ชีวิตและการงาน

ชาวโลกเขาบอกว่า กรุงเทพฯ น่าอยู่ไหม

Published 10 มิ.ย. 2019

By พนิต ภู่จินดา

ชาวโลกเขาบอกว่า กรุงเทพฯ น่าอยู่ไหม

ถ้ายื่นไมค์ไปหน้าคนกรุงเทพฯ แล้วถามว่ากรุงเทพฯ น่าอยู่ไหม คำตอบคงหลากหลาย 

บางคนก็ว่าดีนะ มีความหลากหลายดี มีหาบเร่แผงลอยที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์และโบราณสถานที่สวยงาม มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ พื้นที่เมืองยังมีให้พัฒนาอยู่อีกมากมาย แต่บางคนก็บอกว่ากรุงเทพฯ ไม่น่าอยู่เลย แออัด การจราจรติดขัด คุณภาพชีวิตแย่ อาชญากรรมและอุบัติเหตุเยอะแยะ บริการของรัฐก็ไม่ได้มาตรฐาน ต่างคนก็ต่างมีมุมมองจากประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมของตัวเอง

แล้วชาวโลกเขามองกรุงเทพฯ ว่าน่าอยู่หรือไม่อย่างไร ลองไปดูการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ของโลกที่เขาจัดกันทุกปี เรียกว่า Global Liveability Index ที่จัดทำโดย The Economist Intelligence Unit (EIU) โดยใช้ตัวชี้วัดทั้งด้านปริมาณและคุณภาพมากกว่า 30 หมวดย่อย ใน 5 หมวดใหญ่ ได้แก่ ความมั่นคงในการดำรงชีวิต การดูแลสุขภาพ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

ชาวโลกเขาบอกว่า กรุงเทพฯ น่าอยู่ไหม,Rabbit Today

การจัดอันดับในปี 2018 มีการล้มแชมป์ 7 สมัย จากเดิมที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ได้อันดับ 1 แบบผูกขาดมาตลอดตั้งแต่ปี 2011 ถูกล้มแชมป์โดยเมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่ได้คะแนนถึง 99.1 คะแนน ส่วนเมลเบิร์นได้ 98.4 คะแนน เฉือนกันตรงความมั่นคงในการดำรงชีวิต ซึ่งประกอบด้วยความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ทั้งจากภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการก่อการร้ายซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างมากในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนเมลเบิร์นได้คะแนนโดยรวมใกล้เคียงกับปีที่ผ่านๆ มา คือมีความน่าอยู่ระดับสูงคงที่ ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงในประเด็นต่างๆ แต่อย่างใด

หันมาดูเมืองในทวีปเอเชียใกล้ตัวเราบ้าง ใน 10 อันดับแรก มีเมืองในทวีปเอเชียติดอันดับกับเขา 2 เมือง คือ โอซากาได้อันดับที่ 3 และโตเกียวได้อันดับที่ 7 สองเมืองใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นมีความน่าอยู่ในระดับสูงมาก ทั้งๆ ที่เป็นเมืองที่มีประชากรมาก มีความหนาแน่นสูง และเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศญี่ปุ่นมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวอยู่เสมอ แต่ก็ยังสามารถบริหารจัดการให้เป็นเมืองน่าอยู่ในระดับท็อปเทนได้อย่างน่าทึ่ง 

สำหรับกรุงเทพมหานครของเราได้อันดับที่ 98 ของโลกในปี 2018 ดีขึ้น 4 อันดับ (ปี 2015 กรุงเทพฯ ได้อันดับที่ 102) โดยมีคะแนนรวม 66 จากเต็ม 100 คะแนน หมวดที่ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน คือ ความมั่นคงในการดำรงชีวิต เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมและอุบัติเหตุสูง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดการก่อการร้ายมาก ตามการประเมินของ EIU อีกสี่หมวดมีค่าคะแนนที่สูงกว่าครึ่ง โดยหมวดการศึกษาได้คะแนนเต็มร้อย เนื่องจาก EIU ประเมินว่าสถาบันการศึกษาในกรุงเทพมหานครมีคุณภาพดีและมีการกระจายตัวไปทั่วให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก แต่คุณภาพและความเพียงพอของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ยังได้คะแนนไม่สูงนัก แค่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำมาเท่านั้น

ชาวโลกเขาบอกว่า กรุงเทพฯ น่าอยู่ไหม,Rabbit Today

เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพฯ เป็นอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์ (อันดับ 35) และกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (อันดับที่ 78) ก็ยังนับว่าห่างไกลจากเมืองหลักของประเทศเพื่อนบ้านที่มีความน่าอยู่ในระดับสูง ยิ่งถ้าพิจารณาในภาพรวมที่ EIU ทำการประเมิน 140 เมืองสำคัญตามภูมิภาคต่างๆ ในโลก จะเห็นได้ว่า กรุงเทพมหานครของเราได้อันดับค่อนไปทางด้านท้าย และมีประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน ทั้งๆ ที่สภาพภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯ เป็นที่ราบ มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติต่ำเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว 

ความเสี่ยงต่างๆ ล้วนแต่เกิดจากภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น อีกทั้งยังมีโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการดำรงชีวิตที่แค่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น แสดงถึงการให้บริการพื้นฐานของภาครัฐทั้งด้านการสนับสนุนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนยังไม่ได้มาตรฐานอยู่มาก ปล่อยให้ประชาชนดิ้นรนถมที่ดินให้สูงป้องกันน้ำท่วม ติดกล้องวงจรปิด จ้างยามดูแลความปลอดภัยกันเองแล้วกันนะครับ



Advertising