ชีวิตและการงาน

เรื่องค้าวคาวในออฟฟิศ

Published 7 พ.ค. 2019

By ชัช-ชะ-นีย์

office-affair-smart-living-Rabbit-Today-banner

คนเราจะสง่างาม สวยงามได้ นอกจากการทำศัลยกรรมกับหมอดีๆ และโบ๊ะแป้งให้หน้าสว่างแล้ว มันยังอยู่ที่การกระทำอันเปิดเผยและซื่อตรงของเรา ว่าไหมคะ

เรื่องชู้สาว มันเป็นอีกเรื่องที่เราๆ ชาวออฟฟิศชอบกันนักละค่ะ ไม่ใช่ว่าชอบมีเรื่องราวฉาวโฉ่แบบนี้นะคะ...ชอบเมาธ์ค่ะ แต่ถึงแม้บางคนจะอยากมี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้มี...555 #ไม่สิคะ มันไม่น่าจะใช่เรื่องดี

แล้วไอ้เรื่องแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องที่เหมือนกับ ผีเน่าได้โคจรมาเจอกับโลงผุ เจ้ากรรมมาเจอกับนายเวร หรือเรื่องอะไรไม่รู้ ที่ทำให้คนสองคนมาเจอกัน แล้วลงเอยกัน ด้วยความเป็น ‘ชู้สาว’ กันในที่ทำงาน

แน่นอนค่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่แบบว่า ต่างคนต่างมาเจอกันแบบใสๆ โสดๆ เพราะเรื่องคาวแบบนี้ มันคือ ต่างคนต่างมีภาระ มีแฟน มีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังมาทำตัวลับๆ ล่อๆ มามีอะไรที่น่าเสียวไส้กันในชีวิตออฟฟิศ แล้วไม่ยอมเลิกรา 

จะหาว่านีย์อวดนะคะ มีอยู่ช่วงนึง นีย์ก็เคยพยายามอยากจะมีกิ๊กในออฟฟิศค่ะ พี่แมนเขาเป็นผู้ชายอบอุ่น มีกล้ามเบาๆ มีพุงนิดๆ คุยเก่ง น่ากอด แต่พี่แมนเขามีเมียค่ะ แต่พอนีย์รู้ว่า เมียของพี่เขาเป็นเจ้าของค่ายมวย นีย์เลยเทพี่แมนเลย และต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเข้าหาเมียพี่เขาแทน เพื่อจะได้เข้าถึงฝูงนักมวยจำนวนมาก ที่ยังหนุ่ม สุขภาพดี และมีความเป็นพ่อพันธุ์ที่ดีแน่ๆ อ๊าย...ฟิน 

ที่สำคัญ การไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของ นีย์ก็ไม่ต้องเสี่ยงลงนรกไปปีนต้นงิ้ว ไม่ต้องเสี่ยงไปเป็นเปรตที่เกาะกำแพงจักรวาล รอกินเสมหะเพื่อนเปรตตัวที่อยู่ข้างบน แต่นีย์ก็คงหนีไม่พ้นโดนคดีพูดจาเพ้อเจ้อ ส่อเสียด อยู่ดี เฮ้อ…แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว ใครได้ลงไปในขุมไหนแล้วเผอิญเดินเจอนีย์ก็ทักทายกันได้นะคะ จะได้ไม่เหงากัน หรือเราจะนัดเจอกินกาแฟกันก่อนแถวกระทะทองแดงก็ได้ แล้วค่อยแยกย้ายกันไปตามขุมและฐานความผิด

เลิกเพ้อเจ้อก่อน...กลับมาเรื่องชู้สาวกันค่ะ

กำเนิดเรื่องชู้สาว

มักจะเกิดจากการสปาร์คในการเจอกันครั้งแรกๆ เช่น หน้าลิฟต์ ตลาดแถวออฟฟิศ หรือ ร้านชานมไข่มุก ชนิดที่ว่าสปาร์คแบบลืมเมียที่บ้านไปเลยในทันที คนอะไรมันจะ ‘ใช่’ ขนาดนั้น แล้วกรรมก็หนุนนำให้สาวหรือหนุ่มคนนั้นดันอยู่แผนกเดียวกันกับเพื่อนของเรา แล้วเราก็ส่งเพื่อนเราไปเสือ- เอ๊ย! ไปสืบเพื่อทำความรู้จัก

