ชีวิตและการงาน

แห้งแล้งในเมืองใหญ่

Published 31 ก.ค. 2018

By คำ ผกา

Condo-Smart-Living-Rabbit-Today-MAIN_920x470

“จะอยู่กรุงเทพฯ ไปอีกกี่ปีเนี่ยะ โอย…ยย อยู่มา 7-8 ปี แบบนี้ ไม่คิดซื้อคอนโดฯ เหรอ ถ้าซื้อป่านนี้ผ่อนเกือบหมดแล้วมั้ง”

อือม...นั่นสิ ทำไมฉันไม่ซื้อบ้านหรือคอนโดฯ นะ

จะว่าไปชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เลย ในฐานะที่เป็นคนเชียงใหม่ ที่เราเห็นคนกรุงเยอะแยะ พากันย้ายไปเชียงใหม่ หนุ่ม-สาว คนเพิ่งเริ่มสร้างครอบครัวที่เป็นชนชั้นกลางจำนวนไม่น้อยต่างแบกความฝันเอาไว้ว่า สักวันจะได้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ แล้วฉันซึ่งเป็นคนเชียงใหม่แท้ มีบ้านมีช่องเป็นของตนเองเรียบร้อยงดงาม ไฉนจะอยากย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เล่า

แต่ก็นั่นแหละ ว่ากันว่า ชีวิตเป็นสิ่งที่เลี้ยงไม่เชื่องที่สุด ที่ตั้งใจว่าจะไม่มีวันเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ก็ต้องมา ที่ตั้งใจว่า ถ้ามาจะมาแค่ปีเดียวก็กลายเป็นว่ายังไม่มีวี่แววจะได้ย้ายออกไปไหน

เมื่อย้ายมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาที่อยู่อาศัย มันจะเป็นอะไรไปได้ ถ้าไม่ใช่คอนโดฯ ที่ใกล้รถใต้ดิน หรือรถไฟฟ้า ถ้าเป็นไปได้ ขอให้เดินไปสถานี BTS หรือ MRT ไม่เกิน 3 นาที 

แห้งแล้งในเมืองใหญ่,Smart Living,Rabbit Today

ด้วยรายได้ของสตรีโสด คนชั้นกลาง ทำเลที่พอจะเข้าถึงได้ และไม่ไกลจากที่ทำงานคือ  คอนโดฯ ย่านห้วยขวาง ติดสถานี MRT ห้วยขวาง แล้วก็สะดวกจริงๆ เพราะเดินแค่ 2 นาทีถึงสถานี

สิ่งหนึ่งที่คนเชียงใหม่อย่างฉันค่อนข้างช็อค ไม่เพียงแต่ค่าเช่าที่สูงถึงเดือนละ 25,xxx บาท แต่คือสภาพแวดล้อม

จะกล่าวหาว่าฉันดัดจริตก็กล่าวเถิด เงินค่าเช่าคอนโดฯ นี้ ฉันสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ได้ทั้งเดือน และมีชีวิตอย่างร่ำรวยด้วย

ชีวิตที่ร่ำรวยในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการกินหรูอยู่แพง แต่ฉันนึกถึงการตื่นนอนมาในบ้านไม้สักที่ฉันรื้อมาจากบ้านเก่าของตากับยายมาสร้างบ้านหลังเล็กของตัวเอง 

ตื่นนอนมาในบ้านไม้แล้วยังไงต่อ พอลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่จะเห็นคือระยิบระยับของแสงตะวันยามเช้าอันจะล้อกับกิ่งไม้ใบไม้ทั้งปวงที่เพิ่งจะหมาดจากน้ำค้างยามดึก

แห้งแล้งในเมืองใหญ่,Smart Living,Rabbit Today

กลิ่นหอมสดชื่นของใบไม้หอมๆ อย่างใบมะม่วงอ่อนๆ กลิ่นดอกมะกรูด ดอกมะนาว แค่ลมพัดกระชากใบข่า ตะไคร้แรง กลิ่นมันก็ฟุ้งมาถึงห้องนอน

ความร่ำรวยต่อไปอีกคือ เมื่อเดินไปหย่อนก้นลงนั่งบนชักโครก เบื้องหน้าของฉันคือหน้าบานที่เกิดไปสู่ซุ้มรสสุคนธ์ ต้นวาสนาที่ยามให้ดอกก็หอมฟุ้ง

กลิ่นดิน แสงแดดที่ถูกกรองผ่านใบไม้ในสวน หน่อไม้อ่อนๆ ที่แทงดินขึ้นมาในหน้าฝน แผงเผาข้าวหลามหน้าบ้านในฤดูหนาวควันกรุ่น

สารภาพว่า วันแรกของการย้ายเข้าไปใช้ชีวิตในคอนโดฯ สิ่งที่ทำให้ชวิตหม่นหมองที่สุดคือความสิ้นไร้ไม้ตอกของแดดของดินของต้นไม้ใบไม้ (แดดน่ะมี แต่เป็นแดดเปรี้ยงๆ ที่สะท้อนมาจากพื้นผิวคอนกรีตทั้งปวงเจอกับกลิ่นสาบหนูและขยะ) 

ห้องที่อยู่นั้นเปิดหน้าต่างไม่ได้เลย  เพราะมีแต่ไอร้อนลอยเข้ามา เป็นอันว่าชีวิตต้องอยู่ในกรงแก้วแล้วเปิดแอร์ตลอดเวลา

เดินออกจากคอนโดฯ-ค่ะ ที่นี่คือกรุงเทพฯ ไม่ใช่เกียวโต ที่เดินออกมาแล้วจะเจอกับแม่น้ำ ภูเขา หรือสวนสาธารณะเล็กๆ ที่กระจัดกระจายไปทั่ว ไม่มีแม้แต่เงาไม้ร่มรื่นบนทางเท้า  ตรงกันข้ามต้นไม้บนทางเท้าของกรุงเทพฯ นั้นดูเป็นอุปสรรคต่อการเดินเท้าของคนที่สัญจรไปมาเสียด้วยซ้ำ 

และนี่ก็เป็นปริศนาคาใจฉันมากว่า ในฐานะที่เดินมาหลายเมืองหลายประเทศ ฉันเห็นหลายเมือง หลายประเทศ สามารถปลูกต้นไม้ข้างถนน บนฟุตปาธได้โดยที่ตัวหนอนที่ปูฟุตปาธนั้นไม่ปูด แตกตามรากของต้นไม้ที่ดันขึ้นมา แต่ทางเท้า กทม. ตรงไหนมีต้นไม้ พื้นผิวทางเท้าตรงนั้นจะกระโดกกระเดก พิกลพิการ สุดท้ายเราได้ทางเท้าท้าวแสนปมปูดตรงนั้นโปนตรงนี้

พ้นจากห้องอันแห้งแล้งในคอนโดฯ กรงกระต่าย ออกมาเจอศาลที่มีการรำแก้บนทั้งคืน และตลาดสด อันสุกสกาวแต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยหนูและแมลงสาบ ไม่ขยะกองโตในยามเช้า

จึงไม่ใช่กลิ่นดิน กลิ่นฝน แต่เป็นกลิ่นขยะของตลาด ร้านข้าวต้ม ส้มตำ เศษกระดูก ขยะสด ปะปนไปกับแสงระยิบระยับของตะวันที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า




Advertising