ชีวิตและการงาน

ใครเป็นใครเมื่อวัยเด็ก ย้อนรอยอดีตคนดัง กว่าจะมาถึงวันนี้…ต้องสู้ยิบตา

Published 11 ม.ค. 2019

By Rabbit Today

celebrity-Childhood-smart-living-Rabbit-Today-banner

ใครๆ ต่างรู้จัก แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรอาลีบาบา แต่รู้ไหมว่า ชีวิตวัยเด็กของเขาไม่ได้ราบรื่น ฐานะที่บ้านไม่ดี แถมเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง ซ้ำชั้นอนุบาลไม่รู้กี่ปี ยิ่งไปกว่านั้น ยังถูกเพื่อนๆ ล้อด้วยความที่มีรูปร่างเล็กกว่าคนอื่น

แต่แจ็ค หม่า กลับมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเอง เขาลงทุนปั่นจักรยานทุกเช้าวันละ 40 นาที เพื่อไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษกับแขกต่างชาติที่โรงแรมแห่งหนึ่งทุกวัน จนต่อมาเสนอตัวเป็นไกด์ พร้อมกับฝึกภาษาอังกฤษจนเก่งเป็นเวลาถึง 9 ปี

คงไม่ต้องบอกว่า ในวันนี้แจ็ค หม่า ประสบความสำเร็จมากเพียงไร และนี่เป็นเพียงตัวอย่าง ‘คนดังระดับโลก’ ที่วัยเด็กไม่ได้มีชีวิตสวยหรู แต่พวกเขาเลือกที่จะสู้! สู้ชนิดยิบตา!

ในบรรยากาศแห่งวันเด็กปีนี้ เราจะพาคุณย้อนรอยไปดูอดีตวัยเด็กของคนดังระดับโลก แต่ละคนต้องสู้ขนาดไหนกว่าจะหยิบเอาความสำเร็จมาเชยชมได้

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

วัยเด็กของไอน์สไตน์เคยถูกสบประมาทว่าเป็น ‘ไอ้สมองทึ่ม’ ตอนอายุ 9 ขวบเขาไม่สามารถสื่อความหมายด้วยภาษาพูดได้รู้เรื่อง แถมยังเข้าสังคมกับเพื่อนๆ ไม่ได้ ท้ายที่สุดจำต้องออกจากโรงเรียนด้วยเหตุผลว่า ไม่มีพัฒนาการ แต่ในความเป็นจริง เด็กชายไอน์สไตน์กลับมีความสนใจในเรื่องคณิตศาสตร์เป็นเลิศ เขาพยายามเรียนรู้ โดยมีคุณอาที่เห็นพรสวรรค์ในตัวเขา แถมยังเป็นคนช่วยสอนพีชคณิตระดับสูงให้ตลอดมา และผลของความพยายามนั้น ก็เป็นแรงผลักดันให้เกิดนักคิดเจ้าของทฤษฎีฟิสิกส์อันเอกอุของโลกในเวลาต่อมา

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

โอปราห์ วินฟรีย์

ชีวิตวัยเด็กของพิธีกรระดับโลกไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หนำซ้ำยังเลวร้ายกว่าเด็กทั่วไป เธอมีครอบครัวที่แตกร้าว ย้ายมาอยู่กับแม่เมื่ออายุ 9 ขวบ ซ้ำร้ายเธอถูกญาติและเพื่อนบ้านข่มขืนจนตั้งครรภ์ในวัยเพียง 14 ปี โชคร้ายที่ลูกของเธอเสียชีวิตหลังคลอดไม่นาน โอปราห์พลิกชีวิตตัวเอง เธอกลับมาเรียนหนังสือ และกลายเป็นนักเรียนดีเด่น กระทั่งเธอค้นพบทักษะในการพูด โดยครั้งหนึ่งมีโอกาสขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ในโบสถ์แถวบ้าน งานนั้นได้รับเงินมาเพียง 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่จุดประกายให้เธอรู้ว่า เธอสามารถพูดเพื่อหาเงินได้ จนเป็นที่มาของอาชีพที่น่าภูมิใจในวันนี้

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ทอม ครูซ

พ่อแม่ของทอมแยกทางกันตั้งแต่เขาอายุ 11 ปี แถมโชคชะตายังเล่นตลก เมื่อเขาเริ่มมีอาการประหลาด นั่นคือ โรคไดเร็กเซีย หรือภาวะการเรียนรู้บกพร่อง เป็นเหตุให้ทอมเขียนและอ่านหนังสือได้เข้าขั้นแย่เอามากๆ แต่ถึงกระนั้น ทอมก็มีพรสวรรค์ทางการเล่นกีฬา เขาหมายมั่นปั้นมือจะเป็นนักกีฬามวยปล้ำของโรงเรียน แต่กลับโชคร้าย เกิดอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องเลิกเล่นไป กระทั่งตอนอายุ 16 ที่โรงเรียนมีการแสดงละครเวที ทอมตัดสินใจไปแคสติ้งและสามารถคว้าบทนำมาได้ และนั่นคือจุดสตาร์ตเส้นทางความเป็นพระเอกฮอลลีวู้ดมาจนทุกวันนี้