หลังจากนั้น ก็จะเริ่มหาทางเข้าหาเหยื่อในวาระต่างๆ ด้วยข้ออ้างที่ไม่มีความจำเป็นเลยสักนิด เช่น อยากไปเข้าส้วมแถวแผนกของน้องเขาที่อยู่ห่างกัน 7 ชั้น หรืออยากไปกดน้ำร้อนที่แผนกของน้องเขา ทั้งๆ ที่แผนกเราก็มีไมโครเวฟ (คงอยากทดลองของร้อนๆ ก่อนลงนรกน่ะค่ะ) 

จากนั้น พอได้ใกล้ชิด ก็จะเริ่มทำการ Add line ส่องเฟซ หรือ ส่องทุกรูทางโซเชียลที่จะทำได้ และ Add ไปอย่างไม่จำเป็นอีกนั่นแหละค่ะ หลังจากนั้นก็จะทักหลังไมค์ไป โดยจะไปเปลี่ยนสถานะรูปลูกและเมีย หรือแฟน ที่เคยโพสต์ไว้เป็น Private เผื่อว่าเหยื่อจะแอบมาส่องกลับ แล้วพบว่า ‘อ้าว พี่มีครอบครัวแล้วนี่คะ/ครับ’ แล้วหนีหายไป 

และพอได้คุย นั่นแหละค่ะ กรรมเวรจึงบังเกิดและมันจะหยุดไม่ได้ละค่ะ ถ้าใครนึกภาพไม่ออกมันก็เหมือนที่เราเลื่อนตัวไหลลงมาบนสไลเดอร์ยักษ์ที่สวนสยามนั่นละค่ะ ใครจะเบรคอยู่คะ 

แต่ก็แปลกนะคะ เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดกับสาวๆ เพื่อนๆ นีย์อย่าง น้องจ๋า (ราชินีย์บุฟเฟ่ต์) หรือ พี่ไจโกะ (พี่สาวหัวหน้าทีม รปภ.) เลย คงเพราะทั้งสองคนกำยำเกินกว่าที่จะต้องการคนดูแล เห็นมีแต่คนมาชวนพวกนางไปเป็นนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติ ขนาดสองคนนี้พยายามแสดงความเป็นผู้หญิงโดยการเอาแป้งขึ้นมาทาหน้า คนยังคิดว่าเป็นแป้งทามือของนักยกน้ำหนักก่อนลงแข่งเลยค่ะ

แล้วเรื่องราวเน่าหนอนก็บังเกิดต่อเนื่อง

หลังจากได้เริ่มพูดคุย และพบว่า เออ ต่างฝ่ายต่างศีลเสมอกัน และพร้อมก้าวลงสู่ขุมเดียวกัน ทั้งคู่ก็จะเริ่มนัดแนะกันไปตามสถานที่ลับตาคนต่างๆ สถานที่ยอดนิยมมีดังนี้ค่ะ

บันไดหนีไฟ - สำหรับคู่ที่รีบมาก ต้องได้เจอด่วนๆ และไม่อยากออกไปไกลจากออฟฟิศ เพราะเจ้านายจะสงสัย นีย์เคยเจอหลายคู่เลยค่ะ นั่งคุยกันอยู่ที่บันได แล้วพอนีย์เดินลงไปเจอก็ผงะ ผลักตัวออกจากกัน นีย์เลยถามไปว่า 

“อ้าว สวัสดีค่ะพี่พงษ์ นี่พี่ยังต้องไปรับลูกชายคนเล็กที่โรงเรียนอยู่ไหมคะ หรือ เมียพี่ไปรับแทน” งงมากว่าทำไมพี่พงษ์กำหมัด นีย์ก็แค่ถามดีๆ ส่วนน้องผู้หญิงก็รีบตะกุยเอาผมมาบังหน้าจนเหมือนผีจูออน เพื่อให้นีย์จำไม่ได้ว่านางเป็นใคร นีย์เลยทักไปแบบคนที่จำนางไม่ได้ว่า 

