ชีวิตและการงาน

ปีใหม่แล้ว…จะตาม ‘ดม ต-รู-ด’ คนอื่นไปถึงเมื่อไร

Published 4 ม.ค. 2019

By Rabbit Today

2019-goal-setting-smart-living-Rabbit-Today-banner

ผ่านปีเก่าเข้าสู่ปีหมูอู๊ดๆ ปีที่เขาว่ากันว่าจะเป็นปีหมูๆ ปีง่ายๆ ทำอะไรก็เจริญ…ฟันธง!!

แต่ในความเป็นจริง ชีวิตมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น บางคนที่มีความซีเรียสกับชีวิตเบาๆ ก็ยังคงค้างเติ่งมาถึงปีนี้ต่อ

ความซีเรียสหนึ่งที่สลัดยังไงก็ไม่หาย คือ ความซีเรียสจากจำนวนตัวเลขอายุ ที่เพิ่มขึ้นไปหลังจากผลัดช่วงเวลาปีใหม่

ตัวเลขมากหน่อย ก็จะกดดันตัวเองเยอะหน่อย เช่น 30 แล้วน้า…40 แล้วน้า และก็จะจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อายุที่มากขึ้น กับอนาคตที่เป็นอยู่มันส่วนทางกันรึเปล่าแว้”

อันที่จริงแล้ว ‘อนาคต’ กับ ‘เป้าหมายในชีวิต’ คือ สิ่งที่เราทุกคนอาจจะวาดหวังไว้ได้ แต่ในความเป็นจริงเราจะเดินตามเส้นทางนั้นๆ ได้จริงแค่ไหน ก็บอกได้ยาก

แต่ไอ้ที่น่ากลัวที่สุด คือ ไอ้อนาคตหรือเป้าหมายที่วางไว้ ถ้ามันดันไม่ใช่เป้าหมายของตัวเองอย่างแท้จริง อันนี้ก็ไม่ไหว บางคนเห็นคนในวัยเดียวกัน มีชีวิตที่ดีเลิศ (ในเชิงกายภาพ) ก็เอามาเปรียบเทียบกับตนเอง 

…พฤติกรรมไล่ดมก้นคนอื่น แล้วพอทำไม่ได้ ก็บอกว่าชีวิตตรูมันโคตรล้มเหลว…มันดูบ้าบอชิบเป๋ง

ชีวิตของคนทุกคนล้วนมีเส้นทางที่แตกต่างกันไป การไล่เก็บอ่านคอมเม้นต์คนอื่น อ่านความสำเร็จของคนอื่นๆ มองดูความสำเร็จแบบคนรอบข้างที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกัน ไม่ใช่เรื่องเสียหาย และถือเป็นเรื่องที่ดี 

ส่วนจะเอามาปรับใช้กับเป้าหมายชีวิตของเราได้แค่ไหน ต้องว่ากันอีกที แต่อย่านำมาเป็นมาตรฐาน จนทำให้ชีวิตเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง กดดัน สร้างความเครียดให้ตนเองเชียว

เปิดปีใหม่มานี้ Rabbit Today เลยอยากชวนให้ทุกคนที่อายุพุ่งสูงและไล่บี้กดดันความสำเร็จบางอย่างตามมาตรฐานสังคม ลองคุณล้มเลิกความคิดแบบนี้เสีย เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และหันมามองความเป็นจริงที่กับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ เพื่อทำให้คุณมีค่าและมีความสุขตลอดปีนี้…ตามนี้

1. อาชีพ

อาชีพของคนทุกคนอาจจะมีความต่าง แต่เราหาความสุขและความเจริญตามความเหมาะสมของสายงานเราได้ แต่มันจะเป็นเรื่องแย่มากๆ ที่จะปล่อยให้อาชีพที่ทำเงินได้ดีกว่ามาเป็นตัวกดความคิดว่าตัวคุณนั้นด้อยค่า และไม่ใช่บุคคลที่ประสบความสำเร็จ เพราะทุกอาชีพมีวิธีการที่จะเติบโตแตกต่างกันไป เช่น อาชีพหมอ หรือวิศวกรที่มีเงินเดือนสูง แต่เราเป็นแค่พนักงานบริษัทเอกชนเงินเดือนหลักหมื่น ก็มองว่าตัวเองด้อยค่า…บ้าบอจริงๆ

2. จุดหมายในชีวิตหรือความอิจฉา

จุดหมายในชีวิตคนเรามันจะไปเหมือนคนอื่นได้ยังไง ถ้าคุณไม่ดันทะลึ่งเอาจุดหมายของเขามาเป็นของคุณ เช่น อายุปาเข้าหลัก 4 แต่ไม่มีอะไรเหมือนคนอื่น และพอเห็นข้อความจากเพื่อน หรือคนรู้จักที่บอกว่าอายุเท่าเรา มีเงินเดือนแตะหลักแสน มีบ้านหลังโตๆ มีรถคันใหญ่ๆ มีครอบครัว มีลูกแล้ว มีธุรกิจใหญ่โต ก็บอกว่าชีวิตฉันมันไม่โอ…

