ชีวิตและการงาน

ความชื้น ตัวมารทำบ้านบวม

Published 25 เม.ย. 2019

By กฤษณพงศ์ เกียรติศักดิ์

home-remedies-for-swelling-smart-living-Rabbit-Today-banner

หลายคนคงมีปัญหาบ้านชื้นบ้านบวม พื้นบวม ผนังบวม ทั้งนี้ความชื้นคือตัวการสำคัญ จะจัดการอย่างไรดี...บ้านจึงไม่บวม

ก่อนอื่นต้องทราบต้นเหตุกันก่อนว่าความชื้นคือต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด และการจะหลีกเลี่ยงความชื้นในบ้านเราก็เป็นเรื่องยาก เพราะภูมิอากาศบ้านเราเป็นแบบร้อนและชื้น ในอากาศมีน้ำมาก จึงต้องเรียนรู้การอยู่กับความชื้นดีกว่า

โดยธรรมชาติเมื่อในอากาศมีความชื้นมาก จึงทำให้พื้น ผนัง มีความชื้นอมอยู่ภายในเป็นต้นทุนเดิม ยิ่งถ้ามีความชื้นจากการรั่วของท่อน้ำ หรือโดนน้ำจากการใช้งานเช่นจากฝักบัว หรือมีความชื้นมาเพิ่ม เช่นโดนน้ำฝน หรือความชื้นจากพื้นดิน ก็จะทำให้ความชื้นต้องการระบายออกจากวัสดุที่เปียกชื้นนั้น แต่ถ้าพื้นผิวนั้นถูกทาด้วยสี หรือกรุด้วยวัสดุอื่นๆ กั้นอยู่ อันเป็นอุปสรรคไม่ให้ความชื้นระบาย (ซึ่งก็คือการระเหยนั่นเอง) ออกไปได้ง่าย ความชื้นก็จะดันให้สีหรือวัสดุกรุปูทับต่างๆ บวม โก่งพองออก จนเกิดความเสียหายและไม่สวยงาม

หลักการการอยู่กับความชื้นก็คือต้องให้ความชื้นในวัสดุต่างๆ ระเหยออกไปได้ง่าย จึงจะไม่เกิดการบวมโก่งพองหรืองอบิดเบี้ยวเสียรูปทรงไป

ตัวอย่างวัสดุที่อยู่กับความชื้นได้ดีคือวัสดุดินเผาไม่เคลือบ เช่น อิฐมอญ กระเบื้องดินเผา หรือ คอนกรีตเปลือย ซีเมนต์ฉาบเปลือย ฯลฯ เพราะนอกจากจะดูแลรักษาง่าย ราคาถูกแล้ว ยังจะระบายความชื้นออกได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการบวม พอง เมื่อมีความชื้นอีกด้วย

นอกจากนี้ การทาสีผนังหรือวัสดุต่างๆ ต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยหลักการก็คือต้องทาสีหรือพ่นสีในขณะที่วัสดุนั้นแห้งสนิท จึงจะไม่ทำให้มีความชื้นค้างอยู่ในเนื้อวัสดุพยายามระเหยออกมาจนดันสีหรือวัสดุปิดผิวให้บวมลอกพองออกมา

เช่นเดียวกับการก่อผนังอิฐฉาบปูนก็ต้องปล่อยให้กำแพงก่ออิฐนั้นแห้งสนิทจึงจะฉาบปูนทับผิวด้วยเหตุผลเดียวกันคือให้กำแพงอิฐนั้นแห้งสนิทเสียก่อน มิฉะนั้นปูนที่โบกฉาบทับผนังอิฐก็จะแตกร้าวด้วยความชื้นที่พยายามระเหยออกด้วยเช่นกัน

ส่วนวัสดุปิดผนังอื่นๆ เช่นกระเบื้อง หิน หรือแม้แต่กระดาษปิดผนัง (Wallpaper) ก็ต้องใช้หลักการเดียวกันคือจะปิดวัสดุทับผิวเมื่อพื้นผนังแห้งสนิทแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีวัสดุตัวช่วยในการป้องกันความชื้นอีกมากมาย เช่น น้ำยากันซึม น้ำยากันเชื้อรา สีกันชื้นกันเชื้อรา ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ร่วมกับวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เพื่อช่วยป้องกันความเสียหายจากความชื้นได้อีกด้วย

ที่กล่าวมาโดยรวมนั้นคือการป้องกันและแก้ปัญหาบ้านไม่ให้บวมจากความชื้น แต่ทั้งนี้้ทั้งนั้นแล้วด้วยสภาพภูมิอากาศของบ้านเราอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วเช่นกันว่าตั้งอยู่ในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น การจะหลักหนีให้พ้นจากความชื้นโดยสิ้นเชิงจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้น นอกจากการป้องกันและแก้ปัญหาดังที่กล่าวมาแล้ว การวางแผนออกแบบการใช้พื้นที่ต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพความชื้นจึงช่วยได้มาก

เช่น การวางตำแหน่งของห้องน้ำให้อยู่ในพื้นที่ที่สามารถระบายความชื้นได้ง่าย ระบายอากาศได้ดี มีแสงแดดส่องถึง มีลม มีการระบายอากาศเพื่อกำจัดความชื้น จึงเป็นการตัดไฟตัดความชื้นแต่ต้นลม ทำให้การเกิดปัญหาเป็นไปได้ยากขึ้น รวมทั้งการแก้ปัญหาก็จะง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

สุดท้ายของการป้องกันปัญหาบ้านไม่บวมคือหลังคา เพราะความชื้นจากน้ำฝนที่รั่วหรือสาดเข้ามาภายในอาคารคือต้นเหตุของความชื้นที่จะทำให้วัสดุบวมพองโก่งเสียหาย การเลือกชนิดและทรงของหลังคาก็สำคัญนอกจากว่าเลือกด้วยความสวยงามแล้ว ข้อคำนึงสำคัญคือควรเป็นหลังคาที่มีรอยต่อ มีส่วนของสันและรางหลังคาน้อยเพื่อลดจุดเสี่ยงของการรั่วซึม รวมทั้งควรมีชายคายื่นยาวพอสมควรที่จะกันไม่ให้ฝนสาดเจ้ามาสู่ผนังหรือประตูหน้าต่างซึ่งมีรอยต่อของวงกบเป็นจุดอ่อนที่น้ำฝนจะไหลซึมเข้ามาในอาคาร ทำความเสียหายแก่พื้นผิวและวัสดุอื่นๆ ได้

บ้านไม่บวมจึงเป็นการอยู่ร่วมกับความชื้นมากว่าการเอาชนะความชื้น เพราะพื้นฐานสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่มีความชื้นสูงอย่างที่ได้กล่าวไว้ การออกแบบหลีกเลี่ยงไม่ให้พื้นที่ที่จำเป็นต้องแห้งไปอยู่ติดกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง การป้องกันไม่ให้น้ำและความชื้นเข้าสู่ตัวอาคาร การใช้วัสดุที่สามารถอยู่กับความชื้นได้ ระบายความชื้นได้ดี จึงเป็นแนวทางหลักในกการออกแบบบ้านและการตกแต่งที่ทำให้…บ้านไม่บวม



Advertising