ชีวิตและการงาน

รอยเท้าที่ไม่มีวันโกหก

Published 25 ต.ค. 2018

By ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

Digital-Footprint-smart-living-Rabbit-Today-banner

นอกจาก ‘You are what you eat’ แล้ว ในยุคดิจิทัลแบบนี้ เราเป็นคนแบบไหนสามารถดูได้ ‘You are what you click’ หรือพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลของเราด้วย

เมื่อก่อนเวลานักการตลาดต้องการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค นักการตลาดจะใช้การทำโฟกัสกรุ๊ปเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัย แต่คำตอบที่ได้อาจจะไม่ตรงตามความจริงทั้งหมด จะด้วยการที่ผู้ตอบไม่ตอบความจริง หรือบางทีผู้ตอบก็อาจจะตกหล่นหลงลืมเรื่องบางเรื่องไป

แต่ยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว ถ้าจะดูพฤติกรรมผู้บริโภค เขาไม่ต้องเรียกคนมาตอบคำถามแล้วละครับ แต่เขาดูได้จากพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลของผู้บริโภค

Google มีเครือข่ายทั้ง Search, Gmail, Maps, YouTube, Chrome, Play ฯลฯ ด้วยความที่มีเครือข่ายที่ใหญ่แบบนี้นี่แหละครับ ทำให้เขาสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลในเครือข่ายของเขาได้ทั้งหมด ตั้งแต่เราเคย Search อะไรใน Google Search เราเคยเดินทางไปที่ไหนมาจากการใช้ Google Maps เราเข้าไปดูวิดีโออะไรบ้างใน YouTube เราเข้าเว็บไซต์อะไรบ้างใน Google Chrome ฯลฯ

ข้อมูลทั้งหลายที่เราใส่ลงไปผ่านการคลิก การคีย์ข้อมูล แม้กระทั่งเราใช้เวลาบนหน้าจอนานแค่ไหน จาก Device แบบไหน ฯลฯ จะถูกบันทึกลงไปให้ Google รู้อย่างที่เราโกหกไม่ได้ และข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึกไว้โดยที่เราไม่รู้ตัวและไม่ต้องรอให้เราบอกว่าทำอะไรไว้บ้าง
‘การกระทำเสียงดังกว่าคำพูด’ เห็นทีจะใช้ได้กับเรื่องนี้เหมือนกัน

ถ้าอยากรู้ว่า Google เก็บข้อมูลอะไรของเราไว้บ้าง หรือเราเคยมีพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลอย่างไร ลองเข้าไปดูที่ Myactivity.google.com แล้วคุณจะทึ่งว่าคุณได้ทำอะไรไว้บ้างในอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน

ข้ามมาฝั่ง Facebook บ้าง Facebook มี Activity Log เอาไว้ให้เราดูว่าที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรไว้ใน Facebook บ้าง เราคอมเม้นต์ใคร เราไลค์โพสต์ไหน ฯลฯ ไปจนถึง Recent Ad Activity เอาไว้ให้เราดูว่าเราเคยกดดูโฆษณาอะไรไว้บ้าง และทุกข้อมูลที่เราใส่ลงใน Facebook นั้น มันมีระบบ Machine Learning เรียนรู้อยู่เสมอว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

เช่น ช่วงนี้ฉันเพิ่งมีหลาน ผมก็จะมีรูปถ่ายกับหลานบ่อยๆ ซึ่ง Machine Learning มันก็จะเรียนรู้ว่า อ๋อ! คนนี้กำลังมีเด็กอยู่ ก็เลยส่งโฆษณาหรือส่งคอนเท้นต์เกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กมาให้ฉัน เพียงแค่ว่ามันจับได้ว่าฉันถ่ายรูปกับเด็กบ่อยๆ

การตั้งกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาผ่านทาง Facebook อย่างในทุกวันนี้จึงสามารถทำได้ละเอียดขนาดที่นักการตลาดสามารถเจาะเฉพาะพฤติกรรมบางอย่างของผู้ใช้ได้ เช่น เลือกยิงโฆษณาเฉพาะคนที่เพิ่งแต่งงาน คนที่เพิ่งเรียนจบ คนที่เพิ่งกลับมาจากการท่องเที่ยว คนที่กำลังจะเดินทาง คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือระบบนั้นระบบนี้เท่านั้น ฯลฯ ได้หมด!