การที่คนเหล่านั้นทำได้ เพราะเขาอาจจะมีเป้าหมายที่โคตรชัดเจน มีพื้นฐานตั้งแต่วัยเรียน หรือฐานะจากที่บ้านมาในระดับหนึ่ง หรือบางคนอาจจะมีความมุ่งมั่นสูงส่ง หรือบางครั้งก็ได้รับโอกาสใหม่และคว้าไว้ หรือมีความทะเยอทะยานสูง

แต่ย้อนกลับมาถามตัวเราดูบ้างว่า สิ่งที่พวกเขาเป็น มันใช้เป้าหมายที่แท้จริงของเราหรือเปล่า ถ้าใช่เราเชื่อว่าคุณจะหาวิธีการที่ถูกต้องและพยายามไปจนถึงปลายทางแบบเดียวกันได้ แต่ถ้าเป็นความ ‘อิจฉา’ ขอบอกเลยว่า คุณจะเจอแต่ทุกข์และไม่มีวันทำเป้าหมายนั้นสำเร็จได้เลย…บ้าบอจริงๆ

3. ความอยากได้อยากมี

ทุกๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในชีวิต ล้วนแล้วแต่เริ่มต้นจากปัจจัยอย่าง ‘เงิน’ ทั้งสิ้น ส่วนเงินที่ได้มาจากการตอบแทนค่าแรงงานที่เสียไป เพื่อให้ชีวิตอยู่รอดและให้รางวัลกับชีวิตตนเองบ้างในแต่ละวัน หรือสามารถเก็บหอมรอมริบไว้เพื่อยามแก่ชรา ถือเป็นพื้นฐานของคนทั่วไปที่อยู่ในมาตรฐานดีเลิศแล้ว 

แต่ถ้าคุณเห็นว่าเงินได้ของคุณมันต้อยต่ำ เพราะเราไม่มีปัญหาซื้อแลมโบกินี่ขับ หรือไม่มีปัญญาหาคอนโดห้องสูทในย่านสุขุมวิทแบบคนอื่นๆ และก็ทำให้คนไม่นับหน้าถือตา ขอบอกว่าให้ไปโดดสะพานแขวน ดิ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยาไปเลย เผื่อเกิดใหม่ชาติหน้าพ่อแม่รวยจะได้เสวยสิ่งเทียมแห่งสังคมเหล่านี้ได้เต็มปอด…บ้าบอจริงๆ

…สิ่งที่อยากจะบอกกับผู้อ่านทุกคนไว้ตรงนี้ คือ คนทุกคนมี ‘ต้นทุน’ ที่ไม่เหมือนกัน บางคนมีพื้นฐานชีวิตที่ดี ชีวิตคาบช้อนเงินช้อนทองที่พ่อแม่สร้างรากฐานไว้ให้ พอเขาถึงวัยที่ต้องตั้งเป้าหมายในชีวิต ก็จะดูสูงกว่าคนอื่น หรือไปถึงเป้าหมายนั้นได้เร็วกว่าคนอื่น 

ขณะเดียวกัน การที่ใครสักคนไม่มีต้นทุนแบบนั้น แต่มีความหวังและตั้งใจจริงที่จะมีแบบคนอื่นบ้าง ก็ต้องรู้หลักเบสิคแห่งการได้มา เช่น การเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต วิ่งเข้าไปในสังคมที่จะทำให้คุณไปสู่จุดนั้นได้ และเพิ่มพูนศักยภาพชีวิตที่เหมาะสมกับการก้าวไปอยู่ในโซนของเป้าหมายนั้นๆ

แต่ถ้านั่งเฉยๆ งอมืองอเท้า แต่ทะลึ่งไปตั้งหวังแบบคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเหล่านั้น มันคงยากยิ่งกว่าลิเวอร์พูลเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกรอบนี้แบบไร้พ่าย 

ฉะนั้น การอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของตัวเรา มันไม่ได้เสียหายอะไรเลย บางคนอาจจะรู้สึกว่างเปล่า ไม่ได้วางเป้าหมายอะไรพิเศษให้กับชีวิต ขอแค่มีงานทำ มีรายได้กินเที่ยวแบบพอมี ได้อยู่กับครอบครัวเล็กๆ แต่อบอุ่น ไม่ต้องมีฐานะทางสังคม แค่นี้เพียงพอแล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็คือชีวิตอื่น ใครจะรู้ว่าภาพที่เรามองผู้อื่นว่าสำเร็จ เขาก็อาจจะเป็นทุกข์ในแบบของเขาอยู่ก็ได้…ใครจะไปรู้

ปี 2019 นี้ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร อยากให้ลองก้าวเดินบนเส้นทางของตนเองอย่างมีความสุข อย่าไปแข่งกับเส้นทางและความฝันของคนอื่นเลย…บ้าบอเกินไป



Advertising