ชีวิตและการงาน

ออกแบบสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิต ดร.สิงห์ อินทรชูโต

Published 31 ก.ค. 2018

By Rabbit Today

Environmental-Design-for-Quality-of-Life-Smart-Living-Rabbit-Today-Banner

คว่ำหวอดอยู่ในแวดวงสถาปนิกเมืองไทยมาอย่างยาวนาน แต่ดูเหมือนชื่อของ ‘ดร.สิงห์ อินทรชูโต’ จะเป็นที่รู้จักของสังคมในฐานะ ‘ดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน’ 

ค่าที่นำวัสดุเหลือใช้มาออกแบบให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ดีไซน์แปลกตา แน่นอน, ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซเหล่านี้ ส่งผลให้ผู้คนหันมาสนใจในวิถีการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น... 

ปัจจุบัน ดร.สิงห์ เป็นอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาศูนย์วิจัยที่ชื่อ Research & Innovation for Sustainability Center (RISC) และเป็น Design Principal ของบริษัท Osisu ที่ทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ 

ที่ผ่านมา มีผลงานไปคว้ารางวัลในเวทีต่างประเทศมาแล้วมากมาย Rabbit Today มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์สถาปนิกหนุ่มใหญ่ผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัย RISC พร้อมย้อนเวลากลับไปกว่า 10 ปี กับบทบาทของการเป็นผู้ริเริ่มงานดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม 

ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เจตนารมณ์ดีๆ ที่สร้างขึ้น ถูกถ่ายทอดสู่การรับรู้ของผู้คนในสังคมมากน้อยเพียงไร...

จุดเริ่มต้นของการออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ เป็นมาอย่างไร 

ที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นสถาปนิก เรามีหน้าที่ออกแบบอาคารหรือสิ่งก่อสร้างมาโดยตลอด ซึ่งเราพบว่า ทุกครั้งที่มีการก่อสร้าง มักจะมีเศษขยะจากการก่อสร้างเหลือทิ้งมากมาย ทำให้รู้สึกว่าจริงๆ แล้ว สาเหตุที่ภูเขาหายไป หรือป่าไม้หายไป ส่วนหนึ่งมาจากการที่เราเอาวัสดุเหล่านั้นมาใช้ แถมสุดท้ายเราก็ใช้มันไม่หมด มีสิ่งก่อสร้างเหลือทิ้งมากมาย 

นี่เองจึงเป็นที่มาของการนำเศษวัสดุเหล่านี้กลับมาทำเป็นวัสดุก่อสร้างใหม่อีกครั้ง จากนั้นเราจึงทดลองพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น พื้น ผนัง ฝ้า แต่ปัญหาที่พบต่อมาคือ ผู้คนไม่มั่นใจกับวัสดุที่เราพัฒนาขึ้น ทุกคนมักกังวลว่า มันทนไหม มันมีประสิทธิภาพจริงๆ หรือเปล่า แม้ว่ามันจะผ่านการทดลองในห้องแล็บมาแล้วก็ตาม 

ผมจึงมีความคิดว่า งั้นเราเปลี่ยนจากวัสดุมาเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ไปเลยดีกว่า ซึ่งปรากฏว่ามันเวิร์ค จึงทำให้เราค้นพบว่า งานออกแบบมีความสำคัญมาก มันไม่ใช่แค่การพัฒนางานวิจัยจนเสร็จ แล้วถึงผลิตออกมา แต่เราต้องมีกลยุทธ์ในการออกแบบให้โดนใจผู้บริโภคด้วย ถึงจะทำให้เกิดการค้าและวนกลับมาสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมการออกแบบและการก่อสร้างต่อไป

ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของบริษัท Osisu ที่นำเอาวัสดุการก่อสร้างเหล่านั้นมาพัฒนาจนเป็นสินค้าในตอนช่วงปี 2007-2008 ครับ

ออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต ดร.สิงห์ อินทรชูโต ,Smart Living,Rabbit Today

นิยามของคำว่า ‘การออกแบบ’ ในมุมมองความคิดของอาจารย์เป็นอย่างไร

ผมคิดว่าการออกแบบคือการแก้ปัญหา แต่ไม่ใช่เชิงแก้ปัญหาในแบบนักวิทยาศาสตร์ แต่การออกแบบการแก้ปัญหาแบบมีรสนิยมด้วย สมมติหากเราจะแก้ปัญหาในเชิงวิทยาศาสตร์ เชิงการทดลอง หรือเชิงวิศวกรรมเสร็จ เราต้องกลับมาดูว่า แล้วมันงดงามไหม เพราะฉะนั้นการออกแบบของผมคือการแก้ปัญหาพร้อมกับทำความเข้าใจเรื่องรสนิยมของสังคมโดยองค์รวม นั่นจึงจะทำให้มันเป็นการออกแบบที่ถูกนำไปใช้งานได้ 

