ชีวิตและการงาน

อำนาจกระเป๋าใหญ่ Urbanista อำนาจของส้นสูง 6 นิ้ว

Published 2 ม.ค. 2019

By นันทขว้าง สิรสุนทร

momentum-fashion-Urbanista-smart-living-Rabbit-Today-banner

เคยมีการตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจจากครีเอทีฟวงการโฆษณาของเมืองนอก (เกี่ยวกับครีมอาบน้ำ) ว่า เป็นไปได้ไหมว่าเมื่อผู้หญิงที่ผ่านการหย่าร้างมาใหม่ๆ มักใช้สินค้าหรือของที่มีไซส์ค่อนข้างใหญ่!

บางคนอาจไม่เชื่อสิ่งนี้ แต่ผมเชื่อ

เหตุผลที่น่าคิดต่อก็คือ การที่คนเราผ่านการสูญเสียอะไรมา หรือรู้สึกว่าเสียศูนย์ การหาทางออกในมุมจิตวิทยาก็คือ การใช้ ครอบครอง ซื้อ สิ่งที่ใหญ่โต เพื่อแสดงถึงอำนาจที่มีอีกครั้ง หลักการนี้ ชาว Urbanista บอกว่า มันคล้ายๆ กับเวลาสาวๆ อกหัก หรือเฟล ก็ไปช้อปปิ้ง เพื่อให้จิตใจตัวเองถูกเยียวยา…

มีคนอ้างถึงว่า ตอนที่ มาดอนน่า หรือ เลดี้ กาก้า อกหัก พวกเธอใช้กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าแบรนด์เนม ใหญ่กว่าปกติโดยที่ไม่รู้ตัว หรือถ้าจะเจาะลึกลงไปกว่านั้น ว่ากันว่า ผู้หญิงที่ชอบขับรถใหญ่ๆ พวกฟอร์จูนเนอร์ ก็แสดงอำนาจหรือ Power แห่งเพศ ผ่านการใช้สิ่งของ ‘บิ๊กไซส์’ นั่นเอง…

พ้นจากกระเป๋า, แม้จะมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่า สาวๆ หลายคนไปหาหมอพร้อมกับบอกว่า มีอาการเจ็บปวดข้อเท้าอย่างไม่รู้สาเหตุ และแม้ว่าหมอทุกคนจะบอกว่า สาเหตุหลายครั้งมาจากการพยายามจะสวมใส่ส้นสูงที่สูงเกินเหตุ และใส่อย่างไม่เหมาะสม

แต่อาการเจ็บปวดทรมานเหล่านี้ไม่ได้เป็นประเด็นหนักหนาอะไรให้สาวๆ ยอมถอดใจเลิกใส่ ‘ส้นสูง’ บางคนถึงกับประกาศว่า ยอมทรมานเพราะเจ็บเท้า ดีกว่าถูกมองว่าไม่สูง หรือมีหุ่นไม่สมสัดส่วน (อะไรทำนองนี้)

เคยมีบทวิเคราะห์ว่า เรื่องสาวๆ กับ ‘ส้นสูง’ นั้น อาจจะเป็นเรื่องเกินอธิบายแล้ว (แต่ต้องเข้าใจ)

ทว่า เรื่องหนึ่งที่อาจจะซุกซ่อนอยู่ในส้นสูงที่สาวๆ มองไม่เห็นก็คือ นัยหรือความรู้สึกบางอย่างที่แฝงอยู่จากการใส่ส้นสูงนั่นเอง

รูปทรงส้นสูงของสาวๆ นั้น สามารถอธิบายและบอกได้หลายนัย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดูปราดเปรียว เซ็กซี่ และที่หลายคนไม่ได้นึกถึงก็คือ การแสดงอำนาจ (Power) ผ่านรูปทรงและความสูงของมัน

นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมนิตยสารแฟชั่นพวก Street Magazine ถึงพยายามจะดันให้ส้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเข้าใจว่าอีกหน่อยอาจจะสูงกับตึกใบหยก