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

จัสติน บีเบอร์

กว่าจะมาเป็นไอดอลจอมแสบอย่างในวันนี้ วัยเด็กของจัสติน บีเบอร์ เข้าขั้นลำบากลำบนไม่น้อย เขาต้องอยู่ในบ้านซอมซ่อที่มีหนูวิ่งไปมา ไม่มีขนมนมเนยในตู้เย็นเหมือนบ้านคนอื่นเขา แถมที่ซุกหัวนอนยังเป็นโซฟาประจำบ้าน เมนูที่กินประจำหนีไม่พ้น มะกะโรนีกับชีส ทว่าด้วยพรสวรรค์ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัว ทำให้จัสตินเดินหน้าตามหาความฝันในการเป็นนักร้อง ก่อนจะกลายมาเป็นศิลปินเบอร์ต้นของโลกในปัจจุบัน

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

เคท วินสเล็ต

นางเอกจากภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ ‘ไทนาทิค’ แถมในเรื่องยังรับบทคุณหนูผู้มีฐานะร่ำรวย ทว่าชีวิตจริงวัยเด็กของเคท กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง ครอบครัวของเธอเข้าขั้นต้องปากกัดตีนถีบ พ่อของเธอเป็นนักแสดงโนเนม ที่ต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว วัยเด็กของเคทไม่เคยมีเสื้อผ้าชุดใหม่ ชุดที่สวมใส่คือเสื้อผ้าที่ถูกส่งต่อมาจากญาติๆ เท่านั้น เคทตัดสินใจเลือกเรียนการแสดงตั้งแต่อายุ 11 ปี เพื่อหวังจะหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว แต่กว่าจะได้งานชิ้นแรกก็ต้องรอจนเธออายุ 12 ปี กับงานโฆษณาชิ้นหนึ่ง ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของเธออย่างมาก

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

จิม แคร์รี่

นักแสดงตลก แต่ชีวิตวัยเด็กกลับไม่ค่อยตลกสักเท่าไร สมัยเรียนไฮสคูล จิมไม่มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง เขาและครอบครัวต้องอาศัยรถตู้เป็นที่หลับนอน รวมทั้งต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการทำงานในโรงงานผลิตยางรถยนต์ กระทั่งตอนอายุ 16 ปี จิมตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน แล้วย้ายไปอยู่ลอสแองเจลิส ก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าสู่การเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ดในเวลาต่อมา

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

มาร์ค วอลเบิร์ก

หลายคนมักจะจำบทบาทการแสดงแนวแบดบอยของมาร์คได้ติดตา หากย้อนกลับไปในวัยเด็ก ชีวิตของมาร์คก็เข้าขั้นแบดบอยเหมือนในหนัง ตอนอายุ 14 เขาออกจากโรงเรียน แล้วไปใช้ชีวิตแบบจิ๊กโก๋ข้างถนน ก่อนจะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ผลสุดท้ายได้เข้าไปนอนในคุกถึง 50 วัน ในข้อหาทำร้ายร่างกาย เป็นพี่ชายของมาร์คที่ฉุดเขาขึ้นมาจากชีวิตอันเส็งเคร็ง พร้อมกับเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เรื่องราวในวัยเด็กก็ทำให้เขาเรียนรู้ชีวิตอีกด้านที่มีอยู่จริงในโลกใบนี้

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เติบโตในย่านคนจนของประเทศโปรตุเกส สมัยเด็กๆ รองเท้าเตะบอลสักคู่ยังไม่มี โรนัลโด้อาศัยเตะฟุตบอลเท้าเปล่ากับเพื่อนๆ หน้าบ้าน จนอายุ 8 ขวบ มีแมวมองจากสโมสรสปอร์ตติ้งลิสบอนมาซุ่มดูฟอร์ม พร้อมกับประกาศว่า หากใครยิงประตูได้เยอะที่สุดจะได้รับคัดเลือกเข้าอะคาเดมี่ของสโมสร วันนั้นโรนัลโด้กับเพื่อนสนิทยิงกันไปคนละ 1 ลูก จนเหลือไม่กี่นาทีสุดท้าย เพื่อนของเขาหลุดเดี่ยวและมีโอกาสยิงประตู แต่กลับส่งบอลมาให้โรนัลโด้ยิงแทน ด้วยเหตุผลว่า โรนัลโด้น่าจะมีโอกาสเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกว่าเขา และสิ่งที่เพื่อนพูดวันนั้น ก็กลายเป็นความจริงในทุกวันนี้ แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะโรนัลโด้ไม่เคยลืมเพื่อนคนดังกล่าว เขายังส่งเงินไปให้ และดูแลเพื่อนที่ให้โอกาสแก่เขาอยู่เสมอ

ย้อนรอยวัยเด็กคนดังของโลก กว่าจะมาถึงวันนี้...ต้องสู้ยิบตา!,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ลีโอเนล เมสซี่

สำหรับคอฟุตบอล ชื่อ ลีโอเนล เมสซี่ คือหนึ่งในเทพเจ้าลูกหนังที่ถูกสงสัยมาตลอดว่า เขาเป็นมนุษย์ต่างดาวปลอมตัวมาหรือเปล่า ค่าที่มีฝีเท้าที่เก่งฉกาจชนิดหาตัวจับยาก แต่รู้หรือไม่ ในวัยเด็ก เมสซี่เคยป่วยเป็นโรคขาดฮอร์โมน เขาตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป ต้องฉีดฮอร์โมนกระตุ้นการเติบโตมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ หวุดหวิดจะไม่ได้เตะฟุตบอลเพราะไม่มีใครยอมรับ แต่สุดท้ายด้วยพรสวรรค์และความมุ่งมั่น วันนี้เขากลายเป็นเทพเจ้าลูกหนังไปเรียบร้อย



Advertising