เราจะเรียกการออกแบบของอาจารย์ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการ Recycle ได้หรือไม่

ผมว่าตอนนี้มันเลยจุดที่เรียกว่ารีไซเคิลไปแล้ว  ผมกำลังพยายามจะสร้างพื้นที่หรือสร้างสถาปัตยกรรมที่สามารถดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตของคนหรือสิ่งแวดล้อมประกอบกัน คือผมจะไม่เอาของที่พอรีไซเคิลออกมาแล้วพบว่ามันปล่อยสารไอระเหยที่มีพิษต่อคนออกมา แต่กลับกัน ถ้าของรีไซเคิลนั้น มันดีต่อสิ่งแวดล้อม แบบนี้เราถึงจะโอเค

ออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต ดร.สิงห์ อินทรชูโต ,Smart Living,Rabbit Today

เอาเข้าจริง การรีไซเคิลเหมาะกับสังคมในประเทศไทยหรือไม่

จริงอยู่ว่างานของรีไซเคิลมันแพงกว่าของปกติ หลายคนคิดแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วของรีไซเคิลมี 2 กลุ่ม

รีไซเคิลที่แพงแสดงว่า มันมีการใช้แฮนด์เมดเยอะ ใช้มือเยอะ ใช้เวลาในการผลิตเยอะ ซึ่งประเทศเราเป็นประเทศที่เครื่องจักรยังไม่ไกล ยังไม่พัฒนาจนดีเลิศ จึงใช้แรงงานเยอะ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามของรีไซเคิลนั้นเข้าสู่การผลิตแบบอุตสาหกรรม มันจะถูกกว่ามาก เพราะต้นทุนแทบจะไม่มี เพราะฉะนั้นเราต้องดูให้ดีว่า ที่มันแพงกว่า มันแพงกว่าเพราะว่าเป็นมือคนทำใช่ไหม หรือมีกระบวนการที่ซับซ้อนกว่าปกติหรือไม่ 

จริงๆ แล้วประเทศไทยโชคดีมาก เราเป็นประเทศที่สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็น Capital City ของ Recycling เพราะหนึ่ง ค่าแรงเราไม่สูงมาก สอง เราเป็นฐานการผลิตอยู่แล้ว เราแก้เครื่องจักรได้ เราปรับเครื่องจักรได้ เราทดลองได้ แต่ที่มันไม่ค่อยเห็นเกิดขึ้น เพราะว่าเรายังไม่ได้ประสานงาน ยังไม่ได้รวมกันระหว่างนักคิด นักทดลอง นักออกแบบ โรงงาน ตลาด คือต่างคนต่างไปสารพัดทิศกันอยู่ ทั้งที่เรามีเครื่องปรุงครบแล้ว แต่มันไม่มีคนมาดึง มาประสาน เพราะมันต้องใช้เวลา โรงงานก็ขี้เกียจทดลอง ไม่รู้ทดลองแล้วจะขายได้ไหม คนขายก็บอกว่า อันนี้มันแพง เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด หรือไม่ก็ขายไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็น

สิ่งเหล่านี้มันต้องมีคนที่คอยดึงมาเจอกัน แต่คนกลุ่มนี้ยังมีน้อยอยู่ ทำให้ไม่เห็นว่าองค์ความรู้เหล่านี้กระจายออกไปสู่สังคมที่กว้างขึ้น แถมกฎหมายก็ไม่ได้ช่วยให้คนที่รักษ์โลก หรือคนที่สนับสนุนสินค้ารักสิ่งแวดล้อมมีชีวิตที่ดีขึ้น เราไม่มีกฎระเบียบที่ว่า ถ้าซื้อสินค้า Green รักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว สามารถลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นเท่าไร เรามีแต่...ช้อปช่วยชาติ คือช้อปปิ้งอะไรก็ได้ สามารถลดหย่อนภาษีได้ทั้งนั้น ถ้าลองมีช้อปช่วยชาติ แต่ขอให้ช้อปสินค้ารักษ์โลก ทางรัฐจะลดหย่อนภาษีให้ แบบนี้น่าจะทำให้อุตสาหกรรมด้านนี้เติบโตเร็วขึ้น โดยที่รัฐไม่เสียอะไรเลย

ยากไหมกว่าจะทำให้คนเข้าใจ และทำอย่างไรให้เขาเข้าใจ

ผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ผมทำ เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะคนทั่วไปก็เข้าใจได้ เพียงแต่ว่าเขาเข้าใจแล้ว ลงมือทำหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ายากที่สุด คนไทยทุกคนยอมรับแล้วว่า อากาศไม่ดี สิ่งแวดล้อมแย่ มลพิษเยอะ ทุกคนเข้าใจ แต่ไม่ลงมือทำ ไม่ยอมที่จะถือถุงผ้าไปเองตอนซื้อของ หรือไม่ยอมถือแก้วน้ำของตัวเองไปร้านกาแฟ ทั้งๆ ที่ก็ดื่มกาแฟอยู่ทุกวัน ผมว่าผู้คนตระหนักรู้ส่วนหนึ่ง เพียงแต่ยังไม่เชื่อมโยงกับการกระทำ ตรงนี้ผมคิดว่าต้องอาศัยสื่อ 