‘ส้นสูง’ จึงทำหน้าที่เชิงจิตวิทยาด้วย ที่ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เพียง Function ในการเป็นที่รองรับเท้า และอาจเป็นเพราะนัยซ่อนเร้นเหล่านี้ที่แฝงมากับตัว ‘ส้นสูง’ เหล่านักเขียนละครชุด หนังชุด ซีรีส์ และนักเขียนยุคใหม่ที่คลอดไหลหนังสือแนว Chick Flick จึงมักจะต้องมี ‘ส้นสูง’ เป็นวิชาบังคับออกมา หนังอะไรก็ตามที่อยู่ในกลุ่ม Chick Flick แทบไม่เคยขาดส้นสูง แถมยังดันออกมาให้เห็นถึงความชัดเจนของมัน ตัวละครที่มักมี Reese Witherspoon ไปแสดงนั้น เธอแทบจะไม่เคยขาดมัน เท่าๆ กับที่มือจะต้องจูง ‘น้องหมา’

มันจึงไม่แปลกที่สาวๆ ยุคใหม่ต้องใส่รองเท้าส้นสูง ยิ่งตอนนี้ ‘เทรนด์’ ที่แฝงความเข้าใจว่า ‘ยิ่งสูงยิ่งสวยสง่า’ ถูกโฆษณาไปทั่ว ทำให้สาวๆ อาจจะไม่ได้นึกถึงผลบางอย่างของมัน

แต่คุณทราบไหมว่า ภายใต้ ‘ทุกท่วงท่า’ ที่ ‘ก้าวเดิน’ เป็นที่มาของปัญหาสุขภาพ และสารพัดโรคภัยคาดไม่ถึง ที่ตามมาไม่รู้จบ

Belinda Luscombe คอลัมนิสต์สาวจากนิตยสาร TIME ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ‘พิษร้ายรองเท้าส้นสูง’ หลังจากได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปที่ชื่อว่า High Heel Fitness Class & High Heel Walking Workshop ที่สอนท่วงท่าการเดินแบบ ‘อกผาย’ ด้วย ‘อาวุธสูงหกนิ้ว’ !!!

อาการติดเชื้อต่างๆ ที่ผู้หญิงประสบ แถมยังยากแก่การอธิบายนั้น มีการวิจัยกันว่า รองเท้าส้นสูงนี่แหละ ที่น่าฉงนสนเท่ห์มากที่สุด มีเสียงเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ว่า การสวมรองเท้าส้นสูงอาจทำให้เกิดโรคชนิดร้ายแรงต่างๆ นานา มากมายอย่างคาดไม่ถึงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น กระดูกพรุน ข้ออักเสบ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อสะโพกขั้นรุนแรง ข้อนิ้วหัวแม่เท้าเสื่อม หรือ ‘เล็บขบ’

แต่ก็มีอาการที่ไม่ถึงกับรุนแรงนัก ที่มีชื่อเรียกประหลาดๆ อย่าง Hammertoe หรือ Haglund’s Deformity (โรคที่มีก้อนเนื้อผุดขึ้นมาตรงเส้นเอ็นของส้นเท้าหรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Pump Bump) มีการศึกษาอย่างจริงจังในหลายประเทศที่น่าสนใจก็คือ ข้อมูลจากการศึกษาที่สวีเดนมีการนำ ‘รองเท้าส้นสูง’ มาโยงกับโรค ‘สคิซโซฟรีเนีย’ (โรคจิตชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วย มีอาการแปลกๆ หรือบางครั้งก็ทำตัวแปลกๆ เกิดภาพหลอนบางอย่าง และบางคนหนักถึงขนาดเก็บตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น) อีกด้วย (อ้างจากนิตยสาร Time)

