจุดกำเนิดของเยาวราชจากวันนั้นถึงวันนี้ 

เมืองอย่างกรุงเทพฯ ถูกสร้างขึ้นมาโดยกระแสอยุธยาที่รู้สึกว่า ปากแม่น้ำเริ่มไกลออกไปเรื่อยๆ เดินเรือคดเคี้ยว ต่างชาติไม่มาอยุธยา เพราะมายาก ก็เลยมาทำให้มันง่ายขึ้น โดยการมาเซตเป็นเมืองท่ารองซึ่งใกล้แม่น้ำมากขึ้น ในแง่หนึ่งก็เป็นผลดีต่อความปลอดภัยของเมืองมากขึ้นด้วย เรือใหญ่มา ค้าที่บางกอก ไม่จำเป็นต้องขึ้นไปอยุธยา ลดเวลาการเข้า-ออกไปได้เยอะเลย

บางกอกจึงเป็นเมืองสำคัญมาตั้งแต่ช่วงประมาณต้นศตวรรษที่ 18 แต่มันคือเมืองท่ารองของอยุธยา มีคนที่เกี่ยวข้องกับการค้า ทำงาน หาโอกาส และทำกำไร อยู่ตรงนี้อยู่แล้ว 

เยาวราช

ถนน 3 สาย หัวใจเยาวราช

ในย่านเยาวราชมีถนนหลักๆ อยู่ 3 สาย คือถนนเจริญกรุง ถนนเยาวราช และอีกเส้นหนึ่งที่สำคัญมาก แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก นั่นคือ ถนนทรงวาด เป็นถนนเส้นใน เลาะเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ยาวไปถึงตลาดน้อย 

ถนน 3 เส้นมีหน้าที่ร่วมกัน ทรงวาดเป็นถนนที่สำคัญที่สุดในการเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าโกดังเพื่อเก็บสินค้า ทุกวันนี้ทรงวาดมีความเก่าแก่ ดั้งเดิม มากกว่าถนนเจริญกรุงและเยาวราช ในแง่ที่ยังไม่ได้โดนปรับลุค บรรยากาศยังเป็นของเก่า ประกอบกับราคาที่ดินยังไม่แพงมาก เพราะฉะนั้นยังไม่มีการรื้อถอน ทุบตึก หรือทำอะไรใหม่มากนัก

สิ่งที่ปรากฏอยู่ในถนนทรงวาดที่น่าสนใจตอนนี้คือ การเกิดขึ้นของโฮสเทล ที่ขายความดั้งเดิม (Originality) แม้ว่าอาจจะต้องเดินลึกเข้าไปหน่อยเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมที่ดูดั้งเดิม ที่ยังไม่มีแบรนด์ต่างชาติมาปะปน ยังคงมีภาพบ้านเรือนเก่าๆ อยู่ติดแม่น้ำ และมุมสูงจากโฮลเทลราคาเบาๆ หลายแห่ง จะเป็นวิวแม่น้ำแบบพาโนราม่าที่ว้าวมากด้วย 

เยาวราชคือไชน่าทาวน์ติดอันดับโลก!

เยาวราชในบ้านเรา คือหนึ่งในไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกรุงเทพฯ มีสัดส่วนคนจีนในปริมาณมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลกด้วย แต่ข้อมูลที่ลึกกว่านั้นคือ ภาษาจีนและคนจีนที่เยาวราช คือภาษาจีนแต้จิ๋วและเป็นคนจีนแต้จิ๋ว ไม่ใช่จีนกลาง จึงเป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่า ส่วนใหญ่นั้นอาหารจีนที่เห็นในเมืองไทย คืออาหารจีนภาคใต้ ไม่แต้จิ๋วก็กวางตุ้งทั้งนั้นเลย 

เยาวราช

ย่านนี้...มีคาแร็กเตอร์ชัด

พูดได้ว่า เยาวราช เป็นย่านที่เกิดขึ้นเองโดยไม่มีวัฒนธรรมหลวงเข้ามายุ่งเป็นเรื่องเป็นราว ถึงในปัจจุบันการสร้างห้างเอาต์เลตเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเมืองไทย แต่สุดท้ายแล้ว เยาวราชเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่อย่างวัดโพธิ์ วัดพระแก้ว หรือวัดอรุณฯ เพราะนักท่องเที่ยวบางคนอยากเสพประสบการณ์บ้านๆ อาหารแบบเก่าๆ ที่สามารถตรึงให้คนอยู่ได้นานๆ อยู่ได้เรื่อยๆ อีกทั้งเป็นโอกาสที่จะกระจายเม็ดเงินไปสู่คนเล็กๆ จริงๆ ไม่ต้องผ่านอะไร 