ในอดีตหลายคนอาจจะจำแคมเปญที่ชื่อ ‘ตาวิเศษเห็นนะ’ กันได้ ซึ่งแคมเปญนั้นทำให้ทุกคนไม่กล้าทิ้งขยะสุ่มสี่สุ่มห้า กรุงเทพฯ สะอาดไปเลย (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นสื่อมีความสำคัญมาก แม้ตอนนี้หลายภาคส่วนอาจจะยังไม่สามารถประสานกันได้ แต่สำหรับผม ผมจะทำต่อไป ผมก็ยังทำวิจัยต่อ ยังสอนหนังสืออยู่ ยังเปิดศูนย์วิจัยขึ้นมาใหม่ เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้ามาใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย แล้วก็สามารถจะเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านี้ได้โดยที่เอาไปใช้ เราจะดีใจมาก ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างดีขึ้น

ออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต ดร.สิงห์ อินทรชูโต ,Smart Living,Rabbit Today

อยากให้อาจารย์ช่วยเล่าถึงการเปิดศูนย์วิจัย RISC

ศูนย์วิจัย Research & Innovation for Sustainability Center เป็นศูนย์วิจัยที่เกี่ยวกับสุขภาวะของคน สัตว์ แมลง และต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง อุตสาหกรรมการก่อสร้าง และการพัฒนาที่อยู่อาศัย 

ศูนย์ฯ นี้มีหลายโซน มีโซนที่เกี่ยวกับ Eco-Material ที่เราพัฒนาเอง มีห้องวิจัยต้นไม้ที่ทำให้เราทราบว่า ต้นไม้และธรรมชาติสำคัญต่อชีวิตมนุษย์มาก เรามีห้องทดลองเกี่ยวกับวัสดุต่างๆ เพื่อทดสอบความคงทน เพื่อให้รู้ว่าเราควรจะนำไปใช้แบบไหน อย่างไร ซึ่งการวิจัยเหล่านี้ เราเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาใช้ด้วย เพราะเชื่อว่า ถ้าเราทำเอง เก็บความรู้เอง เราก็รู้เองอยู่แค่กลุ่มเดียว โลกก็ไม่ได้ดีขึ้นมา (หัวเราะ) 

ถ้าเราอยากให้ประเทศไทยดีขึ้น และเป็นศูนย์กลางของอาเซียนจริงๆ เราต้องทำให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้แบบนี้ แล้วตึกของเมืองไทยทุกตึกจะดีขึ้นหมด สิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ ของเมืองเราก็จะดีขึ้น 

ลองคิดดูสิ ถ้าประเทศไทยเป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆ ก็ต้องมาซื้อความรู้จากเรา ผมไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุดขายยาง หรือหยุดขายข้าว แต่ทำไมเราไม่ส่งออกเรื่องความเชี่ยวชาญ ส่งออกเรื่องความฉลาด หรือส่งออกสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์บ้างละ สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาล 

ณ จุดหนึ่ง ผมอยากจะให้คนมองประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่มีอาหารอร่อย เที่ยวสนุก และฉลาด รวมทั้งใส่ใจเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อม   

กับบริษัท Osisu เอง อาจารย์มีความคาดหวังอย่างไร 

ทีแรกเลยผมต้องการให้ Osisu เหมือนเป็นการจุดประกายให้กับคนในสังคมได้รู้ว่า เรากำลังทิ้งของดีๆ ที่อยู่รอบตัว และอยากให้คนหันมาฉุกคิดอย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้น ซึ่งพอมาถึงวันนี้ ถือว่าเราค่อนข้างประสบความสำเร็จ 

เราสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้กลายเป็นเรื่องปกติของสังคม นับถึงวันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 11-12 เข้าไปแล้วกับสิ่งที่เราทำ ถามว่าผมมีความคาดหวังอย่างไรกับ Osisu ผมอยากจะให้ Osisu เป็นแหล่งความรู้ เป็นที่ที่คนอยากจะรู้ว่า ถ้ามีเศษขยะหรือเศษวัสดุเกิดขึ้นแล้ว จะมีกระบวนการแก้ปัญหาเรื่องเศษนี้อย่างไร 

แล้วเราอยากเปลี่ยนจากผู้ผลิตเป็นผู้ให้ความรู้  สอนหนึ่งทีมได้ที 10 โรงงาน จากนั้น 10 โรงงานที่มีความรู้ก็จะกระจายต่อไปอีก นี่คือความหวังที่เราอยากให้เกิดขึ้น เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโรงงานมีขยะ ทุกไซต์ก่อสร้างมีขยะ ทุกโรงพยาบาลมีเศษวัสดุ ทุกชุมชนมีเศษขยะ ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด ทำให้ขยะหายไป สิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น  

ออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต ดร.สิงห์ อินทรชูโต ,Smart Living,Rabbit Today

ในความคิดเห็นของอาจารย์ ทำอย่างไรให้มีการปลูกจิตสำนึกในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ส่วนหนึ่งเริ่มจากตัวเองนะ ผมจะใช้ความเป็นอาจารย์ของเราเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้ได้มากที่สุด แม้ว่ามันอาจจะต้องใช้เวลา แต่เราก็ต้องอดทน มีหลายครั้งเวลาที่ผมเข้าไปสอน หรือเข้าไปช่วยตามโรงงาน เรามักจะเจออุปสรรคในเรื่องของเวลา สมมติผมเข้าไปแนะนำในโรงงาน คุณมีเศษวัสดุเหลือเยอะนะ เดี๋ยวผมจะสอนให้ว่าควรเอาเศษวัสดุเหล่านี้ไปแปลงอย่างไร ซึ่งบางทีมันต้องใช้เวลาทดลองนาน เขาจะรู้สึกว่ายาก ไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลา ไหนต้นทุนก็คงจะแพงกว่า 

หลายคนก็จะถอดใจ ผมก็จะคอยเตือนเขาว่า ที่คุณกำลังทำอยู่ไม่ใช่เพื่อเงินในกระเป๋าคุณอย่างเดียว แต่คุณกำลังช่วยสิ่งเหล่านี้อยู่ โลกนี้มีปัญหาเต็มไปหมด มลพิษก็เยอะ ต้นไม้ก็แทบจะไม่เหลือแล้ว สัตว์ต่างๆ ก็ตายไปประมาณ 90% แล้ว ที่ยังเหลืออยู่แค่ 10% เอง พอเขาได้ยินแบบนี้ ก็จะทนความยากได้นานขึ้น (หัวเราะ) ผมมองว่าการสร้างความตระหนักรู้คือปัจจัยสำคัญให้เกิดการใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ถ้าเราช่วยกัน คนละไม้คนละมือ ผมเชื่อว่าความยั่งยืนจะเกิดได้จริงๆ

กับแวดวงงานด้านออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย อาจารย์คิดว่าทิศทางจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต 

ช่วงที่ผ่านมา การออกแบบด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยถือว่าดีขึ้นเยอะมาก มีกฎระเบียบของราชการออกมามากขึ้น รวมถึงมีนักศึกษาที่จบออกมาแล้วให้ความสนใจมากขึ้น ต่างจากเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ที่นักเรียนจะถามอาจารย์บ่อยมากว่า อาจารย์สอนทำไม จบไปก็ไม่มีใครเขาทำกันหรอก   

แต่ปัจจุบันผมว่านักศึกษาเขารู้แล้วว่ามันสำคัญ ส่วนตัวผมมองว่ามันมีความชัดเจนขึ้น เพียงแต่ว่าเด็กรุ่นใหม่ที่อยู่ในระดับที่ตัดสินใจว่า จะกรีนไม่กรีน จะเอาไม่เอา ผมว่าเขายังอยู่ในสถานะที่ยังไม่โตพอที่จะเลือกตัดสินได้ว่าจะไปทางไหน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ใหญ่ในหลายองค์กรยังอยู่ และที่สำคัญ เขาไม่ได้ถูกฝึกมาด้วยวิธีการคิดในการทำให้ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความสมดุลไปด้วยกัน 

เหมือนอย่างในยุคหนึ่งที่เศรษฐกิจนำมากๆ สิ่งที่เราสนใจคือ กำไรเท่าไหร่ ต้นทุนเท่าไหร่ แล้วจบตรงนั้นเลย แต่ปัจจุบันเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นว่า ต้นทุนเท่าไหร่ แล้วสิ่งแวดล้อมเสียหายขนาดไหน เราควรมากลับดูไหม ต้นทุนอาจจะสูงขึ้นนิดหน่อย แต่เราได้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนะ ลองสังเกตสิว่า เดี๋ยวนี้มีตึกในกรุงเทพฯ ที่ได้รางวัลด้าน Green หรือมีการคำนึงในเรื่องการออกแบบที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น 

ออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต ดร.สิงห์ อินทรชูโต ,Smart Living,Rabbit Today

ซึ่งผมเชื่อว่า ต่อไปในอนาคต เรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นมาตรฐานที่ผู้คนต้องตระหนักรู้ หรือให้ความสำคัญไปโดยธรรมชาติ



Advertising