และโรคแบบนี้ อาการแบบนี้เกิดกับชาว Urbanista มากขึ้นเรื่อยๆ…

แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวออกมาแค่ไหน บรรดาสาวๆ ก็ยังคงออกไปทำงานกับรองเท้าคู่ใจด้วยความวิงเวียน ปวดเท้ามากขึ้น

นิตยสาร Vogue บอกว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา วงการแฟชั่นผลิตรองเท้าที่สูงปรี๊ดแบบ 6 นิ้วออกมาขาย (อนาคตอาจจะ 7 นิ้ว) นักวิจารณ์บางคนบอกว่า มันก็คือการสร้างตึกไว้ใต้เท้าตัวเองดีๆ นี่เอง

และในงานรันเวย์บางแห่งนั้น ‘ส้นสูง’ ได้สร้างความวุ่นวายให้กับเหล่านางแบบขณะเดินอยู่บนรันเวย์ เนื่องเพราะพวกเธอต่างล้มหน้าคว่ำไปตามๆ กันอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องลองถามพวกสาวๆ เอาเองแล้วกันว่าทำไมนะ พวกเธอถึงสนุกกับการทำศึกบนภูเขาแบบนั้น ซึ่งก็พบคำตอบมากมาย

อันดับแรกเลยคือ ‘อิทธิพลของแฟชั่น’ เพราะต้องใส่เพื่อเสริมบุคลิกภาพ หรือถ้าไม่ใส่ก็จะรู้สึกว่า ‘ได้รับความกดดันจากเพื่อนฝูง’ ที่ถูกมองว่าเตี้ยไป

นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลที่ซ่อนเร้นอยู่อีก (ที่คนเราสามารถจะคิดได้) ก็คือเป็นการทำให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงกับชาย

‘หรือบางที’ อาจเป็นอย่างที่ Marvin Tovee จิตแพทย์ด้านวิวัฒนาการแห่งมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ทำนายไว้ว่า ขาของเด็กผู้หญิงจะหยุดเจริญเติบโตช่วงวัยเด็ก ทว่า ขานั้นสำคัญไฉน หมอได้ให้ความเห็นว่า ‘ขาคือตัวกลาง’ ที่สื่อความอ่อนเยาว์ได้ดี แถมยังมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมใน ‘การสืบพันธุ์’ อีกด้วย

การศึกษาเรื่องดังกล่าวในอิตาลีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์พบว่า ผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงจะมีอารมณ์สนุกระหว่างการมีเซ็กซ์มากกว่า เนื่องจากการเดินบนส้นสูงส่งผลต่อกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกราน แต่จะจริงแค่ไหนก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน

อีกแง่มุมหนึ่งที่มักปรากฏในหนังและซีรีส์หวานแหววก็คือ สาวๆ จะรู้สึกว่าการใส่ส้นสูงนั้น ทำให้เพศต้องการสะดุดตาและมีความรู้สึกว่า เธอเซ็กซี่ (ส่วนหนุ่มๆ ในหนังก็มักนินทาว่า พวกเธอคงเซ็กซ์จัด)

ดูเอาแล้วกันว่า ‘ส้นสูง’ ทำไมถึงไปเกี่ยวหลายนัยมากเท่านี้ มีการศึกษาอีกที่หนึ่งที่เสนอไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ American College of Sports Medicine ออกมาเตือนว่าการใส่ส้นสูงขึ้นบันไดนั้น เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง เพราะร่างกายจะเสียสมดุล โดยเป็นการเน้นน้ำหนักไปที่กล้ามเนื้อบริเวณเข่า

“นับว่าเป็นการกระทำของกล้ามเนื้อที่ประหลาดมาก” Wendy Miletello หนึ่งในผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเคลื่อนไหวแห่งหลุยเซียนา เทค กล่าว

หากแต่เธอผู้นี้ที่ได้กล่าวถึงอาการแปลกประหลาดเหล่านั้นกลับใส่ส้นสูงเสียเอง!

ลองมองในมุมของชีววิทยาบ้าง และดูจะให้ความสำคัญกับเรื่องความอ่อนล้าอันเนื่องมาจากส้นสูงมากกว่า ‘รองเท้าส้นสูง’ มองจากภายนอกจะเห็นความงาม แต่ภายใต้ความสวยงามที่ดูจะผิวเผินนั้น ดูเหมือนว่าจะมีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่เบื้องหลัง ดูจากดีไซเนอร์รองเท้าต่อไปนี้

Jimmy Choo, Manolo Blahniks กับ Christian Louboutins ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลปกป้องเท้าของลูกค้าเป็นอันดับแรก หากแต่ส้นสูงกลับเป็นเครื่องมือที่ (ไม่ได้เป็นอาวุธที่ใช้ปราบเจ้าปีเตอร์ หรือตอกตะปูยามจำเป็น แม้ว่าจะได้ผลก็ตามที)

คำตอบสุดท้าย มันคือเครื่องแสดงถึง ‘ภาพลักษณ์ของเพศแม่’ และความมีพลังอำนาจอย่างไม่น่าเชื่อ

สิ่งนี้เองที่ทำให้ Gwyneth Paltrow เคยต้องใส่รองเท้าสั่งตัดความสูง 6 นิ้ว แบรนด์ Alexander McQueen ในงาน Iron Man รอบปฐมทัศน์ และ Sarah Palin ใส่รองเท้าส้นสูงของ Naughty Monkey Double Dare ระหว่างการประชุมของพรรครีพับลิกัน Erin Callan อดีต CEO ของตลาดหุ้น Wall Street ในส้นสูงราวตึกระฟ้า

อย่างที่บอกไปว่า ‘ส้นสูง’ นั้นเป็น ‘สัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบ’ และใช้ได้ดีในการเจรจาต่อรอง ที่ๆ อำนาจมาพร้อมกับความงาม ลองจินตนาการว่ามันเป็นหางนกยูงที่แต่ละเส้นเป็นลูกดอกอาบยาพิษ

จะเรียกว่าเป็น ‘อุปกรณ์’ หรือ ‘อาวุธ’ ก็ตาม ส้นสูงจะใช้งานได้ดีก็ต่อเมื่อผู้ใช้ได้ฝึกใช้มาอย่างดีแล้ว ด้วยเหตุนี้การเข้าคอร์สเรียนจึงมีความสำคัญ ที่ Crunch เปิดสอนคอร์สเรียนที่มีชื่อว่า Stiletto Strength ในมหานครนิวยอร์กเมื่อปี 2006 และตอนนี้ได้เปิดที่ ลอสแองเจลิส, ซาน ฟรานซิสโก กับที่ชิคาโก ซึ่ง Donna Cyrus รองประธานอาวุโสแห่ง Crunch กล่าวว่า

“เป็นคอร์สที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก”

แล้ววิชาที่ว่าเขาสอนอะไรกันล่ะ ขั้นแรกก็ต้องแน่ใจว่าส้นเท้าแตะพื้น และมั่นใจด้วยว่าทำให้น้ำหนักของเท้ามีความสมดุลให้ได้มากที่สุดที่จะทำได้ โดยการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องให้กระชับ และแอ่นหน้าอกเข้าไว้ เดินโดยใช้สะโพกเป็นตัวนำ หรือที่ผู้เขียนเรียกว่า เดินราวกับฉันเป็นหญิงงามเมืองที่วางท่าได้งามที่สุด

ถ้าถามว่าได้ผลหรือไม่ คำตอบคือไม่มากก็น้อย

สาวๆ หลายคน พอปวดส้นเท้า ก็หันไปเล่นโยคะ เมื่อพบว่ามันช่วยได้ พอหมอบอกว่าเลิกใส่ส้นสูงเลย พวกหล่อนก็กลับไปเลือกแฟชั่นแทน

อำนาจของ ‘ส้นสูง’ นั้น ยังคงชนะทุกอย่าง รวมทั้งการบำบัดทางโยคะ…



Advertising