เช่นเดียวกับ Google ซึ่งเก็บข้อมูลว่า เรา Search เรื่องอะไรบ่อยๆ มันก็จะประมวลผลว่าเราน่าจะกำลังสนใจเรื่องนั้นอยู่ แล้วมันก็จะส่งคอนเท้นต์และโฆษณาเรื่องนั้นๆ มาให้เรา 

ถามว่าเรื่องแบบนี้ Google กับ Facebook รู้ได้อย่างไร เขาสืบจาก ‘รอยเท้า’ ของเรานี่แหละครับ

พฤติกรรมการใช้ดิจิทัลของเรานั้นได้ทิ้งรอยเท้าเอาไว้เสมอแบบที่เรียกว่า ‘Digital Footprint’ มันคือร่องรอยของพฤติกรรมที่เราทำไว้ในโลกออนไลน์ เพียงแต่ว่ารอยเท้าชนิดนี้ลบไม่ออก และไม่มีวันโกหก

ถ้าจะลบรอยเท้านี้ คุณต้องไปหาทางลบเอาจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือระบบคลาวด์ที่เก็บข้อมูลไว้นั่นแหละครับ และไม่ใช่แค่ลบจากหนึ่ง แต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บกระจัดกระจายไว้ทั่วโลก ลบจากที่หนึ่งก็ยังมีอยู่หลายที่ ถ้าจะลบรอยเท้าสักรอย ดูเหมือนการลบจะยากกว่าการสร้างขึ้นมาเสียอีก

ฉันนั่งเปิดดูสิ่งที่ Google และ Facebook บันทึกพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลและเหมือนได้รู้จักตัวเองมากขึ้น หลายครั้งฉันลองคิดว่าถ้าฉันไม่รู้มาก่อนว่านี่คือข้อมูลของฉัน ฉันจะคิดว่าเจ้าของรอยเท้าคนนี้เป็นคนแบบไหนกัน และหลายครั้งก็ตลกตัวเองว่า Search บ้าบออะไรแบบนี้ อย่าคิดว่าไม่มีคนรู้นะเว้ย! Google กับ Facebook เขารู้หมด!

ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ารอยเท้าที่เราทิ้งไว้ในโลกดิจิทัลจะทำให้เรารู้จักเจ้าของรอยเท้านี้มากขึ้นอย่างที่เขาโกหกไม่ได้ บางทีเราอาจจะไม่จำเป็นต้องเสียเวลามานั่งทำความรู้จักกับใครสักคนแบบที่ต้องเสี่ยงว่าเขาจะโกหกเราเหมือนเวลาตอบโฟกัสกรุ๊ปหรือเปล่า เพราะแค่เพียงดูรอยเท้าที่เขาทิ้งไว้ เราก็พอจะรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน

แต่คนเราไม่ได้รักกันง่ายเพียงเพราะเราดูชุดข้อมูลบางอย่างนี่นะ มันก็โลกของหุ่นยนต์เกินไปหน่อย

รอยเท้าบนโลกดิจิทัลอาจจะไม่โกหกเรา แต่มันก็บันทึกทุกอย่างในชีวิตเราไม่ได้ทั้งหมด เพราะเรื่องบางเรื่องมันถูกบันทึกไว้ในหัวใจของเรามากกว่า

ฉันอาจปล่อยให้รอยเท้าถูกบันทึกไว้บนโลกดิจิทัล แต่รอยยิ้มและรอยจูบ โลกดิจิทัลก็บันทึกมันไว้ไม่ได้

ถ้ารอยเท้าบนโลกดิจิทัลจะไม่มีวันโกหกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา รอยจูบบนโลกความจริงนั่นจะโกหกเราได้ไหม



Advertising