และในมุมของที่อยู่อาศัย คนที่ชอบประสบการณ์แปลกใหม่ เมื่อมาเยาวราช ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ไป ‘ดู’ แต่การได้ไป ‘อยู่พัก’ ช่วงเวลาสั้นๆ คือประสบการณ์ใหม่ในย่านเก่า ลงจากห้องพักมาแล้วเห็นบรรยากาศตอนเช้าแบบนึง ตอนเย็นแบบนึง เดินผ่านช่วงตลาดคึกคัก เห็นช่วงตลาดวาย นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ หรือคนที่ยังหลงรักภาพในวันเก่า ของแบบนี้...เยาวราชยังมีให้ อย่างการลัดเลาะเดินชมบรรยากาศบ้านเรือนสองฝั่งถนนเส้นที่เล็กและแคบที่ชื่อว่า ตรอกข้าวสาร และตรอกสะพานญวน เป็นอะไรที่คูลมากกก

ครบเครื่องเรื่องไหว้เจ้า

แม้คนจีนบางส่วนจะย้ายออกไปจากย่านนี้แล้ว แต่ก็ดูเหมือนหนีไม่พ้นที่จะต้องกลับมาเยาวราชบ้าง เพื่อจะซื้อของไหว้เจ้า ไม่ว่าเยาวราชจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอะไรก็แล้วแต่ แต่พอถึงช่วงก่อนตรุษจีน สารทจีน เยาวราชจะรถติด เพราะคนแห่มาซื้อของไหว้เจ้าจนเป็นภาพชินตา 

ทุกวันนี้ความเข้มข้นในการไหว้เจ้าอาจจะน้อยลงไป จากเดิมที่คนรุ่นเก่าใช้กระดาษพับๆ 10 ตั้ง แต่คนรุ่นใหม่อาจจะไหว้ตั้งเดียว เพราะลึกๆ การที่มนุษย์มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในเชิงวัฒนธรรมมันก็ยังสำคัญอยู่ดี 

คนพื้นที่เยาวราชเล่าว่า “โดยทั่วไปอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่วันดีคืนดีเกิดญาติเสียขึ้นมา แล้วต้องไปงานกงเต้กญาติ เจออากง อาอี๊ หรือเพื่อนบ้านสมัยเด็กๆ มันอาจทำให้นึกถึงสิ่งที่เรามีและเคยร่วมกันทำในวันเก่า 

“เรื่องไหว้เจ้านั้น ไหว้ครั้งนึงต้องใช้อะไรบ้าง ต้องซื้ออะไร กี่อย่าง ธูปกี่ดอก เทียนไซส์ไหน และอะไรอีกนะ กลายเป็นชุดความรู้ที่เป็นที่ต้องการ สุดท้ายก็จะมาจบตรงที่ว่า ไหนๆ ทำแล้ว ก็ทำให้มันตรงไปเลยจะดีกว่า ถ้าเรื่องนี้รู้จะถามใคร หรือถ้าสั่งออนไลน์แล้วคิดว่าไม่น่าจะใช่ ก็ต้องมาเยาวราชแล้วก็ถามเจ๊คนขายเอา ง่ายสุด เพราะถึงแม้จะสั่งดีลิเวอรี่ของอย่างอื่นได้ แต่เป็ดไก่ ซาลาเปา ก็อาจจะต้องมาสั่งที่นี่อยู่ดี เพราะจะมีร้านประจำที่ไว้ใจได้” อะไรก็ว่าไป

ความท้าทายเรื่องหนึ่งของวัตถุทางพิธีกรรมพวกนี้คือ ลึกๆ มันยังเป็นสิ่งเติมเต็มความต้องการในเชิงจิตวิทยาของผู้คนอยู่ คิดว่าทำแล้วสบายใจ ก็ทำไปเถอะเนอะ

ล้วงลึกเยาวราช คลิก

ล้วงลึกเยาวราช

เยาวราช ทำเลทองฝังเพชร คลิก

เยาวราช ทำเลทองฝังเพชร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: อาจารย์คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ อาจารย์พิเศษโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์