“น้องกิ๊ฟ คุณแม่สบายดีนะคะ ฝากกราบท่านด้วยค่ะ วันหลังพี่ขอไปกินแกงหมูเทโพที่บ้านอีกนะคะ” วันต่อมานางเลยตะไบเล็บมาเหมือนจะดักตบใคร แต่ คงไม่ใช่นีย์หรอกค่ะ

หลืบเล็กมุมตึก - เป็นที่นัดพบชั่วคราว เพื่อนัดแนะ ส่งของ ส่งอาหารเพื่อแสดงความอาทรต่อกัน วันละ 3-5 เวลา นีย์เคยเจอพวกนี้ตามหลืบที่คนปกติ หรือคนที่คบหาเป็นแฟนแบบปกติโปร่งใสจะไม่ไป ทว่า หลืบนี้ เหมือนจะ Design เอาไว้ให้คู่รักที่มักจะคบกันอย่างไม่ถูกต้องมานัดเจอกัน เพื่อเขี่ยอวัยวะกัน นีย์งงมาก เพราะสงสัยว่าเป็นอะไรกันถึงต้องมานั่งเขี่ยกัน ดมนู่นดมนี่กัน ทำไมไม่ลาพักร้อนไปเขี่ยกันให้มันไกลตาคนหน่อยคะ เขี่ยหูบ้างละ เขี่ยขาบ้างละ เป็นเกลื้อนหรอคะ หรือมีหูดที่ต้องคอยเขี่ยให้หลุดจากร่างกาย

นัดพบนอกสถานที่หลังเลิกงาน อันนี้ นีย์ก็เคยเจอค่ะ มันเด็ดมาก เพราะสองคนนี้ เวลาอยู่ในออฟฟิศ ไม่มีทีท่าว่าจะรู้จักกันเลย ทำเงียบมาก แต่ดันไปเจอนั่งเขี่ยขาอยู่ในร้านอาหารมืดๆ ไม่ไกลออฟฟิศ (ไม่ต้องสงสัยว่านีย์ไปทำอะไรนะคะ นีย์ไปซื้อลูกชิ้นทอดหน้าร้านนั้นพอดี เอาไว้ไปกินระหว่างดูซีรี่ส์เกาหลี) 

แต่แหม สองคนนั้น จากคนที่ไม่รู้จักกันในออฟฟิศ พอออกมาข้างนอก กินกันมูมมามเชียวค่ะ ดูดดื่มมาก จากที่นีย์หิวๆ อยู่ ได้ดูภาพรักครั้งนี้ นีย์อิ่มท้องแทนเลยค่ะ อะไรจะกระซวกกินกันได้รุนแรงขนาดนั้นคะ มูมมามเหมือนเพิ่งได้ออกมาจากการติดถ้ำ กินกันเหมือนกินเผื่อคนทั้งทวีปแอฟริกา...นีย์หมายถึง กินอาหารนะคะ อย่าคิดไกล อิอิ

สิ่งที่คนเหล่านี้ลืมไป...

อย่าคิดว่านีย์จะบอกว่า เขา ‘ลืมศีลธรรม’ นะคะ ไม่ใช่ค่ะ เขาไม่ได้ลืม เพราะเขาไม่มีมาตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ เพราะถ้ามีศีลธรรม เรื่องแบบนี้ย่อมไม่เกิด สิ่งที่เขาลืม คือ ลูกที่บ้าน สามี หรือภรรยาที่บ้าน ลืมไปว่า บทบาทและหน้าที่ของเขาที่แท้จริง คือต้องทำอะไร และออฟฟิศคือที่ทำงาน ไม่ใช่ที่ที่จะมาใช้เป็นแหล่งแย่งของชาวบ้าน 

นีย์ทราบดีค่ะ ว่าบางทีคนเรามันเผลอไผลกันได้ แต่มันก็ต้องหยุดให้ได้ และไม่ปล่อยเลยเถิดจนมานั่งเขี่ยหูดกันในหลืบสิคะ

อุ๊ย งานเขียนตอนนี้ดูเป็นคนดี ดูไม่ใช่นีย์เลย สัญญาค่ะว่า ตอนหน้าจะกลับมาไร้สาระใหม่ค่ะ



Advertising