ชีวิตและการงาน

‘กิ๊ก’ แบบคนยุคใหม่ ผลพวงของ Sharing Economy

Published 13 ก.พ. 2019

By นันทขว้าง สิรสุนทร

Gig-Economy-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

บทความแรกๆ ที่ผมเขียนลงใน Rabbit Today เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วคือ Innovation ใหม่ที่ชื่อ Peloton ซึ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายแบบใหม่ ที่ให้คนปั่นจักรยานบนเครื่อง สามารถที่จะพูดคุย สนทนา ตั้งกลุ่มนักปั่นกับคนทั่วโลกได้ 

การสามารถพูดคุย เม้าธ์ ปรึกษาหารืออะไรก็ได้ จนนำไปสู่การเป็นชุมชน เป็นเพื่อนสนิท จนเดินทางไปมาหาสู่ หรือเกิดเพื่อนในการนำไปว่าจ้างงานกันนั้น นี่คือปรากฏการณ์ของ Sharing Economy อย่างแท้จริง และพัดพามา 2-3 ปีแล้ว (โดยก่อนหน้านั้นหลายปี แรงกระเพื่อมของ Sharing Economy เคยถูกพัดมาครั้งหนึ่งในชื่อ Share & Ownless เช่น การมีเทรนด์ให้หยิบยืม เช่าสิ่งของไปใช้ร่วมกัน หรืออย่างง่ายๆ คนอ่านหนังสือบนรถไฟ คล้ายๆ ในญี่ปุ่น และไม่เอาหนังสือลงจากรถไฟ วางแทรกไปตามซอกของโบกี้ เพื่อให้เกิดการหยิบอ่านต่อไปเรื่อยๆ)

 ปี 2017 เทรนด์ Sharing Economy พัดแรงขึ้นมาบ้านเรา Grab Taxi, Uber, Airbnb, รถเช่าตามคอนโดฯ, เครื่องปั่น Peloton หรือ Urban Farming ที่คนในหมู่บ้าน ในคอนโด แชร์กันกินและช่วยกันปลูก และระยะหลัง Sharing Economy ก็พัดมาอีกระลอกหนึ่ง ด้วยสายการว่าจ้างงาน นั่นคือ Gig Economy 

Gig Economy คืออะไร 

อธิบายโดยย่นย่อ มันคือรูปแบบการว่าจ้างงาน หลายๆ อย่าง คนหนึ่งคนสามารถทำงานให้หลายๆ บริษัท โดยที่ตัวเองจะอยู่ในสถานะอะไรก็ได้ เช่นนายแดงทำงานให้บริษัทนาย A แต่ไปรับจ๊อบให้บริษัทนาย B เหมือนรับฝิ่นที่เขาเรียกกันนั่นเอง

หรือนายดำไม่สังกัดรับเงินเดือนที่ไหนเลย แต่ทำงานให้ 4 บริษัทต่างๆ ในฐานะฟรีแลนซ์ ก็ถือว่าเขาเป็น Gig ให้กับองค์กรต่างๆ กิ๊กคือแบ่งตัวเองไปทำงาน รับว่าจ้างทำงานให้ที่ต่างๆ โดยตัวเองจะสังกัดใคร ไม่สังกัดใครก็ได้

เป็นรูปแบบใหม่ของคนยุคนี้ ที่สามารถมีช่องทางมากมายในการหาเงิน เพราะมีตัวช่วยอย่าง Social Media หรือออนไลน์ เป็นโอกาสมากมาย เพื่อนผมคนหนึ่งเก่งการเงินและประกันชีวิต เธออาจทำงานประจำด้วยบริษัทประกันชีวิต แต่พอเสาร์อาทิตย์รับทำบัญชีให้บริษัทที่นอร์เวย์ หรืออีกคนทำงานตัวเองด้วยร้านอาหาร แต่จบการเงินมา ทำงานแบงก์ที่เยอรมนี 16 ปี เธอทำร้านอาหาร แต่สามารถโยกตัวเองทำการเงินให้คนอื่นๆ ได้

Gig Economy ถูกขับเคลื่อนด้วยโลกของ Social Media แม้ว่าในความเป็นจริง ถึงไม่มีออนไลน์ การว่าจ้างทำงานก็เกิดขึ้นได้อยู่ดี ดังที่ก็เคยเกิดมาก่อนหน้านี้ เพียงแต่คำว่า Gig Economy ถูกเรียกเพราะมีแรงพัดโถมจาก Social มากขึ้น จนเกิด Economy

เขียนมา อ่านมา ฟังดู เหมือนรูปแบบใหม่ที่ว่านี้ จะมีอะไรดีๆ เยอะจนน่าหลงใหล และออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานหลายแห่ง แต่มันมีข้อเสียเหมือนกัน คุณจะถูกเรียกใช้บริการในแบบ Gig ได้นั้น คุณต้องมีความสามารถที่โดดเด่นในอาชีพนั้นๆ และที่สำคัญที่น่ากลัวคือ ถ้าคุณไม่มีงานประจำทำ แบบรับเงินเดือน งานจ๊อบอาจมี หรือไม่มีเลย ไม่มีใครบอกได้

บางคนตั้งข้อสังเกตว่า Gen Y ชอบที่จะเข้าสู่โลกของ Gig Economy แต่เรื่องนี้เข้าใจผิด ต้องบอกว่า Millennial มากกว่าที่เข้าสู่อาชีพนี้ แม้ว่าโดยสองคำนี้จะมีปีเกิดและอายุแทบจะเท่ากันเลย แต่คำว่า มิลเลนเนียล เกิดจากตัวพฤติกรรม ขณะที่ เจน วาย เกิดจากตัวอายุ

มิลเลนเนียลกับเจน วาย ไม่ชอบ Royalty แบบเจน เอ็กซ์ คือทำงานสร้างตัวอยู่องค์กรเดียวไปครึ่งค่อนชีวิต พวกเขาสร้าง Economy ให้ตัวเอง ไม่ได้สร้าง Generation ให้รุ่น

Gig Economy จึงเป็น Part หนึ่งของ Sharing Economy

รายได้ที่เกิดจากแบ่งปัน

หมดยุค ‘ผู้ครอบครอง’ แต่เพียงผู้เดียว 